นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #57 : บัญชีของคุณได้รับการปลดระงับแล้ว [4]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #57 : บัญชีของคุณได้รับการปลดระงับแล้ว [4]
[บัญชีของคุณได้รับการปลดระงับแล้ว]
ผมจ้องมองการแจ้งเตือนที่ปรากฏบนแล็ปท็อปตัวเองด้วยสายตาว่างเปล่า
“….ไวชะมัด”
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ส่งคำขอไปให้กับทางกิลด์ บัญชีของผมก็ได้รับการปลดสถานะระงับ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดี
นึกไม่ถึงเลยว่าอิทธิพลของกิลด์จะยิ่งใหญ่ขนาดนี้…
‘เดี๋ยวก่อนนะ งั้นแปลว่าโพสต์ที่ฉันลงไว้ในโรบส์ก็เปล่าประโยชน์น่ะสิ?’
แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ไม่ว่ายังไง บัญชีนี้ก็จะมีประโยชน์สำหรับตัวผมในภายภาคหน้าอยู่ดี ผมจึงทำแค่ล็อกอินเข้าไปและลบโพสต์ที่ตัวเองเคยลงไว้
เจมี่ยังไม่ได้ทำการป่าวประกาศออกไป จำนวนผู้ติดตามจึงยังคงหยุดอยู่ที่ศูนย์
แต่นั่นไม่สำคัญแล้วล่ะ
ติ๊ง!
[คุณได้รับเงินเข้าจำนวน 10,000 ดอลลาร์]
ผมกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นการแจ้งเตือนใหม่ปรากฏบนโทรศัพท์ จากนั้นทำการเปลี่ยนเงินก้อนดังกล่าวให้กลายเป็น SP โดยไม่ลังเล ทำให้ผมได้รับมา 1,000 SP
“ถึงจะน่าเสียดายนิดหน่อย แต่มันจำเป็นนี่นะ”
ตอนนี้ผมเหลือเงินเพียงพอแค่สำหรับค่าอาหารและปัจจัยพื้นฐานเท่านั้น ส่วนค่าเช่าไม่ต้องจ่าย แถมยังมีพื้นที่ทำงานให้ฟรีอีก ค่าใช้จ่ายทั่วไปของผมเองก็น้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย
พอคิดได้ดังนั้น ผมจึงเปิดแอปพลิเคชันด็อกเพื่อเช็กสถิติของตัวเกม
ผมอยากรู้ใจจะขาดว่าตัวเองทำเงินไปได้เท่าไหร่ และยอดขายเป็นอย่างไรบ้าง
“มันอยู่ตรงนี้ใช่ไหมนะ?”
ผมคลำหาทั่วหน้าเว็บอยู่สักพักจนในที่สุดก็เจอส่วนที่ต้องการ และทันทีที่คลิกลงไปบนแถบสถิติ รอยยิ้มบนใบหน้าของผมก็เลือนหายไปอย่างเชื่องช้า
“เอ๋…?”
ผมกะพริบตาอยู่หลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด แต่เมื่อกะพริบซ้ำไปมาแล้วพบว่าข้อมูลตรงหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง ร่างของผมก็ทรุดลงบนเก้าอี้
“นั่นมัน…”
สมองแทบจะประมวลผลตัวเลขเบื้องหน้าไม่หวาดไม่ไหว
ตอนแรกในหัวคิดว่ายอดขายน่าจะเกือบถึง 10,000 ชุด แต่ผมคิดผิด
…ผิดไปไกลโขเลยล่ะ
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามควบคุมฝ่ามืออันสั่นเทาของตัวเองอย่างสุดความสามารถขณะจ้องมองตัวเลขบนจอด้านหน้า
[ยอดขาย: 17,319]
“บ้าไปแล้ว”
ตัวเลขมันมากเกินกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้ในตอนแรกเสียอีก ความจริงคือมันผ่านเงื่อนไขไปไกลแล้ว
จากนั้นก็มองตรงส่วนแถบรายได้ ผมสูดลมหายใจอันเย็นเยียบเข้าปอดอีกเฮือกหนึ่ง
[ยอดรายได้: 60,617 ดอลลาร์]
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมหาเงินได้เยอะขนาดนี้ ความตื่นเต้นเมื่อครู่ที่ได้รับเงิน 10,000 ดอลลาร์แทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย
และที่เจ๋งกว่านั้นคืออะไรรู้ไหม?
ยอดขายยังคงเพิ่มขึ้นได้อีกเรื่อย ๆ นี่ไม่ใช่ตัวเลขสุดท้ายที่ผมจะได้รับจากเกมนี้แน่นอน
ความคิดนั้นทำให้ผมแทบจะเสียสติ
แต่มันติดปัญหาอยู่แค่อย่างเดียว
“ฉันถอนเงินออกมาไม่ได้จนกว่าจะถึงสิ้นเดือน”
ด็อกจะโอนเงินให้ทุก ๆ สิ้นเดือน และตอนนี้เพิ่งวันที่ 17 มกราคม ซึ่งยังเหลือเวลาอีก 14 วันกว่าจะถึงสิ้นเดือน
“ฉันว่า… คิดถูกแล้วล่ะที่ขอเบิกเงินล่วงหน้ามาก่อน”
ผมสูดหายใจลึก ๆ แล้วเริ่มไล่ดูสถิติต่าง ๆ ของเกมด้วยความอยากรู้ว่าจะได้พบเห็นอะไรนอกเหนือจากนี้อีกไหม แต่ในขณะที่กำลังจดจ่ออยู่นั้น การแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นมาบนแล็ปท็อป
[โปรโมตเกมของคุณ!]
[เควสต์เสร็จสิ้น]
“โอ้…”
เพิ่งจะโผล่หัวมาป่านนี้เนี่ยนะ?
ผมส่ายศีรษะไปมา เห็นได้ชัดว่าผมทำตามเงื่อนไขของระบบครบถ้วนตั้งหลายชั่วโมงก่อนแล้ว แต่มันเพิ่งจะแจ้งเตือนในตอนนี้ เรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วตอนที่ผมทำเควสต์พิพิธภัณฑ์เสร็จ
มันมีเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงในการแจ้งเตือนว่าเควสต์เสร็จรึเปล่า หรือระบบแค่อยากจะกวนประสาทผมเฉย ๆ ?
ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่การแจ้งเตือนที่ถาโถมเข้ามาฉับพลันทำให้ความคิดเหล่านั้นปลิวหายไป
[กำลังคำนวณรางวัล…]
กระบวนการคำนวณใช้เวลาไม่นานนัก
หลังจากนั้น 3,000 SP ก็ถูกเพิ่มเข้ามาในยอดคงเหลือ เมื่อรวมกับ 1,000 SP ที่ผมเพิ่งเติมไป ทำให้ตอนนี้ผมมีทั้งหมด 10,450 SP
“พระเจ้าช่วย”
ผมมองร้านค้าของระบบ
“ด้วยแต้มขนาดนี้ ฉันซื้ออะไรก็ได้เลยนะเนี่ย…”
ไอเทมที่แพงที่สุดคือมีดของจอมเชือด อีกทั้งมันยังเป็นไอเทมที่น่าสนใจที่สุดเช่นกันเพราะเป็นประเภทเติบโต แต่ผมยังไม่ตัดสินใจซื้อในทันที
มันมีไอเทมที่น่าสนใจอยู่อีกพอประมาณ รวมถึงพวกของแปลก ๆ อย่าง ชุดเย็บเนรมิต ที่สามารถเปลี่ยนเป็นชุดอะไรก็ได้ในพริบตาตามแต่ที่ผู้สวมใส่จะจินตนาการ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้
นอกจากนี้ยังมี ลิปบาล์มของจอมลวง ที่สามารถทำให้คำโกหกใด ๆ ก็ตามแนบเนียนจนจับผิดไม่ได้…
ผมมีตัวเลือกมากมาย
มากมายแบบก่ายกองเลยแหละ…
แต่สุดท้ายแล้ว สายตาของผมมักจะไปหยุดอยู่ที่เจ้ามีดเล่มนั้นเสมอ มันเป็นไอเทมที่น่าดึงดูดใจมากสุดในร้านค้า แต่ขณะเดียวกัน มันก็เป็นไอเทมที่ผมยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อดีหรือไม่
‘ถ้าฉันเดาไม่ผิดละก็ อาวุธประเภทเติบโตจะเริ่มด้วยเวอร์ชั่นกากมาก ๆ ก่อน แบบนั้นคงไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะฉันเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งวันครึ่งก่อนที่วาทยกรจะมาถึง ตอนนี้ยังไม่ต้องซื้อมันดีกว่า’
ความรู้สึกเสียดายผุดขึ้นเล็กน้อย แต่ผมรู้ว่าเมื่อถึงสิ้นเดือน ผมจะสามารถซื้อมีดเล่มนั้นด้วยเงินมหาศาลที่ตัวเองกอบโกยมาได้อย่างแน่นอน
ผมแค่ต้องระมัดระวังเรื่องการใช้แต้ม
“เอาล่ะ งั้นก็…”
แผ่นหลังเอนพิงกับเก้าอี้ นิ้วมือไถผ่านรายการไอเทมทั้งหมด
“จะซื้ออะไรดีนะ?”
***
“เอาจริงดิ?”
โซอี้พึมพำขณะนั่งอยู่ในโซนทำงานของเธอ ขาข้างหนึ่งพาดอยู่บนโต๊ะพลางเล่นโทรศัพท์ในมือ
เธอเพิ่งได้รับข้อความจากเจมี่
ตอนแรกเธอคาดว่าเขาจะขอให้เธอช่วยโปรโมตให้ แต่ไม่ใช่เลย
เขากลับส่งข้อความมาหาเธอเกี่ยวกับเรื่องอื่นแทน
[เซธเพิ่งเริ่มทำเพจในโรบส์ เขาขอให้ฉันช่วยโปรโมตและรับรองตัวตนให้น่ะ]
[อ้อ ก็ดีแล้ว…]
“แต่มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?”
สีหน้าของโซอี้เปลี่ยนไปอย่างแปลกประหลาด
“อย่าบอกนะว่าเขาอยากให้ฉันโปรโมตเพจ…”
โซอี้ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดีในเรื่องนี้ ส่วนหนึ่งเธอก็รู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ใช่ความผิดของเธอเสียทีเดียว
เขานั่นแหละที่เป็นคนเลือกสถานที่แห่งนั้นเอง
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังช่วยเขาโดยการประสานงานให้เขาได้ติดต่อกับเจมี่แล้วด้วย…
‘แต่ฉันควรจะปฏิเสธไหมนะ? ถ้าเจมี่ขอมาล่ะก็…’
[ไม่ต้องห่วงน่า ฉันไม่ได้จะขอให้เธอโปรโมตแอคเขาหรอก ขืนทำแบบนั้นไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะคนที่จะแห่ตามไปก็มีแต่พวกแฟนคลับของเธอซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับสิ่งที่หมอนั่นทำเลย พวกนั้นมีแต่จะทำให้เขารำคาญซะเปล่า ๆ ]
“โอ้…”
ผิดจากที่คาดการณ์เอาไว้ เจมี่ไม่ได้ขอให้เธอโปรโมตเพจของเซธ
ถ้างั้นเขาต้องการอะไรกันแน่?
[ฉันอยากให้เธอช่วยเขาจัดการเพจหน่อยน่ะ ฉันลองเข้าไปดูเพจของเขาแล้ว…]
เขาส่งมาไม่จบประโยค แต่ดูจากลักษณะการพิมพ์แล้ว ชัดเจนเลยว่าสภาพมันคงไม่ดีแน่ ๆ
โซอี้ถอนหายใจ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกสงสัย
มันคงไม่ได้แย่เกินไปหรอก ใช่ไหม?
[ก็ได้ ส่งเพจเขามาสิ]
เจมี่ไม่รีรอแม้แต่วินาทีเดียว ส่งเพจโรบส์ไปให้อย่างว่องไว
โซอี้แตะลิงก์นั้น และตัวแอปก็เปิดขึ้นทันที
อีกครู่หนึ่งต่อมา หน้าเพจแสนเรียบง่ายก็ปรากฏ สายตาของเธอจับจ้องตรงไปยังชื่อด้านบนและรูปภาพที่อยู่ถัดลงมาด้านล่าง
“พรึ่ฟฟ”
เธอระเบิดเสียงหัวเราะออกมาหลังจากนั้นไม่นาน
“อะไรวะเนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า”
แม้จะพยายามอดกลั้นสุดกำลังขนาดไหน โซอี้ก็หยุดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นรูปโปรไฟล์ของเขา มันเป็นรูปเซธที่สวมแว่นกันแดดพร้อมกับทำหน้าตาภาคภูมิใจในตัวเองแบบสุด ๆ
“หมอนี่ไม่เห็นเหมือนนักพัฒนาเกมเลยสักนิด พรึ่ฟฟ—”
ไม่เพียงแค่นั้น พอมองไปยังคำอธิบายข้อมูลส่วนตัวของเขาแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะปล่อยเสียงหัวเราะลั่นออกมาอีกรอบ
● ผมไม่ขอรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากเกมของผม ความรับผิดชอบทั้งหมดตกอยู่กับคุณที่เป็นคนกรี๊ดจนทำให้เพื่อนบ้านของคุณตื่นกันเอง
“บ้าอะไรวะเนี่ย ฮ่าฮ่า”
ยิ่งดูโปรไฟล์นานเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งค้นพบความตลกมากขึ้นเท่านั้น
มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด… จนเกือบเหมือนจะไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอไม่ได้หัวเราะแบบนี้? ตั้งแต่โศกนาฏกรรมนั้นได้เกิดขึ้นกับพ่อแม่ เธอก็เอาแต่ฝังตัวเองอยู่กับงานโดยมีเป้าหมายชัดเจน
เธออยากแข็งแกร่งขึ้น
แข็งแกร่งมากพอที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับที่เธอเคยเจอขึ้นอีก รวมถึงเพื่อพิชิตเกาะเซนเทรียสต์ด้วย
เธอไม่ค่อยมีเวลาได้หัวเราะมากเท่าไหร่
ทว่า… ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เธอกลับได้หัวเราะมากกว่าช่วงเวลาทั้งหมดที่เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เสียอีก
มันรู้สึกแปลก
“แปลกโคตร ๆ เลย”
โซอี้ขยี้ตาพลางมองโปรไฟล์ของเซธ
เธอส่ายศีรษะและลองส่องทั่วเพจ หน้าตาบัญชีใหม่เอี่ยม ดูเหมือนเขาจะยังไม่ได้ทำอะไรกับมันมากนัก
ขณะไถเล่นไปเรื่อยเปื่อย เธอส่องประวัติการกดไลก์ของเขาโดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไร แต่แล้ว…
“เอ๊ะ?”
ใบหน้าของเธอแข็งค้าง
[นักพัฒนาเกมสยองขวัญ – เซธ ธอร์น เคยกดถูกใจโพสต์นี้ของ โซอี้ เทอร์ลิน]
จากนั้นเธอก็มองลงไปเห็นภาพอันคุ้นตามาก ๆ รูปหนึ่ง
ใบหน้าของเธอชาวาบ
“เชี่ยอะไรวะเนี่ย…?”