นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #96 : ผู้ป่วยทรอม่ารายแรก [4]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #96 : ผู้ป่วยทรอม่ารายแรก [4]
“ให้คำปรึกษาเรื่องทรอม่า?”
โรวานหลับตาลงอย่างสะลึมสะลือ ก่อนจะโพล่งขึ้นด้วยความกระจ่างในวินาทีต่อมา
“พูดเรื่องอะไรน่ะ? ผมไม่ได้ต้องการคำ—”
“ใคร ๆ เขาก็พูดแบบนั้นกันหมดนั่นแหละครับ”
เซธส่ายศีรษะพลางจดอะไรบางอย่างเพิ่มเติมลงในสมุดโน้ตตรงหน้า แผ่นหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ฝ่ามือเอื้อมไปหาโทรศัพท์และเร่งระดับความดังของเสียงเพลงที่กำลังเล่นอยู่
การกระทำของเซธทำให้โรวานสับสน แต่ก่อนที่จะได้ทันประมวลผลสถานการณ์ จิตใจของเขากลับเริ่มผ่อนคลายยิ่งกว่าเก่า
ราวกับว่าสมองของเขาถูกฉุดเข้าสู่อ้อมกอดอันนุ่มนวลสบายอารมณ์
ทุกความคิดและอาการผิดปกติก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะสลายหายไปจากร่างกาย
…แทนที่ด้วยความรู้สึกสงบนิ่งอย่างแท้จริง
“เราควรจะเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ก่อนดีไหมครับ?”
เสียงของเซธก้องกังวานเป็นฉากหลัง ขณะที่โรวานนั่งอยู่บนเก้าอี้ เปลือกตาของเขาหลุบลงทีละน้อย
เขารู้ว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ แต่จิตใจกลับปฏิเสธที่จะรับฟัง
“คุณทำงานให้กิลด์มานานแค่ไหนแล้วเหรอครับ?”
“…..”
คราแรกนั้นเงียบกริบ
แต่แล้ว…
“ปีนี้เป็นปีที่สามของผมครับ”
ในที่สุดโรวานก็ตอบกลับมา จิตใจของเขาผ่อนคลายลงเรื่อย ๆ ท่วงทำนองอันอ่อนโยนกระซิบกระซาบอยู่ในอากาศ
“ปีที่สามแล้วเหรอ?”
“….ครับ”
“เข้าใจละ ถ้างั้นในช่วงที่อยู่กิลด์ คุณก็คงผ่านอะไรมาเยอะเลยสินะครับ”
“ครับ ใช่ครับ”
โรวานนึกถึงเกตและภารกิจทั้งหมดที่เขาเคยเผชิญ ความตายทั้งหมดที่เขาเคยเห็น และการเฉียดตายทั้งหมดที่เขาเคยประสบ
เขา… ผ่านอะไรมามากมายเหลือเกิน
“แสดงว่าคุณคงมีปัญหาการนอนในช่วงนี้สินะ คุณฝันร้ายบ่อยแค่ไหนเหรอครับ?”
“มัน… แทบจะทุกวันเลยครับ”
มีเพียงไม่กี่วันที่เขาไม่ฝันร้าย และวันเหล่านั้นมักจะเป็นวันที่เขากลับมาด้วยความเหนื่อยล้าอย่างถึงที่สุด
มีเพียงในวันแบบนั้นที่เขาจะไม่ต้องเผชิญกับฝันร้าย
มันเป็นความทุกข์ทรมานสำหรับเขาจริง ๆ
“เกือบทุกวัน? นั่น… ค่อนข้างแย่เลยนะ แล้วคุณจัดการกับฝันร้ายพวกนั้นยังไงบ้างครับ?”
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ”
เขาจะจัดการมันได้ยังไงกันล่ะ?
เขาเคยลองไปพบนักจิตวิทยาและนักบำบัดมาทุกรูปแบบ แต่กลับไม่มีใครช่วยได้เลยสักคนเดียว ฝันร้ายมันไม่เคยจบสิ้น
โรวานเริ่มยอมรับพวกมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว
“ถึงสุดท้ายผมจะลืมมันได้ แต่แล้วยังไงล่ะ? เดี๋ยวผมก็ต้องเจออะไรที่มันคล้ายกันอยู่ดี”
ช่วงอกของโรวานปวดหนึบเมื่อความคิดที่พรั่งพรูออกมาหยุดลงดื้อ ๆ
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงพูดเรื่องพวกนี้ออกมาในตอนนี้ ชายตรงหน้าก็แค่คนแปลกหน้าที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลย
เป็นใครสักคนหนึ่งที่ทางกิลด์จ้างมาตามอำเภอใจ
แต่…
ถึงอย่างนั้น…
“ฟังดูเลวร้ายมากเลยนะครับ”
ทำไมเสียงของเขาถึงได้ฟังดูปลอบประโลมดีจังล่ะ?
“คุณเคยคิดจะลาออกบ้างไหมครับ?”
“ลาออก?”
โรวานลืมตาขึ้น พร้อมกับยกยิ้มหยัน
“แน่นอนว่าไม่ครับ”
ความคิดดังกล่าวไม่เคยแวบเข้ามาในหัวสมองเลย เขาเหมือนกับคนอื่น ๆ ในแผนก เป็นมนุษย์คนหนึ่ง… ที่มีครอบครัวหรือคนสนิทใกล้ชิดถูกความผิดปกติพรากจากไป
“…ผม… มีน้องสาวที่ต้องดูแลครับ ผมลาออกไม่ได้ จนกว่าจะ…”
หน้าอกของโรวานปวดร้าว ริมฝีปากสั่นเครือ
เซธยังคงเงียบสนิทพลางจ้องมองโรวาน มือจดบางสิ่งบางอย่างลงในสมุดโน้ตก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างสงบ
“น้องสาวของคุณเสียเพราะความผิดปกติเหรอครับ?”
โรวานส่ายศีรษะ น้ำเสียงเปลือยเปล่าออกมาจากปากของเขา
เธอยังคงมีชีวิตอยู่
…แต่มีแค่ชีวิตเพียงอย่างเดียว
หรือก็คือ… เธอกำลังอยู่ในอาการโคม่า
“ผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องตามหาความผิดปกติตัวนั้นและรักษาเธอให้ได้ครับ นั่นคือเหตุผล… เหตุผลที่ผมลาออกไม่ได้”
ร่างกายของโรวานสั่นสะท้านขณะพึมพำคำพูดเหล่านั้น เขาไม่แน่ใจว่าทำไมตัวเองถึงได้สาธยายออกมามากมาย แต่ตัวเขารู้สึกเปราะบางเหลือเกินในเวลานี้
เขารู้สึกอ่อนแอ และสิ่งเดียวที่ช่วยเยียวยาเขาได้ คือเสียงของเซธ
“…”
ความเงียบงันที่ตามมาหลังถ้อยคำนั้นมันมากเสียจนโรวานเริ่มรู้สึกตื่นตระหนกอยู่ลึก ๆ ภายในใจ
ทำไมเขาไม่พูดอะไรเลยล่ะ? เขาคิดว่าฉันมันน่าสมเพชงั้นเหรอ? เขาจะ—
แต่สิ่งที่โรวานคาดไม่ถึงมากที่สุดคือ ประโยคถัดมาของเซธ
“นั่นเป็นการกระทำที่น่ายกย่องนะครับ”
น่ายกย่อง?
ฉันเนี่ยนะ…?
“การทำงานด้วยแรงจูงใจแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย คุณไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าหมายยิ่งใหญ่อย่างไปกู้โลกหรือเรื่องไร้สาระพรรค์นั้นหรอกครับ อะไรก็ตามที่ทำให้คุณมีความสุขนั่นแหละคือสิ่งสำคัญ เงินทอง ผู้หญิง หรือการช่วยเหลือน้องสาวคุณเอง… ทางเลือกของคุณจะผิดก็ต่อเมื่อคุณปล่อยให้คนอื่นมาบอกว่ามันผิดเท่านั้นแหละครับ”
ทางเลือกของฉันจะผิดก็ต่อเมื่อฉันปล่อยให้คนอื่นมาบอกว่ามันผิดอย่างงั้นเหรอ?
ริมฝีปากของโรวานสั่นระริกมากยิ่งขึ้น
แต่ไม่นาน เสียงของเซธก็กึกก้องขึ้นอีกครั้ง
“ฝันร้ายเป็นหน้าต่างที่เปิดเข้าไปสู่โลกภายในใจคุณ พวกมันมีหน้าที่ในตัวมันเอง— คือช่วยให้ความนึกคิดของคุณได้จัดการกับความเครียด ความกลัว และอารมณ์ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข สมองของคุณไม่ได้หยุดทำงานตอนคุณนอนหลับ; แต่กลับกัน มันยังทำงานอยู่กับสิ่งที่คุณได้พบเจอมาครับ ฝันร้าย… พวกมันมีอยู่เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังงานด้านลบทั้งหมดที่อัดอั้นเอาไว้เพราะคุณยังไม่ได้จัดการมันในตอนกลางวัน”
“อ-อะไรนะ…?”
โรวานค่อย ๆ แหงนคอขึ้นเพื่อจ้องมองเซธ เขาเห็นดวงตาไร้ชีวิตชีวาคู่นั้นมองตรงมาที่ตัวเขา
“มันไม่เป็นไรหรอกครับที่จะเปิดใจกับผม งานของผมคือการรับฟังความกังวลของคุณ ผมอยู่ที่นี่… เพื่อจัดการกับพลังงานด้านลบที่สะสมอยู่ทั้งหมดของคุณครับ”
โรวานกลืนน้ำลายอย่างเงียบเชียบ เขาอ้าปากแต่กลับพูดอะไรไม่ออก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ยินอะไรแบบนี้ นักบำบัดหลายคนก็เคยพูดในทำนองเดียวกัน
แต่ทว่า…
นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกแตกต่างอย่างแท้จริงเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้
ริมฝีปากของเขาสั่นเครืออีกครั้งหนึ่ง ฝ่ามือยึดที่วางแขนของเก้าอี้ไว้แน่น
“โ-โอเคครับ”
เขาพยักหน้าเงียบ ๆ
“ผมจะ… ลองดู”
และนับว่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่พบกันที่โรวานได้เห็นรอยยิ้มบางเบาปรากฏบนริมฝีปากของเซธ
“เยี่ยมครับ”
เซธหยิบสมุดโน้ตออกมาอีกครั้ง จดบันทึกบางอย่างลงไป
“กระบวนการเยียวยาเริ่มต้นที่ตัวคุณเองเสมอ การที่คุณเต็มใจจะเปลี่ยนแปลงนั่นคือทัศนคติที่สำคัญที่สุดแล้วล่ะครับ ทีนี้…”
เซธลดสมุดโน้ตต่ำลง สายตาจ้องมองโรวาน
“ช่วยกรุณาบอกผมหน่อยได้ไหมครับว่า ทำไมคุณถึงมาอยู่ในห้องทำงานของผม?”
“อ่ะ”
ใบหน้าของโรวานแข็งค้างไปในจังหวะนั้น เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันก่อนขึ้นมาได้กะทันหัน และลมหายใจก็เริ่มติดขัดอีกครั้ง
แต่…
“ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมไม่ได้โกรธ ผมรู้ว่าตัวคุณทรมานจากฝันร้ายมามากแล้ว แค่ซื่อสัตย์กับผมก็พอครับ”
“นั่น…”
โรวานก้มศีรษะลง แต่สุดท้ายก็บอกความจริงออกไป
“ผมอิจฉาน่ะครับ”
“อิจฉา?”
“ครับ ผม…” โรวานเว้นช่วง พลางมองเซธด้วยความละอาย “ผมอยากทำให้โซอี้ประทับใจครับ และพอดีว่าดูเหมือนว่าเธอไม่ชอบคุณอยู่ ผมเลยคิดจะทำอะไรสักอย่างให้เธอมีความสุขน่ะครับ แต่… พอผมเข้ามาในห้องนี้ ทุกอย่างก็ผิดพลาดไปหมด ความเจ็—”
“หยุดตรงนั้นเลย”
เซธยกมือขึ้นเพื่อหยุดไม่ให้โรวานพูดต่อ
“ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องทำงานนี้ไปให้หมด มันเป็นแค่ผลจากความเครียดทั้งหมดที่คุณกักเก็บมาตลอดน่ะครับ แอลกอฮอล์ที่มากเกินไปนิดหน่อยผสมกับตัวคุณที่เอาแต่เก็บกดเรื่องต่าง ๆ ไว้ มันก็พังลงมารวดเดียวแบบนี้แหละครับ”
“ง-งั้นเหรอครับ?”
“ครับ”
เซธวางสมุดโน้ตลงและมองตรงเข้าไปในแววตาของโรวาน ในขณะเดียวกัน เสียงเพลงก็ยังคงบรรเลงต่อไปเป็นพื้นหลัง
“ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะครับ แต่นั่นเป็นวิธีคิดที่ผิดถ้าคุณอยากจะทำให้ใครสักคนประทับใจ”
“ผมรู้ครับ แต่ว่า…”
“สำหรับตอนนี้ โฟกัสที่ตัวเองก่อนดีกว่าครับ”
น้ำเสียงของเซธแปรเป็นนุ่มนวลลง
“…คุณต้องเริ่มให้ความสำคัญกับตัวเองเหนือกว่าเรื่องอื่น”
ฉันต้องทำเหรอ?
“คุณสำคัญนะครับ”
ฉันเนี่ยนะ?
“ใช่แล้ว เพราะงั้น… ระบายมันออกมาเถอะครับ”
เซธแย้มยิ้มละมุนตาอีกครั้งหนึ่ง
“ในห้องนี้มีแค่คุณกับผม ระบายทุกอย่างออกมาเถอะครับ ผมจะอยู่ตรงนี้เพื่อรับฟังพวกมันทั้งหมดเอง”
และด้วยคำพูดดังกล่าว ห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด
มีเพียงเซธและโรวาน ทั้งสองอยู่ท่ามกลางความเงียบนั้น
จนกระทั่ง…
“โ-โอเคครับ”
โรวานพูดขึ้นอีกครั้ง ทรวงอกของเขาสั่นเทาขณะกำหมัดจ่อไว้ใกล้ปาก
เขาเริ่มระบายทุกสิ่งทุกอย่าง
ตั้งแต่อดีต ความกังวล และความเครียดทั้งมวลที่ได้ผ่านมา
ตลอดเวลานั้น เซธรับฟัง
เขารับฟังด้วยรอยยิ้มเมตตา ฝ่ามือจดสองสามอย่างลงในสมุดโน้ต ส่วนใหญ่เป็นรายการสิ่งของที่เขาต้องซื้อตอนกลับไปยังห้องพัก
นมใกล้จะหมดแล้ว
‘อ้อ จริงสิ… ต้องซื้อเนยด้วยนี่นา’
โดยที่โรวานไม่รับรู้เลยแม้แต่น้อย เจ้าตัวยังคงพรั่งพรูอารมณ์ทั้งหมดออกมาอย่างต่อเนื่อง
นั่นคือวันที่เซธได้รับผู้ป่วยรายแรกของเขา