นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #15 : ทางออก [1]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #15 : ทางออก [1]
ตึก
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ คืบคลานใกล้ยิ่งขึ้น
ขนทุกเส้นบนร่างกายลุกซู่ ผมสะบัดหัวหันหลังไปมอง แต่กลับพบเพียงความมืดมิด
ตึก ตึก
มันกำลังใกล้เข้ามา
ใกล้จนเกินกว่าที่ผมจะยืนได้อย่างสบายใจเฉิบ
หัวใจของผมเต้นแรงราวกับพยายามจะทะลุออกมาจากอก เสียงตึกตักแต่ละครั้งทวีความดังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลบทุกสิ่งอย่างรอบกาย
เมื่อเสียงลมหายใจของผมเริ่มหนักหน่วง… มันก็เกิดขึ้น
พรึ่บ!
แสงไฟสว่างอีกครั้ง
ทางเดินยาวเหยียดทอดตัวอยู่เบื้องหน้า ไม่มีอะไรเลยอยู่ในระยะสายตา
มีเพียงเสียงหึ่ง ๆ อันเงียบสงบของหลอดไฟด้านบน
ผมกลืนน้ำลายลงคอตัวเอง
‘ไม่เห็นมีใครเลย…’
ไม่ว่าจะมองไปทางไหน สายตาของผมก็มองไม่เห็นใครสักคน เสียงฝีเท้าเองก็หายไปเช่นกัน
“แค่คิดไปเองเหรอ…?”
ผมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายศีรษะ ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก นี่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของฉากแน่นอน
หากลองคิดดูดี ๆ แล้ว การที่ผมมองไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอะไรบางอย่างอยู่ที่แห่งนี้
‘มันอาจจะตามหาฉันอยู่ก็ได้’
ทันทีที่ความคิดนั้นแล่นเข้ามา ผมก็รีบก้าวเท้าไปข้างหน้าทันที เป้าหมายของฉากนี้เรียบง่ายมาก หาทางออกให้เจอ นั่นคือทั้งหมดที่หัวหน้าแผนกบอกก่อนจะปล่อยพวกเราเข้ามา
“หาทางออก…”
ผมกวาดตามองไปโดยรอบ ทางเดินยังคงยาวเหยียดเหมือนเคย— เป็นโถงทางเดินสีขาวที่มีหัวมุมเลี้ยวอยู่ตรงปลายสุดของทั้งสองฝั่ง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และนั่นยิ่งให้ความรู้สึกผิดปกติมากกว่าเดิม
ผมเร่งความเร็วไปจนถึงสุดทางเดิน แต่ทว่า…
“…เหมือนเดิมเลย”
โถงทางเดินรูปแบบเดิมปรากฏสู่สายตา
ไม่สิ เดี๋ยวก่อนนะ!
ผมเงยหน้าขึ้นไป เห็นวัตถุสีดำแขวนอยู่บนเพดาน กำลังจ้องมองมาที่ผมโดยตรง
‘กล้อง…?’
ก่อนที่หัวสมองจะประมวลผลสถานการณ์ได้ทัน แสงไฟด้านบนก็วูบไหว
พรึ่บ!
ความมืดเข้าปกคลุมอีกครั้ง
โสตประสาทการได้ยินคมชัดมากขึ้น ลมหายใจเริ่มไม่คล่องตัว
‘มันเป็นแค่ทางตรง ฉันต้อง—’
ตึก
“….!?”
เสียงฝีเท้ากลับมาแล้ว
คราวนี้ มันใกล้ยิ่งกว่าเก่า
ทั่วทั้งร่างกายแข็งเกร็งจนท้องปวดร้าวไปหมด
ผมไม่เสียเวลาคิดซ้ำสอง
“เวรเอ๊ย…!”
ผมเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง เร่งความเร็วขึ้นโดยพยายามไม่ให้เร็วมากเกินไป เพราะกลัวว่าจะชนเข้ากับหัวมุมทางแยก
ตึก ตึก!
ขณะที่มุ่งไปข้างหน้าก็รับรู้ได้ว่าตัวเองกับเสียงฝีเท้านั้นเริ่มทิ้งระยะห่างมากขึ้น ผมกำลังหนีจากมันไปได้ทีละน้อย
‘นี่มันบ้าไปแล้ว!’
อันนี้คือระดับที่คนเขาเรียกกันว่า รับมือได้ แน่เหรอวะ?
ผมกัดฟัน และเร่งเรียวขาให้ก้าวไกลขึ้นอีก
เสียงฝีเท้าด้านหลังเริ่มทิ้งช่วงห่างออกไปเรื่อย ๆ แล้วก็—
พรึ่บ!
แสงไฟกลับมาสว่าง ทุกสิ่งทุกอย่างกลับสู่ความเงียบสงบ
“เอ๊ะ…?”
ผมหันกลับไปมอง เท้าหยุดลงเมื่อพบว่าไม่มีอะไรอยู่ด้านหลัง
“อะไรน่ะ? ฉันสาบานเลยว่า…”
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และรีบเรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดในหัวอย่างรวดเร็ว
‘ช่วงเวลาสิบวินาที ไฟจะสลับกันเปิดกับปิด เสียงเท้าจะกลับมาทุกครั้งที่ไฟดับ แต่พอไฟสว่าง มันก็หายไป’
ในจังหวะที่เริ่มจัดระเบียบข้อมูลที่มีอยู่ ผมเคลื่อนตัวไป ค่อย ๆ ขยับเข้าหาหัวมุมที่อยู่เบื้องหน้า
เหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงแล้ว
‘…ถ้าฉันคิดถูกล่ะก็ มันคงแบ่งเป็นรอบ ทุกครั้งที่ไฟดับ เสียงเท้าจะกลับมา— และมันจะเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละครั้ง’
ความคิดนั้นทำให้ท้องไส้ของผมบิดมวน
เดิมทีผมไม่ได้เป็นคนแข็งแรงอะไรมากมายนัก แค่เดินเร็วขึ้นก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยแล้ว
ถ้าเสียงฝีเท้านั่นมันไล่หลังเร็วขึ้นทุก ๆ สิบวินาทีล่ะก็…
‘ฉันต้องรีบหาทางออกให้เจอก่อนที่จะสายเกินไป’
แต่ยังไงล่ะ?
ผมจะไปหาเจอได้ยังไง?
ในที่สุด ผมก็มาถึงหัวมุม แล้วเลี้ยวตัวเข้าไป
“…..!”
ฝีเท้าของผมหยุดชะงักทันทีที่เลี้ยวพ้นมุม
สายตาจ้องมองไปตามทางเดินยาวจนปะทะเข้ากับประตูบานหนึ่งที่แทรกตัวอยู่ในผนังด้านขวา ตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ…!? ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ผมก็เห็นกล้องตัวหนึ่งติดตั้งอยู่ห่างออกไป เลนส์ของมันเล็งตรงมาทางผมพอดี
ขณะที่ผมรู้สึกเหมือนกำลังโดนจับตามองอยู่ภายใต้สายตาของกล้องตัวนั้น แสงไฟเหนือหัวเริ่มสั่นไหว
พรึ่บ!
เป็นอีกครั้ง ที่ความมืดมิดกลับมาครอง
ตึก ตึก ตึก!
“….!?”
ร่างกายของผมเกร็งตัวไปทุกสัดส่วน
เสียงฝีเท้า… มันเร็วขึ้นอีก!
กว่าจะได้ทันรู้ตัว มันก็เกือบจะมาถึงตัวผมแล้ว
เส้นขนลุกชันไปทั่วทั้งร่าง
‘ชิบ!’
ผมก้าวเท้าอย่างรีบเร่งโดยไม่ลังเล หัวใจกระตุกรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก กระเพาะบีบตัว รู้สึกได้ถึงน้ำดีที่เอ่อขึ้นมาถึงลำคอ
‘…อ่า แม่งเอ๊ย ฉันจะอ้วกแล้ว’
ท่าทางการเคลื่อนไหวในตอนนี้แทบจะเรียกว่า วิ่ง ยังยาก
แต่ถ้าเรียกว่าเดินเร็วขั้นสุดก็คงได้อยู่ ผมกางแขนออกไปข้างหน้า กันเหนียวเผื่อไว้ว่าจะพุ่งชนเข้ากับผนังระหว่างทาง
ตึก ตึก!
อากาศเย็นตัวลงกว่าเดิมไม่พอ เสียงนั่นยังดูเหมือนจะดังก้องในหัวของผมมากขึ้นด้วย
ผมก้าวเท้าไป ต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้ง
‘อีกนานแค่ไหนเนี่ย?’
สิบวินาทีนั้นช่างยาวนานจนดูเหมือนไร้ที่สิ้นสุด ความวิตกกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นจากภายใน
เรี่ยวแรงเริ่มแห้งเหือดอย่างเชื่องช้า
มันยังไม่ถึงขั้นเลวร้าย แค่ในตอนนี้
ผมรู้ดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว
ผมต้องอดทน
อดทนจนกว่าไฟจะกลับมาติดอีกครั้ง
และแล้ว…
พรึ่บ!
มันก็ติด
“ฮ่าา…”
ผมพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ พลางกลืนน้ำลายขณะมองไปรอบตัว ทางเดินเดิม ๆ ทุกอย่างเดิ— ไม่สิ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
“…..”
สายตาจดจ่ออยู่กับประตู ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางของทางเดิน
ผมตรงเข้าไปหาและเอื้อมมือจับลูกบิดโลหะโดยไม่เสียเวลาคิดซ้ำสอง
คลิ้ก คลิ้ก!
แต่เมื่อผมหมุนลูกบิด มันกลับไม่ยอมเปิดออก
‘ไม่ได้ผล’
ผมลองพยายามอีกสองสามครั้งก่อนจะถอดใจ
ประตูโดนล็อกอยู่
ผมยกมือปิดปากก่อนจะมองไปยังหัวมุมที่อยู่ใกล้เคียง ถึงจะไม่รู้ว่าเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ แต่หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผมก็พุ่งตัวไปข้างหน้า
‘ฉันต้องยืนยันอะไรสักหน่อย’
เมื่อผมมาถึงหัวมุมนั้นและเลี้ยวเข้าไป สายตาก็ปะทะเข้ากับทางเดินด้านหน้า นัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นทันควัน
“อย่างที่คิดไว้เลย…”
โถงทางเดินเดิม เลนส์กล้องเดิม และประตูเดิม… หรือถ้าจะระบุให้ชัดเจนกว่านั้นคือ ประตูสองบานที่มีหน้าตาเหมือนกัน
ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้ดันมีประตูอีกบานหนึ่งอยู่ตรงข้ามกับประตูบานแรกตรงสุดฝั่งของทางเดิน
‘ตรงตามคาดเป๊ะ การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตอนไฟดับเท่านั้น ทุกครั้งที่ไฟสว่างขึ้นแล้วฉันเลี้ยวตรงหัวมุม จะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่เกิดขึ้นในทางเดิน สิ่งใหม่ ๆ จะโดนเพิ่มเข้ามา…’
หัวใจเต้นจังหวะเร็วขึ้นมาทันที
ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะเข้าใจกของฉากนี้ขึ้นมาทีละน้อย
อีกไม่นาน… ก็น่าจะคิดหาหนทางออกได้
ผมแค่ต้อง—
พรึ่บ!
ตั่ก ตั่ก ตั่ก ตั่ก!
“….!?”
เสียงของฝีเท้า ที่ไม่ใช่เสียงก้าวธรรมดาอีกต่อไป
มันทั้งเฉียบคมและรวดเร็วกว่าครั้งไหน ๆ
หัวใจของผมแทบจะกระโจนตัวออกมาจากอก เรียวขารีบพุ่งตัวไปข้างหน้าทันที
ผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เริ่มหอบถี่ขึ้นขณะวิ่ง แต่ก็ไม่มีเวลามามัวสนใจมันแล้ว
‘หนึ่ง… สอง… สาม…’
ผมค่อย ๆ นับเวลาในใจ
‘สิบ!’
พรึ่บ!
แสงไฟกลับมาอีกครั้ง ฝ่ามือกุมหน้าอกเอาไว้
ผมไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ทำการมุ่งหน้าต่อไปยังหัวมุมถัดไปแล้วเลี้ยวเข้า
และก็เป็นไปตามคาด…
‘มีการเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว’
สิ่งที่รอผมอยู่บริเวณหัวมุม คือประตูสามบาน
แต่มันมีปัญหาอยู่เพียงอย่างเดียว
คลิ้ก คลิ้ก คลิ้ก
ทุกบานมันล็อกหมดเลย
ผมเม้มริมฝีปาก พลางลอบกลืนน้ำลายอย่างเงียบเชียบ
‘ถ้าทนต่อไปได้อีกสักนิด ประตูบางบานอาจจะปลดล็อกก็ได้ อย่างน้อยฉันแค่ต้องทนต่อไปอีกหน่อยจนกว่าจะผ่านรอบได้ประมาณหนึ่ง’
สิ่งเดียวที่ผมต้องทำคืออดทนเข้าไว้
แต่มันมีปัญหาใหญ่อยู่ข้อหนึ่ง
ผมกำเสื้อตัวเองแน่น พยายามรวบรวมลมหายใจเข้าปอด
“แฮ่กก… แฮ่กกก…”
ผมไม่คิดว่าตัวเองจะทนต่อไปได้นานกว่านี้แล้ว
เรี่ยวแรงของผมกำลังจะหมดลง
ผม…
พรึ่บ—!
มืดบอด
T/L: แปะกันไว้เผื่อคนอ่านงง ทำไมตอนที่แล้วเป็น 5 วิ ตอนนี้เป็น 10 วิ คือไฟมันเปิดปิดสลับกันค่ะ [ปิด5s-เปิด5s-/-เปิด5s-ปิด5s-/-ปิด5s-เปิด5s-] สังเกตจากพาร์ทบรรยายตอนที่แล้วก็ได้ค่ะ ปิด-เปิดครั้งแรกบรรยายสั้นมากแค่มืดกับสว่างเพราะเป็นช่วง [ปิด5s-เปิด5s- ท่อนแรก] แต่กว่าจะปิดครั้งถัดไปคือบรรยายซะยาวเฟื้อยเพราะมันเริ่มที่เปิดไฟก่อน [-เปิด5s-ปิด5s- ท่อนถัดไป] เลยนับรวบเวลาของไฟเป็นเปิด10 ปิด10 ได้เลยน่ะค่ะ