บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1580: ต่างผู้ล้วนมาช่วยเหลือ
………………..
ตอนที่ 1580: ต่างผู้ล้วนมาช่วยเหลือ
กลิ่นคาวเลือดในห้องคละคลุ้งจนยากหายใจ ซากศพเศษสมบัติเกลื่อนพื้นเต็มไปหมด
ฮั่วซิวและฟู่อวิ๋นจงต่างมีสีหน้าดำคล้ำ
โดยเฉพาะยามเห็นฮัวซิงเฉินถูกเหยียบใต้เท้าซูอี้ สีหน้าของฮั่วซิวนั้นย่ำแย่สุดขีด
“นี่… เกิดอันใดขึ้น?”
ฮั่วซิวโกรธเคือง อำนาจราชันเซียนไม่ได้ถูกปิดบังอีกต่อไป มันกวาดไปทั่วห้อง กดดันจนทุกผู้แทบมิอาจหายใจ
“พี่ชายร่วมวิถี โปรดใจเย็นก่อน”
ฟู่อวิ๋นจงหรี่ตามองซูอี้ “โปรดปล่อยคนก่อน แล้วข้าจะให้โอกาสท่านอธิบาย”
ซูอี้หาสนใจไม่
เขามองลงกล่าวกับฮัวซิงเฉินใต้เท้าตน “เจ้าคิดว่าเจ้ารอดแล้วหรือ?”
หัวใจของฮัวซิงเฉินเย็นเยือกอย่างมิอาจบรรยาย “หากเจ้ารามือเท่านี้ ทุกอย่างจะมิเป็นไร”
ซูอี้ว่า “ข้ารักษาวาจาเสมอ ในเมื่อข้าบอกแล้วว่าเจ้าต้องตาย เช่นนั้น เจ้าก็ไร้โอกาสรอดชีวิต”
ฮัวซิงเฉินอุทาน “เจ้ามิกลัวหรือไร?”
ซูอี้ว่า “เจ้าคิดเช่นไรเล่า?”
สีหน้าของฮั่วซิวและฟู่อวิ๋นจงล้วนเกินจะมอง
พวกเขาสองราชันเซียนถูกเมินไปสนิท!
ทว่าก่อนที่พวกเขาจะทันได้ลงมือ ร่างหนึ่งพลันพุ่งเข้ามาในห้อง
เขาเป็นชายชราร่างผอมในชุดผ้าลินิน เส้นผมรุงรัง
ยามปรากฏกาย ฮั่วซิวและฟู่อวิ๋นจงล้วนตกตะลึง ถามขึ้นอย่างฉงน “พี่ชายร่วมวิถี ไฉนท่านจึงมาที่นี่?”
ชายชราร่างผอมในชุดผ้าลินินหาสนใจไม่
เหล่าผู้ฟังล้วนอื้ออึงฮือฮา
ฮั่วซิวและฟู่อวิ๋นจงอดผงะไปมิได้ ตระหนักแล้วว่าบางสิ่งมิถูกต้อง
“ที่แท้ก็เป็นเจ้า”
ซูอี้เองก็ประหลาดใจ
เขาเคยพบชายชราร่างผอมในชุดผ้าลินินมาก่อนที่หน้าเก้าอนุสรณ์สุดวิเวกแห่งตลาดมังกรดำ
ทว่าก็แค่เคยพบ หาคุ้นเคยกันไม่ กระทั่งสนทนากันยังมิเคย
ชายชราร่างผอมในชุดผ้าลินินกล่าวอย่างปรีดา “ดีจังที่ตาเฒ่าผู้นี้มาทันเวลา!”
ซูอี้เลิกคิ้วถาม “หรือเจ้าจะอยากมาหยุดข้ามิให้ฆ่าคนเหมือนพวกเขา?”
ชายชราร่างผอมในชุดผ้าลินินรีบส่ายหน้า “สหายเต๋าเข้าใจผิดแล้ว ในเมื่อตาเฒ่าไร้ค่าผู้นี้บังเอิญเข้ามาพัวพันเรื่องนี้ ข้าก็มิอาจอยู่เฉยได้”
กล่าวจบ เขาก็กล่าวกับฮั่วซิวและฟู่อวิ๋นจง “ทั้งสองท่าน โปรดไว้หน้าตาเฒ่าไร้ค่าผู้นี้สักนิดและมิเข้ายุ่งกับเรื่องนี้อีกได้หรือไม่?”
คนทุกผู้ล้วนผงะนิ่ง
สมองของฟู่อวิ๋นจงรู้สึกมิเหมาะควรเล็กน้อย “พี่ชายร่วมวิถี เจ้าไม่รู้กระทั่งว่าเกิดอันใดขึ้นที่นี่ หากจะเข้าช่วย…”
ชายชราร่างผอมในชุดผ้าลินินกล่าวขัด “ยามใดกันที่เจ้าสนใจในบาปบุญถูกผิด กล่าวมาก็พอว่าจะไว้หน้ากันหรือไม่?”
ยามเผชิญหน้าฟู่อวิ๋นจง ราชันเซียนจากสำนักเซียนหมื่นหยกงาม ปรากฏว่าชายชราร่างผอมในชุดผ้าลินินดูทรงอำนาจยิ่งนัก
เขากระทั่งอยากช่วยซูอี้โดยมิคิดแยกแยะ!
เหตุนี้ทำให้ทุกผู้ตระหนักแล้วว่าที่มาของซูอี้หาธรรมดาไม่
เสวี่ยหงเฟิงตื่นเต้นจนแทบโห่ร้อง ว่าแล้วเชียว เหตุที่ลูกพี่ซูอาละวาดเดือดจัดได้เช่นนั้นต้องมีสาเหตุใหญ่อยู่!
“ข้าไม่ยอมหรอก!”
สีหน้าของฮั่วซิวแดงก่ำ กล่าวอย่างเย็นชา “คนผู้นี้มาฆ่าคนมิอาจนับจำนวน กระทั่งเหยียบย่ำศิษย์สำนักข้าใต้เท้า เรื่องนี้มิคิดบัญชีได้เช่นไร?”
กล่าวจบ ดวงตาของเขาก็ถลึงมองชายชราร่างผอมในชุดผ้าลินินอย่างดุดัน “พี่ชายร่วมวิถี ข้าจะไว้หน้าเจ้าก็ได้ แต่ต้องขอคำอธิบายจากเจ้าก่อน!”
ตรงไปตรงมา ห้วนสั้นได้ใจความ
ชายชราร่างผอมในชุดผ้าลินินแค่นยิ้ม “ฮั่วซิว ข้ากำลังช่วยเจ้าอยู่นะ รับประกันได้เลยว่าหากเจ้ายังดึงดัน เรื่องนี้ไม่ดีแน่!”
ฮั่วซิวอดเชิดคางหัวเราะลั่นนภามิได้ “พี่ชายร่วมวิถี เจ้าคนเดียวหยุดข้ามิได้หรอก!”
“แล้วหากเพิ่มข้าไปเล่า?”
หนึ่งเสียงกล่าวขึ้นเย็นเยียบ
ทันใดนั้น ทุกสายตาวูบไหว หนึ่งบุรุษในชุดบัณฑิตขงจื๊อผู้มีใบหน้าเย็นชาปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุในห้อง ร่างของเขาเปี่ยมปราณระดับราชันเซียน
เสียงหัวเราะร่าของฮั่วซิวหยุดลงกะทันหัน ใบหน้าแข็งค้างราวมิอาจเชื่อลง “พี่เฟิง ไฉนเจ้า…”
ทว่าชายในชุดบัณฑิตขงจื๊อหาสนใจเขาสักนิดไม่ เขาหันไปกล่าวกับซูอี้ด้วยรอยยิ้ม “สหายเต๋า เราพบกันอีกแล้ว”
ซูอี้เลิกคิ้วเล็กน้อยและกล่าวว่า “บังเอิญเสียจริง”
ชายในชุดบัณฑิตขงจื๊อผู้นี้ก็อยู่ที่หน้าเก้าอนุสรณ์สุดวิเวกเช่นกัน
“ฮ่า ๆๆ นี่แหละหนาชะตา”
ชายในชุดบัณฑิตขงจื๊อหัวเราะอย่างเปิดเผย
คนทุกผู้ล้วนตกตะลึง หัวใจสั่นระรัวปั่นป่วน นิ่งค้างกับเหตุตรงหน้า
ราชันเซียนปรากฏอีกผู้ และยังมาเพื่อช่วยซูอี้!
เปลือกตาของฟู่อวิ๋นจงกระตุก ตระหนักชัดเจนแล้วว่าบางอย่างมิชอบมาพากล
และสีหน้าเฒ่าชราของฮั่วซิวก็มืดทะมึน ยากมองจนถึงขีดสุด
ขณะที่เขากำลังจะกล่าวบางอย่างนั้นเอง
เสียงเจี๊ยวจ๊าวก็ดังขึ้นนอกห้อง
“ไม่คาดเลยว่าเฒ่าม่อกับเฒ่าเฟยอวิ๋นจะมาก่อนเรา”
“เจ้าต้องนับข้าเข้าไปด้วยนะ”
“ข้าอีกคน”
“เรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้นโดยไม่มีข้าได้เยี่ยงไร?”
พร้อมกันนั้น ราชันเซียนคนแล้วคนเล่าก็ก้าวเข้ามาและทักทายซูอี้อย่างเบิกบาน
ในหมู่พวกเขามีผู้อาวุโสสูงสุดม่อฉานชิวจากสำนักเซียนผนึกฟ้ารวมอยู่ด้วย
ท้ายที่สุด เมื่อนับรวมชายชราร่างผอมในชุดผ้าลินินและชายในชุดบัณฑิตขงจื๊อซึ่งมาถึงก่อน ปรากฏว่ามีราชันเซียนปรากฏขึ้นถึงเก้าคนด้วยกัน!
เหตุนั้นทำให้ทุกผู้ตกตะลึง สติเหม่อลอย แทบสงสัยว่าพวกตนฝันอยู่หรือไม่
เสวี่ยหงเฟิงเองก็หัวใจสั่นสะท้าน อยากพูดอยู่หลายหน จนสุดท้ายทำได้เพียงทอดถอนใจ “แม่เจ้า!”
ฮัวซิงเฉินซึ่งถูกเหยียบอยู่ใต้เท้าซูอี้เองก็ตะลึง ราชันเซียนถึงเก้าผู้ออกมาปกป้องคนผู้นี้หรือ?
เขาเป็นใครกัน?
ไฉนจึงยิ่งใหญ่ได้เพียงนี้?
ความงุนงงถาโถมทับถมในใจฮัวซิงเฉินเรื่องแล้วเรื่องเล่า และยังทำให้สีหน้าของเขาซีดขาวเยี่ยงเถ้า ตระหนักแล้วว่าเรื่องวันนี้ เขามิอาจหนีรอดได้!
“เฒ่าฟู่ เรื่องวันนี้ สำนักเซียนหมื่นหยกงามของเจ้าจะยังอยากพัวพันอยู่อีกหรือไม่?”
ชายชราร่างผอมเอ่ยถาม
ฟู่อวิ๋นจงถอนหายใจด้วยสีหน้าขื่นขม “ทุกท่าน… ถือเสียว่าข้าแค่ผ่านทางมาแล้วกัน”
เขาจะยังยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เช่นไรอีก?
ราชันเซียนเฒ่าเหล่านี้ เลือกสุ่ม ๆ มาสักคนต่างก็มีอำนาจล้นทวีปทั้งสิ้น
ทว่ายามนี้พวกเขาทั้งหมดกลับยืนข้างซูอี้ ฟู่อวิ๋นจงหรือจะไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไร?
“ฮั่วซิว เจ้าเล่า?”
ชายชราร่างผอมในชุดผ้าลินินกล่าวกับฮั่วซิว
ฮั่วซิวผู้เผยจุดยืนจะทวงความยุติธรรมอย่างหนักแน่นเมื่อกาลก่อนกำลังไขว้เขวอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าของเขาดำทะมึน
ครู่ต่อมา เขาก็ถอนใจกล่าวว่า “ก็ได้ ขอเพียงเจ้าหนุ่มนั่นปล่อยศิษย์สำนักข้า เรื่องวันนี้จะจบลงที่นี่”
คนทุกผู้ล้วนเห็นว่าฮั่วซิวมิเต็มใจอย่างมาก
ทว่าสถานการณ์ร้ายแรงกว่าอำนาจคน เขาจึงไร้ทางเลือกนอกจากต้องก้มหัว!
ทุกสายตามองซูอี้เป็นตาเดียว
ทว่าซูอี้กลับแย้มยิ้มและกล่าวว่า “ปล่อยคน? ไม่ล่ะ เขาต้องตาย”
เปรี้ยง!
เสียงยังก้องอยู่ในห้อง ปลายเท้าของซูอี้ก็ออกแรงขยี้
ร่างของฮัวซิงเฉินพลันแหลกสลายเยี่ยงกระดาษเปื่อย แปรเปลี่ยนเป็นเถ้าถ่านปลิวกระจาย
คนทุกผู้ล้วนตะลึงงัน
ก่อนหน้านี้ ซูอี้มิได้ฆ่าฮัวซิงเฉิน หลายคนจึงคิดว่าเรื่องวันนี้ยังคงมีช่องทางให้ไกล่เกลี่ยได้
แต่ใครเล่าจะคิดว่าซูอี้จะเหยียบฮัวซิงเฉินตายในคราเดียวต่อหน้าเหล่าราชันเซียน!!!
การตายอย่างกะทันหันนี้กระตุ้นให้ทุกผู้ตะลึงนิ่งกับที่
ฟู่อวิ๋นจงเองก็ตะลึง ม่านตาหดตัว
คนผู้นี้เข่นฆ่านองเลือดเป็นธาร และแม้จะอยู่ต่อหน้าธารกำนัลยังกล้าฆ่าฮัวซิงเฉินอย่างไร้พิธีรีตอง คนเช่นนี้อหังการจนไร้กฎเกณฑ์โดยแท้!
ทว่าท้ายที่สุด ฟู่อวิ๋นจงก็มิกล้ากล่าววาจาใด เขารู้ดีมากว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่มีทางเป็นผู้ที่เขาล่วงเกินได้แน่นอน!
“เจ้า…”
ฮั่วซิวถามตาเหลือกถลน เดือดดาลอย่างสมบูรณ์
เขามิคาดเลยว่ายามเขาเลือกรอมชอม ซูอี้จะสังหารฮัวซิงเฉิน!
นี่เป็นการมิเห็นเขาในสายตาโดยแท้!
ไร้ลัทธิมารนรกโลหิตในสายตาเลยสักนิด!
“หากเจ้าคิดว่าข้ารังแกกัน จะลงมือก็ได้ ข้ารับปากว่าจะไม่มีผู้ใดที่นี่เข้าขวาง”
ซูอี้ปัดอาภรณ์ เดินทอดน่องเข้ามาหา
ได้ยินเช่นนี้ รอบข้างก็เกิดเสียงอื้ออึง ผู้คนล้วนครั่นคร้าม
เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหน้าผากของฮั่วซิว ดวงตาแดงฉาน จับจ้องซูอี้ผู้เดินมาหาด้วยจิตสังหารอันมิอาจปิดบังได้เลย
ทว่าไม่คาดว่าท้ายที่สุด เขาจะอดทนได้!
“หลังเห็นวิธีการของท่านวันนี้ คนแซ่ฮั่วเองก็ตื่นตายิ่งนัก หากภายหน้ามีโอกาส ข้าจะขอหารือกับสหายเต๋าแน่นอน!”
ฮั่วซิวสูดหายใจลึก ๆ สะกดโทสะและจิตสังหาร ทิ้งประโยคนี้ไว้แล้วสะบัดแขนเสื้อจากไป
ทว่าก็ถูกม่อฉานชิวขวางไว้ที่หน้าห้อง
“ผู้รู้จักประเมินสถานการณ์คือยอดคน และเจ้าฮั่วซิวก็หาใช่ชายหนุ่มมิรู้ตาสีตาสาไม่ เจ้าน่าจะรู้นะว่าสถานการณ์เช่นนี้หมายความเช่นไร”
ดวงตาของม่อฉานชิวลึกล้ำ “ข้าหวังว่าเจ้าจะเลือกรามือโดยแท้จริง หาไม่ เจ้าจะทำเพียงชักศึกเข้าบ้าน เรียกหายนะสู่ลัทธิมารนรกโลหิตของเจ้าเอง!”
ฮั่วซิวเงียบไป ก่อนจะพยักหน้า
นั่นคือเหตุที่เขาอดทน ไฉนเขาจะมิเข้าใจความหมายวาจาของม่อฉานชิว?
เป็นเพียงหนึ่งชายหนุ่ม ทว่ากลับสามารถให้ราชันเซียนเฒ่าจากขุมกำลังต่าง ๆ เลือกตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเขาถึงเก้าคน มีหรือจะเป็นคนธรรมดา?
แม้ฮั่วซิวจะมีโทสะ แต่เขาก็รู้ว่าหากไปขอความช่วยเหลือที่สำนัก สำนักคงต้องชั่งน้ำหนักก่อนว่าจะทนรับผลกระทบที่ตามมาไหวหรือไม่!
ฮั่วซิวกวาดสายตามองเหล่าราชันเซียนในห้องและกล่าวว่า “ก่อนจาก ข้าก็อยากเตือนสติพวกเจ้าว่าฮัวซิงเฉินผู้ถูกเจ้าหนุ่มนั่นฆ่าไปเมื่อครู่เป็นทายาท ‘ตระกลูฮัว’ ตระกูลโบราณแห่งเขาเก้าสาบสูญ”
“ปู่ของเขาคือมหาเซียนฮัวชิงตู้!”
กล่าวจบ ฮั่วซิวก็หันหลังจากไป
ตระกลูฮัว ตระกูลโบราณแห่งเขาเก้าสาบสูญ!
หัวใจของเหล่าราชันเซียนสั่นสะท้าน
นี่เป็น ‘ขุมกำลังมหาเซียน’ ชั้นหนึ่งในโลกเซียนทุกวันนี้!
และฮัวชิงตูผู้นั้นก็เป็นยอดฝีมือระดับมหาเซียน ผู้คนตกตะลึงทั่วหล้า!
“ตระกูลฮัวแห่งเขาเก้าสาบสูญ…”
ซูอี้กระซิบ ก่อนจะกล่าวขึ้นราวเพิ่งนึกได้ “นั่นเป็นขุมกำลังซึ่งเดิมอยู่ใต้อาณัติเซวี่ยเซียวจื่อแห่งลัทธิไร้มลทินหรือไม่?”
ม่อฉานชิวพยักหน้า “ถูกต้อง”
ซูอี้เสสรวล “เช่นนั้นวันนี้ข้าก็ฆ่าถูกคนแล้ว แต่น่าเสียดายที่ทายาทตระกูลฮัวผู้นี้อ่อนแอเกินไป ไร้คุณค่าให้กล่าวถึงเลย”
คนทุกผู้ “…”
ใครเล่าจะไม่เห็นว่าซูอี้หาสนใจการคุกคามจากขุมกำลังมหาเซียนอย่าง ‘สกุลฮัวแห่งเขาเก้าสาบสูญ’ ไม่?
ม่อฉานชิวกล่าวยิ้ม ๆ “สหายเต๋า เรื่องวันนี้จบแล้ว ไฉนเรามิไปดื่มด้วยกันสักหน่อยเล่า?”
สัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลายต่างมองซูอี้อย่างคาดหวัง
หลังประจักษ์วิธีการไขปริศนาเก้าอนุสรณ์สุดวิเวกของซูอี้ พวกเขาก็ตกตะลึงและยังคิดนับถือในใจ
น่าเสียดายที่ยามนั้นพวกเขามิอาจดื่มร่วมกับซูอี้ได้ ยังคงอาวรณ์อยู่จนบัดนี้
และยามนี้ ในเมื่อพบพานโดยบังเอิญ ก็ควรดื่มกันสักหน่อย!
เดิมทีซูอี้คิดปฏิเสธ ทว่าหลังครุ่นคิดเล็กน้อยก็รับคำ “ในเมื่อวันนี้ดึกแล้ว รอพรุ่งนี้ดีกว่า”
พวกเขาตกลงกันในทันใด