นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #63 : งานเต้นรำหน้ากาก [2]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #63 : งานเต้นรำหน้ากาก [2]
[รีบหาคู่แล้วเริ่มเต้นรำสิครับ!]
สมาชิกจากกิลด์จับคู่กันอย่างรวดเร็วราวกับวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ต่างพากันแยกออกเป็นกลุ่มละสองคน
เช่นเดียวกับเหล่า ‘NPC’ ที่ไม่ได้มาจากสังกัดกิลด์
กว่าจะรู้ตัวอีกที ทุกคนก็จับคู่กันหมดแล้ว ยกเว้นผม
อ่า เวรแล้วไง…
ผมมองไปทั่วอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยความหวังว่าจะเจอใครสักคนที่อยู่ตัวคนเดียว แต่เห็นได้ชัดเลยว่าทุกคนมีคู่กันหมดแล้ว
‘ทำยังไงดีวะเนี่ย?’
แต๊ง~
ท่วงทำนองอันนุ่มนวลดังขึ้นกลางอากาศ ทุกคนเริ่มเต้นรำ
ผมเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เต้น และ…
“…..!”
ศีรษะของเจ้าภาพหันมาทางผม
เขายืนนิ่งเงียบ สีหน้าเรียบเฉยและปราศจากอารมณ์ใด ๆ
เขากำลังเฝ้ารอ รอคอยให้ผมขยับตัว
แต่ว่า…
ผมไม่มีคู่
ผมจะขยับได้ยังไงถ้าไม่มีคู่?
บ้าเอ๊ย
บ้าเอ๊ย บ้าเอ๊ย!
[คุณไม่มีคู่เต้นเหรอครับ?]
ท้ายที่สุดเสียงของเขาก็ดังขึ้น ผมเห็นได้ว่าหลาย ๆ คนเบนความสนใจมาหาตัวผมเอง
เห็นแม้กระทั่งสีหน้าของพวกเขาที่กำลังสับสนตอนจ้องมองผมด้วยซ้ำ
‘เขาเป็นใครเหรอ?’
‘…ทำไมเขาถึงไม่มีคู่ล่ะ?’
‘ฉันแน่ใจว่าเราจัดจำนวนคนเป็นเลขคู่เพื่อไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้แล้วนะ เขาอยู่กลุ่มไหนเนี่ย?’
สถานการณ์เริ่มดิ่งลงไปในทิศทางที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
[ว่ายังไงครับ…?]
หัวใจผมหล่นวูบเมื่อได้ยินเสียงของเจ้าภาพอีกครั้งหนึ่ง
การเคลื่อนไหวของคนรอบกายหยุดลง เฉกเช่นเดียวกับเสียงบรรเลง
ความเงียบงันเข้าปกคลุม
ดวงตานับร้อยจับจ้องมาที่ผม
แล้วคำพูดหนึ่งก็หลุดออกจากปากโดยไม่ทันคิด
“ผมมีคู่อยู่แล้วครับ”
[คุณมีคู่แล้วงั้นเหรอ?]
เจ้าภาพมองไปรอบ ๆ
[ตรงไหนล่ะ? ผมไม่เห็นคู่ของคุณเลยนะครับ]
“…เพราะผมยังไม่ได้เรียกเขาออกมาไง”
[อย่างนี้นี่เอง…]
เจ้าภาพคลี่ยิ้ม ดวงตาของเขาจ้องตรงมาหาผม
หัวสมองคิดได้ในจังหวะนั้นเลยว่าถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง ชีวิตคงจบสิ้นแน่
ผมสูดลมหายใจเข้าสุดปอด
‘ไม่เป็นไรหรอก มันน่าจะได้ผล’
มันจะต้องได้ผล
…มันต้องได้ผลสิ
ภายใต้นัยน์ตาคอยเฝ้ามองจากทุกคน ณ ที่แห่งนี้ ผมค่อย ๆ ยื่นมือออกไปข้างหน้า
ฝ่ามือทมิฬข้างหนึ่งคว้ามือของผมไว้ฉับพลัน ร่างสีดำทะมึนปรากฏกายเบื้องหน้าผม
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปเมื่อไนท์วอล์กเกอร์ก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง แต่ผมเมินพวกเขาและบังคับความสนใจของตัวเองให้พุ่งตรงไปยังเจ้าภาพ
“แค่นี้พอรึยังครับ?”
เจ้าภาพไม่ตอบกลับในทันที เขาทำเพียงแค่จ้องมองผมอย่างเงียบเชียบ
ผมรู้สึกเหมือนจะเป็นบ้าตายในชั่วขณะนั้น
รีบตัดสินใจหน่อยสิวะ! ยอม ๆ ไปสักทีเถอะน่า!
[ว้าว เปิดตัวได้อลังการงานสร้างจังครับเนี่ย! ใครจะไปคิดว่าคุณจะทำให้คู่ตัวเองปรากฏตัวออกมาแบบนั้นได้ทันทีเลยล่ะครับ!? น่าทึ่งจริง ๆ !]
เจ้าภาพหันไปทางเปียโนแล้วสะบัดมือ
แต๊ง!
เสียงดนตรีหวนกลับคืน เช่นเดียวกับการเต้นรำ
รวมถึงตัวผมเองก็ด้วย
แต่ทันทีที่ขยับร่าง ผมก็สัมผัสได้ถึงแรงบีบแน่นจากฝ่ามือของไนท์วอล์กเกอร์
‘ฉันรู้แล้ว ฉันรู้… อดทนหน่อยนะ’
ผมเงยหน้าขึ้นมองบรรดาดวงไฟสว่างไสวด้านบน
จุดอ่อนร้ายแรงที่สุดของไนท์วอล์กเกอร์คือแสงสว่าง มันขยับตัวได้ลำบากมากหากอยู่ภายใต้แสงไฟ และแสงเหล่านั้นเริ่มกัดกร่อนมันทีละน้อย ผมแทบจะได้ยินเสียงกรีดร้องของมันอยู่ในหัวตัวเองด้วยซ้ำ
มันส่งแรงบีบผ่านทางฝ่ามือจนผมสัมผัสได้ขณะที่ร่างกายเริ่มขยับไปพร้อมกัน ผมรู้อยู่แก่ใจว่ามันกำลังทุรนทุรายท่ามกลางความทุกข์ทรมานแสนสาหัส
อย่างไรก็ตาม ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
‘ทนอีกนิดนะ พอเรื่องนี้จบ ฉันจะเรียกแกกลับมา…’
[มาเร็ว! มาเต้นรำกันให้หนำใจไปเลย! แสดงให้ผมดูหน่อยสิครับว่าพวกคุณมีความสามารถมากแค่ไหน!]
เสียงของเจ้าภาพแผดดังขึ้น ในขณะที่ผมเพ่งสมาธิทั้งหมดกับไนท์วอล์กเกอร์
พยายามอย่างสุดความสามารถไม่ให้มันสลายไปจากตรงนั้น
ทว่าการเคลื่อนไหวของมันกลับแข็งทื่อขึ้นเรื่อย ๆ ผมเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว
ซ่าาา!
เสียงฉ่าอันแผ่วเบาเสมือนมอดไหม้เกรียมแว่วเข้าหูของผม
“….!”
ผมรู้สึกจุกในลำคอเมื่อได้ยินว่าเสียงนั้นลอยออกมาจากไนท์วอล์กเกอร์ ร่างของมันเริ่มเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา
ไม่นะ ไม่…
ขออีกแค่ไม่กี่นาที ขอแค่นั้นก็ได้!
ไนท์วอล์กเกอร์พยายามฝืนตัวเองราวกับเข้าใจความคิดของผม เสียงแผดเผาค่อย ๆ ลดความรุนแรงลง
ผมก้าวไปข้างหน้า ไนท์วอล์กเกอร์ก็ก้าวตามจังหวะของผม
ไนท์วอล์กเกอร์ปรับตัวตามความคิดของผม มันสามารถเห็นภาพในหัวผมและเลียนแบบพวกมันได้อย่างแม่นยำจนน่าขนลุก การเคลื่อนไหวของมันคล้อยตามเหล่านักเต้นจากความทรงจำ ไหลลื่นไม่มีสะดุดราวกับว่าพวกเราได้ฝึกซ้อมด้วยกันมานับครั้งไม่ถ้วน
ไนท์วอล์กเกอร์ทำได้ดีกว่าผมมาก
และผลลัพธ์ก็คือ ผมปล่อยให้มันเป็นฝ่ายนำการเต้นรำ
ทำเพียงแค่ก้าวตามมันไป
‘อดทนไว้นะ อดทนไว้…’
***
เขาคือใครวะเนี่ย?
จนถึงบัดนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักตัวตลกผู้นั้นแล้ว
เขาโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ และจู่ ๆ ก็ชิงความโดดเด่นไป
แต๊ง!
ร่างของเขาโลดแล่นอยู่บนฟลอร์เต้นรำ เคลื่อนไหวสอดประสานกับสิ่งมีชีวิตประหลาดสีดำ ท่วงท่าของทั้งคู่แทบจะไร้ที่ติ ภายใต้แสงไฟระยิบระยับของโคมระย้า ทั้งสองเปล่งประกายสว่างไสวยิ่งกว่าใครในที่แห่งนี้
ภาพที่เห็นนั้นช่างน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ทุกคนระแวดระวัง
ตัวตลก…
เขาเป็นใครกันแน่?
เขาไม่ได้อยู่ในรายงานการสอดแนม
ฉากมันคลาดเคลื่อนไปจากข้อมูลที่พวกเขาได้รับแจ้งมาจากหน่วยสอดแนมในตอนแรก
บางคนตื่นตระหนกอยู่ภายในใจเมื่อคิดได้ดังนั้น บางครั้งก็เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ้าง และถ้ามันเกิดขึ้น ความยากของเกตมักจะเพิ่มสูงตามไปด้วย เช่นเดียวกับอัตราการเสียชีวิต
ไม่เพียงเท่านั้น มันยังมีเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าอยู่อีก
ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันในฉากนี้ การเตรียมการและทุกสิ่งอย่างที่วางแผนเอาไว้เพื่อพิชิตเกต พวกเขาจะยังคงยึดตามเดิมได้อยู่หรือเปล่า?
“อย่าตื่นตระหนก ทำตามแผนที่เราวางไว้ต่อไป”
เสียงของโซอี้กระซิบเบา ๆ ให้กับคู่เต้น ในขณะที่ตัวเธอเองพยายามรักษาความนิ่งไว้อย่างสุดกำลัง
สถานการณ์อยู่ขั้นย่ำแย่ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความเยือกเย็น
เธอไม่ใช่คนเดียวที่เป็นแบบนั้น
หลังจากช็อกในตอนแรก สมาชิกจากกิลด์คนอื่น ๆ ก็เต้นรำต่อ งานเต้นรำกลับมาดำเนินอย่างคึกคักอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับตอนนี้ การเต้นต่อไปคือทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
…แต่น่าเสียดายที่มีกลุ่มหนึ่งเสียหลักจนสะดุดล้มจากการเผชิญกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน
[เยี่ยมยอด! วิเศษมาก! มหัศจรรย์จริง ๆ ครับ!]
เจ้าภาพโปรยคำชมใส่ทุกหนแห่ง ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่ว ดูเหมือนว่าเขาพึงพอใจกับสิ่งที่ตัวเองเห็นเป็นอย่างมาก
ทุกคนเต้นรำอย่างสุดฝีมือ แต่มีเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่สามารถดึงสายตาของเจ้าภาพได้มากกว่าหนึ่งครั้ง
ตัวตลกและสิ่งมีชีวิตสีดำคู่นั้น การเต้นรำของพวกเขาสะกดบรรยากาศภายในห้อง ทุกย่างก้าวดึงดูดความสนใจราวกับแม่เหล็ก และในช่วงเวลาที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสามารถละสายตาจากไปได้ หมอกควันเริ่มม้วนตัวออกมาจากร่างของสิ่งมีชีวิตตนนั้น ร่างกายของมันเบาบางลง เลือนรางเรื่อย ๆ ในแต่ละจังหวะการเคลื่อนไหว… ทว่ายังคงร่ายรำต่อไป
ภาพนั้น…
ยิ่งทำให้พวกเขาดูน่าเกรงขามมากขึ้น
แต๊ง!
ทั้งสองเคลื่อนไหวด้วยความนิ่มนวลและสง่างาม จนถึงขั้นที่สามารถตรึงความสนใจของเหล่า NPC เอาไว้ได้
โซอี้กัดฟัน พยายามเต้นรำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
แม้แต่เธอก็ยัง… รู้สึกด้อยกว่าตัวตลก
และแล้ว—
ท่วงทำนองในอากาศแผ่วลง คู่ของตัวตลกเริ่มชะลอตัว
การเต้นรำกำลังจะถึงคราวสิ้นสุด
แต๊ง แต—
จากเร็วแปรเป็นช้า ทั้งคู่ปรับจังหวะให้เข้ากับจังหวะเพลงช้านั้น ไอระเหยพวยพุ่งออกมาจากร่างของสิ่งมีชีวิตสีดำ มันเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มโอบล้อมทั้งสองเอาไว้
ทุกฝีเท้าชะลอความเร็ว
ทุกสายตาจับจ้องไปยังพวกเขา
และในไม่ช้า โน้ตตัวสุดท้ายก็ถูกบรรเลง
แต๊ง แต๊ง!
เมื่อเสียงโน้ตสุดท้ายสะท้อนไปทั่วห้อง ตัวตลกหยุดการเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม ท่วงท่าของเขามั่นคงและผ่าเผยในขณะที่สิ่งมีชีวิตสีดำตรงหน้าเขาเริ่มเจือจางและสลายตัวสู่อากาศจนหมดสิ้น
“…..”
บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด ทุกคนหยุดนิ่ง
[บราโว่!]
แต่ความเงียบนั้นได้ปลิวหายไป
เสียงปรบมือดังกึกก้อง เจ้าภาพประโคมคำชมเชยให้กับตัวตลกผู้โดดเดี่ยว
[มหัศจรรย์! ช่างมหัศจรรย์อะไรอย่างนี้…! นั่นเป็นการแสดงที่น่าทึ่งมากครับ! คุณเกือบจะทำให้ผมประทับใจได้เลยแหละ!]
เกือบ?
ขนาดนั้นยังไม่พอจะทำให้มันประทับใจได้อีกเหรอ? หัวใจของใครหลาย ๆ คนเริ่มจมดิ่งเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงบางอย่าง
มันเป็นไปตามที่พวกเขาหวาดกลัว
ความยากของฉากนี้เพิ่มขึ้นแล้ว
[ผมชื่นชมในความสง่างามของการเคลื่อนไหวคุณนะครับ มันลื่นไหลงดงามมาก ๆ แถมจังหวะก็ลงตัวอีกด้วย แต่มัน… มีบางอย่างขาดหายไป จิตวิญญาณ ใช่แล้ว มันไร้ที่ติก็จริง แต่กลับให้ความรู้สึก… ว่างเปล่า]
เจ้าภาพเริ่มวิจารณ์การแสดงของตัวตลกขณะที่กำลังยืนอยู่กลางห้องโถงโดยไม่ขยับเขยื้อน
ส่วนตัวตลกก็ยอมรับคำวิจารณ์นั้นแบบง่าย ๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ
และเมื่อเจ้าภาพพูดจบ เขาก็หันไปทางคนกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ
[เอาล่ะครับ ทีนี้ก็มาพูดถึงคู่ที่ทำให้ผมประทับใจน้อยที่สุดกันบ้าง…]
ความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้าของคู่เต้นที่ถูกจับตามอง พวกเขาอ้าปากราวกับจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่เจ้าภาพกลับตัดบทก่อนที่คำพูดแม้แต่คำเดียวจะหลุดรอดออกมา
[ทุกอย่างเกี่ยวกับการแสดงของพวกคุณมันน่าสมเพชและไม่น่าประทับใจเอาซะเลย ผมเกรงว่าพวกคุณคงมาได้แค่นี้แหละครับ]
เขาโบกมือหนึ่งครั้ง
ปัง!
เพียงเท่านั้น ศีรษะของพวกเขาก็ระเบิดออก