บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1563: โองการเทพ
ตอนที่ 1563: โองการเทพ
เหล่าราชันเซียนล้วนกบฏกันอย่างรวดเร็วแสนเป็นธรรมชาติ
เป็นสิ่งที่ไร้ผู้ใดคาดคิด
วาจาที่ซูอี้เพิ่งกล่าวไว้ปรากฏขึ้นในใจของฟางหานในทันที
“วิธีการซื้อใจผู้คนเช่นนี้ของลัทธิหมื่นวิญญาณ ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ผลดีนัก!”
นี่คงกล่าวได้ว่าผู้ใช้อำนาจผูกมิตร ท้ายที่สุดก็แหลกมลายยามสิ้นอำนาจ!
การปรากฏตัวของราชันวิถีมังกรแดงสยบทุกความหยิ่งผยองของลัทธิหมื่นวิญญาณในพริบตา และยังทำให้พวกราชันเซียนเก้ากระเรียนขวัญหนีดีฝ่อ เลือกถอยหนีไร้ลังเล!
และเมื่อเผชิญเหตุเช่นนี้ ก่อนที่ราชันวิถีมังกรแดงจะได้แสดงจุดยืน หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงก็อดหัวเราะอย่างเดือดดาลมิได้!
“ไอ้แก่เลวพวกนี้… คิดจริง ๆ หรือว่าข้าผู้นี้จะปราชัย?”
สีหน้าของหัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงแสนเคียดแค้น
ราชันเซียนเก้ากระเรียนกล่าวอย่างไร้อารมณ์ “สหายเต๋า ผู้อาวุโสราชันวิถีมังกรแดงอยู่ตรงหน้า ข้าว่าเจ้าควรมอบตัวเสียดีกว่า หาไม่ เจ้าได้ตายอนาถแน่”
“ถูกต้อง ไม่ว่าเจ้าจะดื้อดึงเพียงใด ข้าก็มิอยู่รอความตายหรอก!”
ราชันเซียนอัคคียันต์กล่าวอย่างเย็นชา
ทันใดนั้น พวกเขาต่างชี้คมหอกเข้าใส่หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงโดยพร้อมเพรียง
เซียวจวี้และยอดฝีมืออื่น ๆ จากลัทธิหมื่นวิญญาณล้วนโกรธเคืองจนปอดแทบระเบิด ก่อนหน้านี้ยามรับรางวัล คนเหล่านี้ตบอกรับคำดิบดีว่าจะอยู่และตายเพื่อลัทธิหมื่นวิญญาณต่อจากนี้
ทว่ายามนี้กลับแปรพักตร์ไวว่อง!
โลกนี้ไร้จีรัง
หญิงสาวยืนนิ่งเงียบ ไร้วาจาใด
ซูอี้ทำเพียงมองอย่างเฉยชา
ราชันเซียนแล้วอย่างไร?
ต่อหน้ามหาเซียน พวกเขาช่างเปราะบาง!
“ฮ่า ๆๆ!”
หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงเชิดหน้าหัวเราะลั่นนภา “พวกเขาไม่อยากรู้หรือว่าโองการเทพที่พวกข้าลัทธิหมื่นวิญญาณเรียกมารับฟังเป็นเช่นไร? ยามนี้ ข้าผู้นี้จะฆ่าไอ้แก่พวกนี้ก่อน รอดูเถิด!”
ทันทีที่เอ่ยวาจา มือของเขาก็คว้าไปบนอากาศ
ยันต์โองการชิ้นหนึ่งพลันปรากฏขึ้น เรืองรองประกายแสงทอง เจิดจรัสด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์
ปราณศักดิ์สิทธิ์ซึ่งแผ่ออกมานั้นทรงพลังเพียงพอให้ท้องนภาสั่นสะเทือน ทั่วโถงหลักเมฆมงคลสะท้านไหว
“ทุกผู้หลบข้างหลังข้านะ!”
หญิงสาวกล่าวเสียงเบา นัยน์ตาสีทองหม่นหดตัว
ราชันเซียนซิงอวี้และเฟิงเย่อวิ๋นล้วนมิกล้าโอ้เอ้ ถอยกลับโดยพร้อมเพรียง
หัวใจของพวกเขาทั้งสองสั่นสะท้าน สีหน้าเคร่งขรึม อำนาจจากยันต์นั้นทรงพลังเสียจนราชันเซียนเช่นพวกเขายังนึกกลัวโดยสัญชาตตญาณ!
“นี่หรือคือโองการเทพ?”
ร่างของชิงเวยสั่นสะท้าน
นางเองก็สัมผัสได้ว่าปราณจากยันต์ชิ้นนั้นร้ายกาจอย่างยิ่ง ให้ความรู้สึกหนาวเหน็บราวดาบจ่อคอ
มีเพียงซูอี้ผู้ยังเยือกเย็น
เขาประหารทูตสวรรค์มานักต่อนัก ทั้งยังเคยงัดข้อกับเจตจำนงโองการเทพมาแล้ว กล่าวได้ว่ามีประสบการณ์และย่อมมิตื่นตระหนก
“นี่…”
ราชันเซียนเก้ากระเรียน ราชันเซียนอัคคียันต์และคนอื่น ๆ ล้วนเปลี่ยนสีหน้า ปรากฏความครั่นคร้าม
“ผู้อาวุโสมังกรแดง โปรดช่วยเราด้วย!”
บางผู้ตะโกน เร่งรุดไปหาราชันวิถีมังกรแดง พยายามหาที่พึ่งพิง
หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงโกรธจนเปี่ยมจิตสังหาร โจมตีทันทีโดยไร้ปรานี
“ตาย!”
เขาโบกยันต์บนอากาศ
ฉัวะ!
คมมีดอันก่อเกิดจากบัญญัติกฎเกณฑ์พุ่งออกจากยันต์สีทอง วูบไหวในอากาศ สังหารราชันเซียนผู้นั้นทันที
โลหิตสาดกระเซ็น วิญญาณแหลกสลาย!
หนึ่งราชันเซียนถูกสังหารอย่างง่ายดาย สายเกินกว่าจะขัดขืน!!
อำนาจของโองการเทพนี้ทำให้ทุกผู้ตื่นตะลึง
ราชันเซียนเก้ากระเรียน ราชันเซียนอัคคียันต์และคนอื่น ๆ หันหลังเผ่นหนี แต่ละผู้หนีเร็วยิ่ง
แต่มีหรือหัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงจะปล่อยพวกเขาให้สมใจ?
เพียงพริบตา คมมีดบัญญัติกฎเกณฑ์สายแล้วสายเล่าก็พุ่งทะยาน สังหารพวกราชันเซียนเก้ากระเรียนลงทันที
โลหิตหลั่งเป็นธาร!
“ยามนี้ สหายเต๋ามังกรแดงสำนึกแล้วหรือยัง?”
ดวงตาของหัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงมืดทะมึน
หนึ่งมือของเขาถือยันต์ จิตสังหารเต็มเปี่ยมเยี่ยงเทพอวตาร เผยอำนาจน่าสะพรึงกลัว
เหล่ายอดฝีมือจากลัทธิหมื่นวิญญาณล้วนปรีดา ดวงตาเปี่ยมความตื่นเต้น
เดิมที ด้วยการมาถึงของราชันวิถีมังกรแดง พวกเขาล้วนสิ้นอาวรณ์ คิดว่าคงตายแน่ในครานี้
มิคาดเลยว่าเมื่อหัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงนำโองการเทพออกมา เขาจะกลับกระแสตาลปัตรได้ทันที!
ราชันเซียนซิงอวี้และเฟิงเย่อวิ๋นมองหน้ากัน มือเท้าเย็นเฉียบไปหมด
ก่อนหน้านี้ ภาพที่ราชันเซียนเก้ากระเรียนทั้งหกถูกสังหารเยี่ยงผักหญ้าถูกเก็บเกี่ยวยังคาตา พวกเขาหรือจะไม่เข้าใจความน่าสะพรึงกลัวของโองการเทพนั่น?
เป็นอาวุธสังหารสั่งตายโดยแท้!
ชิงเวยเองก็เป็นกังวล ดวงตาหันมองซูอี้อย่างช่วยมิได้
นางเคยได้ยินซูอี้พูดว่าก่อนหน้านี้เขาบาดเจ็บเพราะต่อกรกับทูตสวรรค์ผู้หนึ่ง!
ทว่า เมื่อนางเห็นท่าทีสุขุมผ่อนคลายของซูอี้มิได้แปรเปลี่ยน หัวใจของชิงเวยก็ผ่อนคลายเล็กน้อย
“สำนึก? ไม่ล่ะ โองการเทพก็แค่โองการเทพ มิใช่อำนาจของเจ้าเสียหน่อย มันฆ่าข้าในตลาดมังกรดำนี้มิได้หรอก!”
ดวงตาของหญิงสาวยังคงเฉยชาเช่นกาลก่อน
“เฮอะ!”
หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงกล่าวเสียงเย็น “ยามข้ามา เจ้าลัทธิก็สั่งการไว้แล้วว่าไม่ว่าจะเกิดสิ่งใด จะดีที่สุดหากเรามิกระทบกระทั่งกับท่าน ยามนี้ข้าให้โอกาสท่านอีกครั้ง หยุดเสียที่นี่ แล้วเราก็ยังมีพื้นที่ให้เจรจา หาไม่…”
ทันทีที่พูดถึงตรงนี้ หญิงสาวก็ส่ายหน้ากล่าวขัด “ไม่ล่ะ เจ้าต้องตาย!”
กล่าวจบ นางก็ยกมือขึ้นคว้า
ตู้ม!
หอกเล่มหนึ่งทะยานออกมา
ทั้งเล่มสีดำทมิฬดุจหมึก มีลวดลายมังกรราวเกิดโดยธรรมชาติ แดนดินถูกฉีกกระชากขาดเป็นริ้ว แผ่ออกรอบข้างดุจรอยกระเพื่อม
หอกโครงกระดูกมังกร!
ยามหอกนี้ปรากฏ บรรยากาศของหญิงสาวพลันแปรเปลี่ยน ร่างเล็กบางดูจะปลุกอำนาจอันหลับใหลให้ลุกโชน
ทันใดนั้น แสงสีเลือดก็ทะยานเวหา มังกรคำรนเลื่อนลั่น
อำนาจค่ายกลโบราณทั่วโถงหลักเมฆมงคลต่างรวมตัว ณ หอกของหญิงสาว
ดูราวการโจมตีนี้เป็นเช่นตะวันอันไร้จำกัด!
จากนั้น หญิงสาวก็ก้าวออกมาแทงหอก
ทรงอำนาจมิอาจกีดขวาง!
เสียงอุทานดังขึ้นมิขาดสาย ผู้ฝึกฝนต่ำต้อยหวาดผวา มิอาจทนอำนาจมังกรร้ายกาจจากร่างของหญิงสาวได้
เซียนขอบเขตจักรวาลบางผู้ตกใจจนสลบ
เซียนแท้ขอบเขตสุญตาล้วนกรีดร้องโหยหวน
“เจ้ารนหาที่ตายเองนะ!”
หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงเรียกใช้โองการเทพอย่างดุเดือด ฟาดฟันคมมีดบัญญัติกฎเกณฑ์ออกหนึ่งสาย
เคร้ง!!!
เสียงระเบิดสนั่นลั่นทะลวงโสต
ตาเปล่าก็เห็นได้ว่ายามคมมีดบัญญัติกฎเกณฑ์ปะทะหอกโครงกระดูกมังกร เกิดเป็นแสงเจิดจรัสสาดจ้า จากนั้น หอกโครงกระดูกมังกรก็สั่นสะท้าน ร่างของหญิงสาวเซถอยไปสิบกว่าก้าว
ใบหน้าน้อยอันอ่อนเยาว์เรื่อแดง โลหิตปั่นป่วนเดือดพล่าน
เห็นได้ว่าแม้นางจะหยุดการโจมตีนี้ได้ นางก็มิสบายตัวนัก!
ไร้ความลังเล!
ท่าทีทรงอำนาจนี้ทำให้ความเคร่งเครียดปรากฏบนใบหน้าหัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงเช่นกัน
ถึงโองการเทพจะทรงพลัง ท้ายที่สุดมันก็มีอำนาจจำกัด ใช้หลาย ๆ หนมิได้
หาก ‘ราชันวิถีมังกรแดง’ ผู้ลึกลับสูงสุดนี้มิถูกปราบโดยเร็ว สถานการณ์วันนี้จะเกินคาดคะเน
“ฆ่า!”
หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงตวาดลั่น โคจรการฝึกฝนทั้งหมดเรียกใช้ยันต์
ตู้ม!
แผ่นยันต์ระเบิดแสงทองสว่างจ้า อำนาจบัญญัติกฎเกณฑ์ควบแน่นเป็นคมมีดซัดออกไปตาม ๆ กัน
ทุกการโจมตี สังหารราชันเซียนลงได้อย่างง่ายดาย
ทว่าหญิงสาวหาถอยหลบไม่
นางโบกหอกโครงกระดูกมังกร รอบข้างเปี่ยมด้วยเสียงมังกรคำรน เพียงพริบตาก็โจมตีออกไปหลายต่อหลายหน หยุดคมมีดทั้งหมดไว้ได้
ทว่าทุกหนที่ขวางคมมีด ร่างเล็กบางของนางก็จะสั่นสะท้านรุนแรง หัตถ์หยกซึ่งถือหอกโครงกระดูกมังกรสั่นสะท้านเสียจนปริแตก โลหิตหลั่งไหลพร่างพรม
จนเมื่อนางขวางคมมีดทั้งหมดได้ ใบหน้าน้อยของนางก็ซีดขาว มุมปากหลั่งโลหิต ผิวกายแหลกร้าว
รอยร้าวชวนตะลึงปรากฏขึ้นบนหอกโครงกระดูกมังกร
“นั่นพลังขององค์เทพเทียนอู้เลยนะ! ไฉนจึงถูกหยุดไว้ได้?”
เซียวจวี้อุทาน
ยอดฝีมือทั้งหลายจากลัทธิหมื่นวิญญาณต่างก็เปลี่ยนสีหน้า
ราชันวิถีมังกรแดงผู้นี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว!
ราชันเซียนซิงอวี้และเฟิงเย่อวิ๋นต่างมีสีหน้ากังวลเช่นกัน
แม้ราชันวิถีมังกรแดงจะขวางอำนาจโองการเทพไว้ได้ นางเองก็บาดเจ็บสาหัส!
ไม่ว่าผู้ใดก็เห็นได้ว่าราชันวิถีมังกรแดงจะทนได้ไม่นาน!
“หากท่านตาย ตลาดมังกรดำจะปั่นป่วน รับผลลัพธ์เช่นนั้นได้หรือ?”
หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงกล่าวเสียงเย็น
ใบหน้าของเขาดำคล้ำ โองการเทพนี้เป็นอาวุธสูงสุดของลัทธิหมื่นวิญญาณ และตลอดกาลนานมา ลัทธิหมื่นวิญญาณได้รับโองการเทพมาเพียงสองชิ้น
อาวุธสังหารยิ่งใหญ่เพียงนี้ ทุกครั้งที่ใช้ย่อมเป็นการสิ้นเปลืองมหาศาล มิอาจซ่อมแซมกลับมาได้
ทว่ายามนี้ เพียงเพื่อรับมือราชันวิถีมังกรแดงผู้เดียว อำนาจโองการเทพในมือเขากลับเหือดแห้งไปเกินครึ่ง มีหรือเขาจะมิรู้สึกเครียด?
“ข้าบอกแล้ว พวกเจ้าทั้งหมดสมควรตาย ไม่ผิดวาจา”
หญิงสาวเม้มปาก ใบหน้าน้อยอ่อนเยาว์ของนางสุขุมไร้อารมณ์
แม้ความเป็นความตายนางยังมิสนใจ มีหรือจะมัวสนว่าบาดแผลบนร่างร้ายแรงเพียงใด?
ใครจะสนว่าตลาดมังกรดำจะเป็นเช่นไร?
“ก็แค่ยันต์แผ่นเดียว เจ้ามิต้องทุ่มเทนัก ให้ข้าจัดการเถอะ”
หนึ่งร่างสูงใหญ่พลันปรากฏตรงหน้าหญิงสาว
เขาคือซูอี้
หญิงสาวผงะตะลึง นัยน์ตาสีทองหม่นปรากฏประกาย
“เจ้าหรือ?”
หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงหัวเราะเย้ยหยัน “ก็มาสิ ข้าผู้นี้รับประกันได้ว่ามิต้องใช้โองการเทพ มือเดียวข้าก็ฆ่าเจ้าได้แล้ว!”
เซียวจวี้และพวกเองก็หัวเราะ
ราชันเซียนซิงอวี้และเฟิงเย่อวิ๋นมองหน้ากัน
ราชันวิถีมังกรแดงบาดเจ็บเพียงนี้ แล้วตัวตนซึ่งยังมิก้าวสู่วิถีเซียนกล้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร?
ฟางหานเองก็ผงะ
เจ้าคนวางท่าโอหังผู้นี้มีวิถีรับมืออำนาจเทพจริง ๆ หรือ!?
มีเพียงชิงเวยผู้ดูโล่งใจ ดวงตาเรืองประกาย
ใต้เท้าจอมราชัน เขา… ถึงกาลโจมตีจนได้!
ซูอี้มิพูดพร่ำ
เขาก้าวไปเบื้องหน้า ปราณบนร่างทะยานสูงทุกย่างก้าว นัยน์ตาลึกล้ำเปี่ยมประกายเย็นเยียบ
“ตาย!”
หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงกระทำการสมวาจา ยกมือขึ้นเพียงหนึ่งแล้วฟาดใส่ซูอี้
ตู้ม!
วจีดาบดังแว่วขึ้น
ซูอี้มิได้ขยับเขยื้อน ทว่าหนึ่งเงาดาบมายาปรากฏขึ้นบนเวหา
อำนาจฝ่ามือของหัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงระเบิดสิ้นเยี่ยงฟองคลื่น
เขาตกตะลึง ใช้ยันต์โดยมิลังเล
ทว่าเพียงพริบตา โองการเทพซึ่งลัทธิหมื่นวิญญาณถือเป็นอาวุธสูงสุดก็ถูกเงาดาบมายานั้นบดขยี้แหลกสลาย แปรเปลี่ยนเป็นละอองแสงพร่างพรมเช่นน้ำตก
พิรุณแสงนั้นเจิดจรัสเสียจนสาดแสงสะท้อนบนหน้าหัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียง ทำให้สีหน้าของเขาแข็งทื่อ ปรากฏความตะลึง ตกใจและงุนงง
นี่มันอำนาจอันใดกัน จึงบดขยี้โองการเทพได้เช่นนี้?!
ฉัวะ!
ขณะที่หัวใจของหัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงกำลังตกตะลึงอยู่นั้น หอกกระดูกก็ทะลวงคอของเขา
คมหอกบิดเล็กน้อย
แล้วศีรษะใหญ่ก็กระดอนสู่เวหา