บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 896 ไม่อยากแก่งแย่ง ไม่อยากช่วงชิง ขอเพียงได้อยู่เคียงข้างเจ้า
- Home
- บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ
- บทที่ 896 ไม่อยากแก่งแย่ง ไม่อยากช่วงชิง ขอเพียงได้อยู่เคียงข้างเจ้า
บทที่ 896 ไม่อยากแก่งแย่ง ไม่อยากช่วงชิง ขอเพียงได้อยู่เคียงข้างเจ้า
หากคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากของเสี่ยวเซียงเซียงเพียงผู้เดียว เสิ่นชิงฉือคงคิดว่าเสี่ยวเซียงเซียงจงใจพูดเกินจริงเพื่อปลอบใจนาง
แต่ชูเฟิงต่างออกไป เด็กสาวผู้นี้พูดน้อย แต่จะไม่มีทางกล่าวเกินจริง
เสิ่นชิงฉือขมวดคิ้วเล็กน้อย มองชูเฟิงพลางถามเสียงเบา “เจ้าแน่ใจหรือว่าแฺนเฟิงพูดเช่นนั้น”
ชูเฟิงพยักหน้าหนักแน่น “ตั้งแต่นายน้อยได้รับการแต่งตั้งเป็นเทียนลู่โหว ท่านก็ยุ่งอยู่กับราชกิจนานัปการ มีเวลาอยู่กับคุณหนูใหญ่น้อยลง แม้จะอยู่ด้วยกันก็มีแต่คำทักทาย อาจไม่มีเวลาบอกกล่าวสิ่งเหล่านี้กับคุณหนูใหญ่”
“ทว่าพวกบ่าวที่อยู่กับนายน้อยต่างออกไป”
“พวกบ่าวไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องใหญ่โต บางครั้งนายน้อยเลยพูดคุยกับพวกบ่าวอยู่บ้าง”
“นายน้อยเคยกล่าวว่า ถึงอำเภอเป่ยซีจะมั่งคั่งและทุกคนต่างก็สามัคคีกัน แต่โลกนี้ไม่มีอะไรที่แข็งแกร่งไปทุกอย่าง หากไม่ดูแลเอาใจใส่ให้ดี ถึงจะเป็นอำเภอเป่ยซีก็ย่อมมีวันทรยศพวกเราได้”
“นายน้อยกล่าวว่าอย่างไรแล้วนะ? อา ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร มีเพียงผลประโยชน์ที่ยั่งยืน…ใช่แล้ว นายน้อยกล่าวเช่นนั้นเจ้าค่ะ”
“ถึงอำเภอเป่ยซีจะรุ่งโรจน์ แต่หากนายน้อยพอใจเพียงแค่นี้ อยู่แต่ในอำเภอเป่ยซี สักวันก็ต้องพบกับทางตัน รอให้ทุกฝ่ายค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับรูปแบบการอยู่ร่วมกับนายน้อยได้ ความเคารพยำเกรงระหว่างกันก็จะค่อย ๆ ลดลง จากนั้นก็จะเริ่มมีการทดสอบ ยั่วโมโห คุกคาม และประกาศสงคราม…”
“เพียงเริ่มใช้กำลังของอำเภอเป่ยซีเข้าต่อกรกับศัตรู เมื่อกำลังถูกใช้ไป ชีวิตของทุกคนเริ่มแย่ลง ฐานะของนายน้อยใน อำเภอเป่ยซีก็จะเริ่มสั่นคลอน”
“ฉะนั้น ขณะที่นายน้อยทอดสายตามองไปยังท้องฟ้ากว้างใหญ่เบื้องหน้าก็จำเป็นต้องมีคนที่สามารถดูแลอำเภอเป่ยซีอยู่เบื้องหลังได้”
“นายน้อยกล่าวว่า คุณหนูรองที่มีความสำคัญต่อเมืองหลวงก็เหมือนคุณหนูใหญ่ที่มีความสำคัญต่ออำเภอเป่ยซี”
ชูเฟิงมักพูดน้อย สงวนถ้อยคำราวกลัวทองคำจะร่วงจากปาก แต่ตอนนี้พอได้เอ่ยปากกลับกลายเป็นพูดไม่หยุด
ได้ฟังคำพูดเหล่านี้แล้ว เสิ่นชิงฉือก็ยังประหลาดใจ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีน้ำหนักในใจของฉินเฟิงมากขนาดนี้
เสาหลักกลางสมุทรหรือ? แม้เสิ่นชิงฉือจะหยิ่งทะนงเพียงใด นางก็ไม่คิดว่าตนเองจะทำหน้าที่นี้ได้
อีกทั้งยังมีท่านแม่อยู่ที่อำเภอเป่ยซีด้วย อย่างไรก็ไม่ถึงคราวของนาง
เสี่ยวเซียงเซียงรู้ดีถึงคำประเมินของฉินเฟิงที่มีต่อเสิ่นชิงฉือ นางรีบกล่าวเสริมว่า “ถูกต้อง นายน้อยพูดจริง ๆ เจ้าค่ะ นายน้อยกล่าวว่า ตั้งแต่คุณหนูใหญ่ย้ายมายังอำเภอเป่ยซี อำเภอก็สงบสุข ไม่มีโจรขโมย และชีวิตของทุกคนก็พัฒนา ดำเนินไปตามทิศทางที่ถูกต้องเสมอ’”
“ท้ายที่สุดแล้ว ในบรรดาคุณหนูทั้งสี่ของตระกูลฉิน มีเพียงคุณหนูใหญ่เท่านั้นที่ออกปฏิบัติงานในแนวหน้าตลอดเวลา สามารถติดต่อกับชาวบ้านได้โดยตรง เรื่องราวในอำเภอเป่ยซี ตั้งแต่เรื่องการเงินที่สำคัญไปจนถึงเรื่องภายในและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ล้วนกล่าวได้ว่าคุณหนูใหญ่ดูแลทุกอย่าง แม้ว่าจะเป็นตำแหน่งที่คอยตรวจสอบข้อบกพร่องและเติมเต็มสิ่งที่ขาด ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่จริง ๆ แล้วกลับสามารถเข้าใจสถานการณ์โดยรวมได้”
“แม้คนมีความสามารถของอำเภอเป่ยซีจะหนีหายไปหมด แค่มีคุณหนูใหญ่อยู่ อำเภอเป่ยซีก็ยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ”
“ส่วนฮูหยินฉิน แม้ท่านจะมีบารมีสูงส่ง แต่ไม่ค่อยออกจากบ้าน มักอยู่แต่ในเรือนหลังศาลาว่าการอำเภอ สำหรับผู้คนในอำเภอเป่ยซีแล้ว ท่านเข้าถึงยากยิ่ง”
ภายใต้การปลอบโยนร่วมกันของเสี่ยวเซียงเซียงกับชูเฟิง จิตใจหดหู่ของเสิ่นชิงฉือค่อย ๆ สงบลง
นางไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่างานที่เหมือนไม่สลักความสำคัญของนางในอำเภอเป่ยซีจะสำคัญเพียงนี้
ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่ได้คาดคิดว่าฉินเฟิงจะคอยเฝ้ามองนางมาโดยตลอด รับรู้ทุกการกระทำต่าง ๆ ของนางเป็นอย่างดี
เสิ่นชิงฉือค่อย ๆ มั่นใจขึ้นมา ดวงตาที่เคยอ้างว้างเปล่งประกายอีกครั้ง ‘เช่นนั้นข้าก็มีประโยชน์ต่อเฟิงเอ๋อร์เหมือนกันใช่หรือไม่?’
คิดมาถึงตรงนี้อารมณ์ของเสิ่นชิงฉือก็ค่อย ๆ ดีขึ้น นางมองเสี่ยวเซียงเซียงกับชูเฟิง แล้วกล่าวอย่างไม่พอใจ “ปกติพวกเจ้าสองคนพูดน้อยนัก วันนี้เป็นอะไรไปเล่า? ช่างพูดไม่หยุดปากราวเป็นคนละคน พูดมาตามตรง คำเหล่านี้ เป็นฉินเฟิงสั่งให้พวกเจ้าพูดใช่หรือ?”
เสี่ยวเซียงเซียงกับชูเฟิงมองหน้ากัน ก่อนจะยิ้มออกมา
เสี่ยวเซียงเซียงกล่าวว่า “นายน้อยเพียงหวังดี คุณหนูใหญ่อย่าโกรธไปเลยเจ้าค่ะ”
ได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงฉือหรี่ตาลง กล่าวออกมา “นั่นอย่างไร ฉินเฟิงสั่งให้พวกเจ้าพูดจริง ๆ”
ชูเฟิงพยักหน้า แล้วกล่าวเสียงเบา “นายน้อยเคยบอกว่า ในบรรดาพี่หญิงทั้งสี่คน คุณหนูใหญ่เป็นคนที่อ่อนไหวที่สุดเจ้าค่ะ”
“หากวันข้างหน้าพี่หนูใหญ่มีเรื่องใดไม่สบายใจก็เพียงแค่บอกเล่าเรื่องที่นายน้อยบอกพวกข้าให้คุณหนูใหญ่ฟังก็พอแล้ว”
“ยังมี นายน้อยยังบอกกับพวกข้าว่า หากถึงวันนั้นจริง ๆ ก็ให้พวกข้าบอกกับคุณหนูใหญ่ตามตรงว่า นายน้อยฝากบอกว่าไม่ต้องกังวล เรื่องภายในเมืองหลวงค้าเหลียงที่เคยค้างคืนหอวิจิตรศิลป์ นายน้อยไม่มีวันลืม และสักวันหอวรรณศิลป์ก็จะต้องกลายเป็นบ้านหลังที่สองของนายน้อยเช่นกัน”
บ้านหลังที่สอง?
แรกเริ่มเสิ่นชิงฉือไม่ทันได้คิดสิ่งใด เข้าใจไปว่าฉินเฟิงอยากจะซื้อหอวิจิตรศิลป์ ทั้งยังนึกสงสัยว่าฉินเฟิงจะเปลี่ยนให้กลายเป็นที่พักอาศัย
กระทั่งเห็นสองสาวใช้ยิ้มกรุ่มกริ่มมีเลศนัย เสิ่นชิงฉือก็นึกถึงเรื่องค้างคืนที่เอ่ยถึงเมื่อครู่ แล้วนางก็พลันเข้าใจ ใบหน้าพลันขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเขินอาย
“เฮอะ หน้าไม่อายจริง ๆ หอวิจิตรศิลป์เป็นของข้า หากฉินเฟิงกล้ามา คิดว่าข้าไม่กล้าไล่เขาหรือ!”
เสี่ยวเซียงเซียงก็อดหัวเราะเย้าแหย่ไม่ได้ “ไล่หรือเจ้าคะ คุณหนูใหญ่ ท่านจะทำได้หรือ?”
ใบหน้าของเสิ่นชิงฉือพลันแดงขึ้นมา นางโอบคอเสี่ยวเซียงเซียง แล้วพูดอย่างไม่พอใจว่า “เจ้าสาวตัวร้าย เจ้าอยู่กับฉินเฟิงนานไปหรือไม่ถึงได้ติดนิสัยไม่ดีเช่นนี้มา กล้าดีอย่างไรมาเย้าแหย่ข้า ดูสิข้าจะไม่จัดการเจ้าอย่างไร”
เสี่ยวเซียงเซียงหัวเราะคิดคักพลางวิงวอนขอชีวิต ภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงร่าเริง สนุกสนาน
ภายในห้องตรงข้าม หลี่เซียวหลานนอนซบอยู่บนอกของฉินเฟิง นางประหลาดใจที่พบว่าเด็กหนุ่มผอมบางในอดีต บัดนี้ร่างกายกลับแข็งแรงกำยำ ร่างกายที่แข็งแกร่งหล่อหลอมมาจากสงครามนับครั้งไม่ถ้วน หลี่เซียวหลานรู้สึกมั่นคงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ฉินเฟิงโอบไหล่หลี่เซียวหลานไว้พลางพูดเบา ๆ “เซียวหลาน รอจนพวกเรากลับไปเมืองหลวงต้าเหลียง พวกเรามา…”
“ไม่ต้องให้คำมั่นใดกับข้า ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติเถิด ข้าเชื่อใจเจ้า” หลี่เซียวหลานพูดขึ้นก่อนฉินเฟิงจะพูดจบด้วยซ้ำ
“อีกอย่าง ข้าชอบที่เจ้าเรียกชื่อข้า มากกว่าเรียกว่าพี่หญิงสาม…”
“แม้ก่อนหน้านี้พวกเราจะเป็นพี่น้อง เป้นครอบครัว แต่ภายในใจข้ายังรู้สึกขาดที่พึ่งพิง แต่เมื่อเจ้าเรียกข้าว่าเซียวหลาน ข้ากลับรู้สึกเหมือนมีบ้านให้พักพิง”
ได้ยินแบบนี้ ฉินเฟิงก็ไม่รู้ว่าควรยินดีหรือสงสารดี
หลี่เซียวหลานเงยหน้ามอง ดวงตาอ่อนโยน “ข้าไม่อยากแย่งชิง ไม่อยากแก่งแย่ง ขอเพียงได้อยู่เคียงข้างเจ้าข้าก็พอใจแล้ว”
“อีกอย่าง อย่าได้เมินเฉยต่ออวิ๋นเอ๋อร์เพราะข้า นางเองก็เป็นภรรยาของเจ้า”
ฉินเฟิงพยักหน้าหนักแน่น “วางใจเถิด ข้าจะไม่ทำให้อวิ๋นเอ๋อร์ผิดหวัง และจะไม่ทำให้ผู้ที่ไว้ใจข้าเสียใจ”