นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #54 : บัญชีของคุณได้รับการปลดระงับแล้ว [1]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #54 : บัญชีของคุณได้รับการปลดระงับแล้ว [1]
“หาววว”
ในที่สุด ผมก็ตื่นตรงเวลาเป็นกับเขาสักที
ดวงตามองดูนาฬิกาข้อมือ เห็นว่ามันเป็นเวลา 8:00 น. ผมขยี้ตาและบิดขี้เกียจ ลุกจากเตียงก่อนจะไปอาบน้ำอย่างรวดเร็วและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงาน
‘จริงสิ ฉันบอกไว้ว่าจะเช็กดูหลังจากที่ตื่นนี่นา…’
ขณะที่กำลังแปรงฟัน สายตาหันความสนใจไปทางโทรศัพท์มือถือ
อยู่ ๆ ผมก็เกิดความสงสัยเกี่ยวกับตัวเกมขึ้นมา
มันจะเป็นยังไงบ้างนะ?
ผมปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ จ้องมองมันอย่างประหม่า นิ้วโป้งลอยค้างอยู่เหนือแอปด็อก จังหวะชีพจรกระตุกเร็วขึ้นเล็กน้อยเมื่อแตะไอค่อน เฝ้ามองตัวแอปค่อย ๆ โหลด
ทันทีที่มันเปิดขึ้นมา สายตาของผมไปสะดุดอยู่ตรงสถานะของบัญชี: ระงับการใช้งาน
หัวใจหล่นวูบ แต่ก็แค่นิดหน่อย ไม่ใช่ว่าผมไม่ได้คาดคิดเอาไว้หรอกนะ ผมแค่หวังว่าพวกเขาจะจัดการสถานการณ์ให้เรียบร้อยภายในวันนี้
‘มันก็ไม่แปลกหรอก ปกติพวกเขาใช้เวลาวันสองวันกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว’
ผมยังคงมั่นใจว่าบัญชีของตัวเองจะได้รับการปลดระงับในไม่ช้า
ฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดูว่าเกมทำผลงานไปได้อย่างไรบ้าง แผนการโปรโมตนั่นได้ผลหรือเปล่า?
ผมกลืนน้ำลายพลางพิมพ์ชื่อเกมลงในช่องค้นหาด้วยความประหม่า
หัวสมองอดไม่ได้ที่จะคิดเลยเถิดไปถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุด ผมเริ่มคิดเกี่ยวกับปฏิกิริยาของไคล์และสิ่งที่ผมต้องทำในกรณีที่เควสต์ล้มเหลว
ระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่ใช้พิมพ์ชื่อเกมนั้นให้ความรู้สึกเหมือนยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ และเมื่อผมค้นหาชื่อเกมแล้วกดเข้าไป ผลลัพธ์ก็ปรากฏขึ้นเป็นชุด ๆ
ไม่นานนัก สายตาก็ตกลงบนเกมตัวเอง หลังจากนั้นภายในเวลาอันสั้น สีหน้าของผมค่อย ๆ กลายเป็นแข็งค้าง
ฟุบ!
แปรงสีฟันร่วงหล่นจากปาก ความคิดพลันว่างเปล่า
ผมใช้เวลาพักหนึ่งกว่าจะดึงสติกลับมา และเมื่อตั้งตัวได้แล้ว ผมก็สัมผัสถึงยาสีฟันที่ไหลออกมาจากปาก
“นั่น… นั่น….”
ผมรีบเช็ดคราบยาสีฟันอย่างรวดเร็ว กะพริบตาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด จนถึงขั้นเช็กซ้ำอีกรอบว่ากดเข้าไปถูกเกมหรือเปล่า
แต่ถึงจะกะพริบตาก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ตัวเกมก็ถูกแล้ว ทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง
“อ่-ะ”
[บทวิจารณ์ล่าสุด] (เป็นกลาง) 731 รีวิว
ฝ่ามือสั่นไหวขณะจ้องมองจำนวนบทวิจารณ์บนหน้าเพจของเกม
ถึงแม้ ‘เป็นกลาง’ บนหน้าเพจจะหมายความว่าตัวเกมมีความเห็นปะปนกันหลากหลาย แต่สิ่งที่สำคัญคือตัวเลขคำวิจารณ์
731…?
ถือว่าเป็นยอดรีวิวที่น่าเหลือเชื่อสุด ๆ ! โดยเฉพาะเมื่อต้องคำนึงด้วยว่าจะมีผู้เล่นเพียงกลุ่มน้อยเท่านั้นที่จะยอมเสียเวลามาเขียนรีวิว
นั่นหมายความว่าเกมขายได้แล้วหลายชุดมาก ๆ !
“โ-โห”
ผมแทบจะเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ หน้าอกสั่นสะท้านทุกครั้งที่หายใจ ปลายนิ้วเริ่มค้นหาชื่อเกมตัวเองบนเว็บ
ใจอยากจะเห็นสาเหตุที่มันโด่งดังเป็นพลุแตกกะทันหันขนาดนี้
“เป็นเพราะสตรีมนั้นเหรอ? ถ้าใช่ ฉันก็ควรทำบ่อย ๆ …”
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ผลการค้นหาแรกโหลดเสร็จ ความตื่นเต้นก็เกือบจะมลายหายไป ผมสัมผัสได้ว่าใบหน้าตัวเองเริ่มแข็งทื่ออย่างช้า ๆ
“อืม…”
นี่มัน… ผมคงไม่โดนส่งตัวไปคุกเพราะเรื่องนี้หรอกใช่ไหม?
ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะแสดงอาการยังไงดีเมื่อได้อ่านพาดหัวบทความที่ปรากฏขึ้น
[เสียงกรีดร้องลั่นละแวกบ้าน สายด่วนตำรวจแทบแตกหลังชาวบ้านแห่แจ้งเหตุขวัญผวา ตัวการคือ? เกมที่มีชื่อว่า หนึ่งวันธรรมดาในออฟฟิศ]
ผมกดเข้าไปในเว็บไซต์เพื่อดูบทความยาวเหยียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ รวมถึงเรื่องที่หลาย ๆ ละแวกบ้านถูกเขย่าขวัญด้วยเสียงกรีดร้องเหล่านั้น
“ฮ-ฮะฮะ”
ผมฝืนหัวเราะออกมา ก่อนจะหันไปมองบทวิจารณ์ของเกมเป็นการปิดท้าย
ยิ่งอ่านพวกมันมากเท่าไหร่ ผมยิ่งเอามือปิดบังใบหน้ามากขึ้นเท่านั้น
[แย่มาก! แย่โคตร ๆ ! ฉันนอนไม่ได้เลยเพราะไอ้เกมนี่! ตำรวจถูกเรียกตัวมา แล้วทุกคนก็โดนสอบปากคำ! แย่ที่สุด!]
[เกมห่วยแตก! ห่วยสุด ๆ !]
หน้าเพจถล่มทลายด้วยกระแสคำวิจารณ์เชิงลบ
ส่วนใหญ่ดูเหมือนจะมาจากบรรดาผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อนเมื่อคืนเพราะเสียงกรีดร้อง ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคำวิจารณ์ดี ๆ อยู่บ้างตรงด้านล่าง
[ผมไม่ได้เป็นแฟนตัวยงของเกมแนวสยองขวัญ แต่ก็ตัดสินใจลองเล่นเพราะสตรีมนั้น คุณภาพของตัวเกมไม่ค่อยน่าปลื้มเท่าไหร่ เรนเดอร์ก็กากหมา และผมบอกได้เลยว่าผู้พัฒนาแอบลักไก่ในหลาย ๆ จุดด้วย แต่… แต่… แม้จะมีข้อเสียที่ว่ามาทั้งหมดนี้ เกมมันก็ยังทำให้ผมกรี๊ดได้ แถมเสียงดังซะจนทำให้เพื่อนบ้านเป็นห่วงด้วย เพราะงั้น ผมเลยให้คะแนนเกมนี้สูง แนะนำครับ]
คำวิจารณ์บทหนึ่งสะดุดสายตาเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่เพราะจำนวนยอดไลก์ แต่เพราะว่ามันสัมผัสได้ถึงความจริงใจมาก ๆ ด้วย
ผมอ่านมันซ้ำสองสามรอบก่อนจะกดถูกใจ
“…..”
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ผมก็พบว่าตัวเองยืนอยู่หน้ากระจก ด้วยสีหน้าสงบนิ่งผิดปกติ
ถ้าจะบอกว่าคำวิจารณ์แง่ลบไม่มีผลกับผมเลยก็คงเป็นการโกหก มันส่งผลกระทบอยู่บ้าง เกมนี้แม้จะดูเร่งรีบไปหน่อย แต่มันก็ยังเป็นสิ่งที่ผมพัฒนาขึ้นมาหลังจากฝ่าฟันความยากลำบากและความเจ็บปวดมามากมาย
การเห็นผู้คนมารุมปาถ้อยคำขยะใส่ผลงานของตัวเอง มันไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิด
แต่ถึงแม้คำวิจารณ์แย่ ๆ เหล่านั้นจะกวนใจ มันก็เทียบไม่ได้กับความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งที่ผุดขึ้นมา ผมโน้มลำตัวเข้าใกล้อ่างล้างหน้า จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก
ดวงตาทั้งสองยังคงคล้ำเป็นถุง แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่เท่าเมื่อก่อนแล้ว ส่วนผมเผ้ากระเซอะกระเซิงปกคลุมใบหน้า
ฝ่ามือกำขอบอ่างล้างหน้า เรียวแขนสั่นเทาราวกับจะพยุงตัวแทบไม่ไหว
ผมเกลียดเรื่องสยองขวัญ
เกลียดมันมากจนรู้สึกคลื่นไส้
อยากจะอาเจียนออกมาให้หมดพุง
แต่…
ผมก้มศีรษะลง จ้องมองมือสั่นระริก รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างอันน่าเกลียดขดตัวคับแน่นยิ่งขึ้นภายในจิตใจ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความขมขื่น
“ฉ-ฉันมันบิดเบี้ยวมากกว่าที่คิดแฮะ”
เพราะไม่ว่าจะเกลียดมันขนาดไหน…
…ผมก็ตระหนักได้ว่า ผมรักการทรมานจิตใจผู้คนด้วยผลงานของตัวเองมากเพียงใด
มากกว่านี้
ผมอยากทำมากกว่านี้อีก
***
ณ บริเวณรอบนอกของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเวโลร่า เสียงฝีเท้าหลายคู่เหยียบย่ำผ่านบรรดาแมกไม้ผุดขึ้นรกชัฏ
สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนและหลังจากการสืบสวนอย่างละเอียดของตำรวจ พบว่าสถานการณ์รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรกมาก จึงจำเป็นต้องมีการดึงทาง BAU เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง พร้อมทั้งบังคับให้ทีมเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ด้วย
และเรื่องนี้ยิ่งน่ากังวลมากขึ้นอีกเมื่อเหล่าเจ้าหน้าที่ที่ถูกส่งมาปฏิบัติภารกิจ ได้ยินเสียงสัญญาณดังมาจากเครื่องวัดพลังงาน
ปี๊บ! ปี๊บ!
หนึ่งในบรรดาเจ้าหน้าที่ ชายร่างสูงมีแนวกรามคมชัด ขมวดคิ้วขณะมองดูไฟกะพริบบนเครื่องของตน “ผมตรวจพบสัญญาณแล้ว” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงตึงเครียดพลางปัดไหล่เสื้อสูท “มันมาจากข้างในอาคาร”
“ทางนี้ก็เหมือนกัน”
เจ้าหน้าที่อีกคนขานตอบ สีหน้าของเขาเคร่งเครียด
“ฉันเจอสัญญาณแรงมาก”
เจ้าหน้าที่คนที่สาม หญิงสาวผู้มีดวงตาสีเข้มและดุดัน ละสายตาจากหน้าจอไปสบกับคนอื่น ๆ
“มีบางอย่างผิดปกติ นี่มัน… ไม่ใช่ค่าพลังงานธรรมดาแล้ว”
เจ้าหน้าที่คนที่สี่ ชายหนุ่มผู้มีอายุน้อยกว่ากลืนน้ำลายลง นิ้วมือกำรอบตัวเครื่องแน่นขึ้น
“เราต้องระวังตัวให้ดี นี่ไม่ใช่แค่สถานการณ์ทั่วไป มันมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นที่นี่แน่ ๆ”
ผลการตรวจวัดบ่งชี้ถึงการมีอยู่ของพลังงานที่สูงเกินจนผิดปกติ ซึ่งไม่ใช่ข่าวดีเลย
“ไปกันเถอะ”
เหล่าเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปในอาคารด้วยความระมัดระวัง แต่ละย่างก้าวค่อย ๆ ตามเสียงสัญญาณจากเครื่องวัดในมือ
จนกระทั่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูกล พวกเขาหันมามองหน้ากันก่อนจะเข้าไปและค่อย ๆ เดินผ่านอุโมงค์ยาวเหยียดและคับแคบ เสียงฝีเท้าดังก้องอยู่ในหูพร้อมกับเสียงสัญญาณจากอุปกรณ์
อุโมงค์นำทางไปสู่ห้องขนาดเล็กที่มีแสงริบหรี่ โลงศพว่างเปล่าใบหนึ่งนอนอยู่ตรงกลาง ผิวไม้ขัดเงาทอประกายแสงเจือจาง เสียงสัญญาณในตอนนี้ดังเข้ารูหู คลุ้มคลั่งขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวินาทีที่ผ่านไป
ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!
สีหน้าของเจ้าหน้าที่ทั้งสี่เปลี่ยนไป พวกเขาปักหลักสายตาบนโลงศพว่างเปล่าที่ตั้งอยู่กลางห้อง
“มันมาจากตรงนี้แหละ”
เหล่าเจ้าหน้าที่ตึงเครียดมากยิ่งขึ้นตอนจ้องโลงศพ บุคคลหนึ่งเดินเข้าไปใกล้ เขาหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิดมันออกอย่างเชื่องช้า
ครืดดด!
เจ้าหน้าที่ค่อย ๆ ดันฝาโลงให้เปิดออก เสียงเสียดสีสะท้อนก้อง
เมื่อฝาโลงถูกผลักออกไป ดวงตาของเหล่าเจ้าหน้าที่ก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ สิ่งที่หมุนเป็นเกลียวอยู่ในโลงคือกระแสวังวนสีดำทมิฬ เป็นความว่างเปล่าอันมืดมิดมากเสียจนดูเหมือนจะดูดกลืนแสงสว่างรอบข้างเข้าไปได้หมดสิ้น อากาศภายในห้องหนักอึ้งและเย็นเยียบยิ่งกว่าเก่า สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ชิบ!”
หญิงสาวสบถออกมา มือของเธอเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์
“…เกตเปิดแล้ว! รีบรายงานสถานการณ์ให้องค์กรทราบด่วน ๆ เลย!”