นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #5 : ตัวตลก [4]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #5 : ตัวตลก [4]
“มันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ…”
คลาร่า (Clara) พึมพำออกมาเบา ๆ สายตาจดจ้องไปยังวาทยกรที่ยืนอยู่ใจกลางเวที ไม้บาตองในมือของเขากรีดกรายผ่านอากาศเป็นเส้นโค้งเฉียบคม พลิ้วไหว ชักนำท่วงทำนองผ่านทุกการเคลื่อนไหว
เธอกำวิทยุสื่อสารในมือแน่นยิ่งขึ้น หูฟังที่ใส่อยู่ช่วยลดเสียงลงได้บ้าง แต่ก็ไม่อาจขจัดเสียงดนตรีให้เงียบหายไปได้
ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เสียงนั้นยังคงเล็ดลอดเข้าไปในหัวของเธอ
คลิก!
“ทนไว้… ทนไว้… ทนไว้…”
ริมฝีปากของเธอเปิดกว้างและปิดลงซ้ำไปมา พ่นคำเดิม ๆ ออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า คำพูดที่เธอเคยใช้เพื่อเตือนสติสมาชิกในหน่วย บัดนี้กลายเป็นคำที่เธอนำมาใช้เหนี่ยวรั้งสติของตัวเอง เกรงกลัวว่าหากหยุดพูดแม้เพียงเสี้ยววินาที เสียงดนตรีนั้นจะกลืนกินเธอไปจนหมด
ถ้าเธอพลาดพลั้งแม้เพียงชั่วอึดใจเดียวละก็…
คลาร่ากัดริมฝีปาก
‘ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ?’
สัญญาณแรกที่บ่งบอกว่ามีบางอย่างไม่ปกติคือตัวตลก แค่การปรากฏตัวของมันก็ควรรู้ตัวได้แล้วว่าต้องเจอกับอะไรที่มันอันตรายมากแน่นอน ความผิดปกติ[1]แบบนั้นไม่ได้โผล่มาสุ่มสี่สุ่มห้า— พวกมันเป็นเหมือนคำเตือน เป็นลางบอกเหตุว่ามีบางอย่างภายในเกต[2]เปลี่ยนแปลงไป
แต่ในฐานะหัวหน้าหน่วยแรงก์ < B > คลาร่าคิดว่าตัวเองคงไม่ถึงขั้นสู้ชีวิตกับเกตประเภทความผิดปกติแรงก์ < C >
แม้เกตประเภทความผิดปกติมักจะมีอัตราการรอดชีวิตต่ำที่สุด แต่มันก็ไม่ถึงขนาดที่ทำให้เธอต้องดิ้นรนเจียนตายแบบนี้ เธอเตรียมการมาเป็นอย่างดี มากพอที่จะเคลียร์มันให้สำเร็จ
ตั้งแต่เครื่องตัดเสียงรบกวนเพื่อลดผลกระทบจากเสียงดนตรี ไปจนถึงอุปกรณ์ลดสัญญาณการสั่นของเสียงจำนวนมากที่พวกเขาขนกันมาล่วงหน้า
ไม่มีเลยสักอย่าง
ไม่มีอะไรที่ใช้ได้ผลสักอย่างเดียว
“อ๊ากกกกกก—!”
เสียงกรีดร้อง ดิบเถื่อน แหบพร่า และโหยหวน ตัดขาดความเงียบงันดั่งคมมีด
ปัง!
คลาร่าสะดุ้งสุดตัว
‘ไ-ไม่ หยุดนะ… หยุดได้แล้ว…’
มือของเธอสั่นเทิ้มขณะที่บังคับตัวเองให้มองไปข้างหน้า ริมฝีปากของวาทยกรที่ถูกเย็บติดกันอย่างน่าสยดสยองด้วยลวดสีดำทะมึน แสยะยิ้มกว้างอย่างวิปริต
เขากำลังสนุกไปกับมัน
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่คลาร่าสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าความกลัว
ความสิ้นหวัง
หน่วยของเธอประกอบด้วยสมาชิกระดับสูงสิบคน ทั้งหมดล้วนผ่านการฝึกฝนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ในรูปแบบต่าง ๆ แต่ครั้งนี้… มันแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
แม้จะเป็นเกตประเภทความผิดปกติ ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีอัตราการรอดชีวิตต่ำที่สุดในบรรดาเกตทุกประเภทก็จริง แต่มันไม่ควรจะยากขนาดนี้
บางสิ่งบางอย่างผิดแปลกไป
ผิดแปลกเกินไปอย่างเลวร้าย
นี่ไม่ใช่เกตแรงก์ < C > ธรรมดาแล้ว… มันต้องเป็นแรงก์ < B > หรือสูงกว่านั้นแน่นอน
เสียงดนตรีดังกระหึ่มไปทั่วชั้นบรรยากาศ โน้ตทุกตัวบีบคั้นให้จิตใจของเธอเริ่มด้านชา มันค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา สูบเธอลงสู่สภาวะประหลาดที่ทำให้ปลายนิ้วสั่นกระตุก
‘คิดสิ คิดสิ คิดสิ’
หัวสมองของคลาร่าปั่นป่วน ทุกหนทางความเป็นไปได้โลดแล่นอยู่ภายในหัว
ยังพอมีเวลาอยู่
เธอต้องหาวิธีทางช่วยให้ตัวเองและลูกน้องในหน่วยออกไปจากสถานการณ์เลวร้ายนี้ให้ได้ แม้ว่าเสียงเพลงจะพรากสภาพจิตใจของเธอไปทีละน้อย แต่เธอยังคงพอมีสติใช้ความคิดได้บ้าง
— ห… หัวหน้า ผมทน… ไม่ไหวแล้ว
— หะ-หัวหน้า! ให้เราโจมตีมันเลยไหมครับ? ถึงเราอาจจะ… กำจัดไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะหยุดมันได้นะครับ!
กำจัดมันงั้นเหรอ?
คลาร่ายกศีรษะขึ้น มองวาทยกร
จากนั้นก็รีบส่ายหน้าทันที เป็นไปไม่ได้หรอก ทุกอณูกระดูกในร่างกายของเธอบ่งบอกว่า เจ้านั่นไม่ใช่ตัวตนที่พวกเขาจะกำจัดได้
ทางเดียวที่จะเอาชนะเขา มีเพียงทำตามกเท่านั้น
— ช่-ช่วยด้วย ผมจะ…!
คิดสิ คิด!
ยิ่งได้ยินเสียงร้องโหยหวนและคำอ้อนวอนจากสมาชิกหน่วย คลาร่าก็ยิ่งกัดริมฝีปากของตน ดวงตาของเธอกวาดมองไปทั่วโถง พยายามหาทุกวิถีทางแก้ไขสถานการณ์ตอนนี้ แต่ไม่ว่าจะพยายามมากเพียงใด เธอก็ไม่เห็นเลยสักหนทางเดียว
สถานการณ์… แบบนี้น่ะ
‘มันสิ้นหวัง มัน…’
ท่ามกลางความรู้สึกท้อแท้และไร้หนทางนั้นเอง เสียงกระซิบหนึ่งดังออกมาจากวิทยุสื่อสาร
— ถ้าอยากรอด ก็ทำตามที่ฉันบอก
‘อะไรนะ…?’
มันเป็นเสียงที่เธอไม่คุ้นเคย และที่สำคัญที่สุดเลย น้ำเสียงนั้นราบเรียบและสงบนิ่งเกินไปจนดูไม่เข้ากับสถานการณ์
ความหนาวเหน็บแล่นผ่านไขสันหลังของคลาร่า เธอค่อย ๆ หันไปมอง
ตัวตลก
เขาเองก็… ถือวิทยุสื่อสารอยู่ในมือ
‘ได้ยังไงกัน…?’
เธอยกเครื่องสื่อสารขึ้นมาจ่อริมฝีปากด้วยมือที่สั่นเทา
“คุณ… คุณเป็นใคร?”
เงียบกริบ
ลมหายใจของคลาร่าติดขัด
อีกฟากฝั่งของห้อง สีหน้าตัวตลกเปลี่ยนไป— ใบหน้าตึงเครียด เครื่องหน้าบิดเบี้ยวเป็นรอยย่นอย่างไม่สบอารมณ์
จากนั้น เขาก็พูดขึ้นอีกครั้ง
— นั่นไม่สำคัญ คุณเหลือเวลาไม่มากแล้ว
คลาร่าเม้มริมฝีปากแน่น ทุกส่วนของร่างกายสั่งให้เธอรัวคำถามใส่ อย่างเช่น ‘คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? คุณเป็นมนุษย์หรือเปล่า? จุดประสงค์ของคุณคืออะไร?’ และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่เมื่อนึกถึงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่มีเวลาให้เสียเปล่าแม้แต่วินาทีเดียว
ด้วยเหตุนั้น เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยกวิทยุสื่อสารขึ้นมาใกล้ริมฝีปากอีกครั้ง
“คุณอยากให้พวกเราทำอะไร?”
ความเงียบเกิดขึ้นอีกหนึ่งอึดใจ
ใบหน้าตัวตลกกระตุกอีกครั้ง แก้มของเขาโป่งพองออกมาเล็กน้อยราวกับกำลังกลั้นอะไรบางอย่าง
คลาร่าปล่อยลมหายใจออกมาด้วยความกังวล คำถามของเธอมันฟังดูน่าขัดใจเหรอ? เขาจะจากไปไหม? หรือว่า—
ไม่นานนัก คำตอบกลับก็มาถึง
— ดูถูกวาทยกรตัวนั้น
“ว่าไงนะ?”
แต่มันไม่ใช่คำตอบที่เธอคาดคิดไว้
ดูถูกวาทยกรเนี่ยนะ? คลาร่าสะบัดหน้ากลับไปยังวาทยกร สีหน้าของเธอสับสนอลหม่าน นี่มันมุกตลกประเภทไหนกัน?
หรือเป็นเล่ห์เหลี่ยมบางอย่าง? ตัวตลกนั่นปั่นหัวพวกเธอที่ใกล้จะเดี้ยงอยู่แล้วแบบนี้งั้นเหรอ?
— ห… หัวหน้า?
— ผม… ทนไม่ไหวแล้ว
— อย่า… ไปฟังครับ มันอาจจะเป็นกับดัก
น้ำเสียงแหบพร่าของคนในหน่วยดังแทรกมากับสัญญาณคลื่นซ่า ๆ บางคนเว้าวอน บางคนเตือนสติ แต่ทุกคนต่างรอคอย— การตัดสินใจจากเธอ
เสียงของตัวตลกดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เฉียบคมมากกว่าเก่า
— จะทำหรือไม่ทำ?
นิ้วของคลาร่ากำรอบวิทยุสื่อสารแน่น เสียงชีพจรกระเด็นกระดอนก้องในหู ทางเลือกนี้ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่อันที่จริง เธอก็ไม่เหลือทางเลือกอื่นอีกแล้ว
“ตามนั้น…”
— หัวหน้า!
“ทำตามนั้น”
เธอพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะหันไปหาวาทยกร แล้วเค้นคำแรกที่นึกได้ออกไป
“มัน… น่าเบื่อ”
‘ถึงมันจะเป็นกับดักจริง แต่ฉันยังมีทางเลือกอื่นเหลืออยู่แน่เหรอ? ไหน ๆ เราจะตายกันหมดแล้ว อย่างน้อยก็ขอลองวิธีนี้หน่อยเถอะ!’
คำพูดของเธอจุดชนวนระลอกคลื่น สมาชิกในหน่วยเริ่มทำตามทีละคน เสียงของพวกเขาอาจจะสั่นคลอนในตอนแรกแต่ก็ค่อย ๆ ยกระดับความมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เข็นออกมาทั้งคำดูถูก เสียงโห่ ล้อเลียนขบขัน น้ำเสียงบางคนฟังดูว่างเปล่า บ้างก็สิ้นหวัง แต่ทุกคนล้วนเปล่งเสียงออกมา
“…ฉันเคยฟังเพลงที่ดีกว่านี้นะ”
“หยุดเล่นสักทีได้ไหม?”
“น่ารังเกียจที่สุด”
“เพลงห่วยแตกจนฉัน… อยากจะฆ่าตัวตายให้พ้น ๆ —!”
แกร็ก!
เสียงแตกหักฟังดูน่าสะอิดสะเอียน ดังสนั่นไปทั่วทั้งโถง
วาทยกรหยุดชะงัก
เช่นเดียวกับเสียงบรรเลง
“…..”
เขายืนนิ่ง ในความเงียบงัน
หลงเหลือไว้เพียงเสียงลมหายใจอันหนักอึ้งและตึงเครียดของทุกคนที่ยังรอดชีวิตอยู่ ดังก้องภายในโรงละครแห่งนี้
จังหวะนั้นเอง มันก็เกิดขึ้น
ฟึบ!
เหล่าผู้ชมไร้หน้าหันขวับกันพร้อมเพรียง ‘ดวงตา’ ว่างเปล่าจ้องมองมาที่พวกเขา
ร่างของคลาร่าแข็งทื่อ กล้ามเนื้อทุกส่วนแน่นิ่ง เสียงเนื้อเปื่อยฉีกขาดดังสะท้อนทั้งโรงละคร มันมาจากตัววาทยกร
“….!?”
ศีรษะของมันกระตุกอย่างรุนแรง ฉับพลัน ตะเข็บเย็บปากขาดดังผึง ริมฝีปากฉีกขาด เนื้อหนังสด ๆ แยกออกจากกันอย่างน่าสยดสยอง
เศษผิวหนังรุ่งริ่งห้อยย้อยลงมาขณะที่ปากของมันอ้ากว้าง
จากนั้น น้ำเสียงแหบแห้งและแตกพร่าก็เล็ดลอดออกมาจากลำคอ ก้องกังวานไปทั่วโรงละคร
“ค… คุณพูดว่า… อะไรนะ?”
สายตาของมัน…
เจาะจงตรงไปยังตัวตลกที่มีสีหน้าไร้ความรู้สึก
เชิงอรรถ
[1] นิยายต้นฉบับค่อนข้างอิงชื่อหลายอย่างจากสถาบัน SCP มากพอสมควร (คล้ายแฟนฟิคสยองขวัญ แต่เขียนเป็นแนวบทความวิชาการ/งานวิจัย) เลยแปล Anomaly เป็น ‘ความผิดปกติ’ เหมือนกับ SCP สาขาไทย เป็นคำเฉพาะไว้เรียกปรากฏการณ์/วัตถุ/ตัวตน/สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดผิดปกติ
[2] เกต (Gate) หมายถึงประตู/ทางเข้าต่างมิติ,ดันเจี้ยนในเซตติ้งโลกแฟนตาซี/ไซไฟ นิยายต้นฉบับใช้คำนี้เป็นคำเฉพาะเลยแปลแบบทับศัพท์