บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 1286 จับฉินอ๋อง
บทที่ 1286 จับฉินอ๋อง
พวกโจรภูเขาต่างก็เชื่อใจเฉินป๋อหลินอย่างไม่มีข้อสงสัย พร้อมที่จะทำตามคำสั่ง เมื่อได้ยินคำพูดนี้ พวกเขาต่างจ้องมองฉินเฟิงด้วยสายตาดุร้าย
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดี หนิงหู่และทหารองครักษ์ค่ายเทียนจีที่อยู่ข้างกาย ต่างก็รีบพากันเข้ามาล้อมฉินเฟิงไว้
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังกล้าต่อต้าน เฉินป๋อหลินก็กระซิบข่มขู่หนิงหู่เสียงต่ำ
“คนผู้นี้รู้ทั้งรู้ว่าคนบนภูเขาคือพี่สาวของฉินเฟิง แต่ยังคงยุยงให้พวกข้าบุกโจมตีเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
“ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นสายสืบจากชายแดนใต้ หรือไม่ก็เป็นคนที่มีความแค้นกับฉินเฟิง”
“มีเพียงการมอบคนผู้นี้ให้กับฉินอ๋อง พวกเราถึงจะมีชีวิตรอด”
“หากพวกเจ้ารู้ความก็จงหลีกไป มิเช่นนั้นอย่าโทษว่าพวกข้าไม่สุภาพ!”
จับฉินเฟิงมัดส่งให้ฉินเฟิงงั้นหรือ?
น่าทึ่งที่พวกมันคิดได้
เมื่อเผชิญกับคำขู่ของเฉินป๋อหลิน หนิงหู่อดที่จะขำไม่ได้ จึงเงยหน้าหัวเราะลั่น
แม้แต่ทหารองครักษ์ค่ายเทียนจีที่อยู่ข้างกาย ก็รู้สึกว่าเฉินป๋อหลินช่างน่าขบขันอย่างยิ่ง ต่างพากันมองด้วยสายตาเหมือนกำลังมองคนโง่
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของหนิงหู่ เฉินป๋อหลินก็กัดฟันกรอด
“เจ้าหัวเราะอะไร?!”
“มีอะไรน่าขบขันกัน?”
ไม่ทันที่หนิงหู่จะตอบ เสียงอ่อนหวานแต่แฝงความเด็ดขาดก็ดังมาจากบนภูเขาอย่างกะทันหัน
“ฮึ! ช่างเป็นพวกไร้ค่าที่โง่เขลาเสียจริง แค่พวกเจ้าก็คิดจะลักพาตัวข้าไป? ช่างเป็นเรื่องตลกสิ้นดี”
ทุกคนชะงัก พร้อมเงยหน้ามองขึ้นไปพร้อมกัน เห็นหญิงสาวงดงามราวกับเทพธิดา กำลังเดินลงมาอย่างช้า ๆ โดยมีทหารองครักษ์ค่ายเทียนจีสามสิบนายคอยคุ้มกัน
เมื่อเห็นเสิ่นชิงฉือลงมาจากภูเขาเอง พวกโจรภูเขาก็ตกตะลึงอีกครั้ง
การพัฒนาของเรื่องราวเกินความคาดหมายของพวกเขาไปจนหมดสิ้น
แม้แต่เฉินป๋อหลินที่เจ้าเล่ห์ที่สุด ก็ถึงกับงงงันเมื่อเสิ่นชิงฉือปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
เสิ่นชิงฉือแค่นเสียงหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้สนใจพวกไร้ค่าเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
ตั้งแต่ฉินเฟิงขึ้นภูเขามา ทหารองครักษ์ค่ายเทียนจีก็ได้รายงานเสิ่นชิงฉือแล้ว เมื่อรู้ว่าวิกฤตได้ผ่านพ้นไปแล้ว เสิ่นชิงฉือจึงไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวอีกต่อไป นางจึงลงจากเขาทันที เพื่อดูว่าคนโง่พวกไหนกันที่กล้ามาปล้นคนตระกูลฉินในอาณาเขตของฉินเฟิง
ผลปรากฏว่าเสิ่นชิงฉือไม่ผิดหวังเลย พวกมันโง่เขลาถึงขีดสุดจริง ๆ
แต่เมื่อเทียบกับพวกโจรภูเขา เสิ่นชิงฉือกลับโกรธฉินเฟิงมากกว่า!
ในเมื่อมาถึงแล้ว ก็ควรนำคนมากวาดล้างพวกโง่เขลาเหล่านี้ให้สิ้นซากไปเลย แต่กลับมาเล่นสนุกกับพวกมัน ช่างน่าโมโหเสียจริง
เมื่อรู้สึกถึงสายตาไม่พอใจของเสิ่นชิงฉือ ฉินเฟิงก็หัวเราะแห้ง ๆ โดยไม่พูดอะไร
ที่จริงแล้วละครใหญ่ยังไม่จบ นับตั้งแต่ฉินเฟิงเริ่มทำสงครามปราบปรามทางใต้ ก็ไม่เคยเจอเรื่องสนุกเช่นนี้อีกเลย
เฉินป๋อหลินเมื่อเห็นเสิ่นชิงฉือผู้งดงามราวกับเทพธิดา ก็ยิ่งเชื่อมั่นว่าหญิงสาวตรงหน้านี้จะต้องเป็นญาติของฉินเฟิงอย่างแน่นอน
เขาไม่กล้าลังเล รีบคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะให้เสิ่นชิงฉืออย่างรัว ๆ
พวกโจรภูเขาที่เหลือในที่นั้นก็รีบทำตาม ในชั่วพริบตาก็มีคนคุกเข่าเต็มไปหมด
“ขอคุณหนูโปรดพิจารณา พวกเราไม่รู้จริง ๆ ว่าท่านเป็นใคร ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเถียหูจื่อหลอกลวงพวกเรา ทั้งข่มขู่และล่อลวง”
“หลังจากพวกเราทราบฐานะตัวตนของคุณหนูแล้ว ก็รีบแก้ไขความผิดทันที จับตัวไอ้สารเลวนี่มาแล้ว”
“คุณหนูต้องเชื่อพวกเรา ถึงแม้จะให้ความกล้าแก่พวกเราร้อยเท่า พวกเราก็ไม่กล้าคิดร้ายกับคุณหนูเด็ดขาด”
“คุณหนูช่วยพูดดี ๆ กับฉินอ๋องให้พวกเราด้วย ไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถิด”
เสิ่นชิงฉือมองด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างที่สุด ไม่มีทีท่าอ่อนลงแม้แต่น้อย
ที่จริงแล้วทหารองครักษ์ค่ายเทียนจีคอยสอดส่องอยู่ในที่ลับตลอด พวกสารเลวเหล่านี้เป็นคนประเภทไหน เสิ่นชิงฉือรู้ดีอยู่แล้ว จะถูกคำพูดของเฉินป๋อหลินหลอกได้อย่างไร?
เมื่อเห็นเสิ่นชิงฉือไม่พูดอะไร เฉินป๋อหลินก็รีบชี้ไปที่ฉินเฟิง
วางท่าทางเหมือนผู้จงรักภักดี พุ่งเข้าไปอธิบายกับเสิ่นชิงฉือว่า “คุณหนูโปรดดู คนผู้นี้ก็เป็นหนึ่งในผู้บงการ!”
“เขารู้ฐานะตัวตนของคุณหนูมาตั้งแต่แล้ว แต่กลับยุยงให้พวกเราบุกโจมตีภูเขา ถ้าไม่ใช่สายลับจากชายแดนใต้ ก็ต้องเป็นศัตรูของตระกูลฉิน”
“ขอเพียงคุณหนูออกคำสั่ง พวกเราก็จะรีบขึ้นไปจับตัวคนผู้นี้ทันที แล้วส่งมอบให้คุณหนูกับฉินอ๋องจัดการ”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เสิ่นชิงฉืออดส่ายหน้าไม่ได้ ชาตินี้นางไม่เคยเห็นคนโง่เขลาเช่นนี้มาก่อน
โง่ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ยังอุตส่าห์ทำตัวฉลาดอีก
เสิ่นชิงฉือแทบไม่อยากเสียเวลาพูดจาไร้สาระ ภายใต้สายตาของทุกคน นางเดินตรงไปหาฉินเฟิง
“คุณหนู ระวังด้วย!” เฉินป๋อหลินรีบเตือน
แต่เสิ่นชิงฉือไม่สนใจ หลังจากเดินมาถึงข้างกายฉินเฟิง แม้นางจะอยากดึงหูฉินเฟิงแล้วถามให้รู้เรื่องว่าเล่นพอหรือยัง!
แต่เนื่องจากมีคนมากมายอยู่รอบข้าง เสิ่นชิงฉือย่อมไม่แสดงความไม่เคารพต่อฉินเฟิงต่อหน้าผู้คน
นางจึงอดทนกลั้นความโกรธไว้ ภายใต้สายตาอันไม่อยากเชื่อของทุกคน นางค่อย ๆ คล้องแขนฉินเฟิง
เฉินป๋อหลินตาเบิกกว้างอ้าปากค้าง ไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง
ส่วนโจรภูเขาก็หน้าซีดขาว
เสิ่นชิงฉือแค่นเสียงเบา ๆ แล้วพูดอย่างดูแคลนว่า “จับฉินอ๋องแล้วส่งให้ฉินอ๋องจัดการ? พวกเจ้าโง่ถึงขั้นไหนกันแน่ ถึงได้พูดอะไรแบบนี้ออกมา?”
“คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเจ้าที่เรียกว่าสายลับนี่ ก็คืออ๋องแห่งชายแดนเหนือ!”
อึ้ง!
เฉินป๋อหลินรู้สึกเหมือนมีเสียงดังสนั่นในหัว ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ทั้งร่างแข็งทื่ออยู่กับที่
“อะ…อะไรนะ?! เขาคือฉินอ๋อง?”
“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
“ถ้าเป็นฉินอ๋องจริง จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมาที่นี่เพียงลำพัง? ถ้าเขาเกิดอะไรขึ้นมา ทั้งชายแดนเหนือจะไม่วุ่นวายไปหมดหรือ?”
“พวกท่านกำลังหลอกข้า ท่านต้องกำลังหลอกข้าแน่ ๆ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สายตาของเสิ่นชิงฉือยิ่งดูแคลนมากขึ้น
“พวกกระจอกงอกง่อยอย่างพวกเจ้า แม้แต่ทหารองครักษ์ค่ายเทียนจีสามสิบนายข้างกายข้ายังรับมือไม่ได้ แล้วยังคิดอีกหรือว่าตัวเองมีความสามารถที่จะคุกคามความปลอดภัยของฉินอ๋องได้?”
“ช่างน่าขบขันที่สุดในใต้หล้า!”
แทบจะในทันทีที่เสิ่นชิงฉือพูดจบ ทหารองครักษ์ค่ายเทียนจีที่อยู่ข้างฉินเฟิงก็ฉีกผ้าป่านที่คลุมร่างออกทันที
ในชั่วพริบตา ชุดเกราะของค่ายเทียนจีที่เป็นกองกำลังชั้นยอด ในที่สุดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคนอย่างชัดเจน
เฉินป๋อหลินขยี้ตาแรง ๆ มองทหารองครักษ์ข้างกายฉินเฟิงแล้วมองทหารองครักษ์ของเสิ่นชิงฉือ พบว่าคนเหล่านี้สวมชุดเกราะเหมือนกันทุกประการ
เมื่อยืนยันตัวตนของทหารองครักษ์ค่ายเทียนจีได้แล้ว ก็เท่ากับยืนยันตัวตนของฉินเฟิงไปโดยปริยาย
ก่อนที่เฉินป๋อหลินจะตั้งสติจากความตกตะลึงได้ จากป่าเขารอบทิศทางก็มีคนเดินออกมาอีกนับร้อย
นอกจากคนที่สวมชุดเกราะของค่ายเทียนจีแล้ว ยังมีคนอีกไม่น้อยที่สวมชุดเกราะสีดำประหลาด ด้วยสายตาของเฉินป๋อหลินแล้ว เขาไม่อาจจำแนกได้เลยว่าเป็นกองกำลังหน่วยอาวุธมืดที่ลึกลับ
ในขณะนี้ เฉินป๋อหลินเข้าใจสองเรื่อง
หนึ่ง ฉินเฟิงไม่มีทางไปที่ใดเพียงลำพัง รอบตัวเขาต้องมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา
สอง เพียงแค่ทหารองครักษ์ข้างกายฉินเฟิง ก็สามารถสังหารโจรภูเขาทั้งหมดที่อยู่ในที่นี้ได้ราวกับบดขยี้มด
คราวนี้ ลูกสมุนธรรมดามีปฏิกิริยาเร็วกว่าเฉินป๋อหลินมากนัก
พวกเขาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น โขกศีรษะให้ฉินเฟิงอย่างรัว ๆ
“ฉินอ๋องโปรดไว้ชีวิตด้วย พวกเราแค่หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง”
“พวกเราแค่ทำตามคำสั่ง ทั้งหมดนี้เป็นแผนการของเถียหูจื่อกับเฉินป๋อหลิน”