นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #157 : เปิดตัวเกมใหม่ [1]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #157 : เปิดตัวเกมใหม่ [1]
“เมื่อกี้นายพูดว่าไงนะ?”
ทันทีที่โรวานพูดจบ ทุกคนก็ตกอยู่ในความเงียบงัน— แม้กระทั่งไคล์ เขาพูดแบบนั้นออกมาจริง ๆ ใช่ไหม? ไคล์กะพริบตาปริบ ๆ พยายามประมวลผลคำพูดเหล่านั้นด้วยความไม่แน่ใจว่าเป็นตัวเองที่หูฝาด หรือโรวานหมายความตามที่พูดจริง ๆ
‘อย่าเล่นเกมใหม่ของเซธ? ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้นล่ะ? สถานการณ์นี่มันเป็นมายังไงกันเนี่ย…?’
ไคล์อ้าปากเตรียมจะถาม แต่กลับโดนคนอื่นตัดหน้าเสียก่อน
“เกม? เดี๋ยวนะ เมื่อกี้คุณพูดถึงเกมงั้นเหรอ?”
เคเลนจ้องมองโรวานพลางเอามือปิดปากตามสัญชาตญาณ เขาเองก็เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่คิดว่ามันต้องเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงแน่ ๆ เพราะโรวานตัวสั่นขนาดนั้น แต่เมื่อกี้เขาได้ยินไม่ผิด… ใช่ไหม?
“…สาเหตุที่คุณเป็นแบบนี้ เป็นเพราะเกมเนี่ยนะ?”
ริมฝีปากของเคเลนเริ่มสั่นระริก เขากุมปากตัวเองให้มิดชิดยิ่งขึ้น
“น-นั่น…”
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาจับจ้องจากทุกคน โรวานก็เรียกความเยือกเย็นกลับคืนมาเล็กน้อย เขาเหลียวมองไปรอบ ๆ เห็นทั้งไคล์ โซอี้ และคนอื่น ๆ ที่เขาคุ้นเคย ความอับอายก็เริ่มคืบคลานเข้ามา เขายอมรับว่าต้นเหตุเบื้องหลังพฤติกรรมของตัวเองมันฟังดูไร้สาระสิ้นดี
แต่… แต่ว่า…
“ผม… ไม่ได้โกหก”
โรวานกลืนน้ำลาย พยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
“…เกมนั้น… มันเกินไปจริง ๆ ผม… ไม่รู้ว่าเขาทำอะไร มันเหมือนกับ… มันอ่านความคิดผมได้ สมองผมเบลอไปหมด แล้วก็แบบว่า ผม—”
“ขอทีเถอะ”
เคเลนตัดบทโรวานกลางคัน ตอนนี้เขากลั้นหัวเราะไม่ไหวแล้ว
“ก่อนหน้านี้ผมไม่อยากพูดอะไรมากเท่าไหร่เพราะเรากำลังจะเข้าเกตแรงก์ต่ำกันแล้ว แต่นี่มันตลกเกินไปหน่อยนะครับ”
เขาหันไปมองไคล์กับโซอี้
“ผมก็นึกว่าแผนกนี้จะรับมือกับเรื่องน่ากลัวได้ดีซะอีก แต่คุณมาบอกว่าหนึ่งในตัวท็อปของพวกคุณกลายเป็นสภาพนี้เพราะเกมเนี่ยนะ?”
“มันเป็น… เกมสยองขวัญ”
“เกมสยองขวัญ?”
เคเลนมองโรวานด้วยสีหน้าขบขันยิ่งกว่าเก่า เขาเบนความสนใจไปทางห้องทำงาน
“เกมสยองขวัญที่พัฒนาโดยคนที่ควรจะเป็นนักบำบัดของคุณน่ะเหรอ?”
ในชั่วพริบตานั้น ร่องรอยความเหยียดหยามฉายผ่านใบหน้าของเคเลน มันปรากฏและสลายหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่เร็วมากพอ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นสังเกตเห็นมันทัน
“ผมค่อนข้างผิดหวังเลยล่ะครับ”
จากนั้นเคเลนก็หันความสนใจไปยังห้องทำงานก่อนจะส่ายศีรษะ เขาคิดขึ้นมาแวบหนึ่งว่าจะลองเล่นเกมนั้นด้วยตัวเอง แต่ก็ตัดสินใจไม่ไปยุ่ง เพราะมันคงเป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
ศีรษะส่ายไปมาอีกครั้ง เขาหันหลังกลับและเดินจากไป ถึงแม้จะมีคำพูดอีกมากมายที่อยากจะพูด แต่เขาก็เลือกที่จะสะกดกลั้นพวกมันเอาไว้
‘สุดท้าย ฉันก็คาดหวังสูงเกินไปเองสินะ’
สมาชิกคนอื่น ๆ จากโครงการแลกเปลี่ยนเดินตามหลังเขาไป พวกเขาไม่ได้พูดอะไรเลยก็จริง ทว่าทุกคนล้วนแสดงสีหน้าคล้ายคลึงกันหมด
“อ-อ่า”
โรวานจ้องมองแผ่นหลังของพวกเขาที่กำลังห่างออกไป และกัดริมฝีปากตัวเอง
เขาหันศีรษะไปมองห้องทำงานของเซธกับคนอื่น ๆ ปากโพล่งออกมาโดยสัญชาตญาณ
“…ผมไม่ได้โกหกนะ”
เมื่อได้ยินเสียงของโรวาน เคเลนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นเพียงแค่ชั่วครู่เดียวก่อนที่เขาจะก้าวเดินต่อ เขาหมดความสนใจในตัวคนส่วนใหญ่ของแผนกนี้ไปแล้ว
ในมุมมองของเขา แผนกนี้ไม่จำเป็นต้องมีเลยด้วยซ้ำ
และมุมมองนั้นยิ่งกระจ่างชัดขึ้นตอนที่เขาเห็นหนึ่งในดาวรุ่งมากพรสวรรค์ของเจ้าพวกนั้นขวัญกระเจิงเพราะเกมเกมเดียว โคตรตล—
“คุณจะรู้สึกแบบเดียวกันถ้าได้ลองเล่นเกมนั้นเอง”
“ไม่สนครับ”
“แล้วถ้าผมพนันด้วยเศษผลึกล่ะ?”
“…..หืม?”
ในที่สุดเคเลนก็หยุดเดิน และเขาไม่ได้หยุดเพียงคนเดียว คนอื่น ๆ ทยอยหยุดตามกันทีละคน เสียงพึมพำแผ่วเบาแพร่กระจายไปทั่วกลุ่ม พวกเขาเริ่มกระซิบกระซาบใส่กันและกัน
‘แป๊ปนะ เมื่อกี้เขาบอกว่าอยากพนันด้วยเศษผลึกงั้นเหรอ?’
‘ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหม?’
‘เขาบ้าไปแล้วเหรอ?’
‘ศักดิ์ศรีมันค้ำคอขนาดนั้นเลย?’
แม้กระทั่งไคล์ โซอี้ และคนอื่น ๆ ก็ยังตกใจ พวกเขารีบหันไปมองโรวาน
“นายทำอะไรเนี่ย?”
“นายเสียสติไปแล้วเหรอ?”
เมื่อเห็นทุกคนจ้องมองมาที่เขาด้วยสีหน้าตกตะลึงและสับสนเหมือน ๆ กัน โรวานก็ขบกรามแน่น สายตาอันแหลมคมของเขาตวัดไปทางเคเลน ในบรรดาผู้คนทั้งหมดที่อยู่ตรงนี้ เคเลนเป็นคนที่ออกตัวแรงที่สุด
และก็เป็นคนที่โรวานคิดว่ามีโอกาสที่จะรับคำท้าพนันมากสุดเช่นเดียวกัน
“ไม่ได้ล้อเล่นนะ ผมให้เลยห้าชิ้นตามใจคุณถ้าเล่นเกมนั้นแล้วไม่หลุดอาการอะไรเลยได้น่ะ!”
คำพูดของเขาทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที
อย่างไรก็ตาม โรวานได้เตรียมใจเอาไว้แล้วเรียบร้อย
ความคิดของเขาหวนกลับไปถึงตัวเกม ประสบการณ์ อารมณ์ ความหวาดกลัวที่คืบคลานเข้ามาเกาะกุมทุกช่วงเวลาในเกม ยิ่งนึกถึงมากเท่าไหร่ หัวใจก็ยิ่งกระทุ้งอกเร็วขึ้นเท่านั้น มันถึงขนาดที่ว่าเขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ตัวเองสั่นอีกครั้ง
‘ใช่แล้ว… ความรู้สึกสยองที่ฉันแทบจะไม่เคยรู้สึกมาก่อนแบบนี้… ฉันตัดสินใจไม่ผิดหรอก ฉันคิดถูกแล้ว’
ทว่าดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนเดียวที่คิดเช่นนั้น
“เดี๋ยว โรวาน… คิดให้ดี ๆ ก่อน”
“อึ่ก”
โรวานสัมผัสได้ถึงฝ่ามือคู่หนึ่งจับบนไหล่ เขาจึงไล่ระดับสายตาขึ้นไป และพบว่าไคล์กำลังจ้องมองเขาด้วยสีหน้าที่สื่อถึงความกังวลใจออกมาแบบปิดไม่มิด
“อย่าไปสนใจคำพูดพวกนั้นเลย นายไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้ เศษผลึกมันก็ไม่ได้หากันง่าย ๆ ฉันรู้ว่านายใกล้จะเลื่อนลำดับได้แล้ว อย่าเอาเศษผลึกมาทิ้งกับเรื่องแบบนี้เลยนะ แค่—”
“ผมรู้”
โรวานตอบไคล์ด้วยความสงบนิ่ง พลางวางฝ่ามือลงบนข้อมือของไคล์แล้วดึงมันออกจากไหล่ตัวเอง
“ตอนนี้ผมใจเย็นอยู่ครับ เย็นกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว”
ถึงแม้ว่าจะตกหลุมพรางคำยั่วยุของพวกนั้นจริง โรวานก็ยังมั่นใจอยู่ดี เกมนั้นสามารถทำให้เขาตัวสั่นได้แม้จะไม่ได้เล่นมันมาหลายนาทีแล้ว เพราะอย่างนั้นเขาจึงมั่นใจว่าคนอื่น ๆ จะต้องตัวสั่นเหมือนกันแน่นอน
‘ไคล์กับโซอี้อาจจะไม่เป็นอะไรเพราะพวกนั้นใจแข็งกว่า แต่ฉันมั่นใจเลยว่าถ้าเป็นคนจากแผนกอื่นล่ะก็ต้องโดนเกมนั่นเล่นบ้างแหละ’
แม้ว่าเคเลนกับคนอื่น ๆ จะมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับโซอี้และไคล์ ทว่าความแตกต่างหลัก ๆ คือ โซอี้และไคล์อดทนกับอาการหวาดกลัวได้เยอะกว่ามาก เนื่องจากเนื้องานต้องเจอกับความผิดปกติอยู่ตลอดเวลา
ในทางกลับกัน เคเลนและพวกที่เหลือมักจะใช้พละกำลังในการเคลียร์เกตเป็นหลัก หากพวกเขาถูกโยนเข้าไปในฉากที่ใช้กำลังไม่ได้ผล โรวานมั่นใจเลยว่าพวกเขาจะเริ่มกลัวแบบเดียวกับที่เขาเคยรู้สึกเป็นแน่
‘ไม่สิ เจ้าพวกนั้นน่าจะทรมานกว่าด้วยซ้ำ’
พอจ้องมองพวกเขาแล้วเห็นสายตาที่มองกลับมายังตัวเองกับคนอื่น ๆ ฟันของโรวานก็ยิ่งขบกันแน่นขึ้น
ทุกวันนี้มันมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอกที่เขามั่นใจ แต่ ณ เวลานี้ เขามั่นใจในตัวเกมของเซธ
เขามั่นใจว่า มันจะสร้างแผลใจให้กับพวกนั้นได้แน่นอน
ดังนั้น เขาจึงจ้องมองเคเลนพลางยืดหลังตรง
“ว่าไงล่ะ? จะรับพนันไหม?”
“….”
บรรยากาศโดยรอบตกอยู่ในความเงียบสงัดในเวลาต่อมา ดวงตาทุกคู่สลับมองระหว่างโรวานกับเคเลน ไคล์พยายามพูดอะไรสักอย่างเพื่อคลี่คลายสถานการณ์แต่ก็ไร้ประโยชน์ สถานการณ์มันบานปลายเกินกว่าจะควบคุมได้แล้ว
ไม่ว่าไคล์จะพยายามพูดอะไรออกมา มันก็เหมือนกับว่าทุกคนหูหนวกกันไปหมดแล้วยังไงอย่างงั้น
และในที่สุด เคเลนก็เปิดปากตอบกลับโรวาน
“ขอผ่านครับ”
“ห๊ะ?”
“อะไรนะ…?”
ทว่าคำพูดที่ออกมาจากปากของเขากลับทำให้ทุกคนตกตะลึง เขาเพิ่งจะปฏิเสธไปใช่ไหม? อะไรกัน? ทำไมล่ะ…? นั่นมันเศษผลึกฟรี ๆ เลยนะ…
ในบรรดาทุกคนที่อยู่ตรงนั้น โรวานคือคนที่อึ้งที่สุด ปากของเขาขยับพะงาบ ๆ อยู่หลายครั้งเหมือนพยายามจะเค้นคำพูดออกมา นี่เขาโดนปฏิเสธงั้นเหรอ…?
เคเลนยักไหล่เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังมองเขา
“เศษผลึกห้าชิ้นมันไม่ได้เยอะสำหรับผมนี่นา ถึงได้มาก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี แล้วก็นะ… ผมเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มันสำคัญ ๆ ดีกว่ามานั่งเล่นเกมน่ะครับ”
เคเลนหาวเล็กน้อย เขามองคนอื่น ๆ และจากนั้นก็โรวาน ก่อนจะเก็บสายตาและหันกายอีกครั้งหนึ่ง ออกจากที่แห่งนั้นไปโดยไม่คิดจะหันกลับมาอีก
ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาดูไม่สนใจในตัวเกมเลยแม้แต่น้อย
***
“ฮืมม”
ผมเงยหน้ามองประตูแล้วรู้สึกได้ถึงความวุ่นวายขนาดย่อมจากทิศทางนั้นก็ขมวดคิ้ว มันน่ารำคาญนิดหน่อย แต่ก็ยังน่ารำคาญน้อยกว่าสภาพห้องของผมในตอนนี้
โดยเฉพาะ โต๊ะทำงาน
นอกจากแล็ปท็อปของผมแล้ว สิ่งของเกือบทุกอย่างถูกเขวี้ยงและกระจัดกระจายเกลื่อนทั่วห้อง เก้าอี้ล้มกองอยู่บนพื้น ส่วนบนผิวโต๊ะไม้ก็มีรอยแตกร้าวเป็นเส้นชัดเจน
“นี่มันน่ารำคาญจริง ๆ เลย…”
แต่ถึงจะพูดแบบนั้น ผมก็อดยิ้มออกมาไม่ได้อยู่ดี
“คึ้ก”
เมื่อนึกถึงปฏิกิริยาของโรวานและความหวาดกลัวที่แสดงออกมาชัดเจนบนใบหน้าของเขาตอนเล่นเกม ผมก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับตัวเอง
‘ใช่เลย แบบนี้สิปฏิกิริยาที่ฉันต้องการ สีหน้าที่มีแต่ความกลัวและความสิ้นหวัง… นั่นแหละที่ฉันอยากเห็น’
เดิมทีผมก็มั่นใจในเกมของตัวเองอยู่แล้ว แต่ตอนนี้น่ะเหรอ…? ผมยิ่งมั่นใจหนักกว่าเดิมอีก ภาพความทรงจำเกี่ยวกับสีหน้าของโรวานหวนกลับมาในหัว
ปฏิกิริยานั้นตอบโจทย์ทุกอย่างที่ผมต้องการ แบบเกินคาดด้วยซ้ำ
“เท่านี้ก็ถือว่าฉันทำเกมออกมาเสร็จสมบูรณ์แล้วล่ะนะ”
ถ้ามันสามารถทำให้คนอย่างโรวานกลัวได้ นั่นก็หมายความว่ามันสามารถทำให้ผู้คนส่วนใหญ่กลัวได้เช่นกัน นี่แหละคือสิ่งที่ผมต้องการ!
“ฉันมั่นใจว่าเกมนี้ต้องดังกว่าเกมก่อนแน่ ๆ แต่ยังไงก็ต้องมีการโปรโมตอยู่ดี”
โชคดีที่ผมรู้จักคนที่เหมาะสำหรับงานแบบนั้นพอดีเลย
ผมหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมา สายตาหยุดอยู่บนรายชื่อผู้ติดต่อของคนคนหนึ่ง
“ฉันว่ามันถึงเวลาที่นายต้องตอบแทนให้ฉันแล้วล่ะ”