นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #159 : เปิดตัวเกมใหม่ [3]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #159 : เปิดตัวเกมใหม่ [3]
“เอิ้กกก!”
หนึ่งร่างเกียจคร้านนั่งอยู่ภายในห้องขนาดเล็ก ท่อนขาทั้งสองวางพาดบนโต๊ะทำงาน ขยะสารพัดชนิดเกลื่อนกลาดตามพื้น ไอดริส เดียแมนทิส (Idris Diamantis) เกาหนวดเคราที่สั้นเป็นตอของตัวเอง พลางจิบเบียร์เงียบ ๆ ขณะไถโทรศัพท์มือถือ
‘สถิติเดือนนี้ไม่เลวแฮะ ฉันน่าจะทำเงินได้พอสมควรเลย ถึงจะยังติดท็อปสตรีมเมอร์ร้อยอันดับแรกไม่ได้ แต่ก็คงอีกไม่ไกลแล้วแหละ’
ด้วยความที่เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการกักกันลำดับชั้นที่สอง ไอดริสนับว่าเป็นคนที่มีฝีมือพอตัว
หากไม่ได้รับบาดเจ็บระหว่างออกปฏิบัติการครั้งหนึ่ง เขาก็คงไม่เกษียณตัวเองออกมาหรอก
โชคร้ายที่สถานการณ์บีบบังคับให้เขาต้องผันตัวมาสร้างคอนเทนต์ ปัจจุบันเขาสตรีมเกมเป็นประจำและทำคลิปวิดีโอต่าง ๆ เพื่อให้ฐานแฟนคลับเติบโต ซึ่งเขาทำเกี่ยวกับทุกอย่างตั้งแต่เรื่องเกม วิจารณ์ ไปจนถึงอะไรก็ตามที่เป็นกระแสเตะตาเขา
ถึงอย่างนั้น ณ เวลานี้ หน้าที่การงานของเขาก็เริ่มซบเซา
แม้ว่ารายได้จะยังคงดีอยู่ ทว่าการเติบโตกลับนิ่งสนิท เขาไม่เห็นผู้ชมหน้าใหม่หลั่งไหลเข้ามาติดตามช่องของตัวเองเลย
โดยปกติแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องดี เพราะมันหมายความว่าผู้ชมมีแต่จะลดลงอย่างเดียว ไม่มีสิทธิ์เพิ่ม
สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าเขาไม่รีบทำอะไรสักอย่างละก็ มีโอกาสสูงมากที่ยอดวิวจะเริ่มดิ่งลง
“แต่ทำไงได้ล่ะ?”
พักหลังมานี้ไม่มีอะไรน่าสนใจโผล่มาเลย ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันหรือเกม ไม่มีอะไรโดดเด่นจนเป็นกระแสเลยสักอย่าง
ตอนนี้ไอดริสติดแหง็ก ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เขากัดเล็บตัวเอง กำลังจะกดโทรศัพท์หาใครบางคน แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีข้อความหนึ่งเด้งเข้ามาเสียก่อน
“เจมี่?”
เมื่อเปิดข้อความดู สีหน้าของไอดริสก็เริ่มแปลก ๆ
“อะไรวะ…”
เนื้อความนั้นสั้นกระชับ
[เล่นเกมนี้แล้วทำคลิปซะ ไว้นายค่อยมาขอบคุณฉันทีหลังก็ได้]
“ห๊ะ?”
เขามองลงมาด้านล่าง เห็นไฟล์หนึ่งแนบมากับข้อความ ชื่อไฟล์ระบุว่า ‘เกม สำรอง 1’
“เดี๋ยว อะไรเนี่ย?”
ไอดริสพยายามโทรกลับหาเจมี่ทันที แต่สายก็ตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความเสียงทันทีไม่ต่างกัน ทำเอาเขาทั้งมึนงงและสับสนไปหมด ทำไมเจ้าตัวไม่ยอมรับสาย แล้วนี่เกมอะไรของมัน?
“หมอนั่นเป็นบ้าไปแล้วเหรอ?”
ไอดริสเกาข้างแก้ม ก่อนจะมองไปยังไฟล์นั้นอีกครั้ง
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงโหลดตัวเกมลงในคอมพิวเตอร์และกดเปิดมัน ไม่นานนัก หน้าอินเทอร์เฟซสุดแสนจะจืดชืดก็ปรากฏสู่ครรลองสายตา
“….”
เรียกว่า จืดชืด ยังถนอมน้ำใจเกินไปด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นอินเทอร์เฟซหน้าตาเหมือนขี้เกียจทำ มีเพียงข้อความไม่กี่บรรทัดประดับอยู่ ใบหน้าของไอดริสก็บึ้งตึง พลันเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์และพิมพ์หาเจมี่
[นี่อะไร?]
เขาไม่ต้องรอนานก็ได้รับการตอบกลับ
[เกมสยองขวัญน่ะ]
“อ่า…?”
ทว่าคำตอบที่ได้จากเจมี่กลับทำให้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว
เกมสยองขวัญ?
“นี่มุกเปล่าวะ?”
เจมี่เนี่ยนะไม่รู้ว่าเขาเป็นลำดับชั้นที่สอง? ไม่รู้ว่าเขามีประสบการณ์ในการรับมือกับสถานการณ์น่ากลัว?
หมอนั่นพยายามชวนเขาเล่นเกมไปเพื่ออะไรกัน?
“…ใช่เลย ต้องเป็นมุกแน่ ๆ”
[ฮ่าฮ่า ขำตายล่ะ นายเหงาใช่ไหม? จู่ ๆ ก็ส่งอะไรไร้สาระมาให้ฉันแบบนี้เนี่ย?]
ไอดริสส่ายศีรษะขณะพิมพ์ข้อความ พอมาคิดดูแล้ว เจมี่ก็มักจะเป็นแบบนี้แหละนะ
หมอนี่เป็นประเภทชอบเล่นมุกตลกอะไรทำนองนี้อยู่แล้ว
“เกมสยองขวัญ…”
ไอดริสรู้สึกอยากจะหัวเราะ
เขาเริ่มพิมพ์ส่งไปหาเจมี่อีกข้อความ
[คราวหน้าถ้านายอยากแกล้งฉัน อย่างน้อยก็ช่วยตั้งชื่อเกมกับทำอินเทอร์เฟซให้มันดีกว่านี้หน่อยเถอะ นี่มันงานเผาเกิ—]
[ไม่ได้แกล้ง เล่นเกมเหอะ]
นิ้วมือของไอดริสหยุดกึก เส้นคิ้วพลางขมวดเข้าหากันแน่น
ไม่ได้แกล้งงั้นเหรอ?
ตอนนี้เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาจริง ๆ แล้วสิ เขาหันความสนใจกลับไปทางหน้าอินเทอร์เฟซอันเรียบง่าย ยิ่งมองมัน เขาก็ยิ่งหงุดหงิด
ติ๊ง!
อีกข้อความหนึ่งเด้งเข้ามา
[นายเคยได้ยินเกม ‘หนึ่งวันธรรมดาในออฟฟิศ’ ไหม? คนสร้างเดียวกันเลย]
“อะไรนะ? ไอ้เกมห่วย ๆ นั่นน่ะเหรอ?”
แน่นอนว่าไอดริสย่อมรู้จักเกมนั้น เขาจะไม่รู้จักได้ยังไงล่ะ? เกมนั้นเคยฮิตติดกระแสอยู่ได้เดือนหนึ่งเลยนะ
เขาถึงขนาดลองเปิดใจเล่นมันเพราะเห็นหนังสือพิมพ์สองสามฉบับพูดถึงความวุ่นวายจากเสียงกรีดร้องที่ตัวเกมก่อขึ้น ไอดริสจึงลองเล่นเกมนั้นดูบ้างด้วยความอยากรู้
แต่ว่า…
ห่วยแตก ยิ่งกว่าห่วยแตก
เกมนั้นเป็นหนึ่งในเกมที่น่าเบื่อที่สุดเท่าที่เขาเคยเล่นมาในชีวิต วิดีโออะไรก็ตามที่เขาวางแผนจะทำเกี่ยวกับตัวเกมก็จำต้องพับทิ้งอย่างรวดเร็ว
เขาถึงขั้นทำเรื่องขอคืนเงินแต่ก็โดนปฏิเสธทันควัน กลายเป็นว่าเขาเสียเงินห้าดอลลาร์ไปกับเกมนั้น ซึ่งในมุมมองของเขา ราคาห้าดอลลาร์มันมากเกินไปด้วยซ้ำ
“เดี๋ยว นี่นายกำลังจะบอกว่าเกมนี้สร้างโดยคนเดียวกับที่สร้างขยะนั่นเนี่ยนะ?”
ไอดริสหันความสนใจไปทางหน้าอินเทอร์เฟซอีกครั้งหนึ่งแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ใบหน้าของเขาแปรเป็นแปลกพิลึก
“…แบบนี้ฉันยิ่งไม่อยากเล่นเข้าไปใหญ่เลย”
ต่อให้ไม่นับว่าเขาเป็นลำชั้นที่สองก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากความห่วยของเกมก่อนหน้านี้ที่หมอนี่เป็นคนพัฒนาขึ้นมา ไอดริสก็ยิ่งแน่ใจว่าเกมนี้จะต้องออกมาห่วยแตกไม่แพ้กัน ดีไม่ดีอาจจะแย่ยิ่งกว่าด้วยซ้ำ
ไอดริสหัวเราะหึ ๆ แล้วพิมพ์ข้อความหาเจมี่
[ถ้าคนสร้างคนเดียวกัน ฉันยิ่งไม่มีเหตุผลต้องเล่นเลยว่ะ ทางนี้มีงานต้องทำ ถ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ฉันไปล่ะนะ]
หลังจากส่งข้อความเสร็จ ไอดริสก็ส่ายศีรษะก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงบนเตียง
ติ๊ง! ติ๊ง!
โทรศัพท์ของเขายังคงส่งเสียงอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะปลิวไปแล้ว แต่ไอดริสก็ทำเป็นหูทวนลม
พอกันทีกับการฟังเรื่องไร้สาระของเจมี่ ไอดริสหาวเล็กน้อยพลางเอื้อมไปจับเมาส์ ตั้งใจจะกดออกเกม ทว่าในจังหวะที่นิ้วมือแตะโดนมัน เขากลับเผลอกดโดนเมาส์ซ้ายเข้า
คลิก!
ขณะที่เคอร์เซอร์เมาส์วนเวียนอยู่เหนือปุ่ม [เริ่ม] หน้าอินเทอร์เฟซเปลี่ยนทันทีที่เขาคลิกซ้าย
“อ๊า ชิบ”
ไอดริสขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด และขยับเมาส์ไปมาเพื่อจะออกจากเกม
แต่ตอนที่เขาเริ่มทำแบบนั้น ตัวเกมก็โหลดเสร็จพอดี
ทันใดนั้นเอง หน้าจอเปลี่ยนไป เผยให้เห็นห้องขนาดเล็กที่มีพื้นหินอ่อนลายตารางหมากรุก บันไดไม้ทอดยาวขึ้นไปด้านบน และประตูหลายบานเปิดอ้าเรียงรายตามผนัง สิ่งใดก็ตามที่อยู่เบื้องหลังประตูเหล่านั้นล้วนซ่อนเร้นภายใต้ความมืดอันล้ำลึกน่าสะพรึงกลัว
แสงมืดสลัวที่ปกคลุมทั่วพื้นที่ ขับเน้นกลิ่นอายลึกลับและหม่นหมองให้กับสภาพแวดล้อมโดยรอบ
ไอดริสชะงักทันทีที่เห็นบรรยากาศ
งานภาพกราฟิก…
จริง ๆ แล้วก็ไม่เลวเลยทีเดียว แม้จะเทียบไม่ได้กับเกมยุคใหม่ส่วนใหญ่ คือเอาเข้าจริง มันก็พอยอมรับได้
แต่ก็แค่นั้นแหละ
กราฟิกยอดเยี่ยม แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจจากเขา
อย่างน้อยนั่นคือความคิดของเขา จนกระทั่งมีแสงสว่างวาบขึ้นมาฉับพลัน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เขาไม่มีทางฟังผิด มันดังสะท้อนมาจากประตูบานหนึ่งไกล ๆ
แสงสว่างเป็นจุดกลม ๆ ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันจากด้านหลังความมืดที่บดบังภายในประตูบานไกล มันลอยกลางอากาศ ก่อนจะค่อย ๆ ขยับขยาย สว่างมากขึ้นทุกครั้งที่เสียงสะท้อนของฝีเท้าคืบคลานเข้ามาใกล้
ตั่ก ตั่ก—
เสียงฝีเท้าเหล่านั้นเชื่องช้า ทว่าเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
เสียงขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ แสงไฟขยายกว้างสาดความเจิดจ้าไปทั่วหน้าจอราวกับไฟฉายกำลังกวาดผ่านความมืดมิด มันหยุดอยู่ห่างจากหน้าจอหลักเพียงไม่กี่นิ้ว ทำให้จ้องมองได้ลำบาก
จากนั้น—
แสงนั้นเลื่อนลงต่ำ เผยให้เห็นใบหน้าของหญิงชราคนหนึ่งผู้มีดวงตากลวงเปล่า
“อ้อ คุณมาแล้วสินะ”
ไอดริสกลั้นลมหายใจ