บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 859 สองพันคนปะทะห้าหมื่นคน ชนะแน่นอน
บทที่ 859 สองพันคนปะทะห้าหมื่นคน ชนะแน่นอน
แม้จะลงมือไม่สำเร็จ แต่เจตนาฆ่าของจ้าวอวี้หลงชัดเจน ทหารฝ่ายสนับสนุนฮ่องเต้บางคนโกรธแค้น แต่ส่วนใหญ่กลับหวาดกลัว
แม่ทัพที่นำทหารเพียงสองพันคนเดินทางมาไกล ยศทหารสูงสุดก็แค่ขุนนางขั้นหก แต่กลับกล้าลงมือ คิดสังหารแม่ทัพขั้นสี่จ้าวอู่
หนำซ้ำยังรู้ดีแก่ใจว่าแม่ทัพจ้าวอู่มีฝ่ายพรรคสนับสนุนฮ่องเต้แห่งจงหยวนหนุนหลัง มีกองทัพใหญ่นับหมื่นคนอยู่ในมือ
จ้าวอวี้หลงไม่ถูกลาเตะสมองจนเสียสติไปแล้ว ก็คงเป็นลูกวัวเกิดใหม่ที่ยังไม่รู้จักกลัวเสือ หรือไม่เขาก็ไม่เห็นโจวอวิ๋นไห่อยู่ในสายตาเลยจริง ๆ
ตอนนั้นเอง รองแม่ทัพหนวดเฟิ้มคนหนึ่งวิ่งออกมาจากค่ายพลางตะโกนเสียงดัง “จ้าวอวี้หลง กล้าดีอย่างไรมาลงมือกับแม่ทัพใหญ่ของกองทัพฝ่ายขวาเรา โทษของเจ้าช่างหนักหนาไม่อาจละเว้น! ทหาร…ฆ่า!”
พร้อมกับเสียงคำรามด้วยความโกรธ เหล่าทหารได้สติคืนมาราวกับตื่นจากความฝัน ก่อนจะพากันรุกคืบเข้าหาจ้าวอวี้หลง
ขณะเดียวกัน กองทหารม้าทมิฬก็บุกเข้ามา ปะทะกับทหารพรรคสนับสนุนฮ่องเต้จนทหารพรรคสนับสนุนฮ่องเต้ต้องถอยร่นกลับ มีคนที่ถูกชนตายและถูกเหยียบตายนับไม่ถ้วน
พึงรู้ไว้ว่า กองทหารม้าทมิฬล้วนเป็นกองทหารม้าหนัก แม้การออกตัวและการเข้าโจมตีจะช้า แต่ด้วยเกราะที่แข็งแกร่ง พวกเขาจึงเป็นกองกำลังเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถต่อสู้กับทหารราบได้อย่างได้เปรียบโโยสมบูรณ์
ทหารพรรคสนับสนุนฮ่องเต้ที่อยู่ในสนามรบ แม้จะมีความได้เปรียบในการรบบนพื้นที่คุ้นเคยและได้มีกองกำลังมาเสริมอย่างต่อเนื่อง แต่พวกเขากลับไม่ได้จัดทัพในรูปแบบของการรบแต่อย่างใด
เหตุการณ์ตอนนี้เลยเหมือนเป็นการปะทะกันด้วยอาวุธด้วยอารมณ์โทสะ
ไร้ซึ่งการจัดระเบียบ ไร้ซึ่งพลังในการต่อสู้
เผชิญหน้ากับการโจมตีโดยตรงของกองทหารม้าทมิฬหลายร้อยคน พวกเขาไม่มีพลังจะต้านทานได้เลย เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียว เหล่าทหารพรรคสนับสนุนฮ่องเต้ที่เบียดเสียดกันอยู่ก็แตกกระเจิงหนีกระจัดกระจาย
กองทหารม้าของกองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์ที่อยู่ด้านหลังกองทหารม้าทมิฬก็เริ่มเคลื่อนไหวตามคำสั่งของจ้าวอวี้หลงอย่างเป็นระเบียบ เติมเต็มจุดอ่อนของกองทหารม้าทมิฬ กองทหารม้ากองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์ล้วนเป็นทหารม้าเบาที่ว่องไว แบ่งกำลังออกเป็นสองสาย เริ่มเคลื่อนที่จากสองปีกเข้าสู่ค่าย โอบล้อมเข้าไป
พร้อมกันนั้นก็ยิงธนูออกไป เหล่าทหารพรรคสนับสนุนฮ่องเต้ที่สวมเกราะเบาไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการรบ ถูกธนูยิงใส่ก็ล้มระเนระนาด
กองทัพของพรรคสนับสนุนฮ่องเต้เพิ่งตระหนักได้ว่า จ้าวอวี้หลงไม่ได้แค่ข่มขู่ แต่เขามาเพื่อปราบปรามพรรคกบฏจริง ๆ…
เผชิญหน้ากับการโจมตีของทหารม้าเบากองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์ และการบุกโจมตีโดยตรงของกองทหารม้าทมิฬ สถานการณ์กลายเป็นการสังหารฝ่ายเดียว
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ โจวอวิ๋นไห่ได้สติกลับมา เหล่ารองแม่ทัพและองครักษ์ที่ว่องไวปกป้องเขาไว้ตรงกลางอย่างแน่นหนา
โจวอวิ๋นไห่ตะโกนสั่งการ “ถูกโจมตี! ถูกโจมตี! ส่งคำสั่งของข้า ให้กองทัพทั้งหมดออกรบ!”
ทหารส่งสารมากมายกระจายกันออกไปสี่ทิศ บ้างก็ไปแจ้งค่ายอื่น ๆ บ้างก็มุ่งหน้าไปยังใจกลางค่าย ระดมพล ส่งสารถึงแม่ทัพ
สมกับเป็นกองทัพประจำการณ์ การส่งต่อคำสั่งรวดเร็วอย่างยิ่ง
น่าเสียดาย…
ไม่ว่าจะเร็วเพียงใดก็ไม่อาจเร็วเท่าธนูเบื้องหน้า!
จ้าวอวี้หลงมีเป้าหมายชัดเจน นำทหารกองทหารม้าทมิฬบางส่วนมุ่งตรงไปยังโจวอวิ๋นไห่
รองแม่ทัพและองครักษ์ของโจวอวิ๋นไห่บ้างยกแหลน บ้างยกล้อ และบ้างก็ยกดาบ ฟาดฟันกองทหารม้าทมิฬด้วยความตั้งใจที่จะปกป้องโจวอวิ๋นไห่ แต่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับกองทหารม้าทมิฬที่ติดอาวุธจนถึงฟัน ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งของเกราะ ความได้เปรียบด้านความยาวของแหลนม้า หรือแม้แต่พละกำลังและความทนทานของทั้งคนและม้า ล้วนไม่สามารถเทียบได้
แม้ว่ารองแม่ทัพและองครักษ์จะมีความกล้าหาญ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับแหลนม้าที่ยาวกว่าอาวุธของตนมาก สุดท้ายก็ตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ
เพียงปะทะกันไม่กี่ครั้ง รองแม่ทัพสองคนกับองครักษ์อีกสี่คนถูกแทงตาย
คนรอบตัวโจวอวิ๋นไห่ลดลงเรื่อย ๆ แม้พยายามป้องกันอย่างสุดความสามารถ ก็ไม่อาจป้องกันได้แน่นหนา
จ้าวอวี้หลงออกคำสั่งอีกครั้ง กองทหารม้าทมิฬสิบกว่าคนควบม้าพุ่งเข้าชนโดยตรง
ทั้งชนทั้งเหยียบ ทหารฝ่ายศัตรูล้มตายไปอีกไม่น้อย
ตอนนั้นเอง โจวอวิ๋นไห่ถูกกองทหารม้าทมิฬคนหนึ่งใช้แหลนม้าแทงอย่างรุนแรง แต่เกราะของเขาหนามาก แหลนม้าของกองทหารม้าทมิฬจึงไม่อาจแทงทะลุ
กองทหารม้าทมิฬสิบกว่าคนรุกเข้าไป แทงใส่โจวอวิ๋นไห่และรองแม่ทัพไม่กี่คนที่เหลืออยู่ข้างกายเขาอย่างต่อเนื่อง แทงไปนับร้อยครั้ง ก็ยังไม่สามารถแทงคนพวกเขาให้ตายได้ ราวกับว่าพวกเขาเป็นกำพงเหล็กกล้าไร้เทียมทาน
จ้าวอวี้หลงไม่อยากเสียเวลาแล้ว เขาตะโกนสั่งเสียงต่ำ กองทหารม้าทมิฬเลิกสนใจโจวอวิ๋นไห่และคนอื่น ๆ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังทหารพรรคสนับสนุนฮ่องเต้ที่สวมเกราะเบาและไม่ทันได้เปลี่ยนชุด
ประตูใหญ่ของค่ายถูกกองทหารม้าทมิฬปิดล้อม ส่วนกองทหารม้าของกองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์ที่สวมเกราะเบาก็คอยรบกวนอยู่รอบนอก ไม่ได้เข้ารบประชิดตัวกับฝ่ายตรงข้าม
เมื่อฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ อีกฝ่ายเสียเปรียบ เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทหารทางฝ่ายสนับสนุนฮ่องเต้ล้มลงไม่หยุด
บรรดารองแม่ทัพกำลังเตรียมคุ้มกันให้โจวอวิ๋นไห่ถอย ทว่าช่วงชุลมุนก็ถูกธนูของกองทหารม้าทมิฬขัดขวางไว้
โจวอวิ๋นไห่เพิ่งตระหนักได้ว่า กองทหารม้าทมิฬไม่สามารถเอาชนะเกราะเหล็กชั้นดีของเขาและแม่ทัพคนสำคัญได้ จึงไม่สนใจมุ่งสังหารพวกเขา แต่ก็ไม่คิดจะยอมให้ถอยหนีไปได้เช่นกัน
ตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าดังขึ้น
โจวอวิ๋นไห่มองไปตามเสียงก็เห็นทหารราบกลุ่มหนึ่งวิ่งตามหลังจ้าวอวี้หลงมา ทหารราบที่ติดตามกองทัพเหล่านี้มีจำนวนไม่มาก ราวสองถึวสามร้อยคน เกราะที่สวมใส่ค่อนข้างปนเป มีทั้งเกราะหนักและเกราะเบา ในบรรดาพวกเขา มีทหารราบสวมเกราะหนักสิบกว่าคนถืออาวุธ ไม่ว่าจะเป็นขวานด้ามยาว กระบองหัวหมาป่า ตะบองหัวหนาม และพวกเขามีเป้าหมายชัดเจน มุ่งตรงมาที่โจวอวิ๋นไห่
โจวอวิ๋นไห่ใจหายวาบ แม้เขาจะนำพาทหารของตนต่อสู้สุดชีวิต แต่พอเผชิญหน้ากับทหารราบเกราะหนักจำนวนมาก พวกเขาถูกกดดันอย่างหนัก
ทันใด ทหารราบเกราะหนักคนหนึ่งยกกระบองหัวหมาป่าขึ้น แล้วฟาดลงบนไหล่ของโจวอวิ๋นไห่อย่างแรง
แผ่นป้องกันไหล่ของโจวอวิ๋นไห่บุบลงเล็กน้อย แต่แรงกระแทกผ่านเกราะกลับมหาศาล กระดูกสะบักทั้งหมดองโจวอวิ๋นไห่แตกละเอียด
เขาทนความเจ็บปวดไม่ไหว เปล่งเสียงคำรามดังสนั่น
แต่เสียงคำรามนั้น กลับไม่อาจทำให้ทหารเกราะหนักรู้สึกสงสารแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม พวกเขากลับคลุ้มคลั่งมากขึ้น
ขวานด้ามยาว กระบองหัวหมาป่า อาวุธที่ใช้ทำลายเกราะโดยเฉพาะถูกฟาดลงบนตัวโจวอวิ๋นไห่และรองแม่ทัพอีกหลายคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งพวกเขาถูกตีจนตาย เกราะบนร่างกายยังคงสมบูรณ์ไร้ที่ติ สาเหตุการตายทั้งหมดเกิดจากการบาดเจ็บภายในที่เกิดจากการถูกตีด้วยอาวุธไร้คม
ทหารเกราะหนักตัดศีรษะของโจวอวิ๋นไห่ แล้วโยนไปให้จ้าวอวี้หลง
จ้าวอวี้หลงใช้แหลนม้าแทงศีรษะของโจวอวิ๋นไห่ขึ้นมา แล้วตะโกนด้วยความโกรธ “ขุนพลทรยศโจวอวิ๋นไห่ถูกตัดหัวแล้ว ผู้ใดยังขืนต่อต้านจะถูกสังหารทิ้งทั้งหมด!”
“พวกเจ้ายังไม่ยอมวางอาวุธและยอมแพ้อีกหรือ?!”
ทหารของกองทัพพรรคสนับสนุนฮ่องเต้ที่ยังคงต่อต้านอยู่มองศีรษะของโจวอวิ๋นไห่ สายตาไม่อยากเชื่อ
แม่ทัพใหญ่ของกองทัพ ขุนนางขั้นสี่ผู้ได้ยศจ้าวอู่ แม่ทัพของพรรคสนับสนุนฮ่องเต้แห่งจงหยวนถูก…ตัดหัวแล้ว?!
ทุกอย่างขึ้นเร็วเกินไป สมองของเหล่าทหารของโจวอวิ๋นไห่ยังประมวลผลไม่ทัน ทว่าสิ่งที่ชัดเจนคือความหวาดกลัวที่มีต่อความกล้าหาญของกองทหารม้าทมิฬ ครั้นมีคนเริ่มวางอาวุธและยอมแพ้ ความพ่ายแพ้ก็แพร่กระจายไปเหมือนโรคระบาด ผู้ที่ยอมวางอาวุธและยอมแพ้มากขึ้นเรื่อย ๆ
แม่ทัพก็ตายไปแล้ว และพวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรผู้ตรวจการทหารได้ ความพ่ายแพ้จึงไม่อาจหยุดยั้ง