บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 529 ยังไม่ตายเร็วๆ นี้
ฝานชิงเกือบจะหมดสติไปเช่นกัน เขาตามอาจารย์เข้าป่าเขามาสามวัน เทือกเขาทงเทียนราวกับไร้ขอบเขต ไม่มีทางเดินจบสิ้น! ตอนนี้จะหาคนคนหนึ่งทั่วป่า? นี่ต่างอะไรกับงมเข็มในมหาสมุทร? เ เดาว่าคงไม่ต้องหาคนแล้ว อาจารย์เขาคงได้ไปสวรรค์ก่อน
ฝานชิงกล่าว “หลวงพี่ ท่านคงไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่ จิ้งซิน รีบไปหาเขา จิ้งฝ่าแบกคน ไป ไปหาด้วยกัน” ฟางเจิ้งออกคำสั่งทันที ขณะเดียวกันยังคืนฤทธิ์เดชให้เด็กแดง งูพิษชนิดนี้ถ้าแป็นคนอื่นคงอันตรายถึงชีวิตจริงๆ ทว่ ามีเด็กแดงอยู่ด้วย เขาจึงไม่กังวลเลย ใช้อภินิหารได้ก็แก้ปัญหาได้ทันทีไม่ใช่หรือ เพียงแต่ฟางเจิ้งไม่อยากให้เด็กแดงแสดงอภินิหารต่อหน้าคน ปัญหายิ่งน้อยเท่าไรยิ่งดี…
เด็กแดงสัมผัสได้ถึงฤทธิ์ฟื้นกลับมา จึงรับคำสั่งจะพุ่งเข้าไปในป่าไม้ทันที
ฝานชิงเห็นแบบนั้นก็รีบพูด “หลวงพี่ ท่านบ้าเหรอครับ? เขาเป็นเด็กน้อย เข้าป่าทึบจะไม่ส่งไปตายเหรอ? ยุงกับแมลงเยอะขนาดนั้น ถ้าเกิด…ถ้าไม่อย่างนั้นพวกเราออกจากภูเขาเถอะ ไม่ว่า ายังไงออกไปก็ยังมีหวัง”
“ประสก ไม่ต้องห่วง ศิษย์อาตมาชำนาญการหาคนเป็นพิเศษ” ฟางเจิ้งกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง เขาไม่ได้โกหก มีอภินิหารเต็มตัว ถ้าหาคนไม่เจอ ฟางเจิ้งคิดว่าควรจะบอกกับพระโพธิสัตว์กวนอิมดี หรือไม่ว่าให้ไล่เจ้าโง่นี่ออกจากพุทธศาสนาไปเสีย ส่วนยุงกับแมลง? เด็กแดงหนังหนาจนฟางเจิ้งตีไม่สะเทือน ถ้ายุงแมลงบ้านไหนกัดเขาได้ ฟางเจิ้งมั่นใจว่าต้องเป็นปีศาจอย่างแน่นอน!
ฝานชิงมองว่าฟางเจิ้งกำลังหลอกเขา ขณะจะพูดบางอย่างพลันได้ยินเสียงคนพูดคุยกันจากไกลๆ
ได้ยินคนข้างหน้าพูดเสียงสูงว่า “ฟ้าสูงเมฆบางคนดั่งสายลม อาตมาจับผึ้งได้อย่างอิสระ ฮ่าๆ…เฮ้อ ถูกต่อยก็ยังเจ็บมากอยู่ดี”
ฟางเจิ้งได้ยินแบบนั้น ดวงตาเปล่งประกายทันที เสียงนี้คุ้นหู เขาเอ่ยในฉับพลันว่า “ข้างหน้านั่นนักพรตเต๋าเล่อเทียน?!”
เพิ่งสิ้นเสียงก็ได้ยินเสียงฝีเท้า ตามมาด้วยพุ่มไม้ถูกคนแหวกออก นักพรตเต๋าสวมชุดนักบวชเต๋าวิ่งออกมา เป็นนักพรตเต๋าเล่อเทียนนั่นเอง! เด็กแดงตามมาข้างๆ ด้วยสีหน้าไม่พอใจ เ เด็กแดงยังวางแผนว่าจะอาศัยโอกาสนี้เดินเที่ยวอีกหน่อย แต่พอออกไปก็เจอกับเล่อเทียนเลย ด้วยเหตุนี้แววตาที่เด็กแดงมองเล่อเทียนจึงมีความรังเกียจและไม่พอใจ จากนั้นสื่อเป็นนัยๆ อย ยู่ตลอดว่าเจ้ามันจมูกโค!
เล่อเทียนไม่สนใจเลย เขาอารมณ์ดีก็พอแล้ว ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมีสายตาและความคิดแบบไหน
“หืม? เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ทำไมวันนี้ท่านเข้าป่า หรือมาเยี่ยมอาตมา? หืม? สหายท่านนี้เหมือนจะบาดเจ็บ โอ้โฮ ขานั่นงอเหมือนจะหักเลย” นักพรตเต๋าเล่อเทียนพูด
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นถึงกับพูดไม่ออก นั่นเหมือนขาหัก? ก็ขาหักน่ะสิ! ตาแบบนั้นมันอะไร! แต่คำพูดจาล้อเล่นแบบนี้ก็สมกับเป็นเล่อเทียนพูดออกมาได้แล้ว
ฟางเจิ้งอาศัยจังหวะที่ฝานชิงด้านหลังยังไม่ระเบิดอารมณโกรธ รีบพูดว่า “อมิตาพุทธ นักพรตเต๋าเล่อเทียน ประสกสองท่านนี้เข้าป่ามาบังเอิญเจองูพิษ ถูกกัด แถมยังขาหัก ฟ้าจะมืดแล้ ว ขอให้พักที่อารามเต๋าของท่านได้ไหม?”
“ท่านนักพรตเต๋า รบกวนด้วยครับ ก่อนหน้านี้อาจารย์ผมปีนเขาไปเก็บสมุนไพรต้นหนึ่งแล้วไม่ระวังตกลงมาเจ็บ ตอนพักถูกงูพิษกัดเข้า ขอร้องท่านช่วยเขาด้วยครับ” ฝานชิงรีบเอ่ย
เล่อเทียนได้ยินเข้าถึงกับผงะ จากนั้นส่ายหน้าประหนึ่งกลองป๋องแป๋ง แสดงความเคารพฟางเจิ้งตอบก่อน เพราะมือข้างหนึ่งถือน้ำเต้าจึงไม่สะดวก เลยตั้งมือซ้าย นิ้วชี้บิดงอ คุกเข่าลง แ แล้วเลิกคิ้วขึ้นบอก “ทัศนาหาที่สุดมิได้”
ก่อนเอ่ยต่อว่า “เจ้าอาวาสฟางเจิ้งไปได้ พวกท่านไม่ได้”
“ทำไมครับ?” ฝานชิงร้อนใจแล้ว “ท่านนักพรตเต๋า ท่านเห็นคนจะตายแล้วไม่ช่วยไม่ได้นะ”
ฟางเจิ้งกลัดกลุ้มเช่นกัน นักพรตเต๋าเล่อเทียนไม่เหมือนคนใจจืดใจดำ เห็นคนจะตายแต่ไม่ช่วยนี่นา
นักพรตเต๋าเล่อเทียนพูด “อารามเต๋าของอาตมาไม่ต้อนรับผู้ไม่เดินทางสายเดียวกัน อาตมาพักในภูเขาลึก เป้าหมายคือตัดขาดกับทางโลก ไม่อยากแปดเปื้อนเหตุและผลใดๆ เว้นแต่จะเป็นนักบวช ชด้วยกัน ไม่อย่างนั้นจะไม่ต้อนรับทั้งสิ้น แน่นอนว่าสถานการณ์ของทั้งสองคนพิเศษเล็กน้อย พักในบ้านนอกอารามเต๋าได้ ส่วนงูพิษ?”
นักพรตเต๋าเล่อเทียนกวาดสายตามองชายชราแวบหนึ่ง เทเม็ดยาออกมาสองเม็ดจากในน้ำเต้า เป็นเม็ดหนึ่งสีเขียว บดแล้วทาตรงรอยถูกงูกัดสดๆ ตามด้วยหยิบเม็ดยาสีแดงยัดใส่ปากชายชร รา คราวนี้ถึงเอ่ย “ไม่เป็นไรแล้ว”
ฝานชิงถอนหายใจโล่งอกทันที
นักพรตเต๋าเล่อเทียนเอ่ยต่อ “ยังไม่ตายเร็วๆ นี้”
ฝานชิงได้ยินดังนั้นก็แทบจะร้องไห้ ทำไมหลวงจีนกับนักพรตเต๋าที่เจอถึงชอบเว้นวรรคยาว? ยังไม่ตายเร็วๆ นี้หมายความว่าก็ยังตายอยู่ดีเหรอ?
นักพรตเต๋าเล่อเทียนไม่มองฝานชิงแต่เอ่ยกับฟางเจิ้ง “เจ้าอาวาส ไปเถอะ ไปนั่งที่อารามของอาตมากัน”
ฟางเจิ้งพยักหน้า ขณะเดียวกันก็รู้สึกแปลกใจ นักพรตเต๋าเล่อเทียนที่สวมจีวรยังประหยัดขนาดนี้มีบ้านนอกอารามเต๋าด้วย? มองไม่ออกเลยว่าเป็นพวกคนรวย!
ฝานชิงร้อนใจเล็กน้อย อยากจะพูดบางอย่าง แต่นักพรตเต๋าเล่อเทียนเดินนำไปแล้ว ด้วยความจำใจจึงคิดจะแบกอาจารย์ของตน แต่หมาป่าตัวใหญ่สีขาวนั้นวิ่งเข้ามาอย่างว่าง่าย ลิงตัวหนึ่ง งออกแรงเหวี่ยง ร่างร้อยกว่าจินของอาจารย์ถูกเหวี่ยงขึ้นไปบนหลังหมาป่าเดียวดายราวกับขนห่านป่า ฝานชิงจะตะโกน หมาป่าเดียวดายก็วิ่งออกไปแล้ว ความเร็วสูงมาก…เจ้าลิงวิ่งตาม ช่วย ประคองชายชราตลอดทางเพื่อกันไม่ให้ร่วงลงมา เวลาเจอกิ่งไม้อะไรพวกนี้จะแหวกให้ก่อน ป้องกันไม่ให้ข่วนโดนชายชรา
เห็นถึงตรงนี้ ฝานชิงถอนหายใจโล่งอก ส่วนปัญหาเรื่องที่พัก มีที่พักก็พอแล้ว ไม่ได้จู้จี้จุกจิกในป่าเขาลึกแบบนี้
ทว่า…
“ท่านนักพรตเต๋า นี่คือที่พักนอกอารามที่ท่านบอก?!” ฝานชิงแทบกรีดร้อง เขาชี้บ้านชั่วคราวโกโรโกโสที่กว้างไม่ถึงสามเมตร ยาวไม่ถึงสองเมตรข้างหน้า เขาแทบจะบ้าแล้ว! นี่มันที่คน อยู่เหรอ? เลี้ยงหมูยังไม่พอเลย?
“ทัศนาหาที่สุดมิได้ ถ้าประสกไม่ถูกใจก็หาที่อื่นได้” นักพรตเต๋าเล่อเทียนพูดจบก็ไม่สนใจฝานชิง หัวเราะเหอะๆ กับฟางเจิ้งราวกับเปลี่ยนใบหน้า “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง เร็วๆ นี้อาตมาตระห หนักรู้บางอย่างได้ กำลังกังวลเลยว่าจะไม่มีคนคุยด้วย ไปนั่งคุยด้วยกันในอารามเต๋ากันดีไหม?”
ฟางเจิ้งงุนงง มองนักพรตเต๋าเล่อเทียนก่อนมองฝานชิงผู้น่าเศร้า แล้วส่ายศีรษะ แม้นักพรตเต๋าเล่อเทียนจะไม่ได้ต้อนรับฝานชิงดีมาก แต่ไม่ว่าอย่างไร บ้านหญ้าก็ก่อขึ้นจากดินเหนียว ยังนับว่าแข็งแรงดี ปกป้องเขาคืนหนึ่งไม่ใช่ปัญหา มิหนำซ้ำยังช่วยชีวิตอาจารย์เขาไว้ นี่คือบุญคุณ แต่ไม่ทันไรฝานชิงกลับลืมเสียแล้ว แถมยังมีอาการโกรธและไม่พอใจมาก ทำให้ฟางเจิ งไม่ค่อยพอใจอยู่ภายในเช่นกัน ถ้าไม่เห็นแก่ที่ฝานชิงพยายามปกป้องอาจารย์สุดชีวิต เขาเองก็ขี้เกียจจะสนใจ
ดังนั้นฟางเจิ้งกับนักพรตเต๋าเล่อเทียนจึงเดินเข้าอารามเต๋า ทิ้งฝานชิงตากลมภูเขาอยู่ข้างนอก
ระหว่างทางฟางเจิ้งถามด้วยความไม่เข้าใจ “นักพรตเต๋า เมื่อก่อนท่านทักทายว่าพระผู้เป็นเจ้าหาที่สุดมิได้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมวันนี้ถึงเริ่มพูดว่าทัศนาหาที่สุดมิได้?”