นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #16 : ทางออก [2]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #16 : ทางออก [2]
พรึ่บ!
แสงสว่างจ้าทิ่มแทงดวงตาของผม
“แฮ่กกก! แฮ่กก—!”
ผมกุมหน้าอก พลางโน้มตัวลงและใช้มือยันเข่าทั้งสองข้างไว้
นัยน์ตาแทบจะโฟกัสอะไรไม่ได้เลย
ร่างกายแสบร้อนทุกครั้งที่หายใจ ท่อนขาช่วงล่างสั่นเทาไปหมด
หยาดเหงื่อไหลหยดลงมาตามกรอบคางไม่หยุดหย่อน
“แม่งเอ๊ย… ฉันอาจ… ฮ่าา… จะอ้วก!”
ฝ่ามือรีบยกขึ้นปิดปากตัวเอง ท้องไส้ปั่นป่วนอย่างรุนแรง น้ำย่อยที่ตีตื้นขึ้นมานั้นเกือบจะพุ่งออกมาจากร่างกาย
ผมฝืนกลั้นมันไว้แล้วเงยหน้าขึ้น ประตูหกบาน แยกฝั่งละสามบาน
ทุกบานโดนล็อกอยู่
ผมกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะฝืนตัวเองให้ไปต่อ
“…..!”
เมื่อผมขยับ ขาทั้งสองแทบจะทรุดลงด้วยความอ่อนล้า ลมหายใจแต่ละครั้งแสบร้อนราวกับเปลวเพลิงแผดเผาปอด
‘ฉันควรจะ… พอแค่นี้ไหมนะ?’
ผมอดทนต่อไปได้อีกไม่นานนัก หรืออันที่จริง สภาพในตอนนี้ก็แทบจะล้มพับกับพื้นอยู่แล้ว ถ้าผมยังคงฝืนตัวเองต่อไป เสียงฝีเท้านั่นคงไล่ตามผมทันแน่นอนในรอบนี้ ไม่ก็รอบหน้า…
ถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะก็—
ความหนาวเย็นสั่นสะท้านแล่นผ่านตัวผม
‘ฉันควรจะออกซะตั้งแต่ตอนนี้ ยังไงก็ได้เห็นสิ่งที่อยากเจอครบหมดแล้ว’
เป้าหมายหลักคือการเข้ามาสัมผัสว่าฉากระดับต่ำมันเป็นยังไง และผมก็ทำสำเร็จเรียบร้อย
ถ้าว่ากันตามตรง ผมสามารถยกเลิกมันตอนนี้แล้วกลับไปสร้างเกมต่อได้เลย
แต่ขณะที่ริมฝีปากกำลังจะอ้าออกและเอ่ยคำว่า ‘ฉันขอออก’ หลุดมา ผมก็หยุดลง
“….”
ผมจ้องไปข้างหน้า พลางเลียริมฝีปากของตัวเอง
‘ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วไหมนะ…?’
ผมอยากเห็นว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นอีกบ้างเมื่อเลี้ยวตรงหัวมุม
แม้ระยะทางจะสั้น แต่มันก็ยังต้องใช้ความพยายามอย่างมากสำหรับผม
และเมื่อเลี้ยวไปได้สำเร็จ สายตาก็ปะทะเข้ากับทางเดินเบื้องหน้า
ผนังสีขาวเหมือนเดิม กล้องตั้งอยู่ไกล ๆ เหมือนเดิม ประตูหกบานเหมือนเดิม สภาพแวดล้อมตรงหน้านี้เหมือนเดิมทุกประการ
ทุกอย่—
“เอ๊ะ?”
เดี๋ยวก่อนนะ
ผมกะพริบตาแล้วมองไปรอบตัว
ประตูหกบาน?
ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันทีที่ได้ตระหนักถึงบางอย่าง แต่ก่อนที่ผมจะได้ประมวลผลสถานการณ์ หลอดไฟด้านบนก็กะพริบ
พรึ่บ!
ผมจมดิ่งสู่ความมืดมิดอีกหนหนึ่ง
ในจังหวะที่มันเกิดขึ้นนั้นเอง ร่างกายแข็งเกร็งไปหมดทุกส่วน หัวใจบีบคั้นอย่างหนักหน่วง ผมรีบพุ่งตัวไปข้างหน้าโดยไม่คิดจะเสียเวลาแม้เพียงวินาทีเดียว
เสียงฝีเท้าแสนเร่งรีบ ดังกระหึ่มมาจากทางด้านหลัง
ตั่ก ตั่ก ตั่ก ตั่ก ตั่ก ตั่ก ตั่ก ตั่ก—!
ผมโยนความคิดทุกอย่างทิ้งออกไปจากหัวสมอง
‘หนึ่ง…’
ทรวงปอดเหมือนจะพ่นไฟออกมา เนื้อขาสั่นระริก แต่ยังคงรีบรุดให้เร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผมแทบหายใจไม่ออก ลมหายใจแต่ละครั้งที่สูดเข้าไปให้ความรู้สึกเหมือนเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต ขณะที่อากาศรอบตัวดูเหมือนจะเย็นลงเรื่อย ๆ
เสียงฝีเท้าด้านหลังใกล้เข้ามาทุกที
‘…สาม’
มันตามมาติด ๆ แล้ว!
ผมเหนื่อยเกินไป เหนื่อยจนแทบจะรักษาความเร็วไว้ไม่ได้ และเริ่มช้าลงทุกวินาที
ตั่ก ตั่ก ตั่ก ตั่ก ตั่ก ตั่ก ตั่ก ตั่ก—!
‘ห้า’
ร่างกายกำลังจะแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ ลำคอแสบร้อนไปหมด
เสียงของ— ฝีเท้าเหล่านั้น— ดังขึ้นเรื่อย ๆ
ครอบงำไปทั่วทุกหนแห่ง
‘เจ็ด…’
ผมทนต่อไปไม่ไหวแล้ว
ลำตัวจวนจะล้มลงอยู่รอมร่อ สายตามองไปทางด้านหน้า สิ่งเดียวที่ประจักษ์คืออนธการไร้ก้นบึ้ง แต่ผมรู้ว่าตัวเองใกล้จะถึงหัวมุมใดสักมุมหนึ่งแล้ว
‘เก้า’
ผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจของมันที่รดต้นคอ ให้รู้สึกเสียวสันหลังวาบจนเกือบทำให้ผมตัวแข็งอยู่กับที่ หัวใจกระเด็นกระดอนจนเหมือนจะหลุดออกมา แล้วก็อ้าปากค้าง
มันอยู่ข้างหลังผม
ใกล้จะแตะตัวผมได้แล้ว
ไม่นะ—!
“ฉัน—”
พรึ่บ!
แสงสว่างวาบ
ผมทรุดตัวลงตรงหน้าผนังสีขาว
“แฮ่กก…. แฮ่กกก…”
ปากหอบหายใจอย่างหนัก หัวหมุนติ้วจนแทบไม่มีสมาธิ แต่เมื่อค่อย ๆ หันไป ผมก็เห็นพวกมัน ประตูมีหกบานเหมือนเดิม
ผมครางออกมา รู้สึกเหมือนทั่วทั้งตัวใกล้จะพังทลายเต็มที
‘สาม…’
พยุงร่างตัวเองไปยังบานประตูที่ใกล้ที่สุด
คลิ้ก
มันล็อกอยู่
‘ห้า’
ประตูบานถัดไป
คลิ้ก
นี่ก็ล็อกเหมือนกัน
‘หก’
คลิ้ก
ล็อก
‘…เจ็ด’
คลิ้ก
ล็อก
เมื่อมาถึงประตูบานที่ห้า ผมรู้สึกได้เลยว่าความกังวลพุ่งสูงขึ้นและเข้าครอบงำจิตใจอย่างเชื่องช้า เวลาเหลือน้อยลงทุกวินาที แต่ประตูที่ผ่านมายังคงล็อกอยู่ มือของผมสั่นเทาขณะเอื้อมไปยังประตูบานที่ห้า
‘ได้โปรดล่ะ ได้โปรดเถอะ…!’
ผมแตะลูกบิดประตู
‘แปด’
คลิ้ก!
“…..!?”
เสียงคลิ้กที่คุ้นเคยดังขึ้น แต่ก่อนที่หัวใจจะฝ่อลง ผมก็เห็นบานประตูค่อย ๆ เปิดออก
ดวงตาของผมเบิกกว้าง
มันได้ผล!
แต่ทันทีที่ผมเปิดประตูได้สำเร็จ ไฟด้านหลังก็กะพริบ
พรึ่บ!
มืดสนิท
“…..!?”
ผมไม่เสียเวลาคิดซ้ำสอง
ทันทีที่ความมืดมาเยือน ผมรีบพุ่งตัวเข้าไปในห้อง แล้วกระแทกประตูปิดตามหลังพร้อมกับลงล็อกเสร็จสรรพ
ปัง!
“ฮ่าาา… แฮ่กกก!”
ลำตัวไถลลงกับพื้น รู้สึกได้ว่าเข่าทั้งสองข้างหมดแรงพอ ๆ กับผมที่พยายามสูดอากาศเข้าอีกเฮือกใหญ่ ฝ่ามือแตะพื้นเมื่อหัวเริ่มหมุน
ผมหมดสภาพ
แบบแทบจะยกนิ้วไม่ขึ้นด้วยซ้ำ
เรี่ยวแรงทั้งหมดที่ผมมี หมดลง ณ ตรงนี้
ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนตั้งแต่เข้ามาในห้อง และในจังหวะที่เริ่มกลับมาหายใจเป็นปกติและยกศีรษะขึ้นได้ ผมก็กวาดสายตาไปทั่ว
“อะไรเนี่ย…”
จังหวะนั้นเองที่เริ่มตระหนักได้
ผมกำลังอยู่ในห้องเล็ก ๆ ไม่มีหน้าต่าง แต่มีโต๊ะไม้ตัวหนึ่งตั้งอยู่กลางห้อง พร้อมกับเก้าอี้ธรรมดาและแล็ปท็อปเก่า ๆ เครื่องหนึ่ง หน้าจอของมันเปิดไว้อยู่ ส่องแสงสลัวเพียงพอจะให้แสงสว่างแก่พื้นที่รอบข้างได้บ้าง แสงริบหรี่นั้นเป็นสิ่งเดียวที่คอยต้านทานความมืดมิดเอาไว้เป็นแนวขอบ
มันไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย— ไม่มีของตกแต่ง ไม่มีเสียงอื่น มีเพียงความเงียบอันน่าขนลุกและเสียงหึ่ง ๆ ของเครื่องจักร
อากาศให้ความรู้สึกหนักอึ้งและอับชื้น เสมือนมีใครบางคนเพิ่งทิ้งร่องรอยลมหายใจเอาไว้เมื่อไม่กี่วินาทีก่อน
ผมค่อย ๆ พยุงตัวขึ้นนั่งบนเก้าอี้ ก่อนจะมองไปที่แล็ปท็อป
“กล้องวงจรปิด…”
หน้าจอฉายภาพของโถงทางเดิน อันนั้นแหละ
ประตูทั้งหมดจำนวนหกบานปรากฏอยู่ในทัศนา
‘มันคือทางเดินเดียวกับที่ฉันอยู่เมื่อกี้ เห็นประตูทั้งหกบานเลยแฮะ’
ขณะที่ผมกำลังสังเกตการณ์ผ่านวิดีโออยู่ หน้าจอก็กลายเป็นสีดำกะทันหันจนผมสะดุ้ง
แต่ไม่นานนักก็สงบใจลงเมื่อเห็นข้อความสีเขียวด้านล่าง
[คุณต้องการเปิดโหมดไนท์วิชั่น[1]หรือไม่?]
‘มีฟีเจอร์แบบนั้นด้วยเหรอ?’
ผมเอื้อมมือไปบริเวณทัชแพด[2]และกำลังจะกดยืนยัน แต่สายตาดันสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
‘มีไทม์แสตมป์[3]อยู่ด้านล่างด้วย ระยะเวลามันเท่ากับจำนวนเวลาที่ฉันอยู่ที่นี่เลย’
หรือไม่ก็อาจจะคลาดเคลื่อนไปประมาณสองสามนาที
ความคิดหนึ่งแล่นปราดเข้ามา ผมจึงกรอแถบเวลาย้อนกลับ ภาพวิดีโอเริ่มเปลี่ยนไป และไม่นานดวงตาของผมก็เบิกกว้างเมื่อเห็นร่างของตัวเองปรากฏบนหน้าจอ กำลังหอบหายใจและพยายามเปิดประตูอย่างเอาเป็นเอาตาย
ในทางเดินตอนนั้น ไฟยังสว่างอยู่
‘สภาพฉันดูไม่จืดเลย’
ตั้งแต่ทรงผมจรดเสื้อผ้า ทุกส่วนเละเทะตุ้มเป๊ะ
ภาพที่เห็นทำให้ผมตื่นเต็มตาอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็เป็นเพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนที่หน้าจอแล็ปท็อปจะกลายเป็นสีดำ
‘อ่า นี่คงจะเป็นช่วงที่ไฟดับ’
มือกำลังจะกดข้ามส่วนนั้นไป แต่ผมเห็นข้อความเดิมปรากฏขึ้นเสียก่อน
[คุณต้องการเปิดโหมดไนท์วิชั่นหรือไม่?]
“เดี๋ยวนะ มันใช้กับวิดีโอที่อัดไว้ได้ด้วยเหรอ?”
ผมกลั้นหายใจก่อนจะคลิกที่ ‘ใช่’ ทันใดนั้นเอง ภาพในวิดีโอก็กลายเป็นสีเขียว เป็นจังหวะเดียวกับที่ลมหายใจแห้งเหือดไปจากร่างเมื่อได้เห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังตัวผมในวิดีโอ มือสีดำผอมเพรียวกำลังเอื้อมเข้ามาใกล้ในตอนที่ผมกำลังวิ่งหนีตาลีตาเหลือก
‘ดูจากจังหวะและความสู้ชีวิตตอนวิ่งแล้ว น่าจะเป็นรอบเมื่อกี้นี้’
ผมเอามือลูบคางพลางจ้องไปที่ร่างนั้น และในจังหวะที่เวลาสิบวินาทีใกล้จะหมดลง ผมก็สังเกตเห็นความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง
“หือ?”
แทนที่จะหายไปเฉย ๆ ก่อนที่เวลาจะรีเซ็ตใหม่ เงาทมิฬนั่นกลับเคลื่อนตัวไปยังประตูบานหนึ่งและเข้าไปข้างใน
หลังจากนั้นไม่นาน แสงไฟก็สว่าง
ร่างของผมปรากฏขึ้นช่วงสั้น ๆ ตอนเลี้ยวเข้าหัวมุม แต่กล้องกลับแสดงภาพตัวผมจากสุดปลายทางเดินหนึ่งไปโผล่อีกทางเดินหนึ่งแทน
‘หลอนชะมัด’
มันทำงานแบบเดียวกันกับตอนที่ประตูยังไม่โผล่ในรอบแรก ๆ ไหมนะ?
ในที่สุด วิดีโอก็ดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายของผมในโถงทางเดิน มันเป็นจังหวะเดียวกับที่ตัวผมกำลังจะเข้ามาในห้องนี้
หนึ่ง
สอง
สาม
สี่
ผมมองดูตัวเองในวิดีโอพยายามจะเข้าห้องแต่ละห้อง
ห้า—
‘แป๊บนะ…’
ความคิดของผมหยุดชะงักเมื่อเห็นตัวเองเอื้อมมือไปยังประตูบานที่ห้า
ความจริงอันน่าสยดสยองพุ่งเข้าจู่โจมผมไม่นานหลังจากที่เห็นประตูเปิดออกและตัวผมก็เดินเข้าไป
นั่น…
‘เป็นประตูบานเดียวกับที่เงามันเข้าไป!’
“ฮ่าาา”
หนึ่งลมหายใจ อุ่น ๆ หมาด ๆ …
มันรดเข้าที่หลังคอของผมจนทำเอาร่างกายเย็นเยียบไปทั้งตัว
ผมตรัสรู้ทันทีเลยตอนนั้น
ว่าตัวเอง…
ไม่ได้อยู่ในห้องนี้เพียงลำพัง
เชิงอรรถ
[1] ไนท์วิชั่น (Night-Vision) คือโหมดที่ใช้ในการมองเห็นตอนกลางคืนหรือในที่ที่แสงน้อย เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้
[2] ในนิยายต้นฉบับใช้คำว่า Mousepad แต่ความจริงมันคือ ทัชแพด (Touchpad) เป็นแผ่นสัมผัสบนตัวเครื่องที่ใช้นิ้วเลื่อนเคอร์เซอร์
[3] ไทม์แสตมป์ (Time Stamp) คือแถบยาว/เส้นบันทึกระยะเวลาทั้งหมดของคลิป สามารถกรอย้อนไปมาและมาร์กช่วงสำคัญได้