บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1579: ราชันเซียนปรากฏ
ตอนที่ 1579: ราชันเซียนปรากฏ
ไฉเป่ยทงคุกเข่ากับที่
ศพของชายวัยกลางคนชุดทองกระจายเป็นสองส่วน นอนจมกองเลือด
ดาบวิถีคู่ชีพของลวี่ชางซิ่วถูกทำลาย ใบหน้าซีดขาว
เจ้าเฒ่าผู้นั้นเหลือเพียงจิตวิญญาณ
วาจาของซูอี้ดูเรื่อยเฉื่อยแผ่วเบา ทว่ากลับอหังการสะท้านทั่วห้อง ทำให้บรรยากาศพลันหม่นหมอง
หัวใจผู้คนหดหู่
ตัวตนผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ได้ล้วนยิ่งใหญ่สูงค่า แต่ละผู้ล้วนมีชื่อเสียงและที่มาสะเทือนโลกา
ทว่ายามนี้ พวกเขาล้วนสิ้นวจี
สายตาของพวกเขามองฮัวซิงเฉินผู้ยืนตรงหน้าเก้าอี้ประธานกลางห้องอย่างเผลอไผล
สีหน้าของฮัวซิงเฉินดำมืดเยี่ยงก้นธาร สายตาจับจ้องซูอี้เขม็งเยี่ยงอินทรี อ้าปากกล่าวทำลายบรรยากาศอึมครึม
“นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด”
ฮัวซิงเฉินกล่าวอย่างเฉยชา “หากท่านยินยอม ข้าอธิบายให้ฟังได้”
เสวี่ยหงเฟิงแทบอดหัวเราะมิได้ ‘เข้าใจผิด? เจ้าฮัวซิงเฉินพูดจาไร้ยางอายยิ่งนัก!’
เรื่องนี้ วิธีการของซูอี้เรียบง่ายยิ่งนัก เขาก้าวเข้าไปหาลวี่ชางซิ่ว คว้าคอหญิงสาวยกขึ้น
“เจ้าจะทำอันใด?”
ฮัวซิงเฉินหน้าเสีย “ปล่อยเร็วเข้า!”
ลวี่ชางซิ่วกรีดร้อง “หากเจ้ากล้าฆ่าข้า อาจารย์ลุงข้ามาเมื่อไหร่ เขามิละเว้นเจ้าแน่!”
กร๊อบ!
อึดใจต่อมา ลวี่ชางซิ่วก็ถูกบิดคอ
คนทุกผู้ล้วนผงะเกินเชื่อลง
ไม่ว่าอย่างไร ลวี่ชางซิ่วก็เป็นบุตรีผู้ภาคภูมิแห่งสวรรค์ มีนามติดทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาล และยังเป็นทายาทสัตว์ประหลาดเฒ่าในระดับราชันเซียนในลัทธิมารนรกโลหิตอีกด้วย!
ทว่ายามนี้กลับถูกซูอี้หักคอ!
“นี่ก็เป็นเรื่องเข้าใจผิดเช่นกัน”
ซูอี้กล่าวอย่างเฉยชา
สีหน้าผู้คนเกินคาดเดา
เข้าใจผิดบ้าอันใด นี่มันตบหน้าฮัวซิงเฉินแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันชัด ๆ!
“ท่านอยากพูดอันใดกันแน่?”
เถาซานอวิ๋นอดกล่าวมิได้ “ต้องฆ่าทุกผู้ในห้องนี้ก่อนจึงพอใจหรือไร?”
เขาเองก็เป็นผู้ล้ำเลิศในทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาล อยู่ในลำดับ 46
ก่อนหน้านี้ เขานั่งอยู่กับไฉเป่ยทงและลวี่ชางซิ่ว
ทว่ายามนี้ ไฉเป่ยทงถูกกดให้คุกเข่ากับพื้น และลวี่ชางซิ่วก็กลายเป็นศพ ทั้งหมดนี้ทำให้เขาตื่นตระหนกอย่างยิ่ง
ซูอี้ส่ายหัว “ผิดแล้ว ข้าไม่ใช่ผู้ฆ่าคนมิแยกแยะ หนี้มีนาย ไม่ว่าผู้ใดกระทำกรรม ก็ต้องรับราคาของมัน”
สายตาทุกผู้มองไปยังฮัวซิงเฉินอีกครั้ง
ฮัวซิงเฉินผ่อนหายใจยาว
สายตาของเขาพลันเฉียบคมเยี่ยงดาบ สีหน้าเฉยเมย “ในเมื่อเจ้าดื้อด้านวอนหาที่ตาย ข้าก็… สงเคราะห์ให้!”
ตู้ม!
เขายกมือขึ้นคว้า ดาบยาวสีเลือดเล่มหนึ่งพลันทะยานออก
อำนาจของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นร้ายกาจยิ่ง เรือนผมยาวปลิวไสวบนอากาศรอบร่างเดือดพล่าน
อำนาจค่ายกลทั่วห้องกระเพื่อมไหวอย่างดุดัน
ฮัวซิงเฉินผู้อยู่ในลำดับ 16 แห่งทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลทำให้ทุกผู้ตกตะลึง อดเฝ้ารอผลมิได้
“ในเมื่อพี่ฮัวอยากลงมือ ข้าหรือจะอยู่นิ่งเฉยได้?”
เถาซานอวิ๋นใบหน้าปรากฏจิตสังหาร
ทันใดนั้น คนทุกผู้ก็ดูจะตื่นจากภวังค์ “ใช่ เราร่วมมือกันฆ่าสัตว์ร้ายนี่เถอะ!”
ชั่วขณะนั้น กลุ่มผู้แข็งแกร่งล้วนเดือดดาลพร้อมประชัน
ภาพนี้ทำให้ร่างของเสวี่ยหงเฟิงแข็งค้าง ขวางหน้าปกป้องฟางหานโดยมิรู้ตน
ซูอี้ส่ายหัว
เขามิได้คิดจะฆ่าคนละเลงเลือดอย่างจริงแท้ จึงรามือและมิคิดพาผู้บริสุทธิ์เข้าพัวพัน
ทว่ายามนี้ ดูเหมือนคนทั้งหมดนี้ เว้นเพียงคนกลุ่มน้อยผู้มิประกาศจุดยืน พวกเขาส่วนใหญ่ดูจะตัดสินใจร่วมมือกับฮัวซิงเฉิน!
นี่โง่เง่าหรือไร?
ไม่ใช่หรอก
แค่เพราะในใจมีที่พึ่งอื่นเท่านั้นแหละ
ไร้การรีรอ ซูอี้ปัดฝุ่นจากแขนเสื้อแล้วเดินเข้าหาฮัวซิงเฉิน
“ฆ่า!”
ยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งคำรามและโจมตีด้วยกัน
ผู้ฝึกตนซึ่งอ่อนแอที่สุดล้วนเป็นเซียนขอบเขตจักรวาล ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดมีกระทั่งเซียนแท้ขอบเขตสุญตา ทุกผู้ล้วนใช้สมบัติทุ่มสุดกำลัง
ตู้ม!!
ทั่วทั้งห้องสั่นสะท้าน
ลวดลายค่ายกลนับไม่ถ้วนบนตัวเรือเมฆาขนาดเท่าเมืองซึ่งกำลังเร่งรุดใต้ท้องนภาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ตัวตนนับไม่ถ้วนบนเรืออดตะลึงหยุดการเคลื่อนไหวมิได้
เกิดอันใดขึ้น?
ยามนี้ ซูอี้เริ่มเข่นฆ่าแล้ว
อาภรณ์โบกไสว มือขวากำหมัดชก
ตู้ม!!
แดนดินถล่มสิ้น
ทุกที่ซึ่งหมัดอันอหังการดุร้ายเคลื่อนผ่าน วิชาเซียนอันเลิศล้ำต่างแตกสลายราวฟองคลื่น สมบัติเซียนเจิดจรัสทรงพลังชิ้นแล้วชิ้นเล่ากระเด็นสั่นสะท้านร้องระงม
มิอาจขัดขืนใด ๆ!
และเมื่อหมัดอันทรงพลังของซูอี้ระเบิดออกโดยสมบูรณ์
ราวธารดาราเก้าสวรรค์ทะลักไหล ยอดฝีมือวิถีเซียนเจ็ดแปดคนซึ่งหลบมิทันถูกระเบิดแหลกเลือดเนื้อสาดกระจาย
ในหมู่พวกเขายังรวมถึงเซียนแท้ขอบเขตสุญตาสองคน!
ฮัวซิงเฉินซึ่งถูกอำนาจหมัดนี้ชกจนเซถอยพลันสีหน้าแปรเปลี่ยน
ไฉนคนผู้นี้จึงร้ายกาจนัก?
ตัวตนวิถีเซียนอื่น ๆ ในห้องก็ชุ่มเหงื่อเย็น0อย่างหวาดผวา เดิมทีพวกเขาคิดว่าหากร่วมมือกัน ต่อให้ฆ่าซูอี้มิได้ ก็คงหยุดเขาไว้ได้
แต่ใครเล่าจะคาดว่าสงครามเพิ่งเริ่ม อีกฝ่ายก็แสดงอำนาจไร้เทียมทานออกมาด้วยเพียงหนึ่งหมัด!
ร้ายกาจยิ่ง!
และนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
ในเมื่อซูอี้ลงมือ เขาย่อมสิ้นความเกรงใจ
ย่างก้าวของเขาดูไม่ช้ามิเร็ว บรรยากาศเรื่อยเฉื่อยเยือกเย็น กระทั่งการโจมตีของเขายังดูเรียบง่ายดาษดื่น ไร้ร่องรอยความวิเศษอลังการใด ๆ
ทว่าทุกการโจมตีล้วนไร้เทียมทาน ป่นทุกสิ่งสิ้นป้องกัน!
เพียงไม่กี่พริบตา ยอดฝีมือผู้โวยวายจะร่วมมือกับฮัวซิงเฉินล้วนถูกกดดันทึ่มทื่อ!
รวมถึงเถาซานอวิ๋น ตัวตนสูงสุดผู้หนึ่งในหมู่เซียนขอบเขตจักรวาลด้วย!
กลิ่นโลหิตคละคลุ้ง
ทุกอย่างเละเทะ
ห้องโถงอันโอ่อ่าดูจะแปรเปลี่ยนไปเป็นนรกสีเลือด
เหล่ายอดฝีมือผู้มิเคยลงมือล้วนนิ่งตะลึง วิญญาณหลุดละล่อง
คนทุกผู้รู้ว่าหากตนประกาศจุดยืนจะรุมโจมตีซูอี้เมื่อก่อนหน้า พวกเขาในยามนี้คงลงไปกองกับพื้นกันแล้ว!
“ที่นี่คือหอเมฆาเหมันต์ของสำนักเซียนหมื่นหยกงาม บนเรือเมฆานี้ก็มีท่านอาจารย์อาหลิวเหิงจากสำนักข้าอยู่ เจ้า…อย่าเข้ามานะ!!”
ฮัวซิงเฉินถอยกรูด สีหน้าเปี่ยมความกลัวกระวนกระวาย
เส้นผมของเขาสยายรุงรัง ชุ่มด้วยเลือดจากบาดแผลศึกเมื่อครู่
“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังถ่วงเวลา”
ซูอี้กล่าวเสียงเรียบ “ในเมื่อเจ้ากล้าลงมือ เจ้าต้องมั่นใจพึ่งพาบางอย่าง แต่โชคร้าย เป็นเช่นที่ข้าพูด ต่อให้เจ้าสวรรค์จุติมา ก็ช่วยชีวิตเจ้ามิได้หรอก”
ยามนี้ คนกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้ามาในห้อง
“มาฆ่าคนในถิ่นสำนักเซียนหมื่นหยกงามของข้า เจ้าช่างหาญกล้านัก!”
ชายร่างสูงคนแรกตะโกน
พวกเขาช่างแข็งกร้าวกดดัน ทุกสายตาจับจ้องซูอี้อย่างไม่เป็นมิตร
ฮัวซิงเฉินโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด “คนจากสำนักเซียนหมื่นหยกงามมาแล้ว เจ้าแน่ใจหรือว่าจะฆ่าคนต่อ?”
ซูอี้พยักหน้า “แน่นอน”
กล่าวจบ เขาก็เอื้อมมือคว้าบนอากาศ
ฮัวซิงเฉินราวแมลงในกำมือ ถูกคว้าไว้โดยซูอี้
“สามหาว! กล้าลงมือต่อหน้าข้า อย่าหวังว่าจะได้รับการอภัย!”
ชายร่างสูงตะคอกพลางลงมือทันที
ซูอี้สะบัดแขนเสื้อ
เปรี้ยง!!
ชายร่างสูงกระเด็นร่วงลงกระแทกพื้น กระอักเลือดอย่างรุนแรง ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง!
ภาพนี้ทำให้เหล่ายอดฝีมือผู้มากับชายร่างสูงผงะเปลี่ยนสีหน้า พวกเขาล้วนระแวดระวัง มิกล้าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า
“เจ้ารู้ผลกระทบของเรื่องนี้หรือไม่?”
“หยุดเสียให้ไวจะดีกว่า ผู้อาวุโสสูงสุดของข้ามาเมื่อไหร่ เจ้าจบเห่แน่!”
เหล่ายอดฝีมือจากสำนักเซียนหมื่นหยกงามล้วนออกมาตำหนิข่มขู่ตาม ๆ กัน
เสวี่ยหงเฟิงเป็นคนแรกที่ดูอึดอัด กล่าวขึ้นด้วยเสียงเย็น “ยามผู้ติดตามสหายเต๋าซูถูกพวกเขารังแก พวกเจ้าไม่โผล่มา แต่เมื่อสหายเต๋าซูมาช่วยคน พวกเจ้ากลับมา นี่คือกฎสำนักเซียนหมื่นหยกงามของพวกเจ้าหรือ?”
“มิต้องพูดกันหรอกเรื่องนั้น”
ซูอี้เหวี่ยงฮัวซิงเฉินลงกับพื้น ก้าวเท้าเหยียบย่ำแล้วมองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะกล่าวอย่างเฉยชา
“แต่อย่าห่วงไป ข้ายังมิฆ่าเขาตอนนี้หรอก แต่รอดูก่อนว่าจะมีใครมาช่วยชีวิตเขาที่นี่วันนี้ได้บ้าง”
รอบข้างเงียบสงัด
เหล่ายอดฝีมือจากสำนักเซียนหมื่นหยกงามล้วนตกตะลึงกับกิริยาแข็งกร้าวของซูอี้
ไม่อาจคาดคิดได้เลยว่าชายหนุ่มชุดเขียวผู้นี้ต้องมั่นใจเพียงไรจึงกล้ากล่าวเช่นนี้
เสวี่ยหงเฟิงมองฮัวซิงเฉินผู้ถูกเหยียบย่ำบนพื้นและกล่าวในใจ ข้าบอกเจ้าตั้งนานแล้วว่าหากไม่หยุด หายนะจะบังเกิด แต่เจ้าก็มิฟัง
สมควรตาย!
เสวี่ยหงเฟิงเองก็ตกตะลึงเช่นกัน
เขาไม่ได้พบผู้ไร้ปรานีเช่นซูอี้มาเนิ่นนาน
ในอดีต ดูเหมือนตัวตนวิถีเซียนผู้สูงส่งในห้องนี้จะสามารถแก้ปัญหาทุกสิ่งมิว่าเรื่องใดก็ย่อมได้ด้วยขุมกำลังเบื้องหลังตน
แม้จะพบตัวตนทรงพลังกว่าบางผู้ ก็ยังต้องคิดถึงขุมกำลังเบื้องหลังพวกเขาและเลือกรอมชอม
ทว่าซูอี้แตกต่างออกไป
เขาหาครั่นคร้ามไม่ ลงมือสังหารเฉียบขาด!
สิ่งที่สะเทือนจิตที่สุดคือ เห็นได้ชัดว่าเขารู้ที่มาของฮัวซิงเฉิน และยังรู้ว่าเรือเมฆานี้เป็นของสำนักเซียนหมื่นหยกงาม แต่ก็หาสนใจไม่
เพียงกิริยาเช่นนี้ก็ทำให้เสวี่ยหงเฟิงอึ้งทึ่งได้แล้ว
ทันใดนั้น เสียงเสวนาก็ดังขึ้นนอกโถง
“มิคาดเลยว่าบนเรือเมฆาของสำนักเซียนหมื่นหยกงามของพวกเจ้ายังมีผู้กล้ากระทำผิดที่นี่ด้วย!”
“พี่ฉินอย่าเพิ่งโกรธ ข้าจะให้คำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องวันนี้เอง!”
“หึ!”
…พร้อมกันนั้น บุคคลทั้งสองก็เข้าห้องมาแทบจะพร้อมกัน
หนึ่งเป็นชายวัยกลางคนร่างสูงท่าทางทรงปัญญา ดวงตาหรี่เล็ก
อีกหนึ่งเป็นชายชราผมขาวดุจเงิน แก่หง่อม
จากร่างคนทั้งสองมีปราณของราชันเซียนแผ่ออกมา!
“คารวะผู้อาวุโสสูงสุด!”
เมื่อพบชายวัยกลางคน เหล่ายอดฝีมือจากสำนักเซียนหมื่นหยกงามทั้งหมดล้วนถอนใจโล่งอกและคำนับอย่างนอบน้อม
ชายวัยกลางคนผู้นั้นมิใช่ใครอื่น นอกจากผู้อาวุโสสูงสุดฟู่อวิ๋นจงแห่งสำนักเซียนหมื่นหยกงาม!
“ท่านอาจารย์อา!”
และเมื่อเห็นชายชราผมขาว ฮัวซิงเฉินก็อดอุทานอย่างตื่นเต้นมิได้
ฮั่วซิว!
ตัวตนระดับราชันเซียนแห่งลัทธิมารนรกโลหิต สัตว์ประหลาดเฒ่าวิถีมารผู้ลือนามแสนนาน
ด้วยการปรากฏตัวของสองราชันเซียนฮั่วซิวและฟู่อวิ๋นจง บรรยากาศในห้องพลันแปรเปลี่ยนกดดัน
กระทั่งเสวี่ยหงเฟิงยังอดสูดหายใจเฮือกมิได้ หัวใจกระเด้งกระดอน ไม่คาดว่าครานี้จะมีราชันเซียนจากสำนักเซียนหมื่นหยกงามอยู่บนเรือเมฆานี้ด้วย
และมิคาดเลยว่ารอบนี้ ผู้เดินทางกับฮัวซิงเฉินจะมีสัตว์ประหลาดเฒ่าฮั่วซิวรวมอยู่ด้วย!
‘จบเห่แล้ว ยามนี้สหายเต๋าซูทะลวงไปมิได้แน่!’
หัวใจของเสวี่ยหงเฟิงร่วงลงหุบเหว
………………..