บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 29 อีกาหัวขาวไม่ยอมจำนนแม้ต้องตาย
บทที่ 29 อีกาหัวขาวไม่ยอมจำนนแม้ต้องตาย
ศิษย์ของท่านแม่ทัพเซี่ยโกรธจริง ๆ แล้ว!
ฟางเป่ยเจิ้นรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งแผ่นหลัง เขาทำได้เพียงฝืนใจกล่าวว่า “ท่านผู้บัญชาการโปรดระงับโทสะ และโปรดให้โอกาสข้าได้อธิบายด้วยเถิด”
“อีกาหัวขาวตัวนั้นมาจากเขตหวงห้ามลึกลับ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองไปสามร้อยลี้ ตามรายงานสายลับของพวกเรา ปีศาจตัวนี้ครอบครองเบาะแสสำคัญที่เกี่ยวข้องกับราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณจากเทือกเขาเฉียนเฟิง!”
“หากสามารถง้างปากมันได้ และได้รับข้อมูลลับนี้มา ก็จะถือว่าเป็นความดีความชอบอันใหญ่หลวง”
เขตหวงห้ามลึกลับแห่งเทือกเขาเฉียนเฟิง! ราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณ!
ดวงตาอันงดงามของนั่วนั่วหรี่ลง
เมื่อหลายวันก่อน ท่านอาจารย์เซี่ยหลิงชิวของนางได้เดินทางไปเขตหวงห้ามลึกลับเพื่อปะทะกับปีศาจกู่พิษเผาใจบนเทือกเขาเฉียนเฟิง!
ส่วนราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณนี้ นั่วนั่วก็เคยได้ยินมาก่อน มันเป็นหนึ่งในปีศาจระดับสูงที่มีชื่อเสียงโด่งดังของต้าเฉียน พลังของมันน่าสะพรึงกลัว ไม่ด้อยไปกว่าปรมาจารย์ยุทธ์แห่งโลกมนุษย์ที่อยู่ในขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์!
ราชสำนักต้าเฉียนเคยส่งยอดฝีมือระดับสูงไปสังหารราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณอยู่หลายครั้ง แต่ล้วนกลับมามือเปล่า จึงพอจะคาดเดาได้ว่าราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณตัวนั้นรับมือได้ยากเพียงใด
ฟางเป่ยเจิ้นจึงกล่าวต่อว่า “ท่านใต้เท้าหลี่ฮั่นซานกล่าวว่า คุณชายรองลู่มีพรสวรรค์อันล้ำเลิศ เป็นดั่งมังกรในหมู่มนุษย์ เมื่ออายุสิบเอ็ดปีก็เคยใช้ดาบสังหารปีศาจร้ายมามากมาย ด้วยเหตุนี้จึงอยากใช้โอกาสนี้ทดสอบว่าคุณชายรองลู่ว่าจะสามารถง้างปากอีกาหัวขาวตัวนี้ได้หรือไม่”
“หากทำได้ ไม่เพียงแต่จะผ่านการทดสอบทักษะการลงทัณฑ์แล้ว แต่ยังได้สร้างความดีความชอบอันใหญ่หลวงอีกด้วย นับเป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองทาง!”
นั่วนั่วหัวเราะอย่างเย็นชา “เหลวไหล นี่เป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ จะเรียกว่าได้ประโยชน์ทั้งสองทางได้อย่างไร?”
แม้นั่วนั่วจะแค้นเคืองลู่เยี่ยจริง แต่นางก็รู้ชัดว่าจุดประสงค์ที่ท่านอาจารย์ส่งนางมานั้นก็เพื่อไม่ให้ลู่เยี่ยถูกกลั่นแกล้ง
ดังนั้น ในเรื่องนี้นางจะไม่ยอมถอยให้โดยเด็ดขาด!
ฟางเป่ยเจิ้นฝืนยิ้ม เขากำลังจะอธิบาย
แต่ลู่เยี่ยพลันเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน “เจ้ามาจากเขตหวงห้ามลึกลับแห่งเทือกเขาเฉียนเฟิงจริงหรือ?”
ทุกคนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเข้าใจว่าลู่เยี่ยกำลังถามอีกาหัวขาวตัวนั้น!
อีกาหัวขาวชำเลืองมองลู่เยี่ยแล้วสบถด่าว่า “เจ้าเด็กบ้านไหนกัน ไร้มารยาทสิ้นดี ไม่รู้หรือว่าเวลาถามคำถามข้าเจ้าต้องคุกเข่าพูด?”
อีกาหัวขาวตัวนี้แม้ถูกจับตัว แต่มันกลับมีท่าทางหยิ่งผยองอยู่ในตัว และยังสาปแช่งด้วยคำหยาบคายด้วย
หลายคนมองมันด้วยสายตาแปลกประหลาด พยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้
พวกเขาล้วนเคยได้สัมผัสความสามารถในการพูดของอีกาหัวขาวตัวนี้มาแล้ว ปากเล็ก ๆ นั้นเปิดขึ้นมาครั้งใดก็มีแต่คำหยาบสบถออกมาทุกครั้ง
“ลู่เยี่ย เจ้าอย่าพูดแทรก!”
นั่วนั่วเอ่ยด้วยความขุ่นเคือง “ด่านทักษะการลงทัณฑ์นี้ ข้าไม่มีทางยอมรับโดยเด็ดขาด ข้าจะไปพบหลี่ฮั่นซานเดี๋ยวนี้ ถามเขาดูว่ายังต้องการศีรษะของตนเองอยู่หรือไม่!”
“อย่าเลย”
ลู่เยี่ยรีบห้ามปรามทันที “นี่เป็นความดีความชอบครั้งใหญ่ที่ใต้เท้าหลี่จัดเตรียมให้ข้าด้วยตนเอง ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร?”
นั่วนั่วชะงักไปชั่วขณะ เกือบสงสัยว่านางฟังผิดไป
ทุกคนในห้องโถงใหญ่ต่างตกตะลึงกันหมด ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นหลุมพรางแท้ ๆ แต่กลับยอมเดินเข้าไปเอง คุณชายรองลู่เสียสติไปแล้วกระมัง
ฟางเป่ยเจิ้นกลับดีใจยิ่งนัก เขาปรบมือชมเชย “คุณชายรองลู่ช่างเก่งกาจยิ่งนัก! เมื่องานสำเร็จ ข้าจะขอความดีความชอบและรางวัลให้ท่านด้วยตนเอง!”
“เจ้า…”
นั่วนั่วกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ลู่เยี่ยก็ยิ้มแล้วโบกมือเรียกอีกาหัวขาวตัวนั้นที่อยู่ไกลออกไป “มานี่”
คำพูดอันแผ่วเบาเพียงประโยคเดียว ทุกคนล้วนไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ
แต่เมื่อตกถึงหูของอีกาหัวขาวตัวนั้น กลับเปรียบเสมือนเสียงกระซิบจากปีศาจแห่งขุมนรก มีพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวที่มิอาจบรรยายได้ ส่งผลกระทบต่อจิตเทวะโดยตรง
ครืน!
จิตเทวะของอีกาหัวขาวสั่นสะท้าน ราวกับถูกฟ้าผ่า ขนตั้งชัน แล้วร้องด้วยความเจ็บปวด “โอ๊ยแม่เจ้า! บิดามันเถิด…”
ในชั่วขณะถัดมา มันเกิดอาการเซไปเซมา ราวกับดื่มสุราจนมึนเมา พลางกระพือปีกทั้งสองอย่างโซซัดโซเซบินตรงมาทางลู่เยี่ย
สุดท้ายก็ร่อนลงมาเกาะบนมือของลู่เยี่ย
“นี่มัน…”
ทุกคนต่างตกตะลึง นี่มันเคล็ดวิชาลับอันใดกัน เหตุใดถึงกับทำให้อีกาหัวขาวไม่อาจต้านทาน จำต้องทำตามคำสั่ง?
“ลู่เยี่ย เจ้าต้องระวังตัวให้ดี!”
ฟางเป่ยเจิ้นตะโกนเสียงดัง “หากอีกาหัวขาวฆ่าตัวตาย การทดสอบทักษะการลงทัณฑ์ของเจ้าก็จะล้มเหลว!”
ใคร ๆ ก็รู้ว่า เมื่ออีกาหัวขาวถูกคุกคาม มันจะฆ่าตัวตายทันที นิสัยกล้าหาญเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก
“เจ้าจะฆ่าตัวตายหรือไม่?”
ลู่เยี่ยก้มหน้าลงพลางถามอีกาหัวขาวที่ยืนอยู่บนฝ่ามือด้วยรอยยิ้ม
“ข้าจะฆ่าเจ้าสารเลวนั่น!”
อีกาหัวขาวสบถเสียงดังว่า “เจ้าสารเลวนั่นอยากให้ข้าฆ่าตัวตายเสียมากกว่า เพื่อทำลายงานสำคัญของใต้เท้า! ข้าจะยอมให้แผนชั่วร้ายของเขาสำเร็จได้อย่างไร?”
เมื่อกล่าวถึงตอนท้าย อีกาหัวขาวก็แสดงท่าทางประจบสอพลอ ก้มหัวอย่างนอบน้อม หมอบลงบนฝ่ามือของลู่เยี่ย
ทุกคนรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก นกตัวนี้เหตุใดจึงเปลี่ยนนิสัยไปโดยสิ้นเชิงเช่นนี้?
“เจ้าสัตว์เดรัจฉาน! กล้าดีอย่างไรมากล่าวหาผู้อื่นด้วยปากอันสกปรกของเจ้า!”
สีหน้าของฟางเป่ยเจิ้นดูย่ำแย่ ในแววตามีเจตนาสังหารเต็มเปี่ยม
นั่วนั่วยกมือขึ้นอย่างฉับพลัน แสงสีม่วงเป็นประกายวาบขึ้น ฟาดใส่ฟางเป่ยเจิ้นราวกับแส้
เพียะ!
อาภรณ์สีเขียวของฟางเป่ยเจิ้นฉีกขาด ไหม้เกรียมเป็นหย่อม ๆ
ทั้งร่างของเขาเซถอยหลังโงนเงน ล้มลงนั่งบนพื้น
“ท่านผู้บัญชาการ ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
สีหน้าของฟางเป่ยเจิ้นเปลี่ยนไปอย่างมาก
นั่วนั่วเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา “ลู่เยี่ยกำลังเข้ารับการทดสอบ หากเจ้าทำให้อีกาหัวขาวตกใจตาย จะไม่นับว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการทุจริต และทำลายการทดสอบหรือ?”
นางไม่พอใจฟางเป่ยเจิ้นมานานแล้ว จึงถือโอกาสนี้ฟาดแส้ใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ไว้หน้า
“ข้าไม่กล้า!”
ฟางเป่ยเจิ้นก้มหน้าลง ยอมรับผิดอย่างหวาดหวั่น
ลู่เยี่ยแอบชื่นชมในใจ แม่นางนั่วนั่วยังคงเป็นห่วงตัวเองอยู่
“เช่นนั้นเจ้าลองบอกข้ามา ราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณตอนนี้อยู่ที่ใด และมีข้อมูลสำคัญอะไรที่พอจะบอกได้บ้าง?”
ลู่เยี่ยจ้องมองไปที่อีกาหัวขาว
อีกาหัวขาวตัวสั่นเทา ตอบอย่างหวาดกลัวว่า “รายงานท่านใต้เท้า เมื่อครึ่งเดือนก่อน ราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณปรากฏตัวที่เทือกเขาเฉียนเฟิงจริง!”
คำกล่าวนี้ ทำให้ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึง
ไม่มีใครคาดคิดว่าอีกาหัวขาวที่ลือกันว่ายอมตายไม่ยอมจำนน แต่เมื่อพบกับลู่เยี่ย เหตุใดกระดูกถึงได้อ่อนยวบถึงเพียงนี้!
เพียงประโยคเดียว ก็เผยถึงร่องรอยของราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณออกมาแล้ว!
อีกาหัวขาวกล่าวว่า “แต่ว่าราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณนั้นเป็นดั่งเทพเซียน เป็นดุจเทพมังกรที่เห็นหัวแต่ไม่เห็นหาง ข้ามีชาติกำเนิดต่ำต้อย ไม่อาจติดต่อกับราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณได้ ดังนั้นจึงรู้เรื่องของราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณน้อยนัก”
“จริงหรือ?”
ลู่เยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย
อีกาหัวขาวตัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ดูเหมือนจะหวาดกลัวอย่างที่สุด จึงกล่าวตะกุกตะกักว่า “ข้ารับรองว่าทุกคำเป็นความจริง! หากมีการพูดปด…”
ลู่เยี่ยรีบตัดบทเสียก่อน “เจ้าเพียงบอกสิ่งที่เจ้ารู้มาก็พอ”
อีกาหัวขาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพลันใช้กรงเล็บตบหน้าผากตนเอง แล้วกล่าวว่า “นึกออกแล้ว ก่อนที่ข้าจะถูกจับ ข้าเคยได้ยินเพื่อนพ้องปีศาจบางตนพูดถึงว่า สาเหตุที่ราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณเดินทางไปยังเทือกเขาเฉียนเฟิงก็เพื่อตามหาหลุมศพแห่งหนึ่ง!”
หลุมศพ?
ทุกคนรู้สึกประหลาดใจในทันที หลุมศพของผู้มีตัวตนระดับใดกันที่ถึงกับทำให้ราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณต้องเดินทางมาตามหาด้วยตัวเองเช่นนี้?
ต้องการขุดหลุมศพ?
หรือต้องการคารวะ?
“หลุมศพอันใดกัน?”
ลู่เยี่ยรู้สึกสงสัยเช่นกัน
ในวัยเด็กของเขา เขาเคยได้ยินเรื่องเล่าถึงชื่อเสียงอันใหญ่หลวงของราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณ นับได้ว่าเป็นตำนานที่อยู่ในรายชื่อปีศาจของต้าเฉียนเลยทีเดียว!
ทำไมผู้มีฐานะเช่นนั้นจึงไปที่เทือกเขาเฉียนเฟิงเพื่อตามหาหลุมศพแห่งหนึ่งกัน?
“ข้าไม่ทราบ”
อีกาหัวขาวกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ “ข้าขอสาบานว่าไม่ทราบสิ่งใดอีกแล้วจริง ๆ!”
ความหวาดกลัวของปีศาจนกตัวนี้ที่มีต่อลู่เยี่ยนั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจนจนเกินบรรยาย
ลู่เยี่ยมั่นใจว่าอีกาหัวขาวไม่ได้โกหก จึงไม่ได้ซักถามต่อ เขาหันไปมองฟางเป่ยเจิ้น แล้วเอ่ยถาม “การทดสอบทักษะการลงทัณฑ์ของข้าถือว่าผ่านแล้วใช่หรือไม่?”
หลังจากโดนแส้ของนั่วนั่วฟาดไปหนึ่งที ฟางเป่ยเจิ้นก็กลายเป็นคนว่านอนสอนง่ายขึ้น จึงรีบตอบทันที “ผ่าน!”
ลู่เยี่ยถามต่อ “ข้าสืบหาเบาะแสของราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณมาได้บ้างแล้ว นับเป็นความดีความชอบอันใหญ่หลวงหรือไม่?”
“นับ!”
ฟางเป่ยเจิ้นกล่าวอย่างหนักแน่น “ข้ารับรองว่าจะรายงานไปยังกรมปราบปีศาจแห่งเมืองหลวงในนามของจวนที่ว่าการกรมปราบปีศาจแห่งนี้ เพื่อขอความดีความชอบให้คุณชายรองลู่อย่างแน่นอน!”
ลู่เยี่ยจึงพยักหน้าอย่างพอใจ
นั่วนั่วก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “เหตุใดปีศาจนกตัวนั้นจึงให้ความร่วมมือกับเจ้าถึงเพียงนี้ หรือเจ้าสั่งให้มันตาย มันจึงไม่กล้าปฏิเสธ?”
ไม่เพียงแต่นั่วนั่วที่รู้สึกสงสัย แต่ทุกคนในห้องโถงใหญ่ต่างก็รู้สึกเช่นกัน
“ช่างน่าขัน!”
แต่ก่อนที่ลู่เยี่ยจะได้ตอบ อีกาหัวขาวได้ร้องเสียงดังว่า “ใต้เท้าสั่งให้ข้าตายยามสาม ข้าจะลงมือปาดคอตัวเองตั้งแต่ยามสอง!”
ทุกคน “……”