นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #56 : บัญชีของคุณได้รับการปลดระงับแล้ว [3]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #56 : บัญชีของคุณได้รับการปลดระงับแล้ว [3]
“…..”
ผมนั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน จ้องมองแล็ปท็อปอย่างเหม่อลอย
‘สรุปแล้วฉันได้ยอดขายเท่าไหร่กันแน่?’
เควสต์ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าผมต้องทำเงินได้เท่าไหร่ เงื่อนไขของมันคือผมต้องทำยอดขายให้ได้หนึ่งหมื่นชุด ผมดูจากจำนวนรีวิวและรู้สึกว่าตัวเองน่าจะถึงตัวเลขนั้นแล้ว หรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียง
“งั้นเรื่องที่แอคฉันโดนแบนอยู่ตอนนี้ก็ไม่สำคัญแล้วใช่ไหม?”
ผมเช็กแอปบนแล็ปท็อป แต่ก็ยังไม่เห็นการแจ้งเตือนว่าเควสต์เสร็จสิ้น
นั่นน่าจะหมายความว่าผมยังทำยอดขายไม่ถึงหนึ่งหมื่นชุด
“ฮืม แต่ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่เห็นเข้าใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงคิดว่าฉันใช้บอต”
ถึงแม้หนึ่งหมื่นจะเป็นตัวเลขที่สูงสำหรับผม แต่มันก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยในอุตสาหกรรมเกม มันไม่ใช่ตัวเลขที่มากพอจะทำให้ด็อกสงสัยว่าผม ‘ใช้บอต’
ถ้าอย่างนั้น สาเหตุอาจจะเป็นอย่างอื่นหรือเปล่า?
ตัวอย่างเช่น…
“มีคนกดรายงานแอคฉัน?”
ผมครางออกมาเมื่อคิดมาถึงจุดนี้ มันฟังดูสมเหตุสมผลเมื่อคำนึงถึงความจริงที่ว่าโลกออนไลน์มักมีพวกเกรียนอยู่เต็มไปหมด
ถ้าพวกเขาทำแบบนั้นจริง ๆ ละก็ คงต้องรีบทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ
หลังจากคิดอยู่เนิ่นนาน ผมก็ได้ข้อสรุปออกมาอย่างหนึ่ง
“ฉันต้องเปิดแอคทางการบนโรบส์แล้วโพสต์ข้อความลงในนั้น หวังว่าคนจะเห็นแล้วช่วยทำอะไรสักอย่างหน่อยนะ”
โรบส์ (Robes) เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ผู้คนที่นี่ใช้โดยทั่วกัน อีกทั้งมันยังเป็นที่ที่โซอี้โพสต์ และเป็นที่ที่บัญชีของเธออยู่ด้วย
ผมเลื่อนดูโพสต์ของเธอเพื่อดูว่าเธอจัดการบัญชีอย่างไร แต่ทั้งหมดที่เห็นมีเพียงรูปภาพของเธอในท่าทางแปลก ๆ และเสื้อผ้าที่แตกต่างกันไป
สายตาอ่านแคปชั่นของรูปภาพในโพสต์หนึ่ง
[กำลังจะเข้าเกตแล้ว! อวยพรให้ฉันด้วยน้า~]
ด้านบนเป็นรูปถ่ายเซลฟี่ของตัวเธอเอง โดยมีเกตอยู่ไกล ๆ แล้วผมก็เห็นไคล์ที่ตาปิดไปแล้วครึ่งหนึ่งเพราะกำลังหาวอยู่ไม่ไกลด้วย
“ตลกดีแฮะ”
ผมหัวเราะเบา ๆ ให้กับภาพที่เห็น นิ้วมือพยายามจะซูมรูปเพื่อดูให้ชัดขึ้น
แต่จังหวะนั้นเอง…
“โอ๊ย เวรเอ้ย”
ผมเผลอเลื่อนลงมาแล้วกดไลก์โดนรูปถัดไป มันเป็นรูปถ่ายของเธอในชุดเดรสกำลังยืนอยู่ข้างคาเฟ่ ฝ่ามือลดแว่นกันแดดลง พร้อมแคปชั่นกำกับว่า:
[ฉันสวยไหมคะ?]
“…..”
ผมนั่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ ช่างเถอะ เธอมีคนติดตามตั้งเยอะแยะ คงไม่สังเกตเห็นหรอกมั้ง… จากนั้นผมก็ย้ายความสนใจกลับมาหน้าเพจของตัวเอง
มันดูจืดชืดมาก มีแค่ชื่อของผมอยู่บนเพจ เซธ ธอร์น
‘จืดจริง ๆ นั่นแหละ’
แถมยังไม่มีโพสต์อะไรเลยสักอย่าง ผมไม่ใช่ประเภทที่ชอบใช้โซเชียลมีเดียอยู่แล้ว มันเลยไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ
อีกอย่างคือบัญชีนี้ไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่นัก เพราะยังมีบัญชีอื่น ๆ อีกหลายบัญชีที่ใช้ชื่อและนามสกุลเดียวกัน
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเปลี่ยนชื่อเพื่อให้มันดูเด่นชัดขึ้น
─────
[นักพัฒนาเกมสยองขวัญ – เซธ ธอร์น]
โพสต์: 0
ผู้ติดตาม: 0
กำลังติดตาม: 0
─────
“ใช่เลย แบบนี้ดูดีขึ้นเยอะ”
ผมพยักหน้าด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นชื่อใหม่
‘จะได้ให้รู้กันชัด ๆ ไปเลยว่าฉันคือนักพัฒนาเกม’
หลังจากนั้นผมก็ไม่เสียเวลาอีกต่อไป นิ้วมือรีบจัดการพิมพ์ข้อความ ลงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและเรื่องที่บัญชีของตัวเองโดนระงับ ก่อนจะโพสต์ลงไป
“เรียบร้อย”
ผมยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น
เพื่อให้ข่าวสารแพร่กระจายออกไปอย่างทั่วถึง ผมไล่ดูรายชื่อติดต่อแล้วส่งข้อความไปหาเจมี่
[ผมเพิ่งสร้างแอคบนโรบส์ รบกวนช่วยแชร์ให้ผู้ติดตามของคุณหน่อยได้ไหม? พอดีมีข้อความสำคัญอยู่ในนั้นน่ะ]
ผมรอไม่นานก็ได้รับข้อความตอบกลับจากเขา
[จัดไป]
“แจ่มเลย”
เมื่อจัดการเรื่องนี้เสร็จเรียบร้อย ผมก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก ถึงไม่รู้ว่ามันจะช่วยได้ไหม แต่ผมรู้ว่าการสร้างบัญชีเอาไว้เป็นสิ่งสำคัญ
เพราะในตอนที่เกมถัดไปของผมวางจำหน่าย ช่องทางนี้จะช่วยทำให้ข่าวการเปิดตัวเกมแพร่สะพัดได้อย่างรวดเร็ว
ผมปิดหน้าเพจแล้วเข้าไปเช็กอัปเดตเกี่ยวกับเกมของตัวเองทางออนไลน์ แต่ในขณะที่เว็บไซต์กำลังโหลด ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก—
“หือ?”
ผมมองไปทางประตูด้วยความสับสน
ใครน่ะ? ไม่น่าใช่ไคล์เพราะเขาบอกว่ายุ่งอยู่ ถ้างั้น…?
“ขอเข้าไปได้ไหมคะ?”
เสียงผู้หญิงฟังดูไม่คุ้นหูดังออกมาจากอีกฝั่งของประตู ผมมึนงงอยู่แต่ก็ยังตอบกลับไป
“…ครับ”
“โอเคค่ะ”
บานประตูเปิดออก จากนั้นผู้หญิงคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามา เธอแต่งกายด้วยชุดสูทเฉียบคม รวบผมตึงเป็นมวยแน่นด้านหลัง และสวมแว่นตาทรงเหลี่ยมขับเน้นให้ดวงตาของเธอดูคมกริบ
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
เธอเป็นฝ่ายเริ่มกล่าวทักทายก่อน ขณะที่ตัวผมลุกขึ้นยืนและยื่นมือไปทางเธอ
ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้ผมรู้สึกประหม่าตอนมองเธอ
“ครับ”
“…งั้นฉันขอเข้าเรื่องเลยนะคะ”
ผู้หญิงคนนั้นวางแฟ้มลงบนโต๊ะของผม
“ทางเราอยากเสนอตำแหน่งงานในกิลด์ให้คุณค่ะ”
“เอ๊ะ?”
ข้อเสนองานปุบปับแบบนี้? ทำไมกันล่ะ? หรือว่าเป็นฝีมือของหัวหน้าแผนก?
ถ้าใช่…
“ผมขอโทษนะครับ แต่—”
“เรานำเรื่องที่คุณปฏิเสธไปพิจารณาแล้วค่ะ เพราะแบบนั้นเราจึงไม่ได้เสนอตำแหน่งงานอย่างเป็นทางการให้กับคุณ”
“ไม่ใช่งั้นเหรอครับ?”
ผมประหลาดใจที่ได้ยินดังนั้น แต่ก็สับสนด้วยเช่นกัน ถ้าพวกเขาไม่ได้จะเสนอตำแหน่งงานอย่างเป็นทางการ แล้วพวกเขาวางแผนจะเสนออะไรให้กับผมล่ะ?
“ลองอ่านดูสิคะ”
หญิงสาวชี้ไปยังแฟ้มบนโต๊ะ และนั่นคือตอนที่ผมจ้องมองมันอย่างละเอียด ฝ่ามือหยิบขึ้นมาเปิดอ่านเนื้อหาภายใน
ผมใช้เวลาประมาณสิบนาทีในการอ่านพวกมันทั้งหมด และเมื่ออ่านจนจบแล้ว ผมก็พบว่าตัวเองพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
จะให้ผมพูดอะไรได้ล่ะ…?
“คุณคิดว่ายังไงคะ? ถ้ามีอะไรที่คุณไม่พอใจ เราสามารถปรับเปลี่ยนให้ได้นะคะ”
“มันดีมากครับ…”
ข้อเสนอมันดีมากจริง ๆ ได้ฐานเงินเดือนอยู่ที่ 2,500 ดอลลาร์สำหรับงานในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านทรอม่า แต่ถึงชื่อตำแหน่งจะบอกแบบนั้น ความจริงคือผมแทบไม่ต้องทำอะไรเลย มันเป็นแค่ตำแหน่งที่ตั้งขึ้นมาลอย ๆ เพียงเท่านั้น
‘สรุปคือ ฉันได้เงินฟรี ๆ โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลยเหรอ?’
มันดูไม่สมเหตุสมผลแม้แต่น้อย
หรือว่านี่จะเป็นฝีมือของไคล์?
หญิงสาวขยับปรับองศาแว่นตา ราวกับสัมผัสได้ถึงความสงสัยของผม
“ไคล์เป็นหนึ่งในบุคลากรดาวเด่นของกิลด์ ทางเราจึงไม่อยากให้เขาโดนกิลด์อื่นดึงตัวไป นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เรายื่นข้อเสนอเหล่านี้ให้คุณค่ะ”
“อ๋อ…”
สรุปแล้วมันเป็นเพราะไคล์
ก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นเยอะอยู่
แต่ถึงอย่างนั้น ที่ว่ามานี้ยังไม่ใช่ทั้งหมดสินะ?
“ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง”
นั่นไง
“เมื่อไม่นานมานี้มีเกตเปิดขึ้นในพิพิธภัณฑ์ที่คุณเคยไปสตรีมน่ะค่ะ เนื่องจากคุณมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานการณ์นั้น ตัวคุณจึงถือว่ามีส่วนช่วยในการค้นพบเกต ทางเราเลยต้องการให้คุณเป็นพนักงานของเราเพื่อรับประกันโควตาในการเข้าเกตนั้นค่ะ”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง…”
ผมรู้สึกผ่อนคลายลงมากเมื่อได้รับรู้สาเหตุเบื้องหลังที่แท้จริงของข้อเสนอรับเข้าทำงานอันกะทันหันนี้ ถ้ามันเป็นเพราะไคล์เพียงอย่างเดียว ผมยังคงรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง
แต่เรื่องนี้…?
มันฟังดูสมเหตุสมผลมากทีเดียว
“ทั้งหมดนี้คลายข้อสงสัยของคุณหรือยังคะ?”
“ครับ”
สายตามองแฟ้มตรงหน้าตัวเอง และพยักหน้าให้
ผมกำลังจะเซ็นสัญญาแต่แล้วก็หยุดชะงัก เมื่อมองไปทางผู้หญิงคนนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว มันทำให้ผมลังเล แต่เธอก็พูดขึ้นมาราวกับสัมผัสได้ถึงความลังเลดังกล่าว
“มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“…อันที่จริงก็มีน่ะครับ”
“คุณสามารถแจ้งให้ฉันทราบได้เลยนะคะ”
ผมเกาข้างใบหน้าด้วยความเขินอายเล็กน้อย
“ถ้าผมอยากขอเงินมัดจำ 10,000 ดอลลาร์จะเป็นไปได้ไหมครับ? คุณหักออกจากเงินเดือนของผมก็ได้ ผมแค่ต้องการเงินด่วนน่ะครับ”
ทั้งภัยอันตรายจากวาทยกรที่กำลังจะมาเยือน รวมถึงเรื่องลัทธิพวกนั้นด้วย ผมจึงต้องมีเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยเหตุนั้น ผมเลยรู้สึกว่าจำเป็นต้องขอเงินหนึ่งหมื่นโดยตรง จำนวนดังกล่าวสามารถแลกเปลี่ยนได้เป็น 1,000 SP ซึ่งจะช่วยให้ผมเข้าถึงไอเทมได้มากยิ่งขึ้น
“หนึ่งหมื่นเหรอคะ?”
โชคดีที่ดูเหมือนจะไม่ใช่คำร้องขอยากเกินไปนัก
“…เรื่องนั้นทำได้ค่ะ มีอย่างอื่นอีกไหมคะ?”
“อื่ม ไ—”
ผมหยุดพูดกลางคัน แล้วหัวเราะออกมาแห้ง ๆ ขณะมองเธอ
“จริง ๆ แล้วมีอีกเรื่องหนึ่งครับ”
“คะ?”
ผมลังเลก่อนจะมองโทรศัพท์ตัวเอง จากนั้นก็มองเธอ
พวกเขาทำได้แน่นอนแหละ ใช่ไหม?
“…พวกคุณพอจะช่วยเรื่องการปลดแบนแอคเกมให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?”