บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 609 พระราชอำนาจถูกทำลายจนสิ้น
บทที่ 609 พระราชอำนาจถูกทำลายจนสิ้น
พระราชวังต้องห้าม ห้องทรงพระอักษร
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงประทับนั่งอย่างสง่างาม รับฟังรายงานจากองครักษ์ชุดดำอย่างเงียบ ๆ
เมื่อรู้ว่าเฉินเฟิงยอมรับและยอมจำนน นำคนกลับเข้าเมืองหลวงแล้ว สายตาของฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงไม่เพียงไร้ซึ่งความโล่งอก กลับยิ่งเยือกเย็นขึ้นอีกหลายส่วน
นับตั้งแต่เฉินเฟิงกลับเมืองหลวง ทั้งสองฝ่ายต่างส่งสารถึงกันหลายครั้ง แต่ทุกครั้งล้วนจบลงด้วยการประนีประนอมของฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียง
ครั้งนี้ก็เช่นกัน
เฉินเฟิงควบคุมยากขึ้นทุกวัน ความรู้สึกไม่สบายใจของฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงทวีความรุนแรงขึ้นทุกที
หลี่เฉียนกับไท่เป่าหลินก้มหน้ายืนอยู่กลางห้องทรงพระอักษร ไม่กล้าสนทนากันสักแอะ ได้แต่ใช้สายตาส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายทูลฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียง
แต่เมื่อรับรู้ถึงความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากฮ่องเต้ต้าเหลียง ทั้งสองคนก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก
กระทั่งองครักษ์ชุดดำถอยออกไป สายตาเย็นชาของฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงจึงมองมาที่พวกเขา
“ก่อนหน้านี้ตอนพิจารณาคดีเซี่ยปี้ พวกเจ้าทั้งสองไม่ใช่พูดเก่งนักหรอกหรือ?”
“ทำไมตอนนี้กลายเป็นใบ้ไปแล้วเล่า?”
“หรือว่าถูกเฉินเฟิงทำให้ตกใจจนตัวสั่นกันแล้ว?”
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงชำเลืองมองไท่เป่าหลิน ในใจเต็มไปด้วยความดูถูกและผิดหวัง
ก่อนเฉินเฟิงจะโผล่มา ฮ่องเต้ต้าเหลียงมองว่าไท่เป่าหลินเป็นศัตรูตัวฉกาจ เชื่อว่าจิ้งจอกเฒ่าตัวนี้กับเฉินเฟิงต่อสู้กันเอง ย่อมต้องเป็นสถานการณ์ที่ไม่ว่าใครแพ้ใครชนะย่อมเสียหายหนักทั้งคู่
ถึงตอนนั้นเขาก็จะนั่งบนภูดูเสือกัดกันอย่างสบายใจ
แต่ผลที่ได้ คือ ไท่เป่าหลินถูกเฉินเฟิงกดหัวจนโงไม่ขึ้น
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงผิดหวังนัก เลื่อนสายตามองหลี่เฉียนอย่างช้า ๆ
“หลี่เฉียน การไต่สวนคดีที่เซี่ยปี้ร่วมมือกับศัตรูเป็นหน้าที่ที่เจ้าต้องกำกับดูแล เจิ้น อยากฟังความคิดของเจ้า”
หลี่เฉียนก้มหัวต่ำ กำมือแน่นจนเหงื่อชุ่ม
เดิมทีคิดว่าจะใช้โอกาสนี้กำจัดเฉินเฟิงกับพรรคพวกให้สิ้นซาก
ไม่คาดคิด เฉินเฟิงอาจหาญนัก นำทหารใต้บังคับบัญชาบุกถึงลานประหาร ทั้งยังจับขุนนางใหญ่เป็นตัวประกัน บังคับให้ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงยอมจำนน
เรื่องแบบนี้นับว่าไม่เคยมีมาก่อน และจะไม่มีอีกแล้ว
การกำกับดูแลคดีของเซี่ยปี้เป็นโอกาสที่ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงมอบให้องค์ชายรอง แต่เขากลับทำให้ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงผิดหวัง
กลายเป็นเกิดเรื่องใหญ่โต ทั้งยังต้องให้ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงออกหน้าแก้ปัญหาเองอีก
หลี่เฉียนรู้ดีว่า ตัวตนของเขาในใจของฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงน้อยลงไปอีกหลายส่วนแล้ว
จะยอมแพ้แบบนี้เลยเหรอ เป็นไปไม่ได้!
หลี่เฉียนไม่ยอมแพ้ ตัดสินใจเก็บกล้ำความกลัว พูดว่า “ยังมีโอกาสอยู่พ่ะย่ะค่ะ!”
“ในเมื่อเฉินเฟิงกลับเข้าเมืองหลวง และตกลงจะเข้าคุก รับการไต่สวน ถ้าอย่างนั้นก็ฆ่าเขาในคุกเสีย!”
“ถ้าเฉินเฟิงตาย คนที่เหลือก็เป็นแค่ฝูงชนไร้ระเบียบ ไม่น่ากังวล”
“ส่วนจะเกิดผลกระทบตามมาแบบใด กระหม่อมยินดีรับผิดชอบเอง”
ได้ยินความเห็นของหลี่เฉียนเช่นนี้ สายตาของฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงเปลี่ยนแปลงไปอย่างแปลกประหลาด ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นความผิดหวังหรือความรังเกียจกันแน่
หลี่เฉียนไม่กล้าเงยหน้า แต่กลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงสายตาที่จับจ้อง ราวกับมีมีดจ่ออยู่ที่หลัง
ขณะที่หลี่เฉียนเริ่มมีเหงื่อผุดหน้าผาก ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงก้เอ่ยขึ้นในที่สุด พร้อมกับถอนหายใจอย่างหมดหนทาง
เสียงถอนหายใจนี้หมายถึง ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงไม่หวังกับหลี่เฉียนแล้ว
“รับผิดชอบทั้งหมดเพียงลำพัง? เจ้ามีฐานะอะไร เจ้ารับผิดชอบไหวหรือ?”
“ไม่ว่าจะเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ ในใต้หล้า ล้วนแล้วแต่มุ่งโจมตีเจิ้นทั้งนั้น อย่างว่าแต่ยังไม่ได้เข้าไปในตำหนักบูรพา ต่อให้เจ้าเข้าไปแล้ว เจ้าก็เป็นเพียงองค์ชายเท่านั้น”
“หลี่เฉียน อย่าวางแผนการเมืองในตำแหน่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่มีความอดทนในเรื่องพื้นฐานที่สุดแม้แต่นิดเดียว?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ใจของหลี่เฉียนเย็นวาบไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า แล้วแค่นเสียงออกมา “ฆ่าฉินเฟิงในคุก? ช่างเป็นวิธีที่เห็นเพียงเป้าหมายจริง ๆ”
“เจิ้นเป็นฮ่องเต้แคว้นต้าสเหลียง ไม่ใช่พวกเลวทรามที่ขโมยไก่หรือหมา กลยุทธ์ต่ำช้าเช่นนี้ พวกเจ้าใช้ได้ แต่เจิ้นใช้ไม่ได้!”
หลี่เฉียนก้มหน้าต่ำลงไปอีก กำหมัดแน่นจนมือสั่น ไม่ใช่เพราะแค้นใจฉินเฟิง แต่เพราะกังวลกับอนาคตของตัวเองต่างหาก
ตอนนั้นเอง ไท่เป่าหลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยปากขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“การลงโทษอย่างหนักไม่ใช่ว่าฝ่าบาทจะทำไม่ได้ แต่ทำไม่ได้กับฉินเฟิงต่างหาก”
“วันนี้ ตัวประกันที่อยู่ในการควบคุมของฉินเฟิงเกือบจะเป็นครึ่งหนึ่งของราชสำนัก”
“ขุนนางที่ไม่ได้ตกเป็นตัวประกัน ก็เงียบเฉยเรื่องการจู่โจมลานประหารในวันนี้”
“เห็นได้ชัดว่า ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนักต่างผิดหวังในตัวฉินเฟิง”
“ยามที่ฉินเฟิงก่ออาชญากรรมโทษประหาร พวกเขายังคงรอดูท่าที แต่บัดนี้ฉินเฟิงกลับสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เปลี่ยนอันตรายให้กลายเป็นความปลอดภัย ข้าราชการเหล่านั้นจะยิ่งจงรักภักดีต่อฉินเฟิงมากขึ้น”
“ฝ่าบาทอยากฆ่าฉินเฟิงแม้ในความฝัน แต่กลัวว่าจะทำให้ราชสำนักวุ่นวายใหญ่หลวง”
ถ้อยคำเหล่านี้ของไท่เป่าหลินตรงเกินไป จนถึงขั้นล่วงเกินฮ่องเต้ต้นเหลียงแล้ว
แต่ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงกลับไม่ใส่ใจ ทอดสายตามองไท่เป่าหลิน หรี่ตาลงเล็กน้อย ในใจคิดดูหมิ่น…สมกับเป็นจิ้งจอกเฒ่าจริง ๆ
แต่ก็ไม่ได้ฉลาดหลักแหลมอะไรมากมาย
“ไท่เป่า หากท่านคำนึงถึงหน้าตาของเจิ้น พูดอ้อมค้อมสักหน่อย เจิ้นคงจะรู้สึกโล่งใจ อย่างน้อยก็พิสูจน์ว่าท่านมีความสามารถที่จะนั่งตำแหน่งไท่เป่าได้อย่างมั่นคง”
“หากคำพูดเมื่อครู่มาจากใจจริง แล้วท่านเห็นเพียงด้านเดียว ไม่เห็นอีกด้านหนึ่ง เจิ้นคงผิดหวังในตัวท่านมาก”
ไท่เป่าหลินใจหายวาบ เขาเห็นจริง ๆ เพียงด้านเดียว ส่วนอีกด้านหนึ่งที่ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงตรัสถึงนั้น ยังไม่อาจเข้าใจด้วยซ้ำ
แต่ในฐานะขุนนางใหญ่ในราชสำนักย่อมต้องหน้าหนา ไท่เป่าหลินไม่คิดให้มาก เอ่ยปากออกมาทันที
“ด้านที่สอง ไม่สะดวกให้กระหม่อมพูดตรง ๆ”
เฮอะ!
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงเหยียดหยามอยู่ในใจ ไท่เป่าหลินเป็นจิ้งจอกเฒ่า ความคิดจะลึซึ้งแค่ไหนเป็นเรื่องรอง แต่หน้าหนาจริง ๆ
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียง หยิบจดหมายลับมาอ่านอย่างไม่แสดงอารมณ์
“วันนี้ที่ลานประหาร มีการปะทะกันอย่างรุนแรง เสียทหารไปมาก”
“ทหารรักษาพระราชวังล้มตายหมดสิ้น องครักษ์หลวงล้มตายจนหมดสิ้น มือปราบศาลต้าหลี่เสียชีวิตไปกว่าครึ่ง”
“กลับกัน ภายใต้การนำทัพของฉินเฟิง สูญเสียองครักษ์ค่ายเทียนจีไปแปดคน ทหารเป่ยซีหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดคน”
เมื่อได้ยินฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงตรัสถึงความสูญเสียอย่างหนัก หลี่เฉียนกับไท่เป่าหลินสบตากัน ดวงตาเต็มไปด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงตรัสเช่นนี้เพื่ออะไร
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงวางสารลับลง ประสานมือทั้งสองข้างวางบนโต๊ะหนังสือ ทอดสายตามองทั้งสองคน แล้วหัวเราะออกมา
“ภายใต้การไล่ล่าและปิดล้อมของทหารรักษาพระราชวัง องครักษ์หลวง มือปราบศาลต้าหลี่ กองทัพรักษาการณ์ กองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์ และกองทัพค่ายตะวันออกและค่ายตะวันตก”
“ฉินเฟิงสูญเสียเพียงเล็กน้อย ช่วยเหลือบิดาและบุตรสาวตระกูลเซี่ย จับตัวเสนาบดีกรมยุติธรรม ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ ผู้บัญชาการกองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์ และขุนนางกระทรวงกลาโหมจำนวนมาก”
“พาสมาชิกในตระกูลฉิน ตระกูลหนิง ตระกูลเซี่ย หนีออกนอกประตูเมืองได้สำเร็จ”
“หลี่เฉียน ไท่เป่า จากเหตุการณ์นี้ พวกเจ้าเห็นอะไรบ้าง?”
แม้ฮ่องเต้ต้าเหลียงตรัสด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่หลี่เฉียนกลับมีเหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก แทบจะกัดฟันกล่าวออกมา “ทหารใต้บังคับบัญชาของฉินเฟิงเก่งกล้าสามารถ ยากจะต้านทาน”
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงหัวเราะ พลางพยักหน้าเบา ๆ หันไปมองไท่เป่าหลิน “ไท่เป่า ท่านมองเห็นว่าอย่างไร?”
ไท่เป่าหลินสูดหายใจลึก ๆ ในใจปั่นป่วนวุ่นวายสุดขีด แต่บนใบหน้ากลับแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง “กองทัพประจำเมืองหลวงขาดการฝึกฝน ยากจะต้านทานกองทัพชายแดนเหนือ”
เมื่อได้ยินคำอธิบายของทั้งสองคน ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงทรงเปล่งเสียง “โอ้” ยาวนาน
แล้วลุกขึ้นยืน ก่อนจะฟาดมือลงบนโต๊ะ สีหน้าเปลี่ยนแปลงจนแทบจำไม่ได้ เขาโกรธมากจริง ๆ