บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1555: เห็นมังกรในทุ่งนา จะได้พบผู้ค้ำจุน
ตอนที่ 1555: เห็นมังกรในทุ่งนา จะได้พบผู้ค้ำจุน
ณ มุมถนนสายยาวแห่งหนึ่งที่ไม่ค่อยมีผู้คน
ชายชราร่างเลอะเทอะนั่งไออยู่กับพื้น เขาไอขึ้นมาอย่างแรง ไอจนใบหน้าซีดเหลืองแปรเเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขึ้นมา เอ็นสีเขียวบนหน้าผากปูดโปน
“สวรรค์! ข้าอุตส่าห์อยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เป็นเวลานานมากแล้ว แต่ยังไม่ยอมให้ข้าละทิ้งร่างกายที่เต็มไปด้วยกรรมและภัยพิบัติอีกหรือ!”
ชายชราหอบหายใจแรง ๆ ราวกับป่วยหนัก ทรุดอยู่ตรงนั้นราวกับไม่ไหวแล้ว
แต่ปากของเขายังบ่นไม่หยุด คำหยาบคายต่าง ๆ นานาผุดออกมาเป็นพรวน
จู่ ๆ มือเรียวขาวข้างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าชายชรา ในมือนั้นมีโอสถสีเขียวใสเม็ดหนึ่งวางอยู่
“ผู้อาวุโส กินโอสถเม็ดนี้แล้ว อาการจะดีขึ้นมาบ้าง”
สาวน้อยราวกับโผล่ตัวออกมากลางอากาศ ก้มมองชายชราที่หมดสภาพอยู่ตรงนั้นด้วยความเป็นห่วง
ดวงตาของสาวน้อยใสบริสุทธิ์ สวมชุดผ้าธรรมดา ผมยาวเนียนนุ่มถูกปล่อยลงมาตามธรรมชาติ รูปร่างผอมเล็กกะทัดรัด อายุประมาณสิบห้าสิบหก
ที่โดดเด่นเป็นที่สุดก็คือสาวน้อยมีดวงตาสีทองหม่น!
“โอสถในโลกนี้ไม่อาจรักษาอาการป่วยของข้าได้”
ชายชราถอนหายใจ ผลักมือของสาวน้อยที่ประคองโอสถข้างนั้นออก “เจ้าเก็บโอสถนี้ไว้เถอะ หากข้ากินแล้ว จะเป็นการเสียของเปล่า ๆ”
ขณะที่พูด เขาเคลื่อนสายตามองไปยังเท้าทั้งสองข้างของสาวน้อย
ที่ข้อเท้าเนียนคู่นั้น แต่ละข้างผูกรัดด้วยโซ่สีโลหิตที่มีขนาดเท่ากับนิ้วมือ ราวกับโซ่ล่าม มองเห็นได้อย่างชัดเจน
สาวน้อยเก็บโอสถในมืออย่างเงียบ ๆ แล้วย่อตัวลง สองมือกอดหัวเข่า นั่งอยู่ข้าง ๆ ชายชรา แลดูสงบเงียบและเก็บตัว
ชายชราเลอะเทอะหยิบยาสูบออกมาสูบ
ควันฟุ้งกระจาย ใบหน้าซีดเหลืองของเขาถูกบดบังและโผล่ออกมาชั่วครั้งชั่วคราว
สักพักใหญ่ ๆ ชายชราเอาห่อยาสูบมาเคาะที่ส้นเท้า พ่นควันโขมงออกมาทีหนึ่ง จากนั้นจึงกล่าว “ลำบากมานานมากแล้ว ในที่สุดก็มีโอกาสได้ทลายโซ่ล่ามสักที แม่หนู เจ้าจะต้องคว้าไว้ให้ดี”
บนใบหน้าใสซื่อของสาวน้อยกลับแสดงอาการลังเลออกมา กล่าว “ผู้อาวุโส หากว่าข้าคว้าไว้ไม่ได้ จะทำเช่นไร?”
ชายชรานิ่งเงียบไปชั่วครู่ จึงกล่าว “ถ้าเช่นนั้นตลอดชั่วชีวิตนี้ของเจ้าก็จะไม่มีโอกาสได้ฆ่าเจียงไท่เอออีก!”
สาวน้อยกำมือทั้งสองแน่น ดวงตาลุ่มลึกสีทองหม่นคู่นั้นผุดประกายน่าหวาดกลัว กล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว”
ชายชราลังเลครู่หนึ่งจึงกล่าวเตือน “อย่าทำเกินแรงกำลัง เรื่องใด ๆ ในโลก หากฝืนบังคับ จะได้ผลตรงกันข้ามกับที่คิด”
สาวน้อยครุ่นคิดอยู่นานมาก จึงส่งเสียงตอบรับอืมเบา ๆ
ชายชรากล่าวเสริมอีก “และอย่าร้อนใจด้วย ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวมาเป็นเวลานานเพียงนี้แล้ว รอต่ออีกสักหน่อย ไม่เป็นไรหรอก”
คำพูดประโยคนี้ ราวกับกระทบโดนความในใจของหญิงสาว นางเม้มริมฝีปาก กล่าว “ผู้อาวุโส ข้าไม่กลัวที่จะต้องรอ กลัวแต่เพียง…”
ชายชราราวกับรู้ว่าสาวน้อยต้องการจะพูดอะไร ถึงกับฉีกยิ้มหัวเราะขึ้นมาและกล่าว “เจ้าไม่เชื่อข้าได้ แต่จะต้องเชื่อเขา!”
พูดจบ เขากล่าวรำพึง “ชั่วชีวิตนี้ของข้า เคยเห็นบุคคลไร้เทียมทานที่ย่างสู่จุดสุงสุดของวิถีเซียนมากมายไม่รู้เท่าใด และเคยประลองกับทวยเทพที่กระโดดออกธารนทีสายยาวแห่งยุคด้วยเช่นกัน ถึงแม้ตลอดชีวิตนี้จะอยู่อย่างน่าสังเวช หวาดกลัวราวกับสุนัข ก่อกรรมและภัยพิบัติจนเต็มตัว แต่ก็ถือว่าผ่านสมัยยุคอวสานเซียนอันยาวนานมาได้ และมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้”
“มองทั่วทั้งแดนเซียนแห่งนี้ หากจะกล่าวว่าใครมีชีวิตยาวนาน หากข้าเป็นที่สอง รับรองไม่มีใครกล้าบอกว่าเป็นที่หนึ่งอย่างแน่นอน!”
พูดถึงตรงนี้ สายตาของชายชราก็เปลี่ยนไป ดูจริงจังขึ้นมา “และจากประสบการณ์ในชั่วชีวิตนี้ของข้า มีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่พอจะเข้าตาข้าได้บ้าง”
สาวน้อยกล่าว “ข้ารู้ ในจำนวนนี้จะต้องรวมถึงเขาด้วยเป็นแน่”
ชายชราส่ายหน้ากล่าว “เขาไม่ได้อยู่ในจำนวนนี้”
พูดจบ เขาชี้ไปที่ตาของตัวเอง “ต่อหน้าเขา วิสัยทัศน์ของข้ายังคงแคบเกินไปนัก”
สาวน้อยตะลึงงัน จิตใจสั่นคลอน
ชายชรากล่าวด้วยเสียงเบา “เจ้าในตอนนี้ อาจจะไม่เข้าใจ วันข้างหน้าเจ้าจะเข้าใจได้เอง ในโลกนี้ คนที่สามารถสยบเจียงไท่เออได้ อาจจะมี แต่คนที่สามารถทำให้เจียงไท่เออกินไม่ได้นอนไม่หลับ พูดถึงแล้วหน้าเปลี่ยนสี มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้น!”
เขาย้ำเสียงหนัก ๆ อย่างมั่นใจและเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่ง ไม่เปิดโอกาสให้สาวน้อยสงสัยแม้แต่น้อย
สายตาของสาวน้อยเคว้งคว้าง กล่าวด้วยความสับสน “แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขา…”
สายตาของชายชราลุ่มลึกพลางกล่าว “ก็เป็นเพราะเหตุนี้ จึงทำให้เจ้ามีโอกาสไม่ใช่หรือ?”
สาวน้อยสะดุ้งไปทั้งตัว และเข้าใจในทันใด
หากว่าคนผู้นั้นยืนผงาดอยู่บนปลายสุดของวิถีเซียนเหมือนดังเช่นตอนนั้น ไฉนเลยจะให้ตนเองมีโอกาสได้เข้าใกล้?
ชายชราไอขึ้นมาอย่างแรงอีกครั้ง ไอจนตับไตไส้พุงปอดม้ามแทบจะทะลักออกมา ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
สาวน้อยเอื้อมมือไปลูบหลังเขาเบา ๆ และกล่าวด้วยความเป็นห่วง “ผู้อาวุโส ข้าเข้าใจความตั้งใจของท่านแล้ว จะไม่พลาดโอกาสในครั้งนี้เด็ดขาด”
สักพักใหญ่ ๆ ชายชราจึงหายไอ หายใจหอบรัวสักครู่จึงกล่าว “เพื่อรอคอยโอกาสในครั้งนี้ ข้าได้เปิดเผยความลับที่ไม่ควรจะเปิดเผย และตอนนี้จะต้องจากไปแล้ว มิเช่นนั้น เกรงว่าจะผ่านพ้นพิบัติในร่างนี้ไปไม่ได้อีก!”
เขาลุกขึ้นยืน กล่าว “วันข้างหน้า ขึ้นอยู่กับโชคของตัวเจ้าเองแล้ว”
“ผู้อาวุโส ท่านจะไปที่ใด?”
สาวน้อยลุกขึ้นยืน
ชายชรารำพึง “ขอเพียงไม่ต้องเจอคนผู้นั้น ทุกหนแห่งในใต้หล้าล้วนเป็นบ้านของข้า”
นิ่งเงียบไปชั่วครู่ เขาหัวเราะหึหึขึ้นมา กล่าวพร้อมกับทำสีหน้าได้ใจ “ก่อนหน้านี้ข้าไปเสี่ยงเซียมซีมา ดูเหมือนว่าในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้างข้าจนได้ ให้ข้าได้ดวงดีครั้งใหญ่!”
พูดจบ บนใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาก็เต็มไปด้วยความหวัง “ข้าน่ะ ตั้งใจจะไปทวีปกกพิสุทธิ์ในตอนนี้ หากไม่มีเหตุอันใด ขอเพียงหลบอยู่ที่นั่น คนผู้นั้นก็จะหาข้าไม่เจอ นอกจากนี้ ไม่แน่ว่าอาจควานเจอบุญวาสนาอีกด้วย!”
หากว่าซูอี้อยู่ตรงนี้ด้วย จะต้องบอกว่า ‘บังเอิญเสียจริง’ อย่างแน่นอน!
“ผู้อาวุโส ถ้าเช่นนั้นท่านจะต้องรักษาตัวให้ดี”
สาวน้อยกล่าวน้ำเสียงจริงจัง
ชายชราโบกมือ “วางใจเถอะ ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ หากพูดถึงเรื่องอยู่นาน ในแดนเซียนแห่งนี้ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเกินกว่าข้า”
เขาสาวเท้าก้าวใหญ่ ๆ เดินออกไป ร่างผอมกะหร่องเหลือแต่กระดูกเหมือนลอยไปตามแรงลม
สาวน้อยยืนนิ่ง ๆ อยู่ตรงนั้น มองร่างของชายชราจนลับสายตา
จากนั้น นางหยิบ ‘เซียมซีชะตาเกิด’ ออกมาจากแขนเสื้อ
เมื่อนานมาแล้ว ชายชราเคยทำนายเซียมซีให้นาง และก็เป็นเพราะเหตุนี้เช่นกัน ทำให้ชายชราต้องชดใช้อย่างแสนสาหัส
แต่ทว่า เซียมซีนี้ถือได้ว่าช่วยนางปัดเป่าดวงชะตาอันเลวร้ายที่อยู่ในความมืดมิด พบเจอกับแสงสว่าง!
บนเซียมซีใบนี้ มีอักษรเพียงหนึ่งบรรทัด
‘เห็นมังกรอยู่ในทุ่งนา จะได้พบผู้ค้ำจุน’
……
ณ ตลาดมังกรดำ ในห้องโถงโบราณแห่งหนึ่ง
บุคคลผู้ยิ่งใหญ่ของลัทธิหมื่นวิญญาณนั่งรวมตัวกันอยู่ในนั้น
ในจำนวนนี้มีบุตรสวรรค์ฉงฉีรวมอยู่ด้วย
ส่วนคนที่นั่งในตำแหน่งประธานคือนักพรตเต๋าหนวดเครายาวพลิ้วผู้หนึ่ง ผิวขาวสะอาด ดวงตาเรียวแหลม ท่าทางสุภาพ
เซียวจวี้
ราชันเซียนวิถีปีศาจตนหนึ่งของลัทธิหมื่นวิญญาณ รับตำแหน่งผู้อาวุโส ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงศักดิ์และมีอำนาจมาก
“งานชุมนุมในครั้งนี้ มีราชันเซียนวิถีปีศาจเจ็ดท่านกับเซียนปีศาจขอบเขตสุญตาเกือบสี่สิบเก้าท่านเข้าร่วมงานด้วย”
เสียงทรงพลังของเซียวจวี้ดังก้องห้องโถง “ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่รับปากแล้วว่าจะเข้าร่วมเป็นฝ่ายเดียวกับลัทธิหมื่นวิญญาณของพวกเรา!”
“แต่ ยังมีคนหัวแข็งอีกสามคนที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ยอมแสดงท่าที”
“คือ ‘ราชันเซียนเก้ากระเรียน’ แห่งภูเขาแสงทองของแคว้นหลัว ‘ราชันเซียนอัคคียันต์’ ผู้อาวุโสใหญ่แห่งวัดสนเมฆาของแคว้นฮั่ว และ ‘ราชันเซียนชิงเวย’ แห่งหอน้อยสมปรารถนาของแคว้นจิ่ง”
พูดถึงตรงนี้ เซียวจวี้หัวเราะขึ้นมา “ราชันเซียนเก้ากระเรียนคุยง่าย เพียงแค่ต้องการสมบัติเซียนที่เหมาะมือชิ้นหนึ่งเท่านั้น วันมะรืนนี้เมื่องานชุมนุมเริ่มขึ้น รับปากให้เขาก็จบเรื่อง”
“ราชันเซียนอัคคียันต์เป็นคนหัวโบราณ เงื่อนไขที่เสนอออกมานั้นยากเกินไป อยากจะได้คัมภีร์สืบทอดวิถีระดับมหาเซียน แต่ในเมื่อเขารับปากว่าจะมาร่วมงานชุมนุมด้วย ก็แสดงว่ายังพอเจรจาเงื่อนไขกันได้”
“มีแต่ราชันเซียนชิงเวยคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ค่อนข้างยาก”
เซียวจวี้ขมวดคิ้วขึ้นมา “หอน้อยสมปรารถนาที่หนุนหลังนางมีพื้นฐานแก่กล้าและเก่าแก่มาก ว่ากันว่าเมื่อก่อนนานมากแล้ว นอกเสียจาก ‘จักรพรรดิปีศาจหรูอี้’ ที่ย่างก้าวสู่จุดสูงสุดของวิถีเซียนแล้ว ยังมีผู้ยิ่งใหญ่ทะลุนภาอีกสามคนคอยหนุนหลังหอน้อยสมปรารถนา!
เกิดเสียงดังระงมขึ้นมาในห้องโถง
บุตรสวรรค์ฉงฉีถึงกับกล่าวน้ำเสียงเย็นชา “หลังจากผ่านยุคอวสานเซียนมาแล้ว ตัวตนใหญ่โตเมื่อในอดีตเหล่านั้นส่วนใหญ่ล้วนล้มกันไปหมดแล้ว ถึงแม้หอน้อยสมปรารถนาจะรอดมาได้ แต่ก็ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรง อย่าว่าแต่จักรพรรดิปีศาจหรูอี้เลย หายสาบสูญไปก่อนสมัยเซียนอับโชคตั้งนานแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวใด”
“ส่วนมหาเซียนหลิวอวิ๋นที่ปกครองหอน้อยสมปรารถนาในตอนนี้ ประสบพิบัติที่ไม่อาจผ่อนผันแคล้วคลาดไปได้ ปิดตนจนถึงตอนนี้เป็นเวลาเกือบสามพันปีแล้ว ก็ยังไม่มีโอกาสทะลวงด่านออกมา”
นิ่งไปชั่วครู่ ฉงฉีกล่าวมั่นใจเต็มที่ “ในสถานการณ์เช่นนี้ ราชันเซียนชิงเวยไม่อยากจะก้มหัวให้ก็คงไม่ได้เสียแล้ว!”
เซียวจวี้ยิ้มพลางกล่าว “หอน้อยสมปรารถนาในตอนนี้ไม่อาจเปรียบเทียบกับเมื่อก่อนได้ก็จริง แต่อูฐที่ผอมตายก็ยังตัวโตกว่าม้า ถึงแม้ลัทธิหมื่นวิญญาณของพวกเราจะไม่เกรงกลัวผลทั้งหมดที่ตามมา แต่ไม่ต้องถึงขั้นแตกหักจะเป็นการดีที่สุด”
ฉงฉีกล่าวน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าเช่นนั้นก็ต้องดูว่านางจะรู้จักวางตัวหรือไม่! วันมะรืนนี้ ‘หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียง’ ก็จะมาเยือนตลาดมังกรดำ มีนางอยู่ น่าจะทำให้ราชันเซียนชิงเวยยอมก้มหัวได้ง่ายขึ้น!”
พูดจบ เขากวาดตามองดูคนอื่น ๆ ในห้องโถง กล่าว “สายเลือดกิเลนภายในตัวข้าจะสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้หรือไม่ ก็อยู่ที่ตัวของผู้หญิงคนนี้ สำหรับนางแล้ว ข้ามั่นใจมาก!”
เสียงดังฟังชัด น้ำเสียงหนักแน่น
ทุกคนต่างก็พยักหน้า
บุตรสวรรค์ฉงฉีมีสายเลือดกิเลนอยู่ในตัว แต่ไม่บริสุทธิ์ หากว่าสามารถเป็นคู่วิถีกับราชันเซียนชิงเวยได้ ก็สามารถแก้ปัญหายากข้อนี้ได้!
เหตุผลง่ายนิดเดียว เพราะราชันเซียนชิงเวยเป็นคนรุ่นหลังของ ‘ไป๋เจ๋อ’ วิญญาณแท้โดยกำเนิดนั่นเอง!
ใช้นางเป็นเตาหลอม ฝึกฝนและสร้างสายเลือดขึ้นใหม่ มีประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง
“ใช่แล้ว ราชันวิถีมังกรแดงรับปากจะมาร่วมงานชุมนุมของพวกเราด้วยหรือไม่?”
จู่ ๆ เซียวจวี้ก็ถามขึ้น
ข้างกายฉงฉี ชายวัยกลางคนร่างผอมคนนั้นส่ายหน้าพลางตอบ “ข้าไปเชิญมาแล้วหลายครั้ง แต่ราชันวิถีมังกรแดงกลับปฏิเสธ”
พูดจบ เขาหัวเราะฝืดขึ้นมา “เรียนทุกท่านตามตรง จนถึงตอนนี้ แม้กระทั่งหน้าของราชันวิถีมังกรแดง ข้าก็ยังไม่เคยได้เห็น แต่เมื่อถึงเวลาองครักษ์มังกรจะส่งผู้นำมาร่วมงานชุมนุม”
เซียวจวี้ถอนใจ “เชิญราชันวิถีมังกรแดงมาไม่ได้ ก็อย่าได้ฝืนบังคับ ตัวตนสูงส่งอย่างผู้ชี้ชะตาของตลาดมังกรดำเช่นนี้ เกรงว่าคงมีแต่ต้องให้เจ้าสำนักไปเชิญด้วยตนเองเท่านั้นจึงจะยอมมา”
ตลาดมังกรดำมีความพิเศษมาก เป็นหนึ่งในสามตลาดมืดใหญ่ของแดนเซียน มีอิทธิพลที่ไม่ธรรมดาในหมู่ผู้ฝึกปีศาจของแดนเซียน!
ยกตัวอย่างง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนฐานะใด ขอเพียงเข้าสู่ตลาดมังกรดำ ล้วนต้องทำตามกฎระเบียบของตลาดมังกรดำทั้งสิ้น!
อย่าว่าแต่ราชันเซียนเลย ต่อให้เป็นมหาเซียนมาเยือนด้วยตนเอง ก็ยังไม่ไม่กล้าทำตัวบาทใหญ่ในที่แห่งนี้เช่นกัน!
………………..