บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 649 ทองหมื่นตำลึง
บทที่ 649 ทองหมื่นตำลึง
หมิงอ๋อง ซื่อจื่อ รวมถึงแม่ทัพใหญ่ทั้งสามแห่งชายแดนเหนือ และรองแม่ทัพอีกสาม พวกเขาล้วนมีอำนาจในการจัดซื้อเสบียงทหาร
แต่พวกเขาไม่อาจเอื้อมมือมาถึงอำเภอเหยียนโซ่วได้
ต่อให้หมิงอ๋องจะออกสาร สั่งซื้อธัญพืชด้วยตัวเอง จ้าวลี่ก็ยังมองเป็นแค่เศษกระดาษ แล้วโยนทิ้งไปข้าง ๆ ได้
แต่ถ้ามีอำนาจที่อยู่ชายแดนเหนือกับฉินเฟิงที่อยู่ในอำเภอเหยียนโซ่ว สถานการณ์ย่อมต่างออกไป
เพราะฉินเฟิงเปรียบเสมือนมือที่ยื่นมาจากชายแดนเหนือ!
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมฉินเฟิงถึงได้ละทิ้งตำแหน่งสูงส่งที่ชายแดนเหนือ และกลับมารับใช้ราชวงศ์หลี่ที่เมืองหลวง
แผ่นดินทองคำอย่างเมืองหลวง ไม่อาจละทิ้งได้
ฉินเฟิงทอดสายตามองหีบสมบัติขนาดใหญ่ตรงหน้า
ไม่เปิดโอกาสให้จ้าวลี่ได้โต้แย้งใด ๆ อีก เขาพูดออกมาตรง ๆ
“เงินหนึ่งแสนสองหมื่นตำลึงนี่ เจ้านำกลับไปเถอะ”
“เปลี่ยนเป็นธัญพืชสิบเอ็ดล้านสี่แสนต้านมาแทน”
“ข้าให้เวลาเจ้าจนถึงรุ่งสางวันพรุ่ง นำธัญพืชครบจำนวนมาส่งที่ร้านค้าตระกูลฉิน”
“ส่วนเรื่องวิธีการขนส่งไปยังชายแดนเหนือ ข้าย่อมมีวิธีของข้าเอง”
“แต่ถ้าพี่จ้าวเต็มใจช่วยขนส่งให้ ก็ย่อมเป็นเรื่องน่ายินดี ความช่วยเหลือนี้ ข้าจะจดจำไว้”
จ้าวลี่เซถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าซีดเผือดราวกับถูกพิษร้าย
เขากำลังกลัว
“เรื่องขนส่งเสบียง เจ้าหาวิธีขนส่งเองได้เลย” ฉินเฟิงกล่าว
“เดี๋ยวก่อน!”
“ฉินเฟิง ข้ายังไม่ได้ตอบตกลงขายเสบียงทหารให้เจ้าเลย”
ฉินเฟิงเลิกคิ้ว ดวงตาคมกริบ “ข้าไม่ได้ขอคำปรึกษาจากเจ้า”
ฉินเสี่ยวฝูยื่นกระดาษกับพู่กันให้ ฉินเฟิงรับมา ตวัดพู่กันเขียนไม่กี่ครั้งท่าทีสบาย ๆ แล้วบันทึกคำสั่งซื้อเสบียงทหารก็เสร็จสิ้น และถูกโยนลงตรงหน้าของจ้าวลี่
“คำสั่งซื้อเสบียงทหารนี้ ข้าเป็นผู้ลงชื่อรับรองแทนหมิงอ๋อง”
“เจ้าจงปฏิบัติตามหน้าที่ของเจ้าเสีย ข้าจ่ายเงินครบแล้ว อย่าคิดโกงกันเชียว”
จ้าวลี่ตกตะลึง
เงินหนึ่งแสนสองหมื่นตำลึง เดิมทีก็เป็นของเขาไม่ใช่หรือ?
แต่ฉินเฟิงกลับเอาเงินของจ้าวลี่ ซื้อธัญพืชจากจ้าวลี่เอง
อีกทั้งยังสั่งสิบเอ็ดล้านต้านในคราวเดียวอีก
นับตั้งแต่ตระกูลจ้าวเริ่มลดราคาข้าวลง คิดรวมทั้งหมดแล้ว ตระกูลจ้าวก็มีอาหารอยู่ยี่สิบล้านต้าน
ขายไปแล้วสิบล้านต้าน
ตอนนี้ต่อให้ขนเสบียงอาหารของตระกูลจ้าวมาให้ฉินเฟิงทั้งหมด ก็ยังขาดอยู่อีกหนึ่งล้านต้าน
นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอย่างการเสียเงินหนึ่งแสนสองหมื่นตำลึง
ราคาเสบียงทหาร ถ้าเทียบกับราคาเสบียงทั่วไปของอำเภอเหยียนโซ่วแล้ว ถูกกว่าถึงครึ่งหนึ่ง
เท่ากับว่า ตระกูลจ้าวต้องเสียไปถึงสองแสนสี่หมื่นตำลึง
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ
เสบียงพวกนี้ เป็นเสบียงที่ตระกูลจ้าวกว้านซื้อมาเพื่อกดราคาพืชผล!
ถ้าไม่มีธัญพืชเหล่านี้ในมือ ตระกูลจ้าวไม่อาจควบคุมราคาซื้อขายธัญพืชได้อีก
ราคาธัญพืชจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น แล้วสู่ภาวะสมดุล
และพยายามทั้งหมดของตระกูลจ้าวก็จะสูญเปล่า
“ฉินเฟิง เจ้าทำมากเกินไปแล้ว!”
“ถ้าเจ้าต้องการเงิน การเจรจาก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”
“แต่นี่เจ้าจะเอาธัญพืชจากตระกูลจ้าวถึงสิบเอ็ดล้านต้าน โดยไม่เสียแม้แต่อีแปะเดียว เจ้าฝันไปเถอะ!”
แม้จ้าวลี่จะรู้วิธีจัดการของฉินเฟิงดี
และรู้ดีว่าเขาน่ากลังแค่ไหน
แต่ตอนนี้ นอกจากเผชิญหน้า จ้าวลี่ไม่มีทางเลือกอื่น
กิจการของตระกูลจ้าว จะล่มจมในมือเขาไม่ได้เด็ดขาด
พอเห็นจ้าวลี่ดิ้นรนอย่างไร้หนทาง ฉินเฟิงก็ไม่อยากพูดให้มากความ เขาเพียงถามว่า “เช่นนั้น เจ้าคิดขัดคำสั่ง?”
เหงื่อเย็นไหลท่วมหลัง โจวลี่รวบรวมความกล้าชี้หน้าฉินเฟิง
“เจ้าอันธพาล”
“เจ้าใช้อำนาจทางทหารกดขี่ข่มเหงพ่อค้าวาณิชที่เที่ยงธรรม!”
ได้ยินแบบนี้ ฉินเฟิงพลันหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆๆ ตอนทำตัวเป็นคนพาล ไยพวกเจ้าไม่ได้คิดเผื่อไว้บ้างเล่า ว่าวันหนึ่งอาจถูกคนอื่นรังแกเช่นกัน”
“และอันธพาลที่รังแกเจ้า ข้าจะเป็นเอง”
“ส่วนพ่อค้าเที่ยงธรรม? เจ้าคู่ควรหรือ?!”
“เอาเปรียบทั้งเบื้องบนเบื้องล่าง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ไม่สนใจชีวิตของชาวบ้าน พวกเจ้าคู่ควรกับคำว่า เที่ยงธรรม’ หรือ?”
จ้าวลี่กำหมัด กัดฟันแน่น
“เจ้าทำเช่นนี้ ไม่กลัวพรรคฮ่องเต้ในจงหยวนไม่พอใจหรือไร?”
ถ้าจ้าวลี่ไม่พูดถึงจงหยวนก็แล้วไปเถิด
ฉินเฟิงตบโต๊ะ และผุดลุกขึ้น ตวาดเสียงดังด้วยความโกรธ
“พรรคฮ่องเต้แห่งจงหยวนควรดูแลทุกชีวิตในใต้หล้านี้ นั่นคือหน้าที่ของพวกเขา!”
“ตอนนี้ที่ข้าเห็น ในดวงตาของเขามีเพียงอำนาจ”
“เจ้าพวกกระจอกเช่นนี้ ไยข้าต้องกลัว!”
“หากเจ้าคิดจะกอบโกยผลประโยชน์อาศัยอำนาจของพรรคฮ่องเต้ แล้วคิดว่าข้าจะกลัว เจ้าคิดผิดแล้ว!”
“ใครบังอาจล่วงเกินราษฎรต้าเหลียงจะต้องตาย!”
“ไม่ต้องพูดถึงเจ้า ต่อให้พรรคฮ่องเต้มาอยู่ตรงหน้า ข้าก็จะจัดการตามที่พูด!”
ความหวังสุดท้ายของจ้าวหลี่หายไปในพริบตา
จริง ๆ แล้วจ้าวหลี่รู้ดีแก่ใจ ถ้าเขากล้าปฏิเสธฉินเฟิง ฉินเฟิงก็จะฆ่าน้องชายของเขาอย่างไม่ลังเล
การกระทำอุกอาจเช่นนั้น สำหรับฉินเฟิงแล้ว เป็นเรื่องปกติ
จ้าวหลี่ไม่มีทางเลือกอื่น ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในสถานที่แห่งนี้แล้ว
ไม่ใช่
กล่าวให้ถูกต้องคือ ตั้งแต่จ้าวจ่านหมิ่นเกียรติฉินเฟิงต่อหน้าธารกำนัล
ผลลัพธ์ก็ถูกกำหนดไว้แล้ว
จะยอมมอบเสบียงทหาร หรือยอมมอบชีวิต
ไม่ว่าจะเลือกทางใด ตระกูลจ้าวล้วนต้องเสียหายอย่างหนัก!
จ้าวลี่ถอนหายใจยาว ยอมประนีประนอมในที่สุด
เขาก้มหัวคารวะฉินเฟิงอย่างนอบน้อม คำพูดแฝงไปด้วยความจนใจและยอมแพ้
“วีรกรรมนายน้อยฉินเลื่องลือทั่วแผ่นดิน แม้ข้าจะเคยได้ยินได้ฟัง แต่พอได้พบท่าน จึงได้ประจักษ์ถึงความสามารถอย่างแท้จริง”
“ข้าพ่ายแพ้แล้ว และไม่ได้คับแค้นใจแต่อย่างใด”
“เพียงแต่ข้าขอร้องนายน้อย โปรดยั้งมือสักครั้ง ให้ทางรอดกับตระกูลจ้าวด้วย”
ได้ยินแบบนี้ ฉินเฟิงจึงได้นั่งลงอีกครั้ง
เขาหยิบถ้วยชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า
แววตาดุร้ายจางหายไปแล้ว เหลือเพียงความสนใจ นายน้อยฉินจ้องมองจ้าวลี่
“ยั้งมือ? คุณชายจ้าว เจ้าพูดเช่นนี้ไม่ถูกกระมัง?”
“ตระกูลจ้าวยิ่งใหญ่ ร่ำรวย คงไม่ล่มสลายเพราะอาหารสิบเอ็ดล้านต้านกระมัง?”
เสบียงอาหารต่างจากสินค้าชนิดอื่นใด เพราะในแต่ละปีจะเพิ่มพูนขึ้นเป็นลำดับ
ข้าวใหม่ย่อมมีราคาสูงกว่าข้าวเก่าอยู่เสมอ
ด้วยเหตุนี้ บรรดาพ่อค้าข้าวจึงมักไม่เก็บข้าวไว้ข้ามฤดู แต่จะรีบขายข้าวออกไปในฤดูเก็บเกี่ยว
พ่อค้ารายใหญ่ล้วนแต่เลี้ยงกองคาราวานขนส่งขนาดใหญ่เอาไว้
โดยเฉพาะในเขตอำเภอเยียนโช่ว มีพ่อค้าธัญพืชเดินทางมารวมกันมาก ขบวนขนส่งธัญพืชเข้าออกเมืองไม่ขาดสาย ช่างเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่ง
เกวียนขนข้าวสารหนึ่งคัน หากกะประมาณอย่างเผื่อ ๆ ก็มากถึงสี่สิบต้าน
ถ้าใช้ ‘รถสาลี่*[1]’ ที่ใช้แรงคนเข็น ก็สามารถขนส่งได้ครั้งละแปดถึงเก้าต้าน
อำเภอเหยียนโซ่ว ไม่ต้องพูดถึงทั้งปี เอาแค่หนึ่งฤดูกาล ปริมาณธัญพืชที่ขนส่งเข้าออกเมืองก็มากถึงสามสิบล้านต้าน
หากรวมธัญพืชใหม่และเก่าเข้าด้วยกัน ปริมาณก็เทียบเท่ากับเสบียงอาหารของชาวบ้านทางแดนเหนือครึ่งปีทีเดียว
ธัญพืชสิบเอ็ดล้านต้านนี้ถึงจะฟังดูมาก แต่ด้วยความแข้งแกร่งของตระกูลจ้าว ก็ไม่ใช่ว่าจ่ายไม่ได้
จ้าวลี่วางท่าทีต่ำต้อยน้ำเสียงต่างจากตอนปะทะคารมกับฉินเฟิงราวฟ้ากับเหว
“นายน้อยฉิน ท่านมีอำนาจอยู่ในมือ เพียงท่านต้องการ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็สามารถออกใบสั่งซื้อเสบียงอีกแปดหรือสิบใบก็ยังได้”
“ตระกูลจ้าวไม่อาจเล่นสนุกกับนายน้อยฉินได้จริง ๆ”
“ขอเพียงนายน้อยฉินเมตตา พวกข้าตระกูลจ้าวยินดีถอนตัวออกจากอำเภอเหยียนโซ่ว”
ฉินเฟิงชื่นชมในความเด็ดขาดของจ้าวลี่นัก
[1] รถสาลี่หรือรถบรรทุกมือ(独轮车) คือ พาหนะขนส่งที่ใช้แรงมนุษย์ผลักหรือดึง