นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #158 : เปิดตัวเกมใหม่ [2]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #158 : เปิดตัวเกมใหม่ [2]
“ทำไมนายไม่รับคำท้าไปล่ะ? เศษผลึกง่าย ๆ เลยนะ”
เซเรลิธเอ่ยถามขณะก้าวตามหลังเคเลน พร้อมกับทัดปอยผมยาวสีขาวแพลทินัมไว้หลังใบหู
เธอไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลที่เคเลนปฏิเสธคำท้าพนันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยสักเท่าไหร่ เขาในภาพจำของเธอไม่ใช่คนที่จะหลบเลี่ยงการเดิมพันที่ชนะง่ายดายขนาดนี้ อันที่จริง เขาค่อนข้างมีชื่อเสียงด้านนิสัยชอบฉวยโอกาสด้วยซ้ำ
ทำไมเขาถึงปฏิเสธคำท้ากล้วย ๆ แบบนี้กันนะ?
เซเรลิธไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่สงสัย คนอื่น ๆ ต่างก็สงสัยเรื่องเดียวกัน พวกเขาทุกคนจ้องมองร่างเงียบงันของเคเลน
“…หืม?”
เคเลนรู้สึกถึงสายตาของทุกคน จึงหยุดฝีเท้าและหันหลังกลับ
สุดท้าย สายตาของเขาเลื่อนไปมองเซเรลิธ
เธอกล่าวอีกครั้งหนึ่ง
“ถึงนายจะมีเศษผลึกเยอะแล้วก็เถอะ แต่ห้าชิ้นมันก็ค่อนข้างเยอะอยู่นะ นายไม่ใช่ประเภทที่จะยอมปล่อยจำนวนขนาดนี้หลุดมือไปง่าย ๆ นี่ ทำไมถึงปฏิเสธล่ะ?”
เคเลนอ้าปากแต่ไม่นานก็หุบลง เขาคลี่ยิ้มและส่ายศีรษะ
“ก็อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้นั่นแหละ ผมเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า”
“นั่น…”
“ถ้าเธออยากเล่นเกมนั้นผมก็ไม่ห้ามหรอกนะ รับคำท้าแทนผมได้เลย”
คิ้วของเซเรลิธขมวดมุ่นยิ่งกว่าเก่า ทว่าก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ เคเลนก็หันกลับและเริ่มขยับเท้าไปเสียแล้ว
ในระหว่างที่ก้าวเดิน เขาก็นึกถึงคำพูดของเธอ
ทำไมเขาถึงปฏิเสธคำท้าพนันน่ะเหรอ?
คำตอบนั้นค่อนข้างเรียบง่าย
‘ทั้งหมดนั่นเป็นแผนปั่นหัวกันชัด ๆ’
เคเลนไม่คิดแม้แต่วินาทีเดียวว่าโรวานเป็นคนประเภทที่จะเสนอการเดิมพันเพียงเพราะขุ่นเคืองกับคำพูดของเขา โรวานไม่ได้โง่ขนาดนั้นในสายตาของเขา
เบื้องหลังนั้น มันต้องมีแผนการอะไรสักอย่างซ่อนอยู่แน่นอน
‘ถ้าฉันเดาไม่ผิด มันน่าจะเป็นการจัดฉากล่อให้ฉันเล่นเกม แล้วพวกเขาก็คงแอบวางไอเทมอะไรสักอย่างให้ฉันแพ้พนัน’
เคเลนไม่ได้หัวอ่อนถึงขนาดตกหลุมพรางอะไรแบบนี้ ไม่อย่างนั้นคนคนหนึ่งจะมาพนันโง่ ๆ แบบนั้นไปทำไมกันล่ะ?
ทำอย่างกับว่าเกมจะทำให้เขากลัวได้งั้นแหละ
มันเป็นกับดักอย่างไม่ต้องสงสัย กับดักที่ออกแบบมาเพื่อให้เขาอับอายต่อหน้าทุกคน
“ฮะฮะ”
เคเลนหัวเราะกับตัวเองพลางส่ายศีรษะ คิดเหรอว่าเขาจะหลงกลง่าย ๆ น่ะ แต่ถึงแม้จะรู้สึกว่าสถานการณ์มันออกไปทางตลกขบขัน รอยยิ้มกลับหายไปจากใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว
‘ไม่นึกเลยว่าพวกนั้นจะใช้ลูกไม้ชั้นต่ำแบบนี้…’
ดวงตาของเคเลนทอประกายเย็นเยียบ
‘อยากให้เล่นเกมนักใช่ไหม? ไม่ต้องห่วง ฉันเล่นแน่’
เพียงแต่…
มันจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของเขา
‘ขอดูหน่อยแล้วกันว่ามันจะทำอะไรฉันได้บ้าง’
***
“ขอบคุณทุกคนที่มาดูสตรีมกันในวันนี้นะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันค่อยมาสตรีมใหม่ ขอให้เป็นวันที่ดี แล้วเจอกัน!”
เจมี่เอื้อมไปจับเมาส์และปิดสตรีม
คลิก!
หลังจากตรวจสอบซ้ำอีกครั้งจนแน่ใจว่าปิดสตรีมเรียบร้อยแล้วจริง ๆ เจมี่ก็ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้พลางถอนหายใจ
“เฮ้อออ…”
เขาเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ช่วงนี้บัญชีช่องของเขาได้รับความนิยมพุ่งสูงอย่างกะทันหัน เขาจึงเพิ่มชั่วโมงสตรีม จากเมื่อก่อนที่เคยสตรีมวันละประมาณหกชั่วโมง ตอนนี้เขาสตรีมถึงหลักสิบชั่วโมงเข้าไปแล้ว
และความทุ่มเทนั้นก็เริ่มเห็นผล
เจมี่จ้องมองยอดผู้ชมสูงสุด [13,081] ด้วยความรู้สึกเบิกบาน
นี่เป็นตัวเลขที่เขาได้แต่ฝันในอดีต ทว่านับตั้งแต่สตรีมที่เขาทำร่วมกับเซธ จำนวนคนที่เข้ามาดูช่องของเขาก็เพิ่มขึ้นมหาศาล
‘ใครมันจะไปคิดว่าแค่แกล้งกันขำ ๆ หวังเอาใจโซอี้จะกลายเป็นพรฟ้าประทานให้กับชีวิตการงานของฉันกันล่ะ?’
แล้วรู้ไหมว่าส่วนที่เลิศที่สุดในทั้งหมดนี้คืออะไร?
เขายังไม่ได้รับการโปรโมตจากโซอี้เลยด้วยซ้ำ
เจมี่รู้อยู่แก่ใจว่าทันทีที่โซอี้โปรโมตสตรีมของเขา ยอดผู้ชมก็จะยิ่งกว่าพุ่งติดจรวด
ขอแค่เขากดส่งไปข้อความเดียว อันดับท็อป 100 สตรีมเมอร์ของมาโลเวียก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ความคิดนั้นเย้ายวนใจไม่รู้จบจนเขาถึงกับเอาแต่จับ ๆ วาง ๆ โทรศัพท์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก”
ถึงอย่างนั้น เจมี่ก็ยังคงหักห้ามใจตัวเองเอาไว้ เพราะมันยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
แม้ว่าตัวเลขผู้ชมจะเพิ่มขึ้นจริง ทว่าคุณภาพสตรีมของเขากลับไม่ได้พัฒนาขึ้นมากนัก เขารู้ว่าหากยังเป็นแบบนี้ต่อไป กระแสขาขึ้นของเขาก็จะร่วงลง และเขาก็จะกลับไปสู่จุดเดิมที่ตัวเองเคยอยู่
โชคดีที่รายได้ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เขาจึงนำเงินไปปรับปรุงคุณภาพสตรีมของตัวเองให้ดีขึ้นมาได้นิดหน่อย
แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นแหละ เขายังต้องพัฒนาอีกเยอะอยู่ดี
ตื้ดดด—!
“หืม?”
เมื่อจู่ ๆ ก็ได้รับการแจ้งเตือน เจมี่จึงหันศีรษะไปมองโทรศัพท์ของเขา เห็นข้อความที่ปรากฏขึ้นกะทันหัน ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจข้อความนั้นเท่าไหร่นัก แต่ทันทีที่เห็นว่าใครเป็นคนติดต่อมา สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยน
เขากุลีกุจอลุกขึ้นนั่งตัวตรงและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
ก่อนที่จะได้มีโอกาสอ่านข้อความอย่างละเอียด เขาก็เห็นสายโทรเข้าของเบอร์หนึ่ง จึงกดรับสายด้วยความว่องไว
“โย่—”
— ผมมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย
ปลายสายไม่แม้แต่จะเปิดช่องว่างให้เจมี่ได้ทักทาย เซธเข้าประเด็นทันควัน
“มีเรื่องให้ช่วย?”
เจมี่กะพริบตาปริบ ๆ หลายครั้งก่อนจะทรุดตัวกลับไปหาเก้าอี้ ความคิดต่าง ๆ นานาหมุนติ้วเต็มสมองจนกระทั่งเขาถึงบางอ้อในที่สุด
“นายทำเกมใหม่เหรอ?”
— ใช่
“ฮ่า”
เจมี่ไม่ได้ประหลาดใจเลยสักนิดกับข่าวปุบปับนี้ เซธค่อนข้างเงียบหายไปพักใหญ่แล้ว เขาเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเจ้าตัวกำลังทำอะไรหลังจากประสบความสำเร็จในเกมแรก เขาอยากรู้ว่าเซธจะปล่อยเกมถัดไปออกมาเมื่อไหร่
‘ดูเหมือนเกมที่ว่านั่นจะพร้อมแล้วสินะ’
“ที่โทรมาหาคืออยากให้ช่วยโปรโมตเกมว่างั้น?”
— …ใช่
เจมี่พยักหน้า เขาพอเดาเอาไว้บ้างแล้วว่ามันจะมีเรื่องอะไรทำนองนี้
แต่ว่า…
“ฉันคงช่วยนายตรง ๆ ไม่ได้เพราะงานฉันมันคนละสายกัน แต่ฉันแนะนำคนที่สามารถโปรโมตเกมให้ได้นะ คิดว่าไง?”
— แบบนั้นก็ได้ ขอแค่ช่วยโปรโมตเกมได้ก็พอ
“ไม่ต้องห่วง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันได้เลย พอดีรู้จักคนเหมาะ ๆ อยู่คนหนึ่งน่ะ”
เจมี่ตบอกตัวเองด้วยความมั่นใจ
และในจังหวะนั้นเอง เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าของเขาตึงขึ้นเล็กน้อย
“เดี๋ยวนะ พอมาคิดดูแล้ว เกมของนายน่ากลัวกว่าเกมก่อนด้วยรึเปล่า?”
— ใช่ ทำไมเหรอ?
“โอ้ โล่งอกไปที”
ใบหน้าของเจมี่ผ่อนคลายลง
“คืออย่างนี้ ฉันกะว่าจะแนะนำนายให้กับคนที่ไม่ค่อยจะธรรมดาคนหนึ่งน่ะ เขาเคยเป็นสมาชิกของกิลด์มาก่อน แถมงานหลัก ๆ ยังเป็นการลุยเกตด้วย เขาก็เลยทนเรื่องสยองได้เยอะพอตัว ถ้าเกมของนายไม่น่ากลัวเท่าเกมที่แล้วล่ะก็—”
— เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก
เสียงอันสงบนิ่งของเซธสะท้อนผ่านทางโทรศัพท์
— เกมนี้น่ากลัวกว่าเกมก่อนแน่นอน มันน่าจะทำให้คนส่วนใหญ่กลัวได้แบบสบาย ๆ เลยล่ะ ต่อให้เป็นคนที่เคยอยู่ในกิลด์ก็เถอะ
เจมี่เลิกคิ้วขึ้น
“มั่นใจขนาดนั้นเลย?”
น้ำเสียงของเซธดูไม่เหมือนคนขาดความมั่นใจเลยสักนิดตอนที่พูดถึงเกมตัวเอง นั่นทำให้เจมี่ยิ้มออกมา
“เอาล่ะ ถ้านายมั่นใจขนาดนั้น ฉันจะติดต่อกับเพื่อนคนนี้ให้ ลองดูกันว่าจะเวิร์กไม่เวิร์ก”
— งั้นผมส่งไฟล์เกมให้เลยนะ
“โอเค ส่งมาได้เลย ฉันจะติดต่อเขาเดี๋ยวนี้แหละ เสร็จแล้วจะทักไปบอก”
เจมี่ดึงโทรศัพท์ออกแล้วเลื่อนดูรายชื่อผู้ติดต่อ ก่อนจะหยุดสายตาลงบนรายชื่อหนึ่ง
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็กดโทรออกโดยไม่ลังเล
‘ถ้าเขาไม่ได้โม้ล่ะก็ งานนี้น่าจะได้ประโยชน์กันทั้งคู่แหละนะ’