นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #161 : เปิดตัวเกมใหม่ [5]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #161 : เปิดตัวเกมใหม่ [5]
“โอเค ดูเหมือนเราจะมีตัวเลือกเยอะเลยทีเดียว มีประตูหลายบานให้เราเข้าไปได้ แต่ละบานน่าจะมีเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับสามีของยายแก ผมเดาว่าแต่ละประตูน่าจะมีความท้าทายแตกต่างกัน และ ‘ความน่ากลัว’ ก็น่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามห้องที่เราเดินเข้าไป”
เมื่อเข้ามาในห้อง ไอดริสก็เริ่มพากย์บรรยาย ในฐานะเกมเมอร์ผู้มีประสบการณ์โชกโชนด้านเกตประเภทความผิดปกติ เขาย่อมคุ้นเคยกับสถานการณ์จัดฉากแบบตอนนี้เป็นอย่างดี
สำหรับเขาแล้ว ของแค่นี้ถือว่าเด็ก ๆ
“โอเค ประตูบานแรกดูเหมือนจะนำเราตรงไปที่ห้องครัว”
ไอดริสลากเคอร์เซอร์ผ่านหน้าจอช้า ๆ ดวงตาจับจ้องสภาพแวดล้อมที่ปรากฏ ภายในห้องอาบย้อมไปด้วยเงามืด มีเพียงหลอดไฟดวงเดียวที่ส่องแสงริบหรี่ แกว่งไปมารวยรินติดกับสายไฟหลุดลุ่ยด้านบน
กระเบื้องหินอ่อนสีขาวบนพื้นแตกร้าวและมีสีด่างคล้ายกระดูกที่ถูกทิ้งไว้ในความมืดนานจนเกินควร เตาแก๊สธรรมดาเตาหนึ่งเป็นเงาตะคุ่มอยู่ตรงมุมห้อง ในขณะที่บรรดาตู้เก็บของครัวเปิดอ้าอยู่ด้านบน ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบา ๆ เผยให้เห็นความว่างเปล่าข้างใน
แอ๊ด…
เสียงนั้นเล็ดลอดเข้ามาในห้องของไอดริส เขาเลิกคิ้วขึ้น
“หืม ออกแบบมาได้ดีพอสมควรเลยนะเนี่ย แต่… ผมว่ามันยังไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่ สภาพห้องดูเหมือนไม่ได้ใช้งานค่อนข้างนานแล้ว และพวกเราทุกคนก็รู้ ๆ กันอยู่ว่ายายแกอาศัยอยู่ที่นี่ ดูสิ”
ไอดริสชี้ไปยังบริเวณหนึ่งที่เขาสังเกตเห็นฝุ่นและใยแมงมุม
เขาส่ายศีรษะ
“…ชัดเลยว่าคนเขียนโปรแกรมพยายามสร้างบรรยากาศให้ดูน่ากลัวเกินไป แต่ถ้าจะทำก็ต้องนึกถึงความสมจริงด้วย ไม่งั้นมันจะรู้สึกฝืน ๆ”
ไอดริสเลียริมฝีปาก กวาดมองโดยรอบต่อไปพร้อมทั้งวิจารณ์ทุกสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ตัวเองเห็น
ด้วยความหงุดหงิดที่มีอยู่เป็นทุนเดิม เขาจึงไม่คิดจะยั้งปาก ทุกคำพูดตรงไปตรงมาอย่างเลือดเย็น สับตัวเกมเละเทะไม่มีชิ้นดี
“แล้วก็ยังมีความรู้สึกหน่วง ๆ นิดหน่อยตอนขยับตัวละครด้วย ซึ่งมันทำให้เสียอารมณ์ไปพอสมควรเลย แต่ก็เอาเถอะ ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ยังไงนี่ก็เป็นผลงานของมือใหม่ในวงการ แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังนับว่ามีการพัฒนาถ้าเทียบกับเกมก่อน ๆ ของเขา เพราะงั้นผมจะให้เครดิตเขาสัก— หือ?”
ไอดริสหยุดพูดครู่หนึ่ง ฝ่ามือเลื่อนเคอร์เซอร์ไปยังจุดที่เขาพบอะไรบางอย่างกะทันหัน
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน พลางควบคุมตัวละครไปข้างหน้า
“อะไรวะ…”
ตรงช่องว่างระหว่างตู้เก็บของครัวกับเตาทำอาหาร เขาสังเกตเห็นรอยจาง ๆ บนผนัง ตอนแรกเขาไม่เห็นเพราะแสงไฟสลัว แต่พอขยับเข้าไปใกล้ ในที่สุดเขาก็มองเห็นมัน
คิ้วของเขาเลิกสูงขึ้นทันทีที่เห็นรอยเครื่องหมายนั้น
มันคือ…
ลูกศรชี้ลง?
“เดี๋ยวนะ”
ไอดริสขมวดคิ้วด้วยความสับสน แต่พอเพ่งมองใกล้ขึ้น เขาก็จับสังเกตได้ว่าปลายลูกศรชี้ตรงกับช่องแคบ ๆ ข้างเตาทำอาหารพอดี
เขาค่อย ๆ ขยับตัวละครไปข้างหน้าอย่างลังเล เงามืดวูบไหว และตรงจุดที่พ้นขอบข้าวของเครื่องใช้ มีอะไรบางอย่างสะดุดสายตาของเขา อะไรบางอย่างขนาดเล็กที่เขามองเห็นเพียงบางส่วน นอนนิ่งอยู่บนพื้นกระเบื้องอันเย็นเยียบ
“กระดาษงั้นเหรอ?”
ไอดริสลากเคอร์เซอร์ไปที่แผ่นกระดาษ แล้วกระดาษก็เลือนหายไปจากจุดนั้น ปรากฏขึ้นในมือตัวละครของเขา
เสียงลากดังแผ่วเบาพร้อม ๆ กับการกระทำดังกล่าว น่าจะใส่มาเพื่อบ่งบอกว่าตัวละครได้เคลื่อนย้ายเตาทำอาหารไปข้างหน้าเพื่อหยิบกระดาษ
ไอดริสไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนักแล้วจ้องมองไปที่กระดาษ
[ฉันคิดว่าเธอกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่]
[ชู้รึเปล่า? ไม่รู้สิ เธอก็แค่ไม่ยอมให้ฉันเข้าไปในห้องนั้น]
[เธอบอกว่าเป็นห้องของสามีเก่า ฉันไม่แน่ใจเท่าไหร่ เธอไม่ยอมให้ฉันเข้าไปเลย]
[ข้างในนั้นเหม็นมาก]
[ฉันควรจะหย่ากับเธอดีไหม?]
ไอดริสขมวดคิ้ว นิ้วมือปัดผ่านแป้นคีย์บอร์ดขณะจ้องมองข้อความ
“ปัญหาภายในครอบครัว? อืม… ดูเหมือนว่าสามีจะสงสัยว่าเธอนอกใจ แล้วก็มีเรื่องห้องของสามีเก่าเข้ามาเกี่ยวด้วย จะเล่นประเด็นความหึงหวงงั้นเหรอ?”
ความคิดของไอดริสเริ่มวิ่งวน รูปแบบสถานการณ์ทุกความเป็นไปได้เริ่มก่อตัวขึ้นในสมองของเขา
“ดูจากสถานการณ์ปัจจุบันของเราแล้ว นี่น่าจะเป็นเกมสยองขวัญแนวไขปริศนา เราต้องหาเบาะแสเกี่ยวกับการหายตัวไปของสามี และถ้าอิงจากจดหมาย เป้าหมายของเราก็ควรจะเป็นการเข้าไปในห้องของ ‘สามีคนเก่า’ แต่ยายแกก็ดูน่าสงสัยเหมือนกัน เราต้องระวังเธอหน่อยแล้วล่ะ”
ขณะที่เอ่ยคำเหล่านั้น ไอดริสไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าน้ำเสียงของตัวเองจริงจังขึ้นกว่าเดิมมาก เขาเริ่มเล่นเกมจริงจังมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว
นี่คือสิ่งที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังไม่ทันสังเกตเห็น เขามองรอบห้องครัวเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติมก่อนจะออกมา
“ดูเหมือนตรงนี้จะไม่มีอะไรแล้ว กลับไปข้างนอกกันดีกว่า”
เมื่อเคลื่อนตัวออกจากห้องครัว สายตาของไอดริสก็ตกกระทบบนร่างหญิงชรา เธอยังคงปรากฏตัวอยู่ตรงจุดเดิมที่เขาแยกจากเธอก่อนหน้านี้ รอยยิ้มไร้ฟันและดวงตากลวงเปล่าของเธอเล็งตรงมาทางเขา
“เจออะไรบ้างไหมคะ? ฉันยินดีช่วยคุณเสมอค่ะ สามีของฉันเป็นคนดีมาก ๆ ถึงพักหลังมานี้เขาจะป่วยหนักก็เถอะ ถ้าวันนั้นเขากินยา…”
พอได้ฟังคำพูดของหญิงชรา ไอดริสก็เดาะลิ้นจิ๊ปาก
“เกมนี้มัน…”
การที่ไม่สามารถโต้ตอบอะไรกับหญิงชราได้เลยทำให้เขาหัวเสีย ไม่อย่างนั้นเขาคงถามเธอไปแล้วว่าห้องของสามีเก่าอยู่ตรงไหน
ท้ายที่สุดเขาก็ส่ายศีรษะ เดินตรงไปยังอีกห้องหนึ่งที่อยู่ชั้นเดียวกัน
ห้องนั้นขยายกว้างอยู่เบื้องหน้าเขา กว้างขวางยิ่งกว่าห้องครัวอันคับแคบ พื้นที่ภายในรกรุงรังเต็มไปด้วยโซฟาเก่า ๆ พรมขาดวิ่น และภาพวาดสีซีดจางที่แขวนเบี้ยว ๆ บนผนัง ทว่าแม้ขนาดจะกว้างใหญ่
ฝุ่นกลับปกคลุมทุกตารางนิ้ว จับตัวกันหนาเตอะจนให้ความรู้สึกหายใจลำบาก ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่เคยผ่านการทำความสะอาดมานานหลายปี
ตึง!
ในจังหวะที่ไอดริสมองรอบข้างตัวเองอย่างถี่ถ้วน เสียงเพลงทำนองหนึ่งก็เริ่มบรรเลงกลางอากาศ คิ้วของไอดริสกระตุกขึ้น
“…..?”
เขาเลื่อนเมาส์ไปทางต้นกำเนิดเสียงดนตรีอันแผ่วเบา ไม่นานนัก สายตาของเขาก็จอดอยู่ตรงเครื่องเล่นแผ่นเสียงเก่า ๆ ที่วางอยู่ข้างโต๊ะไม้ผุพัง แผ่นเสียงหมุนวนท่ามกลางความเงียบสงัดชวนขนหัวลุก เปล่งเพียงเสียงครืดคราดบางเบาออกมา
ไอดริสกลืนน้ำลายพลางจ้องมองเครื่องเล่นแผ่นเสียง เขาขยับตัวละครไปข้างหน้าเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ตรงหน้ามัน แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นลูกศรแปลก ๆ แบบเดิมที่สลักบนโต๊ะ ชี้ตรงไปยังแผ่นเสียง
ไอดริสคลิกซ้าย และแผ่นเสียงก็หายไป แสดงขึ้นมาเป็นจดหมายอีกฉบับ
[หมอบอกว่าฉันป่วย]
[…เหมือนจะวินิจฉัยว่าฉันเป็นอัลไซเมอร์ประมาณนั้น]
[ช่วงนี้ฉันจำอะไรไม่ค่อยได้เลย ก่อนหน้านี้ฉันกังวลเรื่องอะไรอยู่นะ?]
[ใช่สิ… เหมือนว่าจะเป็นเรื่องอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสามีเก่าของเธอมั้ง ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แล้วช่วงนี้ฉันก็เริ่มเห็นอะไรแปลก ๆ ด้วย แต่พอหลับตา ทุกอย่างก็สงบลงตลอด]
[เป็นเพราะอาการป่วยของฉันงั้นเหรอ?]
[หวังว่าอาการมันจะดีขึ้นนะ]
“….”
ใบหน้านิ่วคิ้วขมวดของไอดริสยิ่งถมึงทึงเมื่ออ่านจดหมายฉบับนี้ เขาเริ่มปะติดปะต่อจดหมายทั้งสองฉบับเข้าด้วยกัน แล้วสถานการณ์ความเป็นไปได้แบบใหม่ก็เริ่มผุดขึ้นในความคิดของเขา
‘หรือว่าเขาไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์ แต่โดนยายแกวางยา? ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ายายคนนี้มีลับลมคมนัยแปลก ๆ บางทีสามีเก่าอาจจะยังมีชีวิตอยู่แล้วรวมหัวกับเธอเพื่อทำอะไรสักอย่างกับหมอนี่ก็เป็นไปได้’
ยิ่งไอดริสครุ่นคิดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องราวอาจจะเป็นตามที่ตัวเองคิด
“แน่ใจเหรอคะ? เขาอาจจะเป็นแค่โรคอัลไซเมอร์ธรรมดา ๆ ที่หายตัวไปหลังออกจากบ้านเพราะลืมทางกลับก็ได้นะคะ”
“ใช่ นั่นก็เป็นไปได้เหมือนกัน แต่ผมไม่คิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้นหรอก เรื่องพวกนี้มันไม่เคยง่ายขนาดนั้นอยู่แล้ว”
“คุณคิดอย่างงั้นเหรอคะ?”
“ใช—!!!”
ดวงตาของไอดริสเบิกโพลงด้วยความตกใจ สองมือผละจากคีย์บอร์ดและเมาส์ ร่างกายกระเถิบตัวถอยหลัง จ้องมองหน้าจอตาค้างพลางมองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว
สายตาของเขาสะบัดไปยังมุมห้อง และตรงจุดนั้นเอง… หญิงชราคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้จนน่าขนลุก ฝ่ามือผอมแห้งของเธอกำตะเกียงสีหมองคล้ำเอาไว้
“….!”
เธอกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้มบางไม่น่าไว้วางใจ สายตาของเธอจับจ้องค้างที่เขาราวกับว่าเธอสามารถ… มองเห็นและได้ยินเขาจริง ๆ
ไม่ใช่ตัวละครในเกม แต่เป็น… ตัวเขาเอง
ร่างกายของไอดริสแข็งเกร็งขณะมองเธอ เขาลดสายตาลงมาจ้องมองมือของตัวเอง
ตอนนั้นเขาถึงได้รู้ตัว…
มือของเขา
มันกำลังสั่นระริก