นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #80 : เชพเพิร์ด [2]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #80 : เชพเพิร์ด [2]
ผมรู้ดีว่าเชพเพิร์ด (Shepherd) คืออะไร
พวกเขาเป็นคนที่คอยดูแลและเลี้ยงฝูงแกะ
และเพราะรู้ความหมายของมันนั่นแหละ ผมถึงได้รู้สึกสับสน— แต่ยิ่งคิดทบทวนเท่าไหร่ สิ่งต่าง ๆ ก็เริ่มดูสมเหตุสมผลมากขึ้น
“บัญญัติเชพเพิร์ด… ขอเดาว่ามันน่าจะมีความสามารถเกี่ยวกับการเก็บและควบคุมความผิดปกติสินะ แบบแทนที่จะเลี้ยงแกะ ดันมาเลี้ยงความผิดปกติแทนอะไรงี้?”
นั่นฟังดูจะเป็นคำอธิบายที่เข้าเค้ามากที่สุด
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมก็เริ่มสงสัยแล้วว่าหลอดค่าความบริสุทธิ์คืออะไร และความสามารถที่ผมจะได้รับเมื่อถึงลำดับชั้นที่สองจะเป็นแบบไหน
‘แล้วมันจำกัดจำนวนความผิดปกติที่ฉันสามารถมีได้ด้วยรึเปล่า?’
ถ้าหากเป็นวาทยกรล่ะ…?
ผมจะสามารถควบคุมตัวประหลาดที่ทรงพลังขนาดนั้นได้ไหม?
พอคิดถึงวาทยกร ผมก็ค่อย ๆ หันศีรษะไปมองตัว [I] ขนาดใหญ่ที่สลักอยู่บนผนัง แล้วกัดริมฝีปากตัวเอง
“อีกแค่วันเดียว…”
เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งวันเท่านั้นก่อนที่มันจะมาเยือน
…หรืออย่างน้อย นั่นคือสิ่งที่ผมคาดการณ์ไว้
ผมนึกย้อนไปถึงฉากตอนที่ผมเล่นเปียโนไปพร้อมกับมัน และหวังว่ามันจะเลิกตามหลอกหลอนผมเสียที แต่ผมเองก็ไม่มั่นใจนัก
ลางสังหรณ์บอกว่ายังไงมันก็จะมาหาผมอยู่ดี
หน้าอกของผมเริ่มหนักอึ้งเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
ชัดเจนมากว่าในตอนนี้ ตัวผมไม่สามารถเอาชนะวาทยกรได้
มันแข็งแกร่งเกินไปสำหรับผม
ผมต้องรีบหาทางถ่วงเวลาหรือแก้ไขสถานการณ์โดยด่วน
“ยุ่งยากชะมัด”
ฝ่ามือขยี้หลังศีรษะตัวเอง แล้วเหลือบมองแล็ปท็อปอีกครั้งหนึ่ง จดจ่อความสนใจอยู่กับส่วนขยายของลำดับชั้นที่หนึ่ง
“ถ้าจะเลื่อนลำดับชั้นถัดไป ฉันต้องมีเศษผลึกไร้คุณสมบัติสิบอัน จะไปหามันจากไหนล่ะเนี่ย?”
ผมจำของทุกอย่างที่มีขายในร้านค้าได้เกือบทั้งหมด
มันไม่มีอะไรใกล้เคียงกับคำว่าเศษผลึกเลยแม้แต่น้อย
“โอ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะ”
เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ผมก็ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหยิบผลึกคริสตัลชิ้นหนึ่งออกมา
“จริงด้วย ฉันได้เจ้านี่มานี่นา…”
ผลึกนั้นมีลักษณะเรียวยาว ขนาดพอดีเท่ากับฝ่ามือของผม ภายในมีหมอกสีเทาขดตัวอยู่เบื้องลึก ผมรู้สึกแปลก ๆ ทุกครั้งที่จ้องมองมัน
หมอกสีเทานั้นเต้นตุบ ๆ เป็นจังหวะแปลก ๆ ราวกับว่ามันมีชีวิต และยิ่งสังเกตนานเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเท่านั้น
จนกระทั่ง…
ติ๊ง!
[เศษผลึกแห่งมโนภาพ]
[ความบริสุทธิ์: 91%]
การแจ้งเตือนปรากฏสู่สายตา ลอยอยู่เหนือเศษผลึกแบบพอดิบพอดี
“อะไรเนี่ย…”
การแจ้งเตือนอันกะทันหันโผล่มาแบบไม่คาดคิดจนผมเกือบจะทำเศษผลึกร่วงจากมือ โชคดีที่ผมตั้งสติได้เร็วจึงมองการแจ้งเตือนด้วยความประหลาดใจ
“มโนภาพ? ความบริสุทธิ์ 91%…?”
ผมอ่านการแจ้งเตือนด้วยหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก แต่จากสิ่งที่ได้เรียนรู้กับการอยู่ในกิลด์ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มโนภาพเป็นของสำหรับคนที่ยึดถือบัญญัติคอนเซปชัวไลซ์เซชั่น
“ถ้างั้นก็แปลว่าเศษผลึกที่ฉันมีอยู่มันไร้ประโยชน์งั้นเหรอ…?”
ในเมื่อผมไม่ได้ยึดถือบัญญัตินั้น ก็แสดงว่าผมไม่สามารถใช้เศษผลึกนี้ได้
แล้ว…
“ฉันจะทำยังไงกับไอ้นี่ดีล่ะ?”
มันไม่ใช่ของที่จะเอาไปขายได้ง่าย ๆ เสียด้วย ถ้าเป็นในตลาดมืดก็อาจจะได้ล่ะมั้ง? แต่ว่าโลกนี้มันมีตลาดมืดด้วยเหรอ?
แถมพอนึกถึงความยากลำบากกว่าจะได้เศษผลึกมาเพียงชิ้นเดียว หัวใจก็แทบสลาย
“นี่มันเรื่องบ้าบออะไรวะเนี่ย”
ขืนยังเป็นแบบนี้อยู่ ผมคงไม่มีวันเลื่อนลำดับชั้นถัดไปได้แล้วน่ะสิ
…หรือถึงจะมีวัน ผมก็คิดแบบนั้น
ติ๊ง!
การแจ้งเตือนอีกข้อความปรากฏขึ้นในระดับสายตา
[คุณต้องการลบคุณสมบัติออกหรือไม่?]
▶[ใช่] ▷[ไม่]
“…..!”
ฝ่ามือกำเศษผลึกในมือแน่นทันทีที่เห็นข้อความดังกล่าว
ใช่สิ แบบนี้ค่อยดูสมเหตุสมผลหน่อย
ไม่มีทางที่เจ้าระบบประหลาดนี่จะปล่อยให้ผมนั่งเน่าเฉาทั้งอย่างนี้
ผมไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว และกด [ใช่] ไปโดยตรง
[คุณสมบัติกำลังถูกลบออก]
[กรุณารอสักครู่…]
ทันใดนั้น แสงสว่างประหลาดแผ่ซ่านออกมาจากผลึกคริสตัล ปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง แสงนั้นเจิดจ้ามากเสียจนผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหลับตาลง ในขณะที่คริสตัลในมือเริ่มอุ่นขึ้น
“อึ่ก…”
เกลียวคลื่นแห่งความมึนงงปะทะเข้ากับผมอย่างแรง ฝ่ามือของผมที่ถือผลึกเอาไว้เริ่มสั่นเทา
มันรู้สึกราวกับว่าพลังงานกำลังโดนสูบออกไปจากตัวผม
…ไม่ใช่ความรู้สึกที่สบายใจเลยสักนิด
โชคยังดีที่กระบวนการนี้กินเวลาไม่เกินสองสามวินาที เมื่อแสงสิ้นตัวลงและผมสามารถลืมตาขึ้นได้อีกครั้ง ผลึกคริสตัลสีขาวก็ปรากฏอยู่ในกำมือ
[เศษผลึกไร้คุณสมบัติ]
[ความบริสุทธิ์: 91%]
“เจ๋ง”
เศษผลึกให้ความรู้สึกเบากว่าเดิมมากจนผมโยนมันเล่นกับมือได้
แต่แล้วผมกลับตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ เมื่อเงยหน้าขึ้นไปเห็นกลุ่มเมฆสีเทาลอยอยู่เบื้องหน้าตัวเอง
“…..!”
หลังจากนั้น มือข้างขวาก็เริ่มกระตุก ผมรีบก้มลงมองดูรอยประทับสีดำที่กำลังดิ้นพล่านแบบควบคุมไม่ได้ ราวกับมันอยากจะกระโดดออกมาจากแขนของผม
“อะไรเนี่ย…”
ผมเริ่มตื่นตระหนก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะการดิ้นรนนั้นทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นทุกวินาที
มันรุนแรงมากจนถึงขั้นที่ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอัญเชิญไนท์วอล์กเกอร์ออกมา ร่างสีดำมืดปรากฏตัวตรงหน้าแทบจะทันที
สีหน้าของผมเปลี่ยนไปอย่างแปลกประหลาดเมื่อเห็นมันยืนอยู่ใต้แสงไฟ ร่างกายมันส่งเสียงฉ่าร้อนระอุ
แต่กระนั้น…
ราวกับว่ามันไม่ได้ใส่ใจแสงไฟเลย ไนท์วอล์กเกอร์จ้องมองกลุ่มเมฆสีเทาที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะอ้าปากกะทันหันแล้วสูบมันเข้าไป
ซู่ววว!
เมฆหมอกสีเทาถูกดูดเข้าไปในตัวไนท์วอล์กเกอร์ ส่วนผมทำได้เพียงจ้องมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง
นี่มันอะไรกัน…
กระบวนการดังกล่าวกินเวลาไม่นานนัก
มันใช้เวลามากสุดเพียงไม่กี่วินาที จากนั้นไนท์วอล์กเกอร์ก็หันความสนใจมาทางผม ร่างเงาสูงตระหง่านยืนจ้องอย่างเงียบเชียบ
ความตึงเครียดก่อตัวในทรวงอก สายตาของผมสะบัดไปหาภาพวาดที่อยู่ด้านหลังมัน
…และในจังหวะที่บรรยากาศพุ่งสู่ความตึงขั้นสุด ไนท์วอล์กเกอร์ก็สลายหายไป ทิ้งไว้เพียงรอยประทับทมิฬที่กลับมาปรากฏบนแขนของผมอีกครั้ง
“ห่ะ?”
ผมจ้องมองรอยประทับบนแขนตัวเองด้วยความงุนงง
แม่งเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วและกะทันหันมากเกินไปจนผมไม่มีเวลาประเมินสถานการณ์ได้ทัน ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวสมอง ผมรีบขยับไปหาแล็ปท็อป กดเปิดหน้าต่างของไนท์วอล์กเกอร์ขึ้นมา
“…อา”
ผมถึงได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง สีหน้าของผมพลันแปรเปลี่ยนตาม
─────
ตัวตนความผิดปกติแรงก์ < F > – ไนท์วอล์กเกอร์
[คำอธิบาย]
: เงาที่มีชีวิต เติบโตได้ดีในความมืดมิดและจะหลีกหนีจากทุกสิ่งอย่างที่สว่าง การสัมผัสกับแสงจะทำให้มันอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และหากสัมผัสเป็นเวลานานอาจทำลายตัวมันโดยสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อมันอยู่ในความมืด จะมีพละกำลังเทียบเท่ากับชายฉกรรจ์
ความภักดี : 25 –> 35 [+10] (ยังโกรธอยู่ แต่ไม่มากเท่าไหร่แล้ว ให้ฉันกินเพิ่มอีกสิ)
เศษผลึก :
มโนภาพ: 1/10
─────
“มโนภาพ หนึ่งทับสิบงั้นเหรอ?”
ผมกลืนน้ำลายด้วยความประหม่า พลางจ้องมองหน้าข้อมูล
“นั่นมัน…”
ผมใช้เวลาสักพักเพื่อประมวลผลสิ่งที่เห็น ก่อนจะพ่นลมหายใจยาวและเอนหลังพิงเก้าอี้
จู่ ๆ คำตอบของหนึ่งในคำถามที่ผมเคยสงสัยก็ปรากฏ
ผมสามารถอัปเกรดความผิดปกติได้หรือเปล่า?
…ดูเหมือนว่าจะได้นะ
หรือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ไม่ได้เป็นฝีมือของระบบ แต่เป็นเพราะบัญญัติของผม?
สรุปว่านี่เป็นความสามารถของบัญญัติผมเองใช่หรือเปล่า?