บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 154 เด็กคนนี้ไม่อาจปล่อยไว้ได้
ภายในห้อง
ลูเยี่ยกำลังนั่งขัดสมาธิพลังปราณหมุนเวียนรอบร่างก่อให้เกิดจังหวะที่ลึกลับและวิเศษอย่างต่อเนื่องเงาที่เหมือนละอองธุลีก็ปรากฏขึ้นในห้องรวมตัวกันเป็นร่างที่ปกคลุมด้วยชุดคลุมสีเทาทั้งตัวอย่างเงียบงันร่างนี้ดูราวกับเงาลวงตาไม่มีคลื่นของพลังใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย
ชายชุดคลุมสีเทามองดูลูเยี่ยที่นั่งขัดสมาธิอยู่พร้อมรวบรวมพลังอย่างเงียบเชียบ
หลังจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นพลังที่รวบรวมไว้ถึงขีดสุดพลันระเบิดออกในชั่วขณะนั้นปราณดาบอันทรงพลังและรุนแรงปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าพุ่งตรงไปยังกลางหว่างคิ้วของลูเยี่ยที่นั่งขัดสมาธิอยู่รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อพลังลมปราณก็น่าสะพรึงกลัวถึงที่สุดตรึงเป้าหมายไปที่ตัวลูเยี่ยทั้งร่างอย่างแน่นหนาชายชุดคลุมสีเทามั่นใจว่าแม้จะเปลี่ยนไปเจอคู่ต่อสู้ที่อยู่ในขอบเขตเดียวกับเขาคู่ต่อสู้ก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยไม่มีข้อกังขาใดๆ!
ปราณดาบระเบิดออกแสงเปลวเพลิงส่องสว่างไปทั่วทั้งห้องสำเร็จแล้ว!
ในสายตาของชายชุดคลุมสีเทาลูเยี่ยได้ถูกพลังทำลายล้างของดาบแห่งวิถีนั้นกลืนกินจนหมดสิ้นสลายสูญสิ้นไปแล้ว!
“ลูเยี่ยเรื่องนี้โทษข้าไม่ได้…”
ชายชุดคลุมสีเทาถอนหายใจอย่างโล่งอกพลังของดาบเมื่อครู่เกือบดูดพลังบำเพ็ญของเขาไปเกือบครึ่ง
แต่ในชั่วขณะนั้นเสียงเย็นชาและเรียบนิ่งก็ดังขึ้น
“ท่านบุกรุกมาโดยไม่ได้รับเชิญนับว่าไร้มารยาทเกินไปแล้ว”
เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ตายหรือ?
ชายชุดคลุมสีเทาใจกระตุกทันใดนั้นก็เห็นร่างสูงโปร่งปรากฏขึ้นที่ประตูห้องในมือยังถือไหสุราอยู่ไม่ใช่ใครอื่นเป็นลูเยี่ย!
“เจ้า…”
ชายชุดคลุมสีเทารู้สึกสั่นสะท้านในใจเมื่อครู่เขาฟันโดนเด็กหนุ่มคนนี้อย่างแม่นยำทำลายเขาไปอย่างสิ้นเชิงแล้วแต่ทำไมถึงกลับมามีชีวิตอีกได้?
ราวกับมองทะลุความคิดของชายชุดคลุมสีเทาลูเยี่ยยิ้มเล็กน้อย “เป็นเพียงค่ายกลมายาที่ไม่คู่ควรแก่การกล่าวถึงเท่านั้นไม่มีพลังอำนาจอะไรแต่สามารถพลิกกลับทิศทางและทำให้สลับความจริงกับมายาได้”
ค่ายกลมายาหรือ?
ชายชุดคลุมสีเทาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เจ้ารู้ล่วงหน้าแล้วว่าข้าจะมาลอบสังหารเจ้าในคืนนี้?”
ลูเยี่ยส่ายหน้าเล็กน้อย “เมื่อครึ่งเดือนก่อนข้าได้จัดวางค่ายกลไว้รอบๆ เรือนเมฆาเขียวแล้วเดิมทีเพื่อป้องกันภัยล่วงหน้าไม่คิดเลยว่าคืนนี้จะได้จับปลาตัวใหญ่เช่นท่าน”
เมื่อครึ่งเดือนที่แล้วเป็นช่วงที่ลูเยี่ยกำลังตระหนักรู้เคล็ดวิชามหาดาราทำให้เกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ขึ้น
แม้แต่เจ้าสำนักเวินชิวเจวี่ยก็ยังแนะนำให้เขาเก็บตัวเงียบเชียบเกรงว่าความโดดเด่นจะนำมาซึ่งภัยพิบัติลูเยี่ยย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เตรียมการดังนั้นจึงทุ่มเทความคิดจัดตั้งค่ายกลสองชุดรอบๆ เรือนเมฆาเขียวและสถานที่ฝึกฝนของตนและคืนนี้ก็ได้ใช้ประโยชน์จากมันแล้ว!
“เป็นไปไม่ได้ตอนที่ข้าเข้ามาเหตุใดข้าไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของค่ายกลอื่นเลย?”
ชายชุดคลุมสีเทาขมวดคิ้วลูเยี่ยหัวเราะพลางกล่าวว่า “ก็เพราะเจ้าตาบอดน่ะสิ”
ทันใดนั้นชายชุดคลุมสีเทาก็โจมตีอีกครั้งเขาทะยานตัวขึ้นและฟาดฝ่ามือใส่ลูเยี่ยลูเยี่ยใช้เคล็ดวิชามหาดาราโดยตรงฝ่ามือเต็มไปด้วยแสงดาวเจิดจ้าราวกับท้องฟ้าดาราถูกรวบรวมไว้ในลายมือเขาฟาดฝ่ามือออกไปราวกับห้วงอวกาศเคลื่อนที่กว้างใหญ่ไพศาลแสงดาวสาดส่องอย่างยิ่งใหญ่ประหนึ่งภูเขาไฟสองลูกปะทะกันสถานที่ฝึกฝนนีได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงสิ่งของระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ เศษหินกระจัดกระจาย
กระแสแห่งการทำลายลางแผ่ขยายออกไปร่างของชายชุดคลุมสีเทาเพียงแค่เคลื่อนไหวเล็กน้อยเท่านั้นร่างของลูเยี่ยถูกแรงปะทะจนต้องถอยหลังไปหลายจั้งพลังเลือดลมทั่วร่างปั่นป่วนริมฝีปากมีเลือดไหลออกมาบาดเจ็บสาหัสทันที!
“ยังไม่ตายอีกหรือ?”
ชายชุดคลุมสีเทาแสดงสีหน้าเหลือเชื่อ
“เซี่ยงชิงโจวที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เองข้านึกว่าเป็น…”
ในขณะนั้นลูเยี่ยก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนในที่สุดชายชุดคลุมสีเทาผู้นั้นคือผู้อาวุโสใหญ่นอกสำนักเซี่ยงชิงโจวนั่นเอง
“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”
เซี่ยงชิงโจวมองด้วยดวงตาเย็นเยียบทันทีที่เสียงดังขึ้นกลิ่นอายของเขาก็ไม่ถูกปกปิดอีกต่อไปราวกับเตาหลอมที่เดือดพล่านพลังอันน่าสะพรึงกลัวกดลงมาที่ลูเยี่ยอย่างรุนแรงฉัวะ!
เขาปลดปล่อยดาบแห่งวิถีออกมาแล้วลงมือฟันลงมาด้วยความโกรธ
ลูเยี่ยชักดาบขึ้นมาต้านรับเสียงแตกหักดังขึ้นดาบซิงหลิวที่เฒ่าจ้าวหลอมให้ก็แตกกระจายทันทีเขาถูกปราณดาบฟันไปทั้งตัวบนหน้าอกเหลือเพียงรอยเลือดผิวหนังฉีกขาดจนน่าตกใจยิ่งนักเซี่ยงชิงโจวแข็งแกร่งเกินไปแข็งแกร่งกว่าปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์อย่างเทียบไม่ติดแม้ว่าลูเยี่ยจะทุ่มเทสุดกำลังก็ไมอาจเติมเต็มช่องว่างนี้ได้
“ยังไม่ตายอีกหรือ?”
เซี่ยงชิงโจวไมอาจสงบใจได้เขาไม่ได้เก็บพลังไว้เลยทั้งสองครั้งล้วนใช้กระบวนท่าสังหารไม่ต้องพูดถึงขอบเขตตำหนักวิญญาณหากเปลี่ยนเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตแท่นทองคำคนใดก็คงถูกสังหารไปอย่างง่ายดายแล้ว!
ใครจะคิดว่าจะถูกเด็กหนุ่มที่มีพลังบำเพ็ญเพียงขอบเขตตำหนักวิญญาณต้านทานเอาไว้ได้!
“เด็กผู้นี้มิอาจปล่อยไว้ได้!”
เซี่ยงชิงโจวออกมือซ้ำอีกครั้งใบหน้าเต็มไปด้วยสังหารเจตนาราวกับทุ่มสุดชีวิต
มิใช่เพราะลูเยี่ยทำให้เขารู้สึกคุกคามแต่เป็นเพราะไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไปเกรงว่าความวุ่นวายที่นี่จะดึงดูดความสนใจของคนอื่นในสำนักดาบแห่งวิถีพุ่งทะยานผ่านอากาศกระแสสายฟ้าคุกรุ่นปราณเพลิงและสายฟ้าประทุออกมาพลังลมปราณที่ทำลายล้างนั้นน่าตกใจอย่างยิ่ง
ในชั่วขณะนี้ลูเยี่ยรู้สึกถึงภัยคุกคามถึงชีวิตอย่างรุนแรงผิวหนังรอบกายรู้สึกเจ็บแปลบแผ่นหลังหนาวเหน็บราวกับคนที่กำลังจะจมน้ำตาย!
แต่ลูเยี่ยไม่ได้ถอย
กลับยิ้มออกมาเขาสัมผัสได้ว่าภายใต้การกระตุ้นของภัยคุกคามร้ายแรงถึงชีวิตนี้คอขวดของพลังบำเพ็ญของตัวเองเริ่มคลายตัวแล้ว!
ลูเยี่ยไม่ถอยแต่กลับรุกคืบไปข้างหน้าดึงดาบศึกสีดำเล่มหนึ่งออกมาด้วยเสียงกังวานเพลิงโลหิตฉางคง!
เจ้าเมืองจักรพรรดิแดงหลิวไป๋หลอมขึ้นเองกับมือให้ลูเยี่ยเมื่อดาบอยู่ในมือพลังปราณทั่วร่างของลูเยี่ยเดือดพล่านราวกับหินหลอมละลายที่กำลังเดือดและลุกไหม้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้พลุ่งพล่าน
ฟันออกไปข้างหน้า!
ดาบปะทะกันก่อให้เกิดเสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางกระแสทำลายล้างที่โหมซัดไปทั่วลูเยี่ยถูกซัดกระเด็นออกไปร่างเขากระเด็นห่างออกไปในระยะกว่าสิบจั้งทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผลเลือดเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าที่ขาดวินยิ่งไปกว่านั้นดาบเพลิงโลหิตฉางคงในมือของเขาก็ถูกสั่นสะเทือนกระเด็นหลุดออกไปนิ้วทั้งห้าที่กำดาบอยู่ก็แตกฉีกออก
“ยังไม่ตายอีกหรือ?”
เซี่ยงชิงโจวตกตะลึงเขาใช้กระบวนท่าสังหารถึงสามครั้งติดกันแต่กลับไม่สามารถสังหารเด็กหนุ่มขอบเขตตำหนักวิญญาณผู้นี้ได้?
“ขอบคุณมาก”
ทันใดนั้นลูเยี่ยก็กล่าวขึ้นเสียงแหบแห้งแฝงไปด้วยความยินดีเล็กน้อยในที่สุดคอขวดก็ถูกทำลายลงจะให้ไม่ยินดีได้อย่างไร?
หากลีชิวอวี่ที่ถูกลูเยี่ยซัดไปในเมื่อเช้าวันนี้ได้เห็นฉากนี้ย่อมจะก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมด้วยอย่างแน่นอนแต่ทว่าเขาเป็นฝ่ายที่ขอสู้อย่างกระตือรือร้นเอง
ส่วนลูเยี่ยกลับถูกผู้แข็งแกร่งขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์มาลอบสังหาร!
สถานการณ์ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่น้อย
“ยังจะขอบคุณข้าอีกหรือ?”
เซี่ยงชิงโจวขมวดคิ้วในใจรู้สึกไม่สบายอย่างมาก
“ขอบคุณข้าที่จะประทานความตายให้เจ้าหรือไร!”
เขาลงมือโจมตีอีกครั้งดาบแห่งวิถีส่งเสียงเกรี้ยวกราดยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นแสงดาบดุจสายฟ้าส่องสว่างไปทั่วทั้งเรือนเมฆาเขียว
ในเวลานี้ลูเยี่ยล้มลงนั่งอยู่กับพื้นบาดเจ็บสาหัสทั่วร่างจนไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้แล้ว
แต่ในฝ่ามือขวาของลูเยี่ยกลับมีเสียงดาบดุร้ายแสบหูดังกึกก้องขึ้นราวกับเสียงคำรามกระหายเลือดของเทพมารในยุคโบราณอันป่าเถื่อนแสงดาบสีเลือดที่แปลกประหลาดและน่าขนลุกสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเซี่ยงชิงโจวทันทีแสงดาบนั้นย้อมห้วงอากาศให้กลายเป็นสีแดงทั่วทั้งเรือนเมฆาเขียวถูกปกคลุมด้วยภาพแห่งภูเขาศพและทะเลเลือดใจของเซี่ยงชิงโจวสั่นสะท้านสันหลังชาวาบ
สัญชาตญาณการต่อสู้ที่ถูกขัดเกลามาจากการออกรบและการฆ่าฟันเป็นเวลาหลายปีทำให้เขาตัดสินใจละทิ้งความคิดที่จะสังหารลูเยี่ยและเลือกที่จะหลบหลีกโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยปัง!
แสงดาบสีเลือดประหลาดวาบขึ้น
เซี่ยงชิงโจวที่กำลังหลบหลีกอยู่นั้นพลันชะงักกึกอยู่กับที่ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นอย่างรุนแรงมองไปยังลูเยี่ยที่ทรุดนั่งอยู่บนพื้นอย่างยากลำบาก
เห็นเพียงว่าฝ่ามือขวาของลูเยี่ยถือกล่องดาบขนาดเจ็ดชุนกล่องดาบว่างเปล่าไม่เห็นดาบบินที่อยู่ภายในแต่เซี่ยงชิงโจวเข้าใจเรื่องราวแล้วเพราะที่คอของเขามีรูเลือดที่ถูกแทงทะลุผ่าน!
“พิชิตมาร… พิชิตมาร…”
เขาเปล่งเสียงแหบแห้งขาดๆ หายๆ ออกมาจากริมฝีปากท้ายที่สุดก็ล้มลงกับพื้นโดยที่ยังพูดไม่จบประโยคด้านหลังของเขามีดาบบินสีดำเล่มหนึ่งลอยวนเวียนอยู่ตรงนั้น
บนใบดาบที่เสียหายและเต็มไปด้วยสนิมนั้นแสงสีเลือดที่แปลกประหลาดและงดงามอย่างผิดธรรมชาติก็แผ่กระจายออกมาเป็นสายๆ