นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #2 : ตัวตลก [1]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #2 : ตัวตลก [1]
[ยินดีต้อนรับ นักพัฒนาหน้าใหม่!]
“….อ้ะ?!”
ทันทีที่ผมลืมตาตื่น ข้อความแจ้งเตือนโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ทิวทัศน์หลังข้อความนั้น ทำให้ผมได้รู้ว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ใจกลางโรงละครโอเปร่าโอ่อ่าตระการตา
ไฟทุกดวงดับสนิท ม่านหนาทึบปิดปกคลุม แถวที่นั่งว่างเปล่าทอดยาวไปจนสุดขอบความมืดมิด แม้แต่ที่นั่งชั้นลอยด้านบนก็ไร้วี่แววแห่งชีวิต
ทุกอย่างให้ความรู้สึกใจคอไม่ดีไปหมดเลย?
ทั่วร่างของผมชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ
“…..”
นี่ผมทำงานหนักเกินไปเหรอ?
ผมลองหยิกแก้มตัวเองดู ความเจ็บปวดยังคงแล่นชัดเจน
งั้นก็แปลว่า…?
[นี่ไม่ใช่ภาพหลอนหรือความฝัน! นี่คือฉากของจริงจากระบบนักพัฒนาเกมสยองขวัญ!]
ข้อความแจ้งเตือนใหม่กะพริบขึ้นมา ท้องของผมเริ่มปั่นป่วน
[คุณคือผู้โชคดีที่ได้รับเลือกโดยระบบนักพัฒนาเกมสยองขวัญ]
[สรุปคือ เราจะช่วยคุณสร้างเกมสยองขวัญชั้นยอดเอง!]
“ไม่เอา ฉันไม่ต้องการ ปล่อยฉันออกไป”
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ผมไม่อยากมีส่วนร่วมแม้แต่น้อย
ตอนนี้ผมรู้สึกมวนท้องไปหมดแล้ว
‘อา… อยากจะอ้วกชะมัด’
[ได้โปรดอย่ากังวลไป! หากคุณไม่พอใจในบริการของเรา คุณสามารถยกเลิกได้ทุกเมื่อ!]
[เรามุ่งมั่นที่จะมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่คุณ]
โอ้ แหล่มเป็ด
งั้นก็ยกเลิกให้ผมเดี๋ยวนี้เลย
เพียงชั่วครู่นั้นเอง อาการปวดท้องเริ่มทุเลาลง
ทว่ามันเป็นเพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น
[ก่อนที่คุณจะตัดสินใจ เราจะให้คุณดำเนินการตามฉากสักบทก่อน]
“อ่า”
เสียงแห่งความปั่นป่วนในท้องกลับมาอีกครั้ง แบบฉบับที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
เกลียวคลื่นแห่งความรู้สึกไม่สบายใจซัดสาดเข้ามาในจิตใจ
[แต่ได้โปรด อย่าเพิ่งกังวล!]
[เราจะมอบแพ็คเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ให้แก่คุณเป็นของขวัญต้อนรับ]
[ไม่เพียงเท่านั้น เรายังมอบข้อมูลพิเศษที่เกี่ยวข้องกับฉากให้แก่คุณด้วย!]
[ทั้งหมดนี้เพื่อให้คุณกลายเป็นนักพัฒนาเกมที่เก่งกาจยิ่งขึ้น!]
ปุ้ง!
สิ่งของหลายอย่างปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับร่ายมนตร์
ผมรีบคว้าพวกมันเอาไว้ทันที
“นี่มันอะไรกัน…?”
เมื่อก้มลงมอง ผมถึงได้รับรู้ตัวตนของทั้งสี่ชิ้น: หน้ากากสีขาว แผ่นกระดาษเปล่า วิทยุสื่อสาร และที่อุดหู
มีหน้าต่างขนาดเล็กปรากฏขึ้นเหนือของแต่ละชิ้น
เมื่อเพ่งดูใกล้ ๆ ผมก็เห็นว่าสิ่งของทุกชิ้นมีชื่อและคำอธิบายสั้น ๆ เขียนกำกับไว้
─────
[หน้ากากว่างเปล่า]
หน้ากากธรรมดาสำหรับปกปิดตัวตนของคุณ มีหลากหลายสไตล์ให้คุณได้เลือกสรร
: ไม่จำกัดจำนวนครั้งการใช้
[ใบพิมพ์ความคิด]
สามารถวาดทุกสิ่งทุกอย่างตามที่คุณคิดได้
: ใช้ได้ [1] ครั้ง
[ที่อุดหู]
ป้องกันจากเสียงดนตรีทุกประเภทเป็นเวลาสิบนาที
: ใช้ได้ [1] ครั้ง
[วิทยุสื่อสาร]
ก็แค่วิทยุสื่อสารแบบพกพาธรรมดาเครื่องหนึ่ง
: ไม่จำกัดจำนวนครั้งการใช้
─────
…ใช้ได้ครั้งเดียว?
ที่อุดหู? หน้ากาก? ใบพิมพ์ความคิด? วิทยุสื่อสาร? นี่คือแพ็คเริ่มต้นที่ว่าเหรอ?
อันนี้คือมุกใช่ไหม?
ผมจะเอาของพวกนี้ไปทำไมล่ะ? ของสี่ชิ้นนี้มันช่วยอะไรผมได้? ยิ่งได้อ่านคำอธิบายของวิทยุสื่อสาร ผมยิ่งรู้สึกเหมือนโดนซ้ำเติมเข้าไปอีก
มันเยาะเย้ยผมอยู่งั้นเหรอ?
คลิก!
ผมกดปุ่มบนวิทยุสื่อสาร เสียงตอบกลับมีเพียงเสียงซ่า ๆ แผ่วเบา
“ไร้สาระชิบ…”
แต่แค่นั้นยังไร้สาระไม่มากพอ สายตาของผมหยุดอยู่ที่หน้ากากว่างเปล่าตรงหน้า สีขาวโพลน ไร้ลวดลาย ไม่มีอะไรเลยนอกจากรูช่องตา จบแค่นั้น— ไม่มีสัญลักษณ์ ไม่มีรายละเอียด เป็นแค่หน้ากากเรียบ ๆ
“ฉันจะปิดบังตัวตนไปทำไมกัน? เดี๋ยวนะ…”
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวอย่างกะทันหัน หัวใจของผมดิ่งวูบ
“อย่าบอกนะว่า…? จะมีอะไรบางอย่างจำฉันได้?”
อ่า เวรละไง
ผมอยากจะอ้วกจริง ๆ แล้วสิ
[ฉากจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้า โปรดเตรียมตัวให้พร้อม~]
ผมพยายามจะลุกขึ้นตามสัญชาตญาณ แต่ร่างกายกลับไม่ยอมขยับ ราวกับโดนทากาวตรึงติดเก้าอี้
…แย่แล้ว
ท้องไส้ของผมเริ่มปั่นป่วน
ผมต้องออกไปจากที่นี่
แต่—
“ไม่สิ ฉันต้องใจเย็นก่อน”
ผมเองก็ผ่านเกมสยองขวัญมาไม่น้อย ที่เจออยู่นี่ก็คงคล้าย ๆ กัน
ระบบเคยบอกผมว่าสามารถยกเลิกได้ ผมแค่ต้องเอาชีวิตรอดไปให้ได้จนกว่าจะจบฉาก
ใช่แล้ว แค่นั้นเอง
“เดี๋ยวสิ แป๊บนึงนะ”
ผมเงยหน้าขึ้นมองข้อความแจ้งเตือนที่ลอยอยู่ตรงหน้าทันที
“จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่ผ่านฉากนี้? ส่งฉันกลับบ้านโดยสวัสดิภาพงั้นเหรอ?”
ถ้าเป็นแบบนั้นละก็…
[ไม่]
ตามมาพร้อมกับความเงียบงันชวนอึดอัด
จากนั้น ข้อความแจ้งเตือนอีกบรรทัดก็ปรากฏขึ้น
คราวนี้…
[หากล้มเหลว คุณจะตาย]
เป็นข้อความสีแดงฉาน
“…..!”
กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายแข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพล่งขึ้นทันควัน
“นี่มันเรื่องบ้าอะไ—!?”
[ฉากกำลังจะเริ่ม…]
[ปฏิบัติการ: ไว้อาลัยไร้สุ้มเสียง (Silent Requiem)]
ระดับ : ■■■
: วงออร์เคสตราที่บรรเลงได้ด้วยตนเอง สามารถรังสรรค์ท่วงทำนองอันงดงามทว่าหลอนประสาทมากที่สุดออกมา วาทยกรผู้ควบคุมวงนี้มีชื่อเสียงด้านการแสวงหาความสมบูรณ์แบบอย่างไม่ลดละ และไม่เคยล้มเหลวในการสะกดใจผู้ชมแม้เพียงคนเดียว ข้อควรระวัง อย่าหลงระเริงไปกับเสียงดนตรีมากจนเกินควร มิเช่นนั้นอาจสูญเสียความเป็นตัวเองไปได้
ตัวอักษรบนหน้าต่างที่ลอยอยู่นั้น ส่งความน่าสะพรึงสั่นสะท้านไปตามไขสันหลัง
[ผู้ร่วมฉากรายอื่นกำลังจะเข้าร่วมเร็ว ๆ นี้ คุณต้องการใช้ไอเทมหรือไม่?]
[คุณมีเวลา 10 วินาที]
“ผู้ร่วมฉากรายอื่น?”
ท้องไส้ของผมบิดเกร็ง
“เดี๋ยวนะ มีคนอื่นอยู่ด้วยเหรอ?”
ไม่มีการตอบรับใด ๆ
มีเพียงความเงียบงันอันเป็นลางร้าย
ผมกัดฟันกรอดพลางก้มมองสิ่งของในมือ สัญชาตญาณเข้าครอบงำ ผมเลือกหน้ากากแล้วสวมมันเข้ากับใบหน้า
ทันใดนั้น หน้าจอประหลาดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าผม
มันแสดงรูปลักษณ์ของหน้ากากหลากหลายรูปแบบ
▶ [ตัวตลก]
▷ [นักแสดงตลก]
▷ [หัวกะโหลก]
.
.
.
‘ทำไมมีแต่หน้ากากขนหัวลุกทั้งนั้นเลยวะ?’
ดีไซน์ของพวกมันก็สวยดีอยู่หรอก แต่ปัญหาเพียงอย่างเดียวเลยคือ
มันดูหลอนไปหมดทุกอัน
[5 วินาที]
“อึ่ก”
ผมเลื่อนแถบลงเร็วยิ่งขึ้น
[2 วินาที]
“ช่างแม่งละ”
▶ [ตัวตลก]
[คุณได้เลือกตัวตลก หน้ากากกำลังเปลี่ยนรูปร่าง]
หน้ากากหดตัวลงและหลอมรวมเข้ากับใบหน้าของผม
“—!!”
ผมพยายามจะกระชากมันออก แต่ในขณะที่ผมยกมือขึ้นนั้นเอง กระดิ่งมากมายก็ปรากฏขึ้นสู่ครรลองสายตา— แต่ละอันผูกติดกับปลายเนื้อผ้าสีแดง
เสียงกระดิ่งสั่นกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา ดังประสานกันไปทั่วชั้นบรรยากาศ
และแล้ว—
บูม!
โรงละครพลันสว่างไสวราวกับมีชีวิตขึ้นมา
ที่นั่งที่เคยว่างเปล่า บัดนี้เต็มไปด้วยผู้คนแน่นขนัดชั่วพริบตา
เสียงปรบมือดังสนั่นทุกทิศทางจนผมตกใจ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่…!? ลมหายใจของผมขาดห้วงทันทีที่หันศีรษะไป—
“…!?”
อาการคลื่นไส้อันเย็นยะเยือกซัดเข้าร่างของผมอย่างจัง
คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผมไม่มีหน้าตา ไม่มีดวงตา ไม่มีปาก— เรียบเนียนราวกับผืนผ้าใบว่างเปล่าทั้ง ๆ ที่มันควรจะเป็นใบหน้าปกติ
ฟุ่บ ฟุ่บ—!
ในตอนที่ผมคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรให้ตกใจไปมากกว่านี้แล้ว ก็มีอีกหลายร่างปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า กระจัดกระจายไปทั่วโรงละคร
บุคคลเหล่านี้มีใบหน้าชัดเจนต่างจากพวกผู้ชมไร้หน้า แต่ละคนสวมชุดเครื่องแบบสีดำขลับ มีตราสัญลักษณ์สีทองทอประกายประดับบนหน้าอก— เป็นตราที่ดูคุ้น ๆ
‘เหมือนจะเคยเห็นจากที่ไหนมาก่อนนะ?’
ผ่านไปไม่นานนัก พวกเขาต่างแยกย้ายกันนั่งลง
ที่แปลกไปกว่านั้น ผมสังเกตเห็นว่าพวกเขาสบตากัน นั่นยิ่งไขความกระจ่างให้กับผม
พวกเขารู้จักกัน
ดูจากท่าทางลื่นไหลเป็นธรรมชาติของพวกเขา รวมถึงการส่งสายตาให้กัน… เหมือนกับว่าพวกเขาจะคุ้นเคยกับอะไรแบบนี้เป็นอย่างดี แต่ในวินาทีที่สายตาของพวกเขามารวมอยู่ที่ผม ทุกอย่างก็หยุดชะงักลง
ในวินาทีแห่งความน่าอึดอัดนั้นเอง ร่างของพวกเขาแข็งทื่อ สายตาจ้องตรงมาที่ผม ราวกับเป็นตัวแปรที่ไม่ควรมีอยู่ในสมการ
จากนั้น พวกเขาก็รีบหลบสายตาและนั่งประจำที่ของตนเองอย่างกับนัดกันมา
ผมกำหมัดแน่น
พวกเขารู้อะไรบางอย่างที่ผมไม่รู้
ผมกำลังจะอ้าปากพูด แต่แล้ว—
ติ๊ด!
เสียงสัญญาณเบา ๆ ดังขึ้นมาจากมือของผม
ตามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าดังลอดออกมาติด ๆ
— หัวหน้าครับ ไอ้นั่นมันเป็นใคร!? ผมไม่เห็นจำได้เลยว่าหน่วยปฏิบัติการรอบก่อนบอกว่ามีตัวตลกอยู่ด้วยน่ะ?
ผมก้มหน้าลงมองที่มือของตัวเอง
หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ มองวิทยุสื่อสารที่ตัวเองถืออยู่
— ให้พวกเรากำจัดตัวแปรนั่นทิ้งเลยไหมครับ?
นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย…?