นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #47 : คนบ้าใส่แว่นกันแดด [2]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #47 : คนบ้าใส่แว่นกันแดด [2]
ไวรัล…?
ผมจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ของเจมี่ ดวงตาจับจ้องบนช่องแชตที่ไหลลงมาอย่างรวดเร็ว มันขยับไวเสียจนผมแทบมองอะไรไม่เห็น แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะ
ตัวเลขยอดผู้ชม…
‘ก่อนหน้านี้มันยังน้อยกว่านี้ไม่ใช่เหรอ?’
ใช่ มันเคยน้อยกว่านี้
แต่นี่เพิ่มขึ้นมาเกือบสามสิบเท่า มันเยอะเกินจนสมองผมประมวลผลไม่ทัน ทำไมคนดูถึงเยอะขนาดนี้ล่ะ?
ไลฟ์สตรีมที่ผมเกือบเดี้ยงมันคงไม่ได้บันเทิงขนาดนั้นหรอกใช่ไหม?
“นี่มันบ้าไปแล้ว… ฉันไม่เคยเห็นคนดูเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย”
ผมได้ยินเจมี่พึมพำจึงหันไปมองเขา ก่อนจะมองออกไปตรงจุดที่ห่างไกล ซึ่งเป็นบริเวณที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นรถตู้
พวกเขาไม่ใช่เพื่อนของเขาเหรอ?
ทำไมเขาถึงดูไม่แยแสอะไรเลยล่ะ?
“โอ้ย แย่แล้ว!”
จู่ ๆ เจมี่ก็มองไปโดยรอบ พลางตบตามกระเป๋ากางเกงและเสื้อผ้าอย่างลุกลี้ลุกลน
“กล้องอยู่ไหนเนี่ย? เวรเอ้ย…! เราทำมันหล่นไปแล้วแน่ ๆ ! ฉันต้องคุยกับแชต ฉัน—”
“ถ้าเป็นเรื่องกล้องล่ะก็ น่าจะอยู่กับสารวัตรนะ”
ผมขัดจังหวะเจมี่แล้วอธิบายสถานการณ์ให้เขาฟัง ทั้งเรื่องที่ผมเป็นคนเก็บกล้องไว้จนกระทั่งทุกอย่างจบลง ผมก็ส่งให้สารวัตรเพื่อเอาไปตรวจสอบ
“อ้อ”
ใบหน้าของเจมี่จ๋อยลงหลังจากที่รับรู้ถึงสถานการณ์
ผมหรี่ดวงตาลงเมื่อมองเขา
“เรื่องสตรีมเอาไว้ก่อนเถอะ…”
ผมหันไปทางรถตู้ที่จอดอยู่ไกล ๆ
“…เพื่อนคุณตายไปสองคนนะ ทำไมถึงดูไม่สะทกสะท้านอะไรเลยล่ะ?”
“หือ?”
เจมี่หันมาหาก่อนที่สีหน้าจะสลดลง
“ก็ ใช่น่ะ”
เขาเกาหลังศีรษะตัวเอง
“พวกเขาไม่ใช่เพื่อนผมจริง ๆ หรอก มันมีแต่ความสัมพันธ์ทางธุรกิจล้วน ๆ เลย”
คำพูดของเขาฟังดูเย็นชา แต่หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาก็ดูหม่นลงเล็กน้อย
“และ… ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้สึกอะไรหรอกนะ แต่ผมเห็นเรื่องแบบนี้มาจนชินแล้วเลยพยายามไม่ให้มันส่งผลกระทบกับตัวเอง พ่อแม่ผมก็ตายแบบนี้… เดี๋ยวความรู้สึกมันคงไล่ตามมาเองนั่นแหละ ตอนนี้ผมก็แค่พยายามจะยืดเวลามันออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้เฉย ๆ”
“อ่า… เสียใจด้วยนะ”
“ขอบใจ”
บางทีเขาอาจจะเป็นคนประเภทที่ไม่ชอบแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเวลาที่มีคนอยู่ด้วย พวกประเภทที่ชอบทนทุกข์เงียบ ๆ
เขาคงจะใช้สถานการณ์นี้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองจากเรื่องพวกนั้นด้วย
‘ถ้าเป็นอย่างนั้น มันก็ฟังดูสมเหตุสมผลอยู่’
แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่แปลกใจนะถ้าเขาไม่แคร์เลยจริง ๆ เพราะสามัญสำนึกของโลกใบนี้มันเละเทะไปหมดแล้ว
“โอ้ะ ดูนี่”
เจมี่ดึงไหล่ของผม เขาดันโทรศัพท์มาใกล้หน้าผมพลางหัวเราะเยาะในลำคอ
“ดูในแชตสิ”
แชต?
ผมกะพริบตาแล้วมองไปที่ช่องแชต แต่ตอนที่พยายามจะอ่านก็รู้สึกปวดหัวตุบ ๆ มัน… ไวเกินไปสำหรับผม
“อ้อ จริงด้วย โทษที”
เหมือนจะสังเกตเห็นว่าผมลำบาก เจมี่จึงขอโทษก่อนจะกดปรับไม่กี่ที
ช่องแชตไหลช้าลง และนั่นคือตอนที่ผมสามารถอ่านข้อความได้
— นี่ไม่ได้เฟคใช่ไหม? มัน… โคตรจะเดือด
— อห. แม่งอย่างบ้า พวกเขาต้องดวงหมาไม่แดกขนาดไหนถึงไปเจออะไรแบบนี้วะ?
— …แล้วดูไอ้คนใส่แว่นกันแดดนั่นดิ ตอนแรกนึกว่ามาเอาฮา แต่มันเป็นคนบ้าชัด ๆ
— เออ เขาเป็นใครวะน่ะ?
— มีใครรู้จักคนบ้าใส่แว่นกันแดดบ้างไหม? เขามีเลขสตรีมเมอร์ป่ะ?
“…..”
เมื่อได้อ่านแชต ผมก็ไม่รู้เลยว่าควรจะตอบสนองอย่างไรดี นอกจากแค่รู้สึกว่าใบหน้าตัวเองกลายเป็นถมึงทึงอย่างเชื่องช้า มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
โดยเฉพาะเมื่อเห็นทุกคนเรียกผมด้วยชื่อเดียวกัน
คนบ้าใส่แว่นกันแดด?
‘โง่ชะมัด ฉันเหมือนคนบ้าตรงไหนวะ? นี่ฉันเป็นผู้เสียหายนะเว้ย’
“พรืดดด”
ในทางกลับกัน เจมี่ดูเหมือนจะสนุกกับสถานการณ์นี้มาก เขาหัวเราะร่าขณะมองดูแชต
“คึ่ก… คนบ้าใส่แว่นกันแดด… คั้ก”
เขาหัวเราะคิกคักพร้อมกับสะกิดหัวไหล่ผม
“มัน… คิ้ก!”
เขาเริ่มจะทำให้ผมโมโหขึ้นมาจริง ๆ แล้วนะ
แต่แล้วจังหวะที่เขากำลังจะหัวเราะอีกครั้ง เขาก็หยุดไปเสียก่อน ผมเห็นใบหน้าของเขาเริ่มค่อย ๆ หมองลง
แค่มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
— สตรีมนี้เฟคชัวร์ โถ่เอ้ย เชื่อกันไปได้ไงวะ?
— เออดิ 54545664 ใครเชื่อแม่งก็โง่ละ อะไรมันจะบังเอิญเจอลัทธิบ้าบอในวันที่ไปสำรวจที่นั่นพอดีขนาดนั้นวะ เชี่ยนี่แม่งจัดฉากเห็น ๆ
— ….พวกแม่งคงทุ่มเงินจ้างโปรดักชั่นไปเยอะชิบหายแน่ ๆ
— พวกเขาก็เหมือน ๆ กันหมดนั่นแหละ เดี๋ยวนี้มีแต่ของปลอมทั้งนั้น
“ตูดฉันนี่แหละเฟค!”
จริงเหรอ?
“เฟคบ้านไหนวะ? แกคิดว่าคนตายคือเฟค แล้วฉันไม่ได้เกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งงั้นเหรอ?”
เขาดูโกรธจัดกับข้อกล่าวหาเหล่านั้น นิ้วมือเริ่มพิมพ์ลงในโทรศัพท์อย่างเร่งรีบ ขุดสารพัดคำศัพท์แสนสร้างสรรค์ออกมาเพื่อจะตอบโต้
ผมได้แต่ส่ายศีรษะและวางมือบนไหล่ของเขา
“หยุดเถอะ”
“หา? ว่าไงนะ? ทำไมต้องหยุดล่ะ? คุณยอมได้เหรอที่พวกเขามาบอกว่าสิ่งที่พวกเราเจอมามันเป็นของปลอมหลังจากผ่านอะไรมาตั้งขนาดนั้น? ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณคิดยังไง แต่ผม…”
“ลองมองไปรอบ ๆ ดูสิ”
ผมชี้ไปที่ตำรวจรอบกายเราก่อนจะมองกลับมาที่เขา
“พวกเขาจะออกรายงานตำรวจเมื่อทำการสอบสวนเสร็จหมดแล้ว ถ้าใครสงสัยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปลอมก็บอกให้พวกเขาไปเช็กรายงานตำรวจเอาสิ เดี๋ยวทุกคนจะเงียบปากหมดเองแหละ”
“…อ่า”
ฝ่ามือของเจมี่หยุดชะงักไปทันที เขาดูเหมือนจะตรัสรู้ได้กะทันหัน แม้แต่พยายามจะหาคำออกมาพูดยังทำได้ยาก
จากนั้น เขาก็หัวเราะเบา ๆ มองที่โทรศัพท์ตัวเองและส่ายศีรษะไปมา
“คุณพูดถูก ผมหัวร้อนเกินไปหน่อย”
“…อืม”
เจมี่จึงพิมพ์ข้อความเดียวกันลงในช่องแชต
— สำหรับคนที่คิดว่าเรื่องนี้มันเฟค รายงานของตำรวจจะออกมาเร็ว ๆ นี้ พวกคุณไปเช็กกันเอาเองได้เลยตอนที่มันออกมา
แชตระเบิดไม่นานหลังจากข้อความบรรทัดนั้น แต่เจมี่เมินมันและเก็บโทรศัพท์ลง เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ พลางจ้องมองท้องฟ้ายามค่ำคืน
ช่วงไหล่ของเขาเริ่มผ่อนคลาย
…และท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพวกเรา ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น
“รู้ไหม จริง ๆ แล้วมันควรจะเป็นการจัดฉาก ว่างั้นเนอะ? คือมันมีคนจ้างผมมาทำให้คุณกลัวและอับอายคาสตรีมน่ะ”
“ผมรู้”
“ผมแค่อยากจะ— เอ๊ะ?”
ศีรษะของเจมี่หันขวับมา ผมยักไหล่ให้
“ผมแอบได้ยินที่คุณคุยกับตำรวจเมื่อกี้นี้น่ะ”
“อ๋อออ…”
เจมี่ทำสีหน้าเขินอาย
“นั่นก็ ใช่… ผมตั้งใจจะหลอกให้คุณกลัว เพราะช่องใกล้จะเจ๊งและผมก็อยากจะกู้มันกลับขึ้นมา แต่ผมไม่คิดว่าสถานการณ์มันจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้น่ะ”
“….มันก็ไม่ได้แย่สำหรับคุณไปหมดหรอกนะ”
“ก็จริงของคุณ”
เจมี่หัวเราะแผ่วเบาก่อนจะยื่นโทรศัพท์มาหา ผมเลิกคิ้วขึ้น
เขาต้องการอะไรเนี่ย?
“ขอช่องทางการติดต่อของคุณหน่อยสิ ถ้าวันไหนต้องการความช่วยเหลือก็เรียกได้เลย ผมจะพยายามช่วยคุณสุดความสามารถแน่นอน”
“เอ่อ? แต่ว่า—”
“จะให้หรือไม่ให้ล่ะ?”
ผมยกมือทั้งสองข้างขึ้นและยอมให้ไป ไม่มีทางที่ผมจะปฏิเสธคำขอนี้ ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะฉกฉวยโอกาสจากสถานการณ์ปัจจุบันได้ดีแค่ไหน แต่ผมมองเห็นอนาคตเลยว่าเขาต้องรุ่งแน่ ๆ
‘พอถึงเวลา ฉันก็จะได้ให้เขาช่วยโปรโมตเกมใหม่ซะเลย’
นี่ไม่ใช่โอกาสที่ผมจะปล่อยให้หลุดมือไปเสียเปล่า
“เอาล่ะ ผมไปก่อนนะ ถ้าต้องการอะไรในอนาคตก็โทรหาผมได้เลย”
“…ได้”
ผมมองดูเจมี่เดินจากไป ยืนรออยู่หลายนาทีจนกระทั่งสารวัตรมาถึง ผมจึงไปที่เบาะหลังของรถ
“เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านให้ ได้ที่อยู่ของคุณมาแล้วล่ะ”
“โอ้ โอเคครับ”
นั่นช่วยลดภาระไปพอตัวเลยทีเดียว
‘เหนื่อยชะมัด’
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้คงทำให้อายุขัยของผมสั้นลงไปสักห้าปีเห็นจะได้ รถยนตร์เริ่มออกตัว พวกเราเริ่มเคลื่อนไป เปลือกตาของผมเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
ผมกำลังจะหลับใหล จนกระทั่ง…
ติ๊ง!
โทรศัพท์สั่นครืด การแจ้งเตือนอันหนึ่งปรากฏขึ้น
ผมก้มลง อ่านข้อความแจ้งเตือนนั้น
———
สวัสดีครับ ขณะนี้เรากำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบเกม หนึ่งวันธรรมดาในออฟฟิศ ของคุณ เนื่องจากมียอดสั่งซื้อพุ่งสูงขึ้นกะทันหัน ซึ่งก่อให้เกิดความน่าสงสัยเกี่ยวกับการใช้บอต[1] เราจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้งหลังจากที่การตรวจสอบดังกล่าวเสร็จสิ้น
———
ผมตาสว่างขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว
“???”