บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 527 จับรางวัล
ฟางเจิ้งยิ้มบอก “อาจารย์บอกกับนายตั้งนานแล้ว พวกเราฝึกพระพุทธในใจ พระพุทธในใจควรเป็นของนายเอง ไม่ควรเป็นคนอื่น ในใจมีความดี ทำไมต้องคร่ำครึกับเปลือกนอก? ตอนนี้ใจนายมีพระพ พุทธ แต่ไม่มีตัวเอง ฝึกไปแบบนี้จะกลายเป็นอาจารย์เหรอ เสียการบำเพ็ญเพียรพุทธของตนเองไป แบบนั้นไม่ใช่การบำเพ็ญเพียรพุทธ แต่เป็นการบำเพ็ญเพียรมาร”
ลิงฟังอย่างจริงจังมาก จดจำทุกอย่างเอาไว้ แต่ก็ยังคงสับสนเล็กน้อย ไม่เข้าใจความหมายฟางเจิ้ง ฝึกตัวเอง? ฝึกตัวเองก็สำเร็จอรหันต์ได้? ถ้าอย่างนั้นเมื่อก่อนมันไม่ได้ฝึกพุทธหรือ? ? แต่ว่า…คิดไม่ออก มองไม่ขาด ไม่เข้าใจ
ฟางเจิ้งพูด “ค่อยๆ ตระหนักรู้เถอะ รอนายเข้าใจเมื่อไร นายจะเป็นนักบวชที่แท้จริง”
ลิงยืนขึ้นประนมสองมือ “อมิตาพุทธ ศิษย์เบาปัญญา แต่ศิษย์จะพยายาม”
“ไปเถอะ ตอนว่างงานจากวัดก็ไปเดินในภูเขา ดูลิงตัวอื่นๆ ดูสรรพสัตว์ในโลก จากนั้นคิดถึงเส้นทางของตัวเอง” ฟางเจิ้งโบกๆ มือ
เจ้าลิงรับคำสั่ง ลงไปแล้ว ในหัวมีแต่คำพูดฟางเจิ้ง แต่มันก็ไม่เข้าใจ…
ดูจากท่าทางเจ้าลิงแล้ว ฟางเจิ้งไม่รู้ว่าควรจะชี้แนะอย่างไร สอนลิงตัวหนึ่งให้กลายเป็นนักบวชที่ได้มาตรฐาน ความน่ากลัวแบบนี้คงไม่มีอีกแล้วในโลก
ฟางเจิ้งวางเรื่องลิงไปก่อน และอ่านคัมภีร์ต่อ
วันเวลาผ่านไปทีละวัน ใกล้จะผ่านเดือนเจ็ดแล้ว ใกล้เข้าสู่ช่วงที่ร้อนที่สุดคือเดือนแปด
ดวงอาทิตย์ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แสงตะวันร้อนแรงแผดเผาบนพื้นจนดังซ่าๆ ราวกับถ้าโยนไข่ไก่ลงไปจะได้กินไข่ทอด…
“อาจารย์ ร้อนขึ้นเรื่อยๆ แล้ว” หมาป่าเดียวดายนอนหมอบบนพื้นอย่างไร้ชีวิตชีวา แลบลิ้น พ่นลมออกมาดังแฮ่กๆๆ เพื่อพยายามลดอุณหภูมิลง
ฟางเจิ้งพยักหน้า เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ญาติโยมก็มาน้อยลงทุกที ถึงอย่างไรญาติโยมก็เป็นคนธรรมดา ยังไม่เลื่อมใสถึงขั้นทารุณตนเอง คนที่ขึ้นเขามาในเวลานี้แทบจะไม่มีเลย อย่างม มากบางคนก็ขึ้นมาตอนเช้าตรู่ เวลาอื่นๆ ไม่มีคนเลย…
ฟางเจิ้งมองวัดที่ว่างเปล่าด้วยความไม่เคยชินเล็กน้อย
ตอนนี้เอง กระรอกวิ่งกลับมา พอกลับมาก็ไปหลบใต้เงาต้นไม้ กางสี่ขาออกนอนแผ่ตรงนั้น แลบลิ้นเลียนแบบหมาป่าเดียวดาย พลางพูดบ่นว่า “เฮ้อ ในวัดร้อนเกินไปแล้ว ในภูเขาสบายกว่าอีก”
ฟางเจิ้งดวงตาเปล่งประกายโดยพลัน ถามว่า “ในภูเขาเย็นสบาย?”
กระรอกเห็นอาจารย์ที่รู้เรื่องทุกอย่างขอคำชี้แนะจากตนก็คึกคักขึ้นมา ลุกขึ้นนั่ง กอดอกทำท่าทางเป็นปัญญาชนหัวคร่ำครึ ตั้งสติตอบไปว่า “เย็นสบาย เย็นมาก! สายลมพัดเบาๆ เย็นสบาย ย โดยเฉพาะในถ้ำภูเขาจะเย็นเป็นพิเศษเลย”
ฟางเจิ้งตาเปล่งประกายขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นตบหัวโล้นลุกขึ้นยืน “จิ้งควน ปิดประตู จัดของ!”
ลิงอึ้งงัน เอ่ยถามว่า “อาจารย์จะทำอะไร ย้ายวัดหรือ?”
“ย้ายวัดอะไร? ไปพักร้อนในภูเขาทางเทียนต่างหาก” ฟางเจิ้งยิ้มเอ่ย ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครมา จึงออกไปพักร้อนเสียเลย
ลิงได้ยินดังนั้นก็พลันดีใจใหญ่ รีบวิ่งเข้าไปจัดของ
เด็กแดงที่เดิมทีกระดกก้นตากลมและโวยวายจะใช้ฤทธิ์เดชลดอุณหภูมิเทียมตลอดเวลาแต่ทำไม่ได้ก็คึกคักเช่นกัน เดินตามมาอย่างว่าง่าย “ศิษย์พี่ เอาน้ำบริสุทธิ์ไปเยอะหน่อย ดื่มจนชิน แล้ว ดื่มน้ำข้างนอกไม่สบายเลย”
“เอาเยอะก็หนักไป ปีนเขาลำบาก” ลิงตอบ
“ฉันแบกเอง!” หมาป่าเดียวดายคึกคัก มันวิ่งเข้ามาทันที
กระรอกพูดตาม “ฉันก็ด้วย!”
ทุกคนมองมาที่มันตามจิตใต้สำนึก ตัวเล็กแบบนี้จะแบกน้ำ?
กระรอกหน้าแดง รีบพูดว่า “ฉันจะบอกว่าฉันมาให้กำลังใจพวกนาย!”
ทุกคนเหลือบตามองบน ขี้เกียจจะสนใจมันแล้ว…
ดังนั้นกระรอกจึงเป็นคนนำทาง ฟางเจิ้งเดินอยู่ตรงกลาง หมาป่าเดียวดายแบกน้ำสองถัง ลิงกระโดดไปมาบนต้นไม้ ส่วนเด็กแดง…มีแต่ผีที่รู้ว่าเขาไปไหน คนกลุ่มหนึ่งเข้าภูเขาไปกันแบบนี้ …
ระหว่างทางฟางเจิ้งฮัมเพลง พูดพึมพำในใจว่า “ระบบ ลงโทษเตือนหัวขโมยสุสานก็ถือว่าฉันมีความดีความชอบรึเปล่า นายไม่แสดงท่าทีอะไรหน่อยเหรอ?”
“ติ๊ง! ฉันคิดว่านายลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ผ่านมาตั้งนานเพิ่งจะถาม” ระบบพูดอย่างขี้เกียจ
“ฉันก็เชื่อใจนายไง คิดว่านายคงเตือน แต่นายดันเงียบไปเลย แล้วก็เสียงนายน่ะ อย่าให้มันขี้เกียจขนาดนี้จะได้ไหม?” ฟางเจิ้งพูด
“นายคิดว่ามีแค่นายที่ร้อนเหรอ ฉันก็ร้อนเหมือนกัน! ให้คึกสิแปลก…” ระบบหาเหตุผลให้ตัวเองอย่างมีเหตุผล
ฟางเจิ้งเชื่อระบบสิน่าอัศจรรย์ ระบบที่มีอภินิหารมากมายจะกลัวร้อน? ผีเถอะที่จะเชื่อ!
ระบบพูดต่อว่า “การเตือนโจรสุสานเป็นคุณความดียิ่งใหญ่จริง จับรางวัลไม่ใช่ปัญหา เอายังไง จะนับรวมบุญกุศลก่อนหน้าแล้วจับรางวัลใหญ่เลยไหม?”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นนิดๆ แต่ก็ยังอดกลั้นไว้ “อย่าเพิ่งก่อน ฉันจับรางวัลครั้งของโจรสุสานก่อน นายอย่าแตะบุญกุศลส่วนนั้นเชียว ฉันสะสมครบบุญกุศลหมื่นแต้มเมื่อไร ก็ขอชุดใหญ่!”
“โอ้โฮ ความทะเยอทะยานไม่น้อย ถ้าอย่างนั้นครั้งนี้นายก็อย่าจับเลย สะสมไว้เถอะ” ระบบหยอกล้อ
ฟางเจิ้งมองบน “มันคันมือ…ไม่จับตอนนี้ฉันรู้สึกไม่สบาย”
“แล้วจะจับตอนนี้เลย?” ระบบถาม
“จับ!” ฟางเจิ้งกัดฟันตอบ
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี เริ่มจับ!” ระบบเอ่ยต่อ “ติ๊ง! ยินดีด้วย ได้รับทักษะ ‘ทักษะช่างไม้สมาธิ’ ”
“ทักษะช่างไม้สมาธิ? นี่มันอะไร?” ฟางเจิ้งอึ้งงัน เขาเพิ่งเคยได้ยินของแบบนี้เป็นครั้งแรก
“ทักษะช่างไม้สมาธิไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็นทักษะแขนงหนึ่ง เป็นหนึ่งในทักษะที่ต้องฝึกฝนก่อนเข้าสู่วงการหลอมวัตถุ หรือก็คืองานฝีมือช่างไม้ขั้นสูงสุดที่คนธรรมดาจะไปถึงได้ พูดง่ายๆ ค คือเรียนอันนี้ จากนี้นายจะเป็นหนึ่งในกรรมกรทำงานเป็นนักการใต้เขาคุนหลุน เป็นยังไง? ซาบซึ้งใจไหม? ตื่นเต้นไหม? ไม่ดีใจหรือ?” ระบบหัวเราะชั่วร้าย
ฟางเจิ้งมองบน อยากจะด่าว่า ‘ไสหัวไป’ แต่ก็ต้องข่มไว้ด้วยคุณธรรมของเขา ถึงอย่างไรด่าไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้ไม่ด่าดีกว่า
“ไม่ต้องตื่นเต้น นี่เป็นความสามารถคล้ายๆ กับงานฝีมือ เงื่อนไขความสามารถชนิดนี้อาจไม่ถือว่าสูงมากนัก แต่สถิติที่จะได้ต่ำมาก นายคิดดู นานขนาดนี้แล้ว จับรางวัลมาตั้งหลายครั้ง ง นายจับได้คัมภีร์พุทธองค์มังกรครั้งเดียวเอง” ระบบกล่าว
“แต่ว่ามันไม่มีประโยชน์…” ฟางเจิ้งยิ้มแห้งๆ
“ไม่มีประโยชน์? หึๆ…นั่นเพราะนายไม่รู้จะใช้ยังไงต่างหาก! ทักษะเหล่านี้ไม่มีอันไหนเลยที่ไม่มีประโยชน์ กระทั่งช่วยให้นายได้บุญกุศลนับไม่ถ้วนด้วย น่าเสียดาย…ตอนนี้สายตานายมองกา ารณ์แค่สั้นๆ ยังไม่เปิดหูเปิดตา ความเข้าใจในการทำความดีสั่งสมบุญกุศลก็ยังแคบมากเกินไป ไม่พูดกับนายแล้ว ทำความเข้าใจเอาเถอะ…” ระบบพูดจบก็หายไป
ตอนที่ฟางเจิ้งฟังช่วงแรกก็อยากจะด่าแม่จริงๆ เขารู้ดีว่าตนทำดีมากพอแล้ว แต่มิวายถูกระบบดูถูกอีก ทว่าตอนระบบพูดถึงช่วงหลัง แคบ? สายตาเขาคับแคบหรือ? ฟางเจิ้งตกเข้าสู่ภวังค์ค ความคิดอย่างห้ามไม่ได้