นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #93 : ผู้ป่วยทรอม่ารายแรก [1]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #93 : ผู้ป่วยทรอม่ารายแรก [1]
‘ไม่เห็นจะสมเหตุสมผลเลยสักนิด ทีมก็มีตั้งเยอะแยะ แต่ฉันดันได้อยู่กับยัยนั่นเนี่ยนะ…?’
ไม่เอาสิ ไม่เอาสิ
ในจุด ๆ นี้ ความรู้สึกมันเหมือนกับกำลังโดนกลั่นแกล้งอะไรทำนองนั้นเลย
“โอ้ะ คุณอยู่ทีมสนับสนุนเหรอครับ?”
เจ้าหนูท่อเอ่ยพลางชะโงกศีรษะเข้ามาดูโทรศัพท์ของผม ตัวเขาเข้ามาใกล้เกินไปเล็กน้อยจนผมอึดอัด แต่ผมก็ยอมทนและแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ
“ผมอยู่ทีมสนับสนุนงั้นเหรอ? ผมเนี่ยนะ?”
เขาชี้นิ้วไปที่บรรทัดเหนือชื่อหัวหน้ากลุ่ม
“เห็นไหมครับ? มันเขียนว่าทีมสนับสนุน”
“จะว่าไป…”
มันเขียนไว้แบบนั้นจริง ๆ ด้วย
แต่ทีมสนับสนุนที่ว่านี่มันคืออะไรล่ะ?
“ดูเหมือนว่าชีวิตคุณหลังจากนี้จะลำบากหน่อยนะครับ”
หนูท่อมองผมด้วยสายตาเวทนา อะไรเนี่ย… ทำไมเขาถึงมองผมแบบนั้น?
ผมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีขึ้นมาทันที
“ผมเองก็ไม่ค่อยคุ้นกับมันเท่าไหร่หรอกครับ แต่เท่าที่รู้มา ทีมสนับสนุนจะจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่สมาชิกกิลด์ต้องเจอ แบบว่าถ้ามีใครบาดเจ็บหรือมีปัญหาสุขภาพจิต มันจะเป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องเข้าไปดูแล”
“นั่น…”
“อ้อ แล้วก็ดูเหมือนว่าทีมของพวกเราจะเป็นหนึ่งในทีมที่คุณต้องดูแลนะครับ”
“ห๊ะ?”
ทีมของพวกเรา?
ผมลดระดับสายตาลง มองบรรดาชื่อที่เรียงรายใต้หัวหน้ากลุ่ม ท้องไส้พลันปั่นป่วน
‘เชี่ย ชื่อหมอนี่ก็อยู่ในนี้ด้วย!’
ผมล่ะอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งแล้วไปด่าคนจัดทีมจริง ๆ
มันจะบังเอิ—
“ก็นะ ผมไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่หรอกครับที่เราอยู่ทีมเดียวกัน เพราะปกติพวกทีมสนับสนุนจะได้ดูแลหลายทีมพร้อมกันอยู่แล้ว ถึงในนี้จะบอกว่าคุณอยู่กับทีมเรา แต่จริง ๆ แล้วคุณก็อยู่กับทีมอื่นด้วย”
“เอ๋?”
เป็นแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?
พอก้มลงมอง มันก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริง ผมถึงได้รู้ว่าตัวเองดูรูปแบบผังรายชื่อผิดไป
“ถ้างั้นก็แปลว่าผมต้องวิ่งวุ่นไปทั่วเลยใช่ไหม?”
“เอ่อออ ก็ประมาณนั้นครับ อย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่ทีมสนับสนุนมักจะทำกัน คือคุณต้องไปทุกที่ที่เขาเรียกตัวนั่นแหละครับ”
ลักยิ้มบนใบหน้าของหนูท่อยิ่งเด่นชัดขึ้น หมอนี่กำลังสนุกกับสถานการณ์นี้อยู่งั้นเหรอ?
นิ้วมือของผมเริ่มกระตุก
ผมคันไม้คันมืออยากจะอัดความสามารถใหม่ของตัวเองใส่หน้าเขาใจจะขาด
“ทุกคนเห็นกลุ่มของตัวเองแล้วใช่ไหม?”
หัวหน้าแผนกปรบมือเพื่อดึงความสนใจของทุกคนกลับมา และชูมือข้างหนึ่งขึ้นสูง
“ถ้ามีคำถามหรืออยากแย้งอะไร ยกมือกันได้เลย”
ผมยกมือขึ้น
ผมเป็นคนเดียวที่ทำแบบนั้น
ผมโดดเด่นกว่าใคร
และ…
“ดี ดูเหมือนจะไม่มีใครมีคำถามหรือข้อโต้แย้งอะไรเลย วันนี้ผมกับพวกหัวหน้าทีมขอจบไว้เพียงเท่านี้ หวังว่าจะได้เจอทุกคนพรุ่งนี้เช้านะ ผมขอแนะนำว่าพวกคุณควรไปนอนให้เต็มที่ เพราะอีกสองสามวันข้างหน้าได้รากเลือดกันแน่นอน”
เมื่อกล่าวจบ หัวหน้าแผนกก็หยิบขวดบนโต๊ะและโบกมือให้พวกเรา ก่อนจะจากไปทันที
เหล่าหัวหน้าทีมพากันเดินตามออกไปติด ๆ
“…..”
ผมลดมือลงมาปิดหน้าตัวเองแทน
สักวันหนึ่ง…
ผมจะทำให้เขามีทรอม่าในจิตใจให้จงได้
นิ้วมือของผมกระตุกถี่ยิบ
‘ฉันจะทำให้ไอ้เวรนั่นกรี๊ดจนสลบไปเลย ต่อให้มันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันได้ทำในชีวิตก็เถอะ!’
***
บานประตูทาทามิเลื่อนปิดลงตามหลังของหัวหน้าแผนกที่ก้าวออกมา
“อุว้า… เหนื่อยชะมัด สงสัยต้องไปนอนสักหน่อยหลังดื่มเสร็จซะแล้วสิ”
เขาจ้องมองขวดในมือและเลียริมฝีปาก
ด้านหลังของเขาตามมาด้วยบรรดาหัวหน้าทีม ทันทีที่ประตูปิดลง ชายร่างสูงไว้เคราสั้น คิ้วดก และมีเส้นผมสีเทาคนหนึ่งก้าวเข้ามาใกล้หัวหน้าแผนก เสียงทุ้มลึกของเขาดังก้องไปทั่ว
“ทำแบบนั้นทำไม?”
“หืม?”
หัวหน้าแผนกหันกลับไปมองหัวหน้าทีมคนนั้นด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
“ทำอะไรเหรอ?”
“เลิกเล่นละครเถอะ ทำไมคุณถึงเมินเด็กคนนั้นตอนที่เขายกมือล่ะ? แถมผมยังเห็นคุณแอบมองเขาตั้งหลายรอบด้วย มีเรื่องอะไรรึเปล่า?”
“…อ๋อ เด็กนั่น”
สีหน้าของหัวหน้าแผนกเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันก็แค่พยายามทำให้เขาลาออกน่ะ”
“ลาออก?”
“เรื่องมันค่อนข้างซับซ้อนนิดหน่อย แต่หลัก ๆ คือเขามาอยู่ที่นี่ได้เพราะไคล์ เขาเป็นเพื่อนกับไคล์ ส่วนใหญ่ชอบเอาเวลาไปทำแต่เกมอยู่ในห้องทำงาน แล้วก็เขายังเป็นเด็กคนเดียวกับที่เจอเกตล่าสุดในพิพิธภัณฑ์ด้วย เพราะงั้นทางกิลด์เลยตัดสินใจให้ฐานเงินเดือนและสวัสดิการนิดหน่อยกับเขาน่ะ”
“มีเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ?”
ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้น ในฐานะหัวหน้าทีม เขามักจะรู้เรื่องส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นภายในแผนก แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้ยินเรื่องทำนองนี้
ตัวเขาค่อนข้างยุ่งในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
“ก็ใช่น่ะสิ และตอนนี้เขาก็ได้เงินเดือนไปตลอดชาติ คุณไม่คิดเหรอว่ามันเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณของพวกเราน่ะ?”
“….คุณก็พูดถูกอยู่”
หัวหน้าทีมพยักหน้าเงียบ ๆ
“ฟังดูเปลืองงบจริง ๆ นั่นแหละ”
“คุณก็รู้นี่ว่าเงินสำคัญกับแผนกเราขนาดไหน ถึงมันจะไม่มาก แต่ถ้าสะสมไปนาน ๆ เข้า มันก็เยอะอยู่นะ ฉันเลยพยายามบีบให้เขาลาออกนี่ไง”
“อืม ฟังดูสมเหตุสมผลดี”
“ใช่ไหมล่ะ?”
หัวหน้าแผนกหมุนเครื่องดื่มในมือเล่นพลาง ๆ พร้อมกับมองเหล่าหัวหน้าทีม
“ผมต้องไปแล้ว ขอให้สนุกกับคืนนี้นะทุกคน ส่วนผมจะไปดื่มของตัวเองนี่แหละ”
เขาชูขวดในมือขึ้นและขอตัวลา
ในจังหวะที่เขาหันหลัง ริมฝีปากก็โค้งเล็กน้อย เสียงของเขาพึมพำออกมาราวกับให้ตัวเองได้ยินเพียงคนเดียว “เรื่องอะไรจะปล่อยให้เจ้านั่นไปอยู่ในมือพวกคุณกันล่ะ…”
แม้การกระทำของเขาจะดู ‘ใจร้าย’ ไปบ้าง แต่หัวหน้าแผนกกลับไม่ได้กังวลว่าเซธจะลาออก มันคงน่าเสียดายถ้าเซธออกจริง แต่เขาเคยเห็นคนแบบเซธมาก่อนในอดีต
คนพวกนี้หายาก แต่ก็มีอยู่จริง
พวกไซโคพาธ[1]
เซธคนนั้น… เขาเป็นหนึ่งในไซโคพาธแน่
คนอย่างเขาเกิดมาเพื่อทำงานพวกนี้โดยเฉพาะเลยล่ะ
***
อากาศด้านนอกหนาวเย็น
ผมพยายามมองหาไคล์หลังออกมาจากร้านอาหาร แต่ทันทีที่เห็นตัวเขา ผมก็เลิกล้มความคิดที่จะเข้าไปหา
‘หมอนั่นยุ่งน่าดู’
ตอนนี้เขากำลังถูกรายล้อมไปทุกด้าน
ผมไม่อยากเข้าไปพูดคุยหรือกลายเป็นจุดเด่นมากกว่านี้ จึงตัดสินใจหันความสนใจไปทางอื่น
“สงสัยต้องกลับห้องคนเดียวซะแล้วสิ”
มันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก เพราะหอพักอยู่ค่อนข้างใกล้
ฝ่ามือกระชับเสื้อแจ็คเก็ตเข้าหาตัวและรูดซิปขึ้น ฝีเท้าเริ่มเคลื่อนไปยังหอพัก
“หืม?”
ทว่าในจังหวะที่กำลังจะก้าวขา ผมก็หยุดกึก เหลียวมองกลับไปข้างหลัง
คนอีกกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวไม่ไกลจากจุดที่ผมยืนอยู่ พวกเขากำลังหัวเราะและพูดคุยกันขณะออกมาจากร้านอาหาร
ผมจ้องมองพวกเขา สายตาไปหยุดอยู่ตรงชายคนหนึ่งที่มีเส้นผมสีน้ำตาลและดวงตาสีฟ้า เขาค่อนข้างเตี้ยและดูหล่อเหลาเอาการทีเดียว
แม้แต่รอยยิ้มของเขายังหล่อเลย
‘แปลกจังแฮะ’
ผมเกาต้นคอตัวเอง
เมื่อสักครู่นี้ ผมรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังมองอยู่
‘ฉันอาจจะระแวงมากไปเองมั้ง?’
พอมาลองคิดถึงเรื่องที่ผมเจอมาทั้งหมดแล้ว ผมไม่แปลกใจเลยที่ตัวเองเป็นแบบนี้
“ไปนอนก่อนดีกว่า เรื่องอื่นค่อยคิดทีหลัง”
ผมเหนื่อยมากจริง ๆ
แผ่นหลังหมุนกลับและมุ่งหน้าไปทางหอพัก
แต่แล้วเท้าก็หยุดชะงักเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่มีโซอี้เข้ามาเกี่ยวข้องแวบเข้ามาในหัว ผมถอนหายใจออกมา
“จริงสิ ฉันควรทำแบบนั้น…”
ผมเป็นฝ่ายผิดจริง ๆ ในเหตุการณ์ที่ว่านั่น
นอกจากนี้ยังต้องไปซื้อขนมมาเพิ่มให้มิเรลล์กินด้วย
ผมจินตนาการออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมไม่หาอะไรให้เธอกิน
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ผมจึงมุ่งหน้าไปยังร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ที่สุด
‘หวังว่าจะยังเปิดอยู่นะ’
เชิงอรรถ
[1] ไซโคพาธ (Psychopaths) คือผู้ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม โดยจะมีลักษณะขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ความรู้สึกด้านชา ไม่เกรงกลัว ไม่สำนึกผิด และขาดความยับยั้งชั่งใจ (ไม่ใช่โรคจิตเภทหรือ Schizophrenia)