บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 578 ความตื่นเต้นอันน่าประหลาด
เดินไปพลางมองไปพลาง นัยน์ตาหลิวเป่ยจวินที่อยู่ข้างกายเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ รถไฟใต้ดินเป็นของแปลกใหม่ หนุ่มหล่อสาวสวยและลุงป้ารอบๆ ก็แปลกใหม่เช่นกัน ตึกสูงนับไม่ถ้วนแปลกใหม่ กระทั่งเข้าโรงแรมครั้งแรกยังแปลกใหม่!
ค่ำวันนี้ หลิวเป่ยจวินนอนไม่หลับ พลิกไปมาบนเตียง สุดท้ายนอนพาดขอบหน้าต่างเล็กพลางมองถนนที่มีรถแล่นไปมาขวักไขว่ข้างนอก พึมพำว่า “เมืองใหญ่สวยจริงๆ…สะอาดมาก รถก็เยอะ…เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง เจ้าอาวาส?”
หลิวเป่ยจวินหันไปมอง ฟางเจิ้งหลับไปแล้ว
หลิวเป่ยจวินนอนพาดขอบหน้าต่างมองต่อไป สุดท้ายถึงถอนหายใจยาวด้วยความสับสนแล้วกลับมาที่เตียง จากนั้นจึงหลับไป
วันต่อมาฟ้ายังไม่สาง ฟางเจิ้งก็ปลุกหลิวเป่ยจวินขึ้นมา
“เจ้าอาวาส เช้าขนาดนี้ท่านจะทำอะไร?” หลิวเป่ยจวินมองเวลา เพิ่งจะตีสาม!
ฟางเจิ้งกล่าวว่า “อยากดูเขาชักธงชาติก็รีบๆ เข้า ไม่อย่างนั้นประสกก็นอนอยู่นี่แหละ” มาเซิ่งจิงครั้งแรกไม่ไปดูการชักธงชาติที่จัตุรัสเทียนอันเหมินก็มาเสียเที่ยว! แม้ฟางเจิ้งจะเป็นนักบวช แต่เขาไม่เคยมองว่าตนเป็นคนที่ออกห่างจากทางโลกอย่างสมบูรณ์เลย
พอได้ยินว่าจะชักธงชาติ หลิวเป่ยจวินดีดตัวขึ้นมาจากเตียง สวมเสื้อผ้าอย่างคล่องแคล่ว แล้วลากฟางเจิ้งวิ่งไปข้างนอก วิ่งไปพลางพูดไปพลาง “ถ้าอย่างนั้นก็เร็วหน่อย เร็วๆ หน่อย!”
พอออกจากโรงแรมมา หลิวเป่ยจวินตาค้าง จะไปยังไงกัน?
ฟางเจิ้งส่ายหน้า พาหลิวเป่ยจวินไปสถานีรถไฟใต้ดิน นั่งรถไฟไปลานจัตุรัสเทียนอันเหมิน ทั้งสองคนมาไม่ถือว่าสาย ทว่าจัตุรัสมีแต่คนขวักไขว่ มีผู้คนอยู่ทุกที่ ขณะเดียวกันยังมีทหารเดินตรวจตราหลายกอง พอเห็นทหารกล้าเหล่านั้น หลิวเป่ยจวินอดเอ่ยปากชมไม่ได้ “นี่ต่างหากผู้ชาย! เท่!”
ฟางเจิ้งพยักหน้าเล็กน้อย ถือว่ายอมรับคำพูดของหลิวเป่ยจวิน ขณะเดินตามกระแสคนไป ทหารที่เฝ้ายามยืนตัวตรงไม่ขยับราวกับรูปปั้น ฟางเจิ้งเดินผ่านข้างพวกเขา ถึงขั้นเห็นว่าบนหน้าทหารนายหนึ่ง ข้างๆ ดวงตามียุงกำลังดูดเลือดอยู่! ทว่าทหารหนุ่มนายนั้นยังคงนิ่งเฉย ราวกับไม่รู้ว่ามียุงตัวนั้น!
ฟางเจิ้งขมวดคิ้ว ขณะจะทำบางอย่างก็พลันมีเด็กหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา โบกมือไล่ยุงตัวนั้นไป ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูช่วยเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้ทหารนายคนนั้น ยิ้มเล็กน้อยแล้วหมุนตัวเดินไป
ฟางเจิ้งเห็นดังนั้นก็เกิดความอบอุ่นในใจ
หลิวเป่ยจวินพูดเสียงเบา “ผมได้ยินมาว่าเวลาทหารเฝ้ายาม คนอื่นห้ามเข้าใกล้ ถ้าเกิด…”
“คนดีกับคนเลวไม่เหมือนกัน” ฟางเจิ้งตอบ
หลิวเป่ยจวินเกาศีรษะ ไม่เข้าใจความหมายของฟางเจิ้ง คนเลวก็เขียนคำว่าคนเลวไว้บนหน้าได้?
แต่ฟางเจิ้งรู้ว่าคนเลวจะไม่เขียนคำว่าคนเลวบนหน้า แต่คนดีจะแผ่ความอบอุ่นและแสงสว่างออกมา ส่องสว่างได้ทุกสิ่งในพริบตา
สองคนตามทุกคนมาถึงหน้าจัตุรัส ตอนนี้เองทหารนายหนึ่งเดินเข้ามา เดินไปพลางพูดไปพลาง “ทุกคนฟังทางนี้ ผู้ชมสามแถวหน้าโปรดนั่งยองลง ถ้าสะดวกก็ขอให้นั่งไปเลย ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
จากนั้นคนสามแถวหน้าเริ่มนั่งลง ฟางเจิ้งกับหลิวเป่ยจวินอยู่แถวสามพอดี ฟางเจิ้งอย่างไรก็ได้ จีวรขาวจันทร์ไม่ปนเปื้อนสิ่งใดอยู่แล้ว นั่งที่ไหนก็ไม่สกปรก จึงนั่งขัดสมาธิลงไปเลย หลิวเป่ยจวินก็นั่งตามโดยไม่สนใจเช่นกัน บางคนพกกระดาษหนังสือพิมพ์มาด้วย เอามารองพื้นนั่ง เวลานี้สามแถวหน้านั่งลงหมดแล้ว
ดังนั้นทุกคนจึงมองเห็นโดยไร้สิ่งใดบดบัง
“เจ้าอาวาส อยู่ไกลไปหน่อยนะ ไกลขนาดนี้มองเห็นไม่ชัดเลย ผมยังคิดว่าจะได้ดูใกล้ๆ เหมือนในทีวีเสียอีก” หลิวเป่ยจวินพูดด้วยความผิดหวังไม่มากก็น้อย
ฟางเจิ้งว่า “ไกลไม่ไกล มองที่ใจทั้งหมด ประสกมาที่นี่เพื่อดูทหารเดินเท้ากับชักธงชาติจริงๆ เหรอ ถามใจตัวเองดูว่าประสกมาดูอะไรกันแน่”
หลิวเป่ยจวินงุนงง มองทหารรอบๆ กับผู้ชมที่มีสีหน้าเฝ้ารอคอย อดถามในใจไม่ได้ว่า ‘พวกเขามาดูชักธงชาติจริงๆ เหรอ?’ การเฝ้ารอคอย สายตาทุกคนเต็มไปด้วยการเฝ้ารอ รอดูพิธีชักธงชาติที่มองเห็นไม่ชัด? หรือว่ารอธงขึ้นจริงๆ แล้วจะเกิดอะไรที่พิเศษหรือสวยงามขึ้น?
คิดถึงตรงนี้แล้ว หลิวเป่ยจวินก็เฝ้ารอเช่นกัน
ฟางเจิ้งเห็นหลิวเป่ยจวินเป็นแบบนี้ก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่มองเงียบๆ
เมื่อเวลาผ่านไป ในที่สุดก็เห็นร่างของทหารกองเกียรติยศ แต่ละนายมีบุคลิกห้าวหาญ เดินเตะเท้าอย่างพร้อมเพรียงเข้ามา แม้จะอยู่ไกลมองเห็นไม่ชัด แต่ในวินาทีนั้น หลิวเป่ยจวินไม่รู้ว่าทำไมหัวใจเขาถึงเร่าร้อนขึ้นมา! ราวกับเครื่องยนต์ที่เป็นสนิมไม่ได้ใช้งานมานานพลันได้รับพลังงาน เครื่องยนต์ติดดังตึกๆๆ!
หลิวเป่ยจวินจำไม่ได้ว่าหัวใจของตนไม่ได้ถูกกระตุ้นแบบนี้มานานกี่ปีแล้ว กระทั่งมีบางครั้งที่คิดว่าชีวิตนี้คงไม่ตื่นเต้นกับอะไรอีก อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เกิดความรู้สึกรุนแรงภายในใจแบบนี้มานานแล้ว สายตาเขาจับจ้องไปทางทหารกองเกียรติยศ มองทหารกองเกียรติยศมาที่ใต้ธงชาติ เมื่อทหารนายหนึ่งยกมือขึ้นก็เป็นวินาทีที่ธงชาติสีแดงสดกางออก ปลิวไสวตามสายลม!
หลิวเป่ยจวินกำหมัดโดยไม่รู้ตัว วินาทีนั้นเขาเข้าใจเป้าหมายที่มาที่นี่แล้ว! ไม่ใช่เพื่อมาดูพิธีชักธงชาติ แต่มาเติมเต็มความเร่าร้อนของความรักชาติภายในใจ! ทันทีที่ชักธงชาติขึ้นไป เขาไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไร แต่เขาเกิดความตื่นเต้นโดยที่ควบคุมไว้ไม่อยู่ ความเร่าร้อนเหมือนจะพ่นมาจากปาก เขาอ้าปากร้องเพลงชาติตาม หยาดน้ำตาสองสายไหลลงมาตามหางตา…
เขาไม่รู้ว่า หลวงจีนคนข้างๆ แม้จะสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำเก่าไร้ระลอกคลื่น ทว่าคลื่นในใจกลับไม่เบาเช่นกัน
ถึงฟางเจิ้งจะเป็นนักบวช แต่ในใจเขาก็ยังมีความเร่าร้อนในการรักชาติ เมื่ออยู่ที่นี่ ความเร่าร้อนถูกจุดประกาย เขาร้องเพลงชาติตามไปด้วย พลางสัมผัสถึงอารมณ์ที่ไม่มีคุณไม่มีผมแต่มีเพียงชาติซึ่งอัดแน่นอยู่ทั้งจัตุรัส
หลังออกจากจัตุรัสเทียนอันเหมินมา เดินอยู่นาน หลิวเป่ยจวินถึงหลุดจากความตื่นเต้นเมื่อครู่ มองฟางเจิ้งพลางบอกว่า “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ถึงผมจะไม่รู้ว่าทำไมต้องชักธงชาติขึ้น แต่ตอนนั้นผมตื่นเต้นมากจริงๆ อยากร้องไห้มาก…อืม ร้องไห้ไปแล้วด้วย”
ฟางเจิ้งเอ่ย “ร้องไห้ก็ดี ร้องไห้แล้วก็ยังได้ช่วยผู้อื่น”
“หมายความว่าไงครับ?” หลิวเป่ยจวินงุนงง
ฟางเจิ้งไม่ได้ตอบอะไร แต่พาหลิวเป่ยจวินเดินเข้าถนนย่านการค้าหวังฝูจิ่ง มองเขตการค้าที่เจริญรุ่งเรื่อง มองร่างผู้คนเดินไปมาอย่างเร่งรีบ มองตึกสูงที่ตั้งสลอนรอบกาย ฟางเจิ้งไม่พูดสักคำ หลิวเป่ยจวินมองไปรอบๆ ไม่หยุด กลัวว่าเจ้าของแปลกใหม่นี่จะถล่มลงมาทับ พูดได้ว่าทุกอย่างที่นี่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตาสำหรับเขา ที่คุ้นเคยคือภาพในทีวีถูกฉายซ้ำที่นี่อีกครั้ง ที่แปลกตาคือแรงกระทบกระเทือนที่มาพร้อมกับบรรยากาศของที่นี่ สิ่งนี้ต่างกับความรู้สึกในหมู่บ้านอย่างสิ้นเชิง!
………………………………….……..