นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #142 : อีกฟากฝั่ง [1]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #142 : อีกฟากฝั่ง [1]
ผมไม่ได้โง่หรอกนะ
ผมเข้าใจดีเลยล่ะว่าหัวหน้าแผนกให้ความสำคัญกับตัวผมมากขนาดไหน
ตอนแรกผมสับสน แต่พอเอาเรื่องราวทั้งหมดมาปะติดปะต่อกันแล้ว ผมก็บรรลุเลยว่าเขาประเมินคุณค่า ‘พรสวรรค์’ ของผมไว้สูงมาก ความสนใจของเขามันค่อนข้างชัดเจนเสียจนผมสัมผัสได้ และในคราวนี้ ผมตัดสินใจที่จะใช้ประโยชน์จากมัน
“ตอนนี้เขาอาจจะหลับอยู่ แต่ฉันว่าถ้าเขาเห็นข้อความเมื่อไหร่จะรีบมาหาแน่นอน”
ผมไม่ลืมที่จะส่งตำแหน่งของตัวเองไปให้เพื่อที่เขาจะได้มาเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
‘ถ้าเดาถูกละก็ เขามาแน่’
และเพื่อเพิ่มความแน่ใจว่าเขาจะมาจริง ๆ ผมจึงเจาะจงพิมพ์อีกสองเรื่องส่งไป
[ผมตกอยู่ในอันตรายครับ เกี่ยวกับเคสชายบิดเบี้ยว]
ไม่ว่าเขาจะยุ่งแค่ไหน ผมมั่นใจว่าเท่านี้ก็เพียงพอที่จะบีบบังคับให้เขามา
เหตุผลหลักที่ผมทำแบบนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนนัก
‘…ถ้าฉันเชื่อสัญชาตญาณตัวเองอีกครั้งแล้วทั้งเมืองนี้มีอะไรสักอย่างผิดปกติจริง ๆ ตอนที่ฉันไปถึงสนามบินคงได้เกิดเรื่องอีกแน่ แต่ถ้ามีหัวหน้าแผนกอยู่ด้วย ฉันก็น่าจะปลอดภัยหายห่วง’
สรุปง่าย ๆ คือ ผมกำลังเรียกบอดี้การ์ดส่วนตัวนั่นแหละ
ในขณะเดียวกัน เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชายบิดเบี้ยวด้วย ผมจึงมั่นใจว่าเขาจะต้องสนใจ
เพราะยังไงเสีย นี่ก็เป็นสถานการณ์ที่ซับซ้อนมาก
ปัญหาเดียวของผมคือการอธิบายว่าทำไมผมถึงมาที่นี่และหาที่นี่เจอได้อย่างไร แต่พูดตามตรง ผมไม่คิดว่าการอธิบายส่วนนี้มันจะยากเย็นอะไรนัก
จริง ๆ ก็…
ส่วนที่ผมแอบลอบเข้าไปในบ้านของหญิงชราเนี่ยคงจะอธิบายยากนิดหน่อย แต่นั่นไม่สำคัญหรอก ตอนนี้ผมมีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์แล้วว่าหญิงชราคนนั้นเกี่ยวข้องกับคดีนี้
ผมคงจะได้รับการให้อภัยถ้าเรื่องพวกนี้เป็นความจริง
อย่างน้อย ผมก็หวังว่าอย่างนั้น
“โอเค แบบนี้น่าจะดีแล้วแหละ ต่อไปก็…”
ผมหันไปสนใจแล็ปท็อปและเปิดแอปร้านค้า
อินเทอร์เฟซขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
─────[ร้านค้า]─────
-> [ลำดับชั้นที่สอง]
[เด็คควอนตัม] [ส่วนลด 30%]
: สำรับไพ่ที่สับเปลี่ยนความเป็นจริงเล็กน้อยทุกครั้งที่จั่วไพ่ เอฟเฟกต์อาจจะไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่มันสามารถเปลี่ยนความความเป็นไปได้ให้เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษแก่คุณก็ได้
ราคา : 23,477 SP
[เข็มทิศก้องกังวาน] [ส่วนลด 40%]
: เข็มทิศที่จะชี้ไปยังสิ่งของหรือบุคคลที่คุณต้องการมากที่สุด แต่มันอาจนำพาคุณไปสู่สถานที่ที่คาดไม่ถึงได้
ราคา : 7,102 SP
[ผ้าคลุมกิ้งก่า] [ส่วนลด 20%]
: ผ้าคลุมหักเหแสง ทำให้ผู้สวมใส่เกือบจะล่องหน หากสวมใส่ติดต่อกันนานเกิน 30 นาที เอฟเฟกต์จะเสื่อมประสิทธิภาพลง ข้อหนึ่งที่ต้องระวังให้ดี! หากสวมใส่นานเกินไป เอฟเฟกต์อาจกลายเป็นถาวร
ราคา : 11,085 SP
[แต้มคงเหลือ : 8,322 SP]
─────[ร้านค้า]─────
ดวงตาหยุดอยู่ที่ส่วนลดเด่นหราหลังไอเทมหลายชิ้นแทบจะในทันที
‘มีส่วนลดด้วย…!?’
ร้านค้านี้มีลดราคาให้ด้วยเหรอเนี่ย?
ผมแทบไม่อยากเชื่อสายตา รีบเลือกดูเฉพาะไอเทมที่มีส่วนลด
จำนวนไอเทมในร้านค้าลำดับชั่นที่สองนั้นมีน้อยกว่าลำดับชั้นที่หนึ่ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณภาพมันดีกว่า เอฟเฟกต์ของพวกมันน่าดึงดูดใจกว่าร้านค้าลำดับชั้นที่หนึ่งมาก
จุดที่น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวของร้านค้าลำดับชั้นที่สองคือราคา
มันแบบ… บ้าบอคอแตกสิ้นดี
ไอเทมส่วนใหญ่ตั้งราคาไว้ที่ห้าถึงหกหลัก ส่วนไอเทมที่ราคาต่ำกว่านั้นนับได้เป็นส่วนน้อย ส่งผลให้ไอเทมที่ผมสามารถเลือกซื้อได้มีจำกัดไปด้วย
แต่ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนไปเมื่อมีการลดราคา
ด้วยส่วนลดเหล่านี้ ไอเทมหลายชิ้นจึงอยู่ในราคาที่ผมเอื้อมถึง และผมรู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไร
“เข็มทิศ ฉันต้องซื้อเข็มทิศ”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไอเทมชิ้นนี้จะเป็นอันที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับผม หรืออย่างน้อยที่สุด… มันก็เป็นไอเทมชิ้นเดียวที่ผมสามารถซื้อได้ด้วยแต้ม SP ที่มีอยู่ตอนนี้
นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่แม้แต่จะลังเลตอนกดซื้อมัน
ปุ้ง
ไอเทมปรากฏขึ้นเหนือหัวผมเหมือนกับทุกครั้งแล้วตกลงมาตรงตำแหน่งหน้าตัก ผมคว้ามันเอาไว้
หากมองเพียงผิวเผิน ไอเทมชิ้นนี้ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ
มันดูเหมือนเข็มทิศทั่วไปที่มีสัญลักษณ์บอกทิศเหนือทิศใต้ แต่ทันทีที่ผมสัมผัสมัน ความรู้สึกเย็นเยียบก็แล่นผ่านเรียวนิ้ว ผมจึงรู้ว่ามันไม่ใช่ของธรรมดา
“ดีเยี่ยม”
ผมปิดแล็ปท็อปแล้วเก็บมันใส่กระเป๋า ในขณะเดียวกันก็เช็กยอดแต้มคงเหลือ พยายามไม่ให้ตัวเองรู้สึกเจ็บปวดกับภาพที่เห็นเท่าที่จะฝืนทนไหว
[1,229 SP]
ผมเพิ่งจ่ายเงินไปประมาณ 70,000 ดอลลาร์เพื่อเข็มทิศอันเดียว…
แค่คิดก็ทำเอาพะอืดพะอมแล้ว แต่ผมก็เข้าใจเหมือนกันว่ามันสำคัญกับตัวผมขนาดไหน ความเสียดายและความสมเพชตัวเองคงอยู่เพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่ผมจะปักหลักสายตาไปยังรอยแยก
“เอาล่ะ…”
เตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อย
ผมมีเข็มทิศพกติดตัว มีมีดอยู่ในกระเป๋า มีทั้งมิเรลล์และดรีมวอล์กเกอร์ก็ด้วยเช่นเดียวกัน
‘โชคยังดีที่ดรีมวอล์กเกอร์ไม่ตาย ไม่งั้นฉันคงแย่แน่’
ผมจำเป็นต้องหาวิธีใช้มันให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ จะเอาแต่ใช้มันเป็นโล่เนื้อไปวัน ๆ แบบนี้ไม่ได้
‘เดี๋ยวค่อยคิดทีหลังแล้วกัน’
ผมสลัดความคิดเหล่านั้นทิ้ง พลางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก้าวเข้าไปในรอยแยกเบื้องหน้า ร่วงหล่นลงไปในกลุ่มก้อนร่างที่เกาะกุมและฉุดดึงตัวผมให้จมลึกเข้าหาพวกมันเรื่อย ๆ ปล่อยให้ความมืดมิดโอบล้อมรอบผมจากทุกด้านอย่างเชื่องช้า
*
“เฮือกกก—!”
ผมหายใจเข้าลึกเข้าปอดด้วยความกระเสือกกระสน เปลือกตาเบิกโพล่ง ความมืดมิดที่บดบังทัศนวิสัยเริ่มจางหาย
“ฮ่าาา… ฮ่าา…”
มือยกขึ้นกุมหน้าอก พลางกวาดสายตาไปรอบ ๆ ขณะที่หยาดเหงื่อเทตัวลงมาตามกรอบแก้ม หลังจากพักหายใจครู่หนึ่งและมองรอบกาย ผมก็เห็นรอยแยกอยู่ไม่ไกลจากที่ตัวเองอยู่ ควบคู่กับทิวทัศน์ภาพรถไฟขบวนก่อนหน้านี้
ในแวบแรก ทุกสิ่งอย่างดูเหมือนกับก่อนที่ผมจะเข้ารอยแยก
อย่างไรก็ตาม ผมสังเกตเห็นความแตกต่างได้อย่างรวดเร็ว
อากาศรอบตัวผม…
มันเหม็นอับและอุ่นกว่าที่ผมคุ้นเคย
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อผมมองไปรอบข้างแล้ว รถไฟดูสะอาดกว่าขบวนก่อนที่ผมจะเข้ามา ตั้งแต่ที่นั่งไปจนถึงผืนพรม ทุกอย่างดูสะอาดเอี่ยมอ่องสด ๆ ร้อน ๆ ราวกับว่ามีใครบางคนมาที่นี่ตลอดเพื่อทำความสะอาดรถไฟขบวนนี้โดยเฉพาะ
ท้ายที่สุด ผมก็ฝืนตัวลุกขึ้นและออกไปทางหน้าต่าง
ตอนนั้นเองที่ผมสังเกตเห็นความจริงที่กระแทกตาที่สุด
หน้าต่าง…
พวกมันโดนทำความสะอาดมา!
ข้อสงสัยอะไรไม่ต้องมีอีกแล้ว ผมมาถูกที่ของจริง หลังจากเหลือบมองข้างนอกอย่างฉับไวเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ ผมก็หยิบเข็มทิศออกมาและกำมันไว้แน่นในมือ
“เอาล่ะนะ”
ผมหลับตาลงและตั้งจิตครุ่นคิดถึงสิ่งที่ต้องการ
‘ชายบิดเบี้ยว เบาะแส’
ทันทีที่ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัว ความรู้สึกแปลกประหลาดก็จู่โจมผม ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างดึงพลังงานไปจากสมองโดยตรง ข้อเข่าเกือบจะทรุดลง แต่ผมกัดฟันและบังคับตัวเองให้ฝืนทนเอาไว้
‘อดทนไว้ อีกแค่นิดเดียว…’
โชคดีที่ความรู้สึกนั้นไม่ได้อยู่นานนัก
มันกินเวลาเพียงไม่กี่สิบวินาทีก่อนจะจางหาย
จากนั้น—
ตรื๋อออออ!
เสียงไหวติงอันกระจ่างแจ้งสะท้อนก้องผ่านความเงียบงันขณะที่ผมลืมตาขึ้น เข็มทิศในมือขยับและหมุน เข็มของมันสั่นระริกเล็กน้อยก่อนจะนิ่งสนิทในที่สุด
มันชี้ทิศตะวันออก
ย้อนกลับไปทางตัวเมือง
‘ตะวันออก นั่นคือที่ที่ฉันต้องไปสินะ’
ผมพยักหน้าช้า ๆ และตามทิศทางของเข็มทิศไป
หวังว่ามันจะได้ผลจริงนะ