นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #156 : ทดสอบเกมใหม่ [3]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #156 : ทดสอบเกมใหม่ [3]
“ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย…!”
ความวุ่นวายเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ เสียงตะโกนอันบ้าคลั่งของโรวานกระจายทั่วมวลอากาศ ความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้าขณะที่เขากำลังตะเกียกตะกายหาประตูอย่างสิ้นหวัง ทุกคนถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ
บรรดาสมาชิกแลกเปลี่ยนเองก็เช่นเดียวกัน พวกเขามองหน้ากันไปมา
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
“มีเรื่องร้ายแรงอะไรรึเปล่า?”
ความวุ่นวายนั้นไม่ได้ดึงดูดความสนใจแค่ของพวกเขาเพียงกลุ่มเดียว เรียกได้ว่ามันดึงดูดสายตาของทุกคนในบริเวณนั้น แต่ละศีรษะพากันหันไปยังห้องทำงานที่อยู่ไกล ๆ ความเงียบงันอันหนักอึ้งเข้าปกคลุมขณะที่เสียงตะโกนของโรวานยังคงดังก้องทั่วพื้นที่
เมื่อเห็นว่าความโกลาหลที่พวกเขากำลังก่อมันใหญ่โตเพียงใด ใบหน้าของเซธก็เริ่มยับย่น ความสนใจพวกนี้มันมากเกินไปสำหรับเขา
เขายกมือทั้งสองข้างขึ้น
“ก็ได้ ๆ ไม่ต้องเล่นต่อก็ได้ ผมเก็บข้อมูลพอแล้วล่ะ”
“จริงเหรอครับ?”
โรวานเงียบไปในทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ค่อย ๆ หันไปเผชิญหน้ากับเซธ ในชั่วขณะนั้นเอง เขาเกือบจะลืมทุกอย่างไปจนหมดสิ้น
ทว่าความหวาดกลัวก็ชอนไชกลับเข้ามาในจิตใจอย่างรวดเร็ว เขาเริ่มพูดตะกุกตะกัก
“ค-คุณพูดจริงเหรอครับ? ผม… ผมไม่ต้องเล่นต่อแล้วใช่ไหม?”
ดูจากวิธีการที่เขาพูดแล้วก็ชัดเจนเลยว่าเขายังคงขวัญผวาอยู่ เมื่อสังเกตเห็นเช่นนั้น คิ้วของไคล์ก็ขมวดแน่นพลางขยับตัวไปหาโรวาน
“ทุกอย่างโอเคดีไหม? เกิดอะไรขึ้—”
“…อ๊ะ?!”
จังหวะที่โรวานได้ยินเสียงของไคล์ เขาก็สะดุ้งโหยงตามสัญชาตญาณจนไคล์ตกใจตามไปด้วย
“ถอยไปนะ! ถอย…”
แต่พอสายตาเห็นว่าเป็นไคล์ ความตื่นตระหนกที่ออกทางสีหน้าของเขาก็ค่อย ๆ คลายลง แทนที่ด้วยประกายแห่งความโล่งอก
“อ่า คุณนี่เอง”
โรวานปิดปากด้วยความโล่งใจ
‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่?’
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ไคล์เห็นโรวานสั่นกลัวขนาดนี้ พวกเขาทั้งคู่ต่างเคยเข้าเกตด้วยกันมาหลายต่อหลายครั้ง และแม้ว่าเขาจะเคยเห็นโรวานตัวสั่นอยู่บ้างในบางครั้ง แต่มันก็ไม่เคยมีครั้งไหนรุนแรงเท่าครั้งนี้
ไคล์จ้องมองเข้าไปในแววตาที่ยังคงสั่นระริก เขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติขั้นร้ายแรง สุดท้ายเขาก็หันไปมองเซธ
หมอนั่นยืนเฉย ๆ อยู่ข้างหลังโรวานด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
ส่วนสภาพก็อย่างกับขี้ ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าเละเทะ กลิ่นกายเหม็นหึ่ง ใบหน้าซีดเซียว และมีรอยคล้ำใต้ดวงตาแบบเห็นได้ชัด ดูเหมือนเขาจะอาการหนักกว่าโรวานเสียอีก
แต่ถึงอย่างนั้น…
ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ไคล์ถึงมีความรู้สึกว่าเซธจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์นี้อย่างแน่นอน
‘แต่มันไม่เห็นจะเมคเซนส์เลยแฮะ การบำบัดของพวกเขามีอะไรผิดพลาดงั้นเหรอ? แต่ล่าสุดเท่าที่ได้ยินมา โรวานก็มีความสุขดีนี่’
ยิ่งไคล์ครุ่นคิดเกี่ยวกับสถานการณ์มากเท่าไหร่ก็ยิ่งสับสน
เขาอยากจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม แต่ก่อนที่จะได้ทันทำแบบนั้น เสียงหนึ่งก็แทรกขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศรอบข้าง
“อย่าไปใส่ใจมากเลย เขาแค่ช่วยงานผมอยู่น่ะ”
“หืม?”
ไคล์เงยหน้าขึ้น เห็นว่าเซธเป็นคนพูด เขาหาวสั้น ๆ หัวไหล่ห่อลงเล็กน้อยขณะมองไปยังโรวานและพึมพำว่า ‘ถือว่าผ่านล่ะนะ ฉันอาจจะต้องปรับแก้นิดหน่อย แต่โดยรวมก็ดีแล้ว’
จากนั้น เขาก็มองหน้าคนอื่น ๆ โดยเจาะจงไปที่บรรดาสมาชิกแลกเปลี่ยนชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะผลักโรวานออกมา
“โอเค ผมมีงานต้องทำต่อแล้ว”
ในขณะที่เขาผลักตัวโรวานออกมา สายตาของเขาจับจ้องพื้นอยู่ตลอด
ต่อจากนั้น…
“ขอให้เป็นวันที่ดีนะ”
ปึง—
เขาก็ปิดประตูลงทันที ทิ้งให้ทุกคนยืนตะลึงทั้งอย่างนั้น
“…..”
เวลาผ่านไปสองสามวินาที ทุกคนก็ประมวลผลได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น คนแรกที่ได้สติคือเคเลน สีหน้าของเขาเริ่มแปร่ง ๆ เล็กน้อย
“เป็นนักบำบัดที่พิลึกชะมัด เขาเป็นนักบำบัดแน่เหรอ? หรือว่าเป็นนักให้คำปรึกษา?”
คำพูดของเขาทำให้คนอื่น ๆ ได้สติขึ้นมา หลายคนหันไปมองประตูพร้อมกับขมวดคิ้ว
“นั่นมันอะไรวะเนี่ย?”
“…เขาปิดประตูใส่หน้ากันโต้ง ๆ แบบนั้นเลย? อะไ—”
“อย่าไปสนใจเขาเลย”
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะบานปลาย โซอี้จึงตัดบทอย่างรวดเร็ว
“ปกติเขาก็เป็นแบบนี้แหละ อย่าไปถือสามากเลย เขา… ไม่ชอบสุงสิงกับใครน่ะ”
โซอี้หันมามองไคล์ขณะเอ่ยเช่นนั้น ไคล์ฝืนยิ้มออกมาเมื่อรู้สึกถึงสายตาของเธอ
“ใช่…”
เธอพูดไม่ผิดหรอก เซธเป็นพวกไม่เข้าสังคมจริง ๆ
‘ไม่สิ เขาออกแนวอินโทรเวิร์ตมากกว่า ก็… เหมือน ๆ กันแหละมั้ง?’
จะอะไรก็ช่างเถอะ ไคล์ไม่ได้ใส่ใจกับการกระทำของเซธมากนักเพราะเขาชินกับพฤติกรรมเจ้าตัวอยู่แล้ว ในความคิดของเขา นี่ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกตา เซธเกลียดการพูดคุยกับคนใหม่ ๆ และอะไรแบบนี้ก็ตรงกับนิสัยของเซธเป๊ะ สิ่งที่ทำให้ไคล์รู้สึกตงิดใจจริง ๆ คือโรวาน ซึ่งยังคงหายใจกระหืดกระหอบ ใบหน้าซีดเซียว แผ่นหลังพิงกับผนังขณะพยายามกอบโกยอากาศเข้าปอด
ไคล์ไม่ใช่คนเดียวที่สังเกตเห็นสภาพของโรวาน
ในจังหวะที่ไคล์สังเกตเห็น เกือบทุกคนก็สังเกตเห็นเช่นกัน พวกเขาเริ่มหันความสนใจไปที่โรวาน
“โรวาน นายโอเคไหม? เกิดอะไรขึ้น?”
“…มีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า? ทำไมสภาพนายเป็นงี้ล่ะ?”
ทุกคนที่รู้จักโรวานต่างเป็นกังวลพอสมควรเมื่อเห็นเขาเป็นแบบนี้ แม้แต่โซอี้ที่ปกติจะเฉยเมยก็ยังตกใจกับท่าทางของโรวาน มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่ถึงขั้นทำให้เขาสติหลุดได้ขนาดนี้?
ทำไม… เขาถึงดูเหมือนคนที่เพิ่งเห็นปีศาจมาเลยล่ะ?
“โรวาน! โรวาน—!”
“อะ…!?”
หลังจากเสียงตะโกนเรียกหลายครั้ง ในที่สุดโรวานก็หลุดออกจากภวังค์ เขาเงยหน้าขึ้นและเห็นสายตาหลายคู่จับจ้องมายังตัวเขา
“เ-เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมทุกคนถึง…”
“โรวาน”
ไคล์เป็นคนแรกที่ก้าวเข้ามา วางมือลงบนไหล่ของโรวานเพื่อปลอบให้ใจเย็นลง
เขามองตรงเข้าไปในดวงตาของโรวาน
“ฉันอยากให้นายใจเย็นลงก่อนนะ ตอนนี้นายกำลังแพนิคอยู่ หายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้ง”
“ผมพยายาม… ฮ่า.. ผมพยายามแล้วจริง ๆ นะ”
“ฟังฉันนะ หายใจเข้าลึก ๆ แล้วทำใจให้สงบ”
“แต่ว่า—”
“แค่ทำตามที่ฉันบอกก็พอ”
เมื่อเห็นว่าไคล์จริงจังแค่ไหน โรวานก็ปิดปากและทำตามคำแนะนำของไคล์ เขาเริ่มหายใจเข้าออกลึก ๆ สองสามครั้งจนใบหน้ากลับมาเป็นปกติ แววตาหยุดสั่นระริก
เวลาผ่านไปหนึ่งนาที ในที่สุดโรวานก็กลับมาเป็นตัวของตัวเอง ไคล์จึงถอนมือจากโรวาน
“เอาล่ะ ดูเหมือนว่านายจะโอเคแล้วละนะ”
“…ครับ”
พอหัวสมองเริ่มโล่ง โรวานก็สามารถทำความเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างเยือกเย็นมากขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงสายตาของทุกคนที่อยู่ตรงนี้อย่างชัดเจน สัมผัสได้แม้กระทั่งสายตากังขาจากพวกสมาชิกแลกเปลี่ยนด้วยซ้ำ
สุดท้าย โรวานหันสายตากลับมายังไคล์ ซึ่งเอ่ยปากขึ้น
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมนายถึงกลายเป็นแบบนั้น…?”
“เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”
โรวานกะพริบตาช้า ๆ ภายในหัวของเขาล่องลอยย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ทุกอย่าง… เริ่มต้นตั้งแต่วินาทีที่เขาเริ่มเล่นเกมนั้น
ใช่ ตรงนั้นแหละคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด
ในตอนแรก โรวานไม่ได้คิดอะไรมากมายเกี่ยวกับตัวเกมเลย จิตใจเอาแต่พะวงอยู่กับการหาวิธีทำตัวไม่ให้ทำร้ายจิตใจเซธมากจนเกินไป ตอนเริ่มเล่นเกมเขาคิดเพียงเท่านี้จริง ๆ
มันเป็นเกมที่ค่อนข้างใช้ได้ กราฟิกพอถูไถ ระบบเกมก็ดูดี
โรวานคิดว่าเขาจะสามารถเคลียร์มันได้ในเวลาไม่นาน ตอนนั้นเขา… คิดจริง ๆ ว่ามันเป็นเกมง่าย ๆ เกมหนึ่ง
แต่… แต่แล้วทุกอย่างกลับตาลปัตร
โรวานไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ทว่าพอถึงจุดหนึ่ง ความคิดทั้งหมดก็อันตรธานหายไปจากสมอง เหลือเพียงเกมตรงหน้าตัวเอง มันดึงดูดความสนใจของเขาดั่งหลุมดำ ตรึงตัวเขาให้อยู่กับมันอย่างเดียวจนไม่สามารถโฟกัสสิ่งอื่นใดได้อีก
ตรงจุดนั้นน่านะเป็นจุดที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น
จุดเริ่มต้นฝันร้ายของเขา
โรวานละสายตาไปจากเกมไม่ได้ เขาเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังโดนสูบเข้าไปข้างในโลกของเกมทีละน้อย ราวกับว่าเขาเป็นตัวละครในเกมจริง ๆ ตัวละครที่อ่อนแอและไร้ทางสู้ ทำได้เพียงขยับไปตามแนวทางเกมโดยไม่มีหนทางต่อกร
โรวานจมดิ่งลงไปในเกมมากขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตายึดติดอยู่กับหน้าจอ นิ้วมือยึดติดอยู่กับคีย์บอร์ด
ทั้งความคิดและจิตใจถูกเกมเข้าครอบงำโดยสมบูรณ์ พวกมันบังคับให้เขาเล่นต่อไป ชักนำเขาไปสู่เส้นทางที่ไม่อาจล่วงรู้
โรวานยังคงจำเค้าโครงของสภาพแวดล้อมและ… เสียงกระซิบเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี
ใช่ เสียงกระซิบ
เกมนั้นกระซิบความคิดในหัวของเขาสะท้อนกลับมาหาตัวเขาราวกับว่ามันอ่านใจได้ เสียงสะท้อนแต่ละครั้งทำให้เขาเริ่มสงสัยในการตัดสินใจของตัวเอง จิตใจของเขาเริ่มลอยละล่อง โดนขับกล่อมให้เข้าสู่หมอกควัน และในจังหวะชั่วแวบเดียวนั้น เขาลืมเรื่องสัตว์ประหลาดที่แฝงกายอยู่ภายในหมอกจนหมดสิ้น
เขาก็เลยลดการป้องกันตัวลง
เขา…
“อ-อ่า”
โรวานยกมือขึ้นอุดปากตัวเอง ฝ่ามือสั่นเทาพอ ๆ กับร่างกาย เขาผงกศีรษะขึ้นอย่างช้า ๆ จ้องมองไคล์ จากนั้นก็มองคนอื่น ๆ
สีหน้าสงบนิ่งเมื่อครู่ของเขาแตกสลายอีกครั้งหนึ่ง แทนที่ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
“ว่าไง…? โรวาน? สรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมนายทำตัวแปลก ๆ ? อะไ—”
“อย่าเด็ดขาด”
โรวานคว้าแขนของไคล์ ดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นเครือ
“ว่าไงนะ?”
ไคล์ชะงักงัน สีหน้าแปรเปลี่ยนเมื่อโรวานเพิ่มแรงบีบที่แขนแน่นขึ้นพร้อมกับมองไปยังคนอื่น ๆ
“ไ-ไม่ว่ายังไงก็ตาม… อย่า… ไปตกลงเล่นเกมของเขา เด็ด-ขาด!”