นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #65 : งานเต้นรำหน้ากาก [4]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #65 : งานเต้นรำหน้ากาก [4]
“…”
ฝ่ามือที่ยื่นออกมาคว้ามือของผม
เธอเข้ามาใกล้
…เข้ามาใกล้มากขึ้น
‘เธอคงไม่ได้สังเกตเห็นอะไรใช่ไหม? ไม่สิ เป็นไปไม่ได้หรอก เธอจะไปเห็นได้ยังไง?’
มือของเธอจับมือของผมไว้
เราทั้งคู่ยกมือขึ้นพร้อมกัน
และแล้ว—
แต๊ง!
เสียงดนตรีเริ่มบรรเลง มันเป็นบทเพลงที่สง่างามและร่าเริงตั้งแต่วินาทีที่โน้ตตัวแรกดังขึ้น ราวกับว่าทั่วทั้งห้องสว่างไสวขึ้นมาทันตา
ท่วงทำนองไหลเข้าสู่โสตประสาทหูของผมอย่างง่ายดาย ฝีเท้าเริ่มขยับไปเอง
ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่เป็นแบบนี้
…ผมมองไปรอบ ๆ แล้วเห็นว่าทุกคนเคลื่อนไหวด้วยจังหวะเดียวกัน
นี่…
ผมค่อย ๆ หันสายตาไปทางชายหน้ากากทอง
เป็นฝีมือของเขางั้นเหรอ?
[โอ้ เป็นบทเพลงที่วิเศษมากเลยครับ! น่าทึ่งจริง ๆ !]
โฮสต์เริ่มกล่าวชมเชยชายในหน้ากากทอง ถือว่าเป็นหลักฐานเพียงพอที่ทำให้ผมสรุปได้ว่าเขาคือคนที่ชักนำการเคลื่อนไหวกะทันหันของผม
“ชิ”
ผมได้ยินเสียงใครบางคนเดาะลิ้น
พอหันศีรษะไปมองก็เห็นโซอี้กำลังจ้องไปยังทิศทางของชายหน้ากากทอง
“ไอ้เวรนี่มันโชคดีชะมัด”
แทนที่จะกลัวหรือหวั่นใจกับสถานการณ์ เธอกลับ…
โกรธ?
“ถ้าฉันโดนเรียกออกไป ฉันก็ทำแบบนั้นได้เหมือนกันแหละ”
อ่า
ตอนนั้นเองที่ความเป็นจริงกระแทกใส่หน้าผม
‘พวกนี้มันเป็นคนบ้าทั้งนั้น ก็แน่สิ คนบ้าต้องทำตัวแบบนี้กันอยู่แล้ว’
ผมควรจะทำใจได้ตั้งนานแล้ว
“คุณเป็นใครกันแน่คะ…?”
แต่ทว่า คำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็มาเยือน
นัยน์ตาสีมรกตของโซอี้จ้องประสานกับตาของผม
“คุณไม่ใช่พวกเดียวกับเราแน่นอน และฉันก็พอจะมองออกว่าคุณไม่ใช่ความผิดปกติ แต่คุณกลับอัญเชิญมันออกมาได้ตนหนึ่ง จุดประสงค์ของคุณคืออะไรกันแน่คะ?”
เธอเพิ่มแรงบีบที่มือของผม
‘เจ็บ…’
“จะไม่ตอบหน่อยเหรอคะ?”
โซอี้ก้าวไปข้างหน้า และผมก็ก้าวตามไป
ในตอนนี้เราทั้งคู่กลายเป็นหุ่นเชิด ถูกพันธนาการด้วยเสียงดนตรี ถูกบัญชาให้ทำในสิ่งที่ต้องทำ
พวกเราแค่ต้องเคลื่อนไหวไปตามเพลงเพียงเท่านั้น
“คุณคือคนที่ทำให้เกตมันยากขึ้นกะทันหันใช่ไหมคะ?”
คำถามของเธอยังคงพรั่งพรูออกมา
คำถามที่แม้แต่ตัวผมเองก็ตอบไม่ได้
ขอให้เรื่องนี้จบลงเร็ว ๆ ทีเถอะ…
[เร่งจังหวะขึ้นอีกครับ]
“…..?”
ผมหันไปช้า ๆ เห็นโฮสต์กำลังจ้องมองไปทางคนเล่นเปียโน
[ดนตรีของคุณวิเศษมากครับ แต่การเต้นรำมันเริ่มจืดชืดแล้ว เร่งจังหวะขึ้นอีกครับ]
แต— แต๊ง!
และเขาก็เร่งมันจริง ๆ
ความเปลี่ยนแปลงนี้ ทุกคนรู้สึกได้
ท่อนขาขยับเร็วขึ้น จังหวะชีพจรเร่งเร้าขึ้น
เวรแล้วไง…
ด้วยความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นกะทันหันนี้ ทำให้ผมตระหนักได้ว่าลมหายใจของตัวเองเริ่มถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
มันเริ่มจะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังออกกำลังกายอยู่ ผมนึกถึงเรี่ยวแรงของตัวเองแล้วรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาซะตรงนั้นเลย
ขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปล่ะก็…
‘ไม่ดิ อย่าไปคิดมาก’
ผมสลัดความคิดเหล่านั้นทิ้ง พยายามเต้นตามจังหวะให้ทันแบบสุดความสามารถ
แต่มันเริ่มยากมากขึ้นเรื่อย ๆ
ฟึ่บ!
โซอี้ดึงตัวผมลงมา และผมก็โค้งลงตามทั้งอย่างนั้น หน้ากากของเราเฉียดกันเพียงนิดเดียว
“…..!”
ผมรู้สึกขนลุกเมื่อเห็นดวงตามรกตของเธอจ้องเขม็งใส่
แววตาแบบนั้น…
ผมเคยเห็นมันมาแล้วกี่ครั้งกันนะ?
เธอกำลังวิเคราะห์ผมอยู่
“ตาคุณ… มันดูคุ้น ๆ นะคะ”
หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะ พวกเรายืดตัวขึ้นอีกครั้ง
ฟึ่บ!
ผมยกมือของเราขึ้น; เธอหมุนตัวอยู่เบื้องล่างแล้วกลับมา ผมโอบแขนรอบเอวของเธอไว้
ตอนนี้ตัวพวกเราใกล้ชิดกันยิ่งกว่าเดิม
ดวงตาของเธอก็เช่นกัน
“ใช่… มันคุ้นจริง ๆ นั่นแหละ ฉันรู้จักคุณรึเปล่าคะ?”
“…..”
ผมกะพริบตาอย่างเชื่องช้า
เธอฉลาดสมกับบทบาทตัวละครที่ถูกออกแบบมาจริง ๆ
“มือคุณเหงื่อออกนะคะ ประหม่าเหรอ?”
เปล่า ผมแค่เหนื่อยต่างหาก
“…ฉันทายถูกใช่ไหมคะ?”
ใบหน้าของเธอขยับเข้ามาใกล้ ริมฝีปากกระซิบใส่
ผมรู้สึกได้ว่าริมฝีปากนั้นค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้น
“ปล่อยให้สาวสวยรอคำตอบแบบนี้จะดีเหรอคะ?”
‘แย่แล้ว’
ราวกับว่าเธอสามารถคาดการณ์เรื่องราวได้มากขึ้นทุกครั้งที่จ้องผม ทักษะขี้โกงแบบนี้… ทำไมต้องเป็นของยัยนี่เนี่ย?
ผมโดนกวาดต้อนเข้าสู่หายนะอย่างไม่คาดคิด ไม่สิ ผมจะเสียสติตรงนี้ไม่ได้… ผมต้องเข้มแข็งเข้าไว้ เพราะถ้าปล่อยให้ความตื่นตระหนกเข้าครอบงำละก็ ได้จบเห่ทันทีแน่
ผมต้องรักษาความนิ่งและไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา
เธอก็แค่คาดเดาไปตามสัญชาตญาณ ซึ่งถ้าผมเดินเกมถูกก็จะสามารถสลัดเธอหลุดได้
‘ฉันจะพลิกสถานการณ์นี้ได้ยังไงเนี่ย?’
ผมต้องคิด
คิดสิ…
และในตอนนั้นเอง มันก็เกิดขึ้น
ฮึก…
เสียงสะอื้นอันบอบบางดังสะท้อนไปทั่วห้องบอลรูม
สมาชิกจากกิลด์ทุกคนหันศีรษะขึ้นไปข้างบนพร้อมเพรียงกัน
รวมถึงโซอี้ด้วย
ฮึก… ฮึก…
มันฟังดูเหมือนเป็นของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เสียงนั้นแผ่วเบา แต่กลับชอนไชเข้าสู่รูหู ฝังรากลึกเข้าไปถึงภายใน
ความหนาวเหน็บแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ผมพยายามไม่สนใจ—
ปัง!
ประตูห้องบอลรูมปิดกระแทกเสียงดัง
“…..!”
พื้นสั่นสะเทือน หน้าต่างสั่นไหว ทุกอย่างเริ่มสั่นคลอน อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงฉับพลัน
หนาวชะมัด…
[อย่างที่ผมบอกครับ อย่าสนใจเสียงร้องไห้ แค่ตั้งใจเต้นไปก็พอ]
เจ้าภาพและเหล่า NPC ดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย พวกเขายังคงเต้นรำต่อไป
แต่ตัวผมล่ะ?
ผมแทบจะไม่มีสมาธิเลย
ปัง! ปัง!
บานประตูเปิดออก ปิดกระแทก และสั่นสะท้านอีกครั้ง
การทรงตัวเริ่มรวน ลมหายใจเริ่มสั้นลง
‘ตั้งสติไว้!’
ผมกัดลิ้นตัวเองเพื่อเรียกสติ
คิดว่ายังควบคุมตัวเองไว้ได้—
จนกระทั่งรู้ตัวว่า มีเพียงผมคนเดียวที่กำลังดิ้นรนอยู่
คนอื่น ๆ ต่างเคลื่อนกายไปทั่วห้องบอลรูมอย่างง่ายดาย หน้ากากนิ่งสงบ การเคลื่อนไหวลื่นไหล โซอี้เองก็เช่นกัน เธอหลับตาและจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ตัวเธอกำลังทำ
นั่นคือตอนที่ความรู้สึกดิ่งวูบเข้าจู่โจมผม
‘ฉันพลาดแล้วแน่ ๆ ใช่ไหม?’
ผมมองไปรอบห้อง และเห็นว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่เต้นพลาด
ความผิดพลาดเหล่านั้นล้วนเล็กน้อย แต่มันก็พอกพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่นะ ล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด ไม่ใช่แบบนี้สิ…
ผมเพิ่มสมาธิ พยายามจับจังหวะดนตรีที่แทบจะไม่ได้ยินท่ามกลางเสียงโครมครามในห้อง
ปัง!
ประตูกระแทกกระทั้นอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ
ผมลอบกัดฟันตัวเอง
‘แม่งเอ้ย หยุดสักทีเถอะ’
ฮึก… ฮึก…
ทว่าเสียงคร่ำครวญยังคงดำเนินต่อไป มันดังมาจากทุกทิศทาง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนมันดังออกมาจากหัวของผมโดยตรง
ผมรู้สึกหนาวสั่นเมื่อคิดได้แบบนั้น
แต่ผมต้องจดจ่อกับการเต้นรำ
และนั่นคือสิ่งที่ผมทำ
โชคดีที่เสียงร้องไห้หยุดลงหลังจากนั้นไม่นาน มันกินเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
แต่จังหวะนั้นเอง บทเพลงกลางอากาศมาถึงคราวสิ้นสุด
แต๊ง!
และในไม่ช้า โน้ตตัวสุดท้ายก็ลั่นขึ้น
เสียงดนตรีหยุดลง ทุกคนผละตัวออกจากคู่เต้นของตนเอง
รวมถึงผมด้วย
เสียงปรบมือเติมเต็มชั้นบรรยากาศ
เจ้าภาพปรบมือ ใบหน้าของเขาเบิกบานขณะหันไปทางชายหน้ากากทอง
[มหัศจรรย์! นั่นเป็นการแสดงที่น่าตกตะลึงมากครับ! สุดยอดจริง ๆ ! ผมพูดไม่ออกเลยแหละ! ไม่สิ…]
เขาหยุดไป ทุกคนในห้องพากันกลั้นลมหายใจ
จากนั้นเสียงพูดก็ดังขึ้นช้า ๆ —
[ถึงคุณจะพยายามปกปิดความผิดพลาดแบบเต็มที่แล้วก็เถอะ แต่ผมยังสังเกตเห็นอยู่บ้าง น่าเสียดายจังนะครับ… มันเกือบจะเป็นบทบรรเลงที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้วเชียว]
ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของชายหน้ากากทองได้อย่างชัดเจน เขาดูเหมือนไม่ได้คาดคิดว่าจะได้รับคำวิจารณ์แบบนี้
สังเกตจากสีหน้าของเขาตอนที่เพลงจบลงแล้ว เขาดูมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองแสดงออกมา
แต่…
มันก็ยังไม่ดีพอ
ถ้าแบบนั้นยังไม่เพียงพอ แล้วมันต้องเลิศเลอขนาดไหนกันล่ะ?
ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้น
ผมก้มศีรษะลงเพื่อรักษาตัวตนให้จืดจางที่สุดเท่าที่จะทำได้
ความคิดของผมล่องลอยไปไกล
เจ้าภาพคงไม่เห็นความผิดพลาดของผมใช่ไหม? มันเป็นแค่จุดเล็ก ๆ เองนะ ไม่น่าจะเป็นปัญหาหรอกมั้ง…
ผมพยายามนึกย้อนไปถึงการเต้นรำอย่างหมดหนทาง นึกถึงทุกความผิดพลาดที่ผมทำไปในระหว่างการเต้นรำ ซึ่งก็มีอยู่หลายจุดเหมือนกัน แต่มันเล็กน้อยมากจริง ๆ
เขาคงไม่สังเกตเห็นหรอก
ใช่แล้ว เขาอาจจะไม่เห็น
ผมค่อย ๆ เงยหน้ากลับขึ้นมา
ทว่า—
[ถ้าต้องให้คะแนนการแสดงของตัวเอง คุณจะให้เท่าไหร่เหรอครับ?]
เจ้าภาพยืนอยู่ตรงหน้าผม
ตั้งแต่เมื่อไหร่…!?
[ผมจะตัดสินจากคำพูดคุณครับ ว่ายังไงล่ะ?]
ริมฝีปากของเขาเหยียดรอยยิ้มอันน่าสยดสยองออกมา