นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #94 : ผู้ป่วยทรอม่ารายแรก [2]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #94 : ผู้ป่วยทรอม่ารายแรก [2]
เหล่าสมาชิกที่โดดเด่นหลายคนถูกรั้งตัวไว้จนจบงานเลี้ยงมื้อค่ำ สาเหตุหลักเป็นเพราะคนอื่น ๆ ต้องการเข้ามาพูดคุยด้วย และบางส่วนก็ต้องการสร้างสายสัมพันธ์เอาไว้
ไคล์กับโซอี้เป็นเป้าหมายที่เนื้อหอมที่สุดในแผนก ไม่ใช่เพียงแต่ทั้งสองจะมีความสามารถที่ยอดเยี่ยมมากเท่านั้น แต่พวกเขายังมีโอกาสสูงกว่าใคร ๆ ที่จะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าทีมคนถัดไปอีกด้วย
โรวานยอมอยู่ต่อด้วยเหตุผลนี้ และนั่น… รวมถึงความจริงที่ว่าเขาชอบโซอี้ด้วย มันน่าเสียดายที่เธอไม่แสดงความสนใจในตัวเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ฝั่งโรวานเองก็ไม่ได้กระเทือนใจนัก
เขาเป็นชายที่มีความอดทนคนหนึ่ง
“ว้าว ฉันแทบจะไม่ได้พักหายใจเลย”
“เหมือนกัน”
ขณะนี้เป็นเวลาดึกมาก ผู้คนส่วนใหญ่กลับไปกันหมดแล้ว เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังอยู่ ไคล์และโซอี้ต่างก็ดูเหนื่อยล้าพอสมควร
“…ผมดูจะสบายกว่าพวกคุณอยู่นะครับเนี่ย ฮะฮะ”
โรวานหัวเราะออกมา ส่วนไคล์ยิ้มให้กับเขา
“อย่าห่วงเลย เดี๋ยวนายก็จะได้เจอแบบนี้เองแหละ นายค่อนข้างเก่งเลยนะ ฉันมองออกเลยว่ายังไงสักวันหนึ่งนายได้ตกอยู่ในสภาพเดียวกับพวกเราแน่ พอถึงตอนนั้นก็เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ”
“ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเองจะชอบแบบนั้นหรอกนะ”
โรวานเกาหลังศีรษะพลางมองโซอี้
เธอดูเหมือนกำลังมองหาใครบางคนอยู่
“คุณคิดว่าไงล่ะครับ?”
โรวานทักเธอด้วยรอยยิ้มอันบริสุทธิ์และอ่อนโยน
“ห้ะ? คิดอะไรเหรอ?”
โซอี้ได้สติขึ้นมา มองโรวาน
“ฉันไม่ได้ตั้งใจฟังน่ะ นายพูดว่าอะไรนะ?”
โรวานไม่ได้รู้สึกโกรธ และอธิบายแบบช้า ๆ
“ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ไคล์แค่บอกว่าอีกหน่อยผมจะต้องมาทรมานแบบนี้เหมือนพวกคุณน่ะ”
“นายน่ะเหรอ?”
โซอี้มองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ ก่อนจะยักไหล่
“อาจจะมั้ง? ไม่รู้สิ ถ้าเก่งจริงก็คงงั้นแหละ”
คำตอบของโซอี้ห้วนสั้นและดูไม่ใส่ใจ ซึ่งก็ไม่ต่างจากวิธีที่เธอปฏิบัติต่อคนส่วนใหญ่เท่าไหร่นัก
โรวานไม่ถือสาเอาความ เพราะเขาชอบท่าทางไม่แยแสของเธอ
“ว่าแต่ เซธไปไหนแล้วล่ะ?”
ชั่ววินาทีนั้น สมาธิของเขาพังทลาย พร้อมกับใบหูที่ผึ่งขึ้นมา ทำไมเธอถึงพูดถึงหมอนั่นอีกแล้ว?
ในทางกลับกัน ใบหน้าของไคล์ตึงเครียดเล็กน้อย
“หือ? เซธเหรอ?”
“มันมีเซธคนอื่นอีกรึไง?”
“…โอ้ เรื่องนี้ฉันไม่รู้นะ”
ไคล์หันหน้าหนี ดวงตาของโซอี้หรี่แคบลง
“นายรู้แน่ ๆ ว่าไอ้เวรนั่นไปไหน!”
“ไม่รู้ซิ…?”
“แล้วทำไมเสียงนายต้องสูงขนาดนั้นด้วย?”
ไคล์สะดุ้งจนก้าวถอยหลัง ส่วนดวงตาของโซอี้กลายเป็นดูดุดันยิ่งกว่าเดิมขณะจ้องมองเขา
“ฉันสาบานเลยนะ ถ้าไม่บอกมาว่าเขาอยู่ไหน ฉันจะบีบคอพวกนายทั้งคู่ให้เดี้ยงไปพร้อมกันเนี่ยแหละ”
“เขาทำให้คุณรำคาญขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
โรวานไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้อีกต่อไป เขาโพล่งถามขึ้นมาทันควัน ใบหน้ายังคงดูอ่อนโยน ดวงตาไม่เคยละไปจากโซอี้ นี่เป็นด้านใหม่ ๆ ของเธอที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน และเขาก็ค่อนข้างชอบมันเสียด้วย
“รำคาญ?”
โซอี้ปรายตามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะลดมือลง
ท้ายที่สุด เธอก็ถอนหายใจพร้อมกับทำเสียงจิ๊จ๊ะใส่ไคล์
“ก็ประมาณนั้นแหละ”
โรวานคลี่ยิ้มออกมา
“เข้าใจละครับ”
นั่นคือทั้งหมดที่เขาต้องการได้ยิน
หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนก็เริ่มแยกย้ายกัน มุ่งหน้าไปยังหอพักของตัวเอง ยกเว้นโรวานที่มุ่งหน้ากลับไปทางกิลด์
‘ที่แท้เธอก็ไม่ชอบขี้หน้าเขาจริง ๆ สินะ…’
เขาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นล่างสุด เดินออกมาและมุ่งตรงไปยังออฟฟิศ ที่นั่นยังมีผู้คนอยู่ประปราย แต่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ว่างเปล่า และคนที่ยังคงอยู่ต่างก็ตกอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นกันทั้งนั้น
สายตาของโรวานกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะไปปักหลักตรงห้องห้องหนึ่ง
‘นั่นน่าจะเป็นห้องทำงานของเขา ใช่ไหมนะ?’
ใช่สิ มันต้องใช่แน่ ๆ
เขาจำได้ว่าห้องนั้นเป็นห้องใต้ดินเก่าอะไรทำนองนั้น
โรวานชำเลืองมองรอบตัวแบบฉับไว ฝีเท้าเดินตรงไปยังห้องทำงานดังกล่าว และก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อมองดูรูกุญแจ
‘ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยเลยเหรอ?’
เขายิ้มออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่ายศีรษะไปมา
แน่นอนสิ มันจะไปมีได้ยังไง ในเมื่อเซธคนนี้เป็นแค่คนธรรมดาทั่วไปเอง
โรวานไม่ได้คิดจะทำอะไรที่รุนแรงเกินไป เขาแค่ต้องการสั่งสอนบทเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านี้ก็น่าจะพอทำให้โซอี้พอใจได้บ้างแล้ว และจากนั้นอาจจะ…
แกร็ก!
ด้วยการสะบัดมือเพียงครั้งเดียว กุญแจก็ถูกสร้างขึ้น และเขาใช้มันปลดล็อกประตูได้สำเร็จ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญบัญญัติ [คอนเซปชัวไลซ์เซชั่น] คนหนึ่ง เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก
บานประตูเปิดอ้าออก โรวานก้าวเข้าไปในห้องทำงานและปิดประตูตามหลัง
“ไหนดูซิ”
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดไฟฉาย และส่องไปบริเวณพื้นที่ด้านหน้า
จริง ๆ เขาสามารถเปิดไฟในห้องได้ แต่เขาไม่ได้กะจะอยู่นาน อีกทั้งยังไม่อยากให้ใครสังเกตเห็นว่ามีคนอยู่ในห้องอีกด้วย
ห้องทำงานแห่งนี้ค่อนข้างเล็ก และดูเหมือนจะไม่มีข้าวของอะไรมากมายนัก
‘นั่นน่าจะเป็นโต๊ะของเขาใช่รึเปล่า?’
เมื่อสังเกตเห็นโต๊ะ โรวานจึงกำลังจะเดินไปหามัน แต่แล้วเขาก็หยุดชะงัก
“หืม?”
ศีรษะหันไป สายตาตกลงบนสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นภาพวาด เขาไม่ค่อยแน่ใจนักเพราะมันถูกคว่ำอยู่
‘เขาชอบงานศิลปะเหรอ?’
ด้วยความสงสัยใคร่รู้ เขาจึงเดินไปหาภาพวาดและพลิกมันขึ้นมา
“ภาพวาดอะไรกันเนี่ย?”
โรวานหรี่ตามองภาพวาดนั้น มันไม่เลวเลย เป็นภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดกระโปรงสีขาวยืนอยู่ตรงกลาง กำลังถือร่มที่ปิดบังใบหน้าของเธอเอาไว้
“เขายอมจ่ายเงินซื้อของแบบนี้มาจริง ๆ เหรอ?”
โรวานส่ายศีรษะพลางกะพริบตา
“หือ?”
แต่ทันทีที่ทำแบบนั้น คิ้วของเขาก็เลิกสูงขึ้น
“สาบานเลยว่าเมื่อกี้เด็กผู้หญิงยังอยู่ไกลกว่านี้แน่ ๆ หรือว่าฉันตาฝาดเอง?”
โรวานขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ภาพวาดมากขึ้น ทว่าหลังจากนั้นสักพักหนึ่ง เขาก็ส่ายศีรษะและหัวเราะออกมา
“…สงสัยฉันแค่เหนื่อยล่ะมั้ง ที่นี่ก็หนาวแปลก ๆ ด้วย”
ก่อนหน้านี้เขาไม่ทันได้สังเกต แต่ห้องนี้ค่อนข้างเย็นเลยทีเดียว
แถมมันยังเงียบสงัดมากจนเกินควร
อยู่ดี ๆ เขาก็รู้สึกว่าร่างกายเกร็งตัว
พรึ่บ!
“…..!”
ทันใดนั้นเอง ดวงไฟในห้องก็สว่างวาบขึ้น ศีรษะของเขาสะบัดไปทางสวิตช์ไฟ
“อะไรวะ…”
ในขณะที่แสงสว่างครอบคลุมไปทั่วห้อง โรวานเงยหน้ามอง
“ไฟเสียหรืออะไรน่ะ? หรือว่า—”
พรึ่บ!
ไฟดับลงด้วยความเร็วพอ ๆ กับตอนที่พวกมันเปิดติด
ความมืดมิดเข้าปกคลุมอีกครั้งหนึ่ง
ร่างกายของเขาเกร็งแน่นด้วยสาเหตุที่ไม่อาจทราบได้ ความหนาวเหน็บแล่นลงไปตามกระดูกสันหลัง
“ห้องเชี่ยนี่มันอะไรวะเนี่ย?”
โรวานขมวดคิ้ว กำลังจะเดินไปที่สวิตช์ไฟ แต่แล้ว…
“…..!”
สายตาของเขาตกไปอยู่บนภาพวาดอีกครั้ง
ตุบ!
ภาพวาดร่วงหล่นจากฝ่ามือตกลงสู่พื้น หน้าภาพหงายขึ้น ขณะที่เขาถอยหลังกรูดไปหลายก้าว
โรวานจ้องภาพวาดตาเขม็ง พร้อมกับกุมอกตัวเองเอาไว้
นั่น… นั่น… นั่น…
เด็กผู้หญิง…
เธออยู่ใกล้กว่าเดิม
“ไม่สิ มันจะเป็นไป— หือ?”
ความรู้สึกเสมือนแผ่นหลังชนเข้ากับอะไรบางอย่างทำให้โรวานชะงัก ทั่วทั้งร่างกายดูเหมือนจะเกร็งหนักกว่าเก่า ศีรษะหันกลับไปอย่างเชื่องช้า
“…..!”
หัวใจแทบจะกระดอนออกมาจากหน้าอก เมื่อเขาเห็นร่างเงาทมิฬขนาดมหึมาปรากฏอยู่ข้างหลัง
ปฏิกิริยาเกิดขึ้นตามสัญชาตญาณโดยไม่เสียเวลาคิด อาวุธก่อตัวขึ้นในมือของโรวานขณะที่เขาเตรียมจะต่อสู้ แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะฟาดฟัน มือข้างหนึ่งก็คว้ารอบข้อเท้าของเขากะทันหัน
ร่างกายทุกส่วนพลันแข็งทื่อ
พร้อมกับศีรษะที่ค่อย ๆ ลดระดับลง เขาเห็นใบหน้าของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ โผล่ออกมาจากภาพวาด เบ้าหน้าอันซีดเซียวของเธอกลับกลายเป็นเด่นชัดในสายตา รอยยิ้มลึกล้ำและฉีกกว้างประดับบนใบหน้า สายตากำลังจ้องมองเขาอยู่
“ฮิฮิฮิ”
เสียงหัวเราะแสนร่าเริงเติมเต็มบรรยากาศภายในห้อง เธอกำข้อเท้าของเขาแน่น
“มาเล่นกับหนูหน่อยสิ~”
“ไม่นะ ไม่…”
ความตื่นตระหนกพุ่งพล่าน โรวานพยายามดึงข้อเท้าตัวเองให้หลุดพ้น แต่แรงจับของเด็กสาวนั้นแข็งแกร่งกว่าที่เขาคาดไว้มาก เธอฉุดกระชากเขาให้ตรงไปหาภาพวาด
“ไม่ ไม่ ไม่— อื้มม! อื้ออออ!!”
ก่อนที่เขาจะมีโอกาสได้กรีดร้องออกมา ฝ่ามือสีดำสนิทข้างหนึ่งจัดการปิดปากเอาไว้ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
จากนั้น…
“ฮิฮิฮิ”
ภายใต้เสียงหัวเราะของเด็กสาวตัวน้อย เขาถูกลากเข้าไปในภาพวาดทีละน้อย
“เล่นกัน~ เล่นกัน~ เล่นกัน~”
ช่วยด้วย!!
ใครก็ได้ช่วยที!!!