นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #61 : การกลับมาของตัวตลก [4]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #61 : การกลับมาของตัวตลก [4]
“อ่า…”
โซอี้รีบปิดปากตัวเองอีกครั้งเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จ้องทะลุมาในคราวเดียว เธอเห็นแม้กระทั่งสายตาของทอมจากระยะไกลที่เฝ้ามองมาด้วยความขบขัน ส่วนสีหน้าของเจ้าหน้าที่แสดงร่องรอยของความไม่พอใจอย่างรุนแรง
พอเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะบานปลาย โซอี้จึงกัดริมฝีปาก
‘นั่น… บ้าเอ๊ย! ความผิดหมอนั่นล้วน ๆ เลย!’
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาและแว่นกันแดดเฮงซวยนั่น เธอคงไม่รู้สึกขำกับเรื่องนี้หรอก!
“คุณเทอร์ลิน”
น้ำเสียงของเจ้าหน้าที่ฟังดูเย็นชา เขากวาดสายตาไล่เรียงรายชื่อในโน้ตบนมือ
โซอี้รู้สึกได้ถึงสายตาของเขา จึงทำได้เพียงหลับตาลงอย่างเงียบเชียบ
‘ช่างเถอะ มันเกิดขึ้นไปแล้วก็ปล่อยมันไป ฉันจะรอให้เขาบ่นจบก็แล้วกัน’
แต่เสียงบ่นหรือดุด่านั้นกลับไม่มาเยือน
หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง เจ้าหน้าที่ก็ละความสนใจไปจากเธอ อาจเป็นเพราะเขารู้ตัวตนของเธอแล้ว หรือเพราะไม่เหลือเวลาให้เสียเปล่า จากนั้นเขาเริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง
“พวกคุณทุกคนคงได้ข้อมูลคร่าว ๆ โดยภาพรวมของฉากนี้ไปแล้ว ข้อมูลที่เราหามาได้จากหน่วยสอดแนมหลายคนที่เข้าไปก่อนหน้านี้พบว่า มันจะเริ่มตอนที่พวกคุณไปถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่กำลังจัดงานเลี้ยงอยู่ กในนั้นเรียบง่ายมากครับ: ทำทุกอย่างที่เจ้าภาพสั่ง ถ้าเขาบอกให้เต้น คุณก็ต้องเต้น ถ้าเขาบอกให้ร้องเพลง คุณก็ต้องร้อง”
เจ้าหน้าที่หยุดพูด สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นถมึงทึง
“…แต่ถ้าคุณล้มเหลวแม้แต่อย่างเดียว คุณจะตาย”
สีหน้าของเหล่าสมาชิกไม่ได้เปลี่ยนแปลงเมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าหน้าที่ ทุกคนต่างรู้เรื่องนี้กันดี
อันที่จริง พวกเขาชินชากับเรื่องการตายไปแล้วในจุดนี้
“จากที่ทางเราพบมา วิธีการเคลียร์ฉากนี้คือสร้างความประทับใจให้กับเจ้าภาพ หากคุณสามารถสร้างความประทับใจให้เจ้าภาพได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ฉากก็จะเคลียร์ครับ”
ทุกคนพอจะรู้เรื่องนี้มาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย
โซอี้เองก็ศึกษาจากรายงานของหน่วยสอดแนมมาอย่างละเอียดก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน นี่คือสิ่งที่ต้องทำเป็นขั้นพื้นฐานที่สุดก่อนจะเข้าสู่เกต
‘ฉันไม่คิดว่าจะมีปัญหากับการเต้น ส่วนการเล่นเครื่องดนตรีก็เหมือนกัน แต่ฉันไม่รู้ว่าจะสร้างความประทับใจให้เจ้าภาพด้วยความสามารถของฉันเองได้รึเปล่า’
โชคดีที่โซอี้พกไอเทมติดตัวมาด้วยประมาณหนึ่งเพื่อช่วยในเรื่องนี้
[ริบบิ้นของนักเต้น]
: เมื่อสวมใส่ริบบิ้นนี้จะถูกสิงสู่โดยวิญญาณนักเต้นบัลเลต์ผู้ล่วงลับซึ่งครั้งหนึ่งเคยมากความสามารถที่สุดในโลก ทำให้สามารถเต้นได้อย่างราบรื่นและพริ้วไหวโดยอัตโนมัติ แต่ต้องระวังอย่าให้เธอเข้าครอบงำ!
[แหวนจังหวะ]
: ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถรักษาจังหวะไว้ได้ในขณะที่สวมแหวนอยู่ ด้วยสิ่งนี้ ผู้สวมใส่จะไม่มีทางหลุดจังหวะเมื่อบรรเลงเครื่องดนตรีชนิดใดก็ตาม
เพียงแค่ไอเทมสองชิ้นนี้ก็น่าจะช่วยให้เธอแสดงได้ดีกว่าคนส่วนใหญ่แล้ว และบางทีอาจจะสร้างความประทับใจให้แก่เจ้าภาพได้ด้วยซ้ำ
“แล้วก็ยังมีอีกไม่กี่อย่างที่พวกคุณต้องระวังนะครับ ข้อแรกคือพวกคุณต้องไม่เปิดเผยหน้าตัวเองเด็ดขาด”
เจ้าหน้าที่พูดขึ้นพลางหยิบหน้ากากขนาดเล็กที่ปกปิดใบหน้าส่วนบนออกมา
“ใครคนไหนไม่มีหน้ากากบ้างไหมครับ? ถ้าคุณเข้าฉากแบบไม่มีหน้ากาก คุณจะโดนฆ่าทันทีที่งานเต้นรำเริ่ม พวกคุณทุกคนต้องมีหน้ากากติดตัวไว้ มันสำคัญมาก ๆ นะครับ”
เจ้าหน้าที่เอ่ยถามพร้อมกับกวาดสายตามองไปทั่ว โซอี้หยิบหน้ากากของเธอออกมา มันเป็นรูปทรงกลมเรียบเนียนไร้ลวดลาย ผิวมันวาวสะท้อนแสงดั่งหินออบซิเดียนที่ถูกขัดเงา มันปกปิดใบหน้าของเธอได้ทั้งหมด และซ่อนสีหน้าของเธอได้อย่างสมบูรณ์
น่าเสียดายที่ทางกิลด์ไม่มีไอเทมรูปแบบหน้ากากที่เหมาะสมสำหรับเธอเลย อันที่พวกเขามีล้วนอันตรายเกินกว่าที่เธอจะสวมใส่ได้
เธอจึงใช้แค่หน้ากากธรรมดาทั่วไปแบบนี้
“…ดี ดูเหมือนว่าทุกคนที่นี่จะพกหน้ากากมากันหมดนะครับ ถ้าใครยังไม่มี มาขออันสำรองจากผมได้เลย”
เจ้าหน้าที่ก้าวออกไปด้านข้างเพื่อแสดงให้เห็นกล่องใบเล็กที่บรรจุหน้ากากจำนวนมากมายอยู่ภายใน
“ในเมื่อทุกคนดูพร้อมแล้ว ผมก็จะไม่รั้งพวกคุณไว้นานกว่านี้ ขอแค่จำสิ่งที่ผมบอกไว้ให้ดี และ…”
เจ้าหน้าที่นิ่งเงียบ น้ำเสียงของเขาแปรเป็นเศร้าหมอง
“ถึงคีย์หลักจะเป็นการสร้างความประทับใจให้กับเจ้าภาพ แต่คุณก็อาจทำให้เขาผิดหวังได้เหมือนกัน ขอให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ทำให้เจ้าภาพผิดหวังนะครับ ไม่อย่างนั้น…”
เขาพูดไม่จบประโยค แต่ก็ไม่จำเป็นต้องพูดต่อ
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างเข้าใจความหมายในคำพูดของเขาเป็นอย่างดี และพากันพยักหน้าเงียบ ๆ
“ดีครับ”
เขาเดินไปยังโลงศพที่วางอยู่กลางห้อง ฝ่ามือผลักมันเปิดออก เผยให้เห็นกระแสวังวนสีดำอันคุ้นเคย
“ขอให้ทุกคนโชคดีครับ หวังว่าพวกคุณจะกลับมากันครบสามสิบสองนะ”
สิ้นคำอวยพรนั้น เหล่าบุคลากรก็กระโดดลงไปในโลงศพทีละคน
โซอี้มองข้างหลังตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าคนในทีมพร้อมแล้ว ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าและมุ่งตรงสู่โลงศพ ทันทีที่เธอมาถึงตัวโลง สายตาของเธอก็หยุดอยู่กับเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังจ้องตาเธออยู่พอดี
“…แว่นกันแดดของคุณทำให้ฉันนึกถึงเรื่องตลกเรื่องหนึ่งน่ะค่ะ”
“เด็กสตรีมเมอร์นั่นเหรอครับ?”
“เอ๊ะ?”
โซอี้กะพริบตา ส่วนเจ้าหน้าที่ค่อย ๆ ถอดแว่นของเขาออก
“…ผมดูเหมือนกันครับ ยังไงก็ต้องดูละนะเพราะมันสำคัญกับงาน ผมเลยเข้าใจค่อนข้างเร็วน่ะครับว่าทำไมคุณถึงได้ขำ”
เขายกยิ้มมุมปาก
“ตลกดีใช่ไหมล่ะ?”
โซอี้ยิ้มแห้งและพยักหน้าให้
มันก็ตลกจริง ๆ นั่นแหละ
จากนั้น—
เธอกระโจนตัวลงไปในเกต ทัศนวิสัยกลายเป็นสีดำสนิทก่อนที่แสงสว่างจ้าจะเข้าครอบงำ
ฟุ่บ!
สายตากะพริบตาถี่ ๆ พลางมองไปโดยรอบ เธอพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ แสงแดดสาดส่องลงมาจากเบื้องบน พร้อมทั้งสายลมเอื่อยเฉื่อยพัดพากลิ่นสดชื่นของยอดหญ้าติดตามมา
บานประตูเปิดอ้ากว้าง เธอได้ยินเสียงพูดคุยกับเสียงดนตรีดังออกมาจากภายในนั้น
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
คนอื่น ๆ เริ่มปรากฏตัวขึ้นทีละคน ทุกคนต่างเพ่งความสนใจไปที่คฤหาสน์หลังใหญ่ตรงหน้าตน
กว่าทุกคนจะมาจนครบก็ใช้เวลาอยู่สักพักหนึ่ง พอพวกเขามาถึงแล้วก็ไม่รอช้า มุ่งหน้าตรงไปทันที
โซอี้และสมาชิกของเธอเป็นกลุ่มสุดท้ายที่เคลื่อนไหว เนื่องจากเธอรอให้ทุกคนในทีมปรากฏตัวมาให้ครบเสียก่อน
ตอนนั้นเองที่เธอตัดสินใจเยือนสู่ภายใน
ทว่าในจังหวะที่เธอก้าวเข้าไปได้เพียงก้าวเดียว สายตาของเธอก็หันไปสะดุดเข้ากับบุคคลหนึ่ง
เขายืนอยู่ไม่ไกลจากเธอนัก สายตาของเขาจ้องตรงมาทางเธอ
“หืม?”
โซอี้ขมวดคิ้วเมื่อสบสายตากับเขา
‘ตัวตลกงั้นเหรอ?’
เธอเบี่ยงสายตาออกอย่างว่องไวพร้อมกับส่ายศีรษะ
รสนิยมแย่ชะมัด…
T/L: แปะกันไว้เผื่อมีคนงงว่าทำไมรายงานส่วนแรกจากหน่วยสอดแนมของเกตที่โซอี้อ่านถึงดูไม่มีเค้าโครงความเป็นงานเต้นรำเลย (ไม่ใช่สปอย)
โดยปกติโลกนี้ เวลาเกตเปิดจะตรวจสอบก่อนว่าเป็นเกตประเภทไหนค่ะ สิ่งที่ตรวจง่ายสุดคือใช้กำลังเพียว ๆ เคลียร์เกตได้ไหม จึงมักให้หน่วยติดอาวุธเข้าไปลุยก่อนเสมอเพื่อตรวจเรื่องนี้ (อย่างที่เห็นในรายงานตอนที่ 58)
– ถ้าใช้กำลังเคลียร์ได้ก็เป็นเกตประเภทอื่น งานนี้ก็จะเป็นของแผนกอื่นที่ไม่ใช่แผนกกักกันไป
– ถ้าใช้กำลังเคลียร์ไม่ได้ก็แสดงว่ามีเงื่อนไขจุกจิก เกตจะโดนจัดเป็นประเภทความผิดปกติค่ะ หน่วยสอดแนมถัดมาก็จะถูกส่งเข้าไปเพื่อเจาะจงหาเงื่อนไขว่ามันเป็นยังไง (ซึ่งส่วนนี้โซอี้ไม่ได้ให้พวกเรารู้ตอนอ่านรายงาน แต่นิยายมาอธิบายให้ตอนนี้) พอได้ข้อมูลค่อนข้างชัวร์แล้วถึงจะส่งเรื่องให้แผนกกักกันของแต่ละกิลด์มาจัดการก่อนที่ความผิดปกติจะออกมาจากเกตค่ะ