บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1585: ข้าเอง
ตอนที่ 1585: ข้าเอง
ลี่เฟิงหานหัวเราะเสียงดัง ช่างบาดหูยิ่งนัก
“โอหัง!”
ทังเว่ยหานสีหน้าดุดัน ควงหมัดซัดไปที่ลี่เฟิงหาน
ตู้ม!
แรงหมัดประดุจดาบ ห้อมล้อมด้วยประกายแสงเจิดจรัส ราวกับดาบแห่งสวรรค์โหมซัด ฟ้าดินตื่นตะลึง
การโจมตีเช่นนั้น สามารถฆ่าสังหารเซียนแท้ขอบเขตสุญตาบางคนในปัจจุบันได้อย่างง่ายดาย
ลี่เฟิงหานสบถเสียงร้องฮึ ความเกรี้ยวกราดผุดขึ้นในสายตา ปล่อยหมัดออกไปในทันใด
ปัง!!!
ประกายแสงเทวะสาดกระเซ็นเกิดเพลิงลุกโชน
ร่างของทังเว่ยหานสะเทือนจนถอยออกไป
เขาหรี่ตาลง สีหน้าพลันแปรเปลี่ยน
คนผู้นี้แกร่งยิ่ง!
และการบุกโจมตีนี้ ทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึง
ทังเว่ยหานเป็นตัวตนอันดับหนึ่งในทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาล แต่กลับต้องถอยในหมัดเดียว!
เช่นนี้ใครกันจะเชื่อ?
ราชันเซียนที่อยู่ในงานสีหน้าแปรเปลี่ยน ตื่นตะลึง
ไม่ใช่มังกรแกร่งไม่ข้ามแม่น้ำกว้าง ลี่เฟิงหานคนนี้ดูท่าทางโอหังจนไร้ขอบเขต ทว่าต้องยอมรับว่าความสามารถของเขาน่ากลัวมาก!
“แดนเซียนมีบุคคลเก่งกาจเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
ฉู่ไป๋ฉานขมวดคิ้ว เขามาจากหอเทพอัศจรรย์ ข้อมูลข่าวสารฉับไวเป็นที่สุด ทั้งยังกุมพลังและความลับที่คนมากมายในโลกไม่รู้
เช่นนี้ผิดปกติมาก!
“ข้าบอกแล้ว จะสู้กับพวกเจ้าทั้งสิบคน คิดว่าข้ากำลังพูดล้อเล่นจริง ๆ รึ?”
กลางสนามเต๋า ลี่เฟิงหานสบถขณะที่สายตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
ทังเว่ยหานสูดหายใจลึก ๆ ทีหนึ่งและสู้ต่ออีกครั้ง
ครั้งนี้เขาปล่อยฝีมืออย่างเต็มที่ แสดงความสามารถขั้นสูงสุดในตัวทั้งหมดออกมา เทียบกับเมื่อสักครู่แล้ว แข็งแกร่งกว่ามาก
ครืน!
การต่อสู้ครั้งใหญ่ระเบิดขึ้น
ทว่าเพียงครู่เดียวเท่านั้น ทังเว่ยหานก็ต้องถอยออกมาอีกครั้ง ผมปรกหน้า อยู่ในสภาพย่ำแย่
ลี่เฟิงหานแข็งแกร่งมาก!
หมัดของทั้งคู่ประสานกันอย่างตรงไปตรงมา แต่กลับมีอานุภาพร้ายแรง กล้าหาญ รุนแรงไร้ขอบเขต
ขณะที่เขาโจมตี พลังแห่งความหฤโหดสะท้านฟ้าผุดขึ้นรอบตัว ความเกรี้ยวกราดดุดันสั่นสะเทือนไปทั่วฟ้าดิน ราวกับเทพสังหารเดินออกมาจากสนามยุทธ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด!
ทุกคนต่างตกตะลึง อ้าปากค้าง ตาเบิกกว้าง
ไม่มีใครคาดคิดว่าทังเว่ยหานที่เบียดตัวเองขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลเมื่อใช้กำลังอย่างเต็มที่แล้ว ก็ยังคงโดนลี่เฟิงหานโจมตีจนต้องถอยอยู่ดี!
“เจ้ามาร่วมด้วยเลย”
ลี่เฟิงหานเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง พุ่งเข้าหาเมิ่งซินกวน
“ขึ้น!”
แขนเสื้อของเมิ่งซินกวนพองลม สองมือประสานสัญลักษณ์ อักขระวิถีเซียนล้ำลึกเกินคาดเดามิอาจคณานับได้พุ่งออกมา ส่องแสงระยิบระยับบาดตา
ทว่าเพียงแค่ชั่วครู่เดียวเท่านั้น เมิ่งซินกวน ปีศาจไร้เทียมทานที่เบียดตัวเองมาอยู่เป็นอันดับที่สองบนทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลคนนี้ก็ถูกสยบลงไปด้วยเช่นกัน!
เพียงชั่วครู่ ทุกคนต่างเงียบกริบ ไม่อาจรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ได้
งานชุมนุมเซียนทะเลสาบแว่นฟ้าในครั้งนี้ ทังเว่ยหานกับเมิ่งซินกวนต่างก็แสดงความสามารถที่เรียกได้ว่าร้ายกาจออกมา เคยสร้างเสียงตื่นตระหนกมาแล้วไม่รู้เท่าใด
แม้กระทั่งราชันเซียนก็ยังชื่นชมไม่ขาดปาก
แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ ๆ จะมีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเสนอตัวขึ้น และยังสามารถสยบตัวตนร้ายกาจสองตนนี้ลงได้!
“ฆ่า!”
บนสนามเต๋า ทังเว่ยหานส่งเสียงร้องตะคอก โจมตีอีกครั้ง
เพียงครู่เดียว การต่อสู้ในครั้งนี้ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นว่าลี่เฟิงหานคนเดียวรับมือคนสองคน
ทว่า…
สิ่งที่ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงก็คือ ถึงแม้ตัวตนเก่งกล้าทั้งสองจะร่วมมือกันแล้ว ก็ยังไม่อาจทำอะไรลี่เฟิงหานได้
ทังเว่ยหานกับเมิ่งซินกวนต่างก็ตกอยู่ในสภาวะลำบาก
“บุกพร้อมกัน ดับความยโสโอหังในตัวเขา!”
“เขาบอกว่าถ้าแพ้จะปาดคอตัวเองฆ่าตัวตายไม่ใช่หรือ ให้เขาได้สมปรารถนา!”
….คนแล้วคนเล่าบุกขึ้นไปบนสนามเต๋า
คนเหล่านั้นล้วนเป็นบุคคลที่เบียดตัวเองเข้าไปอยู่ในสิบอันดับต้น ๆ ของทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาล แต่ละคนแสดงสีหน้าโกรธออกมา หลังจากที่บุกขึ้นสนามเต๋าและร่วมมือกันถล่มลี่เฟิงหาน
ความโกลาหลบนลาน เป็นที่จับตามองของทุกคน
คนจำนวนมากตื่นตัวขึ้นมา
แต่ซูอี้กลับถอนหายใจเบา ๆ
ฟู่อวิ๋นจงก็ถอนหายใจเช่นกัน “คนเยอะเช่นนี้ร่วมมือกัน ต่อให้ชนะ ก็ไม่ภูมิใจ”
ซูอี้ตะลึง รู้ได้ในทันใดว่าฟู่อวิ๋นจงเข้าใจความหมายผิดไปแล้ว กล่าว “ต่อให้พวกเขามีจำนวนมากกว่านี้ ก็ไม่อาจชนะได้”
ฟู่อวิ๋นจงกล่าวด้วยความตกใจ “รู้ได้เช่นใด?”
ซูอี้กล่าว “เจ้าดูไปก็จะรู้”
ตามที่กล่าว เหมือนกับเป็นการยืนยันในคำพูดของซูอี้ ภาพที่ลี่เฟิงหานถูกรุมจนต้องพ่ายแพ้ตามความคาดหมายของทุกคนกลับไม่เกิดขึ้น
ในทางกลับกัน เมื่อการต่อสู้ดำเนินไปเรื่อย ๆ ตัวตนไร้เทียมทานสิบอันดับแรกบนทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลล้วนได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า!
“คนผู้นั้น ปกปิดความสามารถเอาไว้”
มีคนร้องตะโกน
ทุกคนรู้สึกได้ว่า กำลังการต่อสู้ของลี่เฟิงหานแข็งแกร่งกว่าเมื่อสักครู่มาก ถึงแม้ตัวตนไร้เทียมทานทั้งสิบคนจะร่วมมือกัน ก็ยังโดนเขาบุกจนต้องถอยร่นไปเรื่อย ๆ!
“พี่ฉู่ มองออกหรือไม่ว่าคนผู้นั้นที่แท้เป็นอย่างไรกันแน่?”
ราชันเซียนกลุ่มหนึ่งตกตะลึง เบนสายตามองไปที่ฉู่ไป๋ฉาน ไม่อาจคาดคิดเลยว่าเหตุใดจึงมีตัวประหลาดร้ายกาจเพียงนี้ในขอบเขตจักรวาลได้?
ฉู่ไป๋ฉานกล่าวด้วยสีหน้าสับสน “ระดับการฝึกตนของคนผู้นี้อยู่ในขอบเขตจักรวาลจริง ๆ หากไม่ใช่เช่นนี้ คงโดนพลังต้องห้ามที่ครอบคลุมสนามเต๋าแห่งนี้ซัดออกไปตั้งนานแล้ว”
ทุกคนต่างใจสั่น
เช่นนี้ก็แสดงว่าลี่เฟิงหานไม่ได้ทุจริต แต่อาศัยความสามารถของตัวเองบุกโจมตีจนตัวตนไร้เทียมทานทั้งสิบคนนั้นถอยร่นไปเรื่อย ๆ
ช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน
ไม่ว่าดึงเอาคนไหนออกมาจากทั้งสิบ ล้วนมีพื้นฐานในการบุกพิฆาตศัตรูข้ามขอบเขต ทำให้เซียนแท้ขอบเขตสุญตาถึงกับเย็นสันหลังได้
ทว่าตอนนี้ ภายใต้การร่วมมือกันของพวกเขา กลับโดนลี่เฟิงหานรุกพิฆาตจนไม่เป็นท่า ใครบ้างจะไม่ตะลึง?
“หรือว่าเขาเป็นอันดับหนึ่งของขอบเขตจักรวาล?”
สีหน้าของฟางหานสับสน
ความแข็งแกร่งของลี่เฟิงหานทำให้หนุ่มน้อยรู้สึกตื่นตะลึง ไม่อาจคาดคิด
สายตาของซูอี้แปลกไป กล่าวเบา ๆ ว่า “เขาไม่คู่ควร”
ครืน!
กลางสนามเต๋า เสียงกระทบกระทั่งอย่างแรงดังขึ้น
“ทลาย!”
ร่างของลี่เฟิงหานกระโดดขึ้นกลางอากาศ สองมือซัดลงมาราวกับกำลังตีกลอง
จากนั้น ร่างของตัวตนไร้เทียมทานทั้งสิบคนราวกับโดนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทับ กระเด็นออกไปในมุมต่าง ๆ แต่ละคนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ทุกคนต่างก็เบิกตากว้าง นิ่งตะลึงอยู่ตรงนั้น
แพ้แล้ว!?
ตัวตนไร้เทียมทานทั้งสิบคนแทบจะเป็นตัวแทนของกำลังการต่อสู้ขั้นสูงสุดในขอบเขตจักรวาลแห่งแดนเซียน แล้วยังร่วมมือกันต่อสู้อีก เหตุใดจึงแพ้ได้?
ที่แท้แล้วลี่เฟิงหานคนนั้นเป็นใครกันแน่ มีที่มาและอาจารย์ผู้ถ่ายทอดเช่นใดกัน?
เหตุใดจึงไม่เคยได้ยินชื่อของเขามาก่อน?
จิตใจของทุกคนสั่นสะท้าน ไม่อาจรับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้
งานชุมนุมเซียนทะเลสาบแว่นฟ้า เดิมทีควรจะเป็นเวลาที่ตัวตนไร้เทียมทานทั้งหลายได้แสดงความเก่งกาจ แต่ใครจะคาดคิดว่า สุดท้ายจะกลับกลายเป็นหินรองให้คนแปลกหน้าเหยียบย่ำ!
บรรยากาศอึดอัดอึมครึม กดดันจนหายใจไม่ออก
บนสนามเต๋า สายตาของลี่เฟิงหานเฉียบคมประดุจอัสนี กวาดดูรอบสี่ด้าน กล่าว “หากมีใครยังไม่ยอมแพ้ สามารถขึ้นมาได้ ข้าผู้นี้จะทำให้ทุกคนคุกเข่าอย่างไร้ข้อกังขา!”
เสียงดังไปทั่วงาน
ตัวตนที่เบียดตัวขึ้นไปอยู่บนทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลหลาย ๆ คนได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่กลับไม่มีใครกล้าเสนอตัว
แม้กระทั่งทังเว่ยหานกับเมิ่งซินกวนที่ติดสิบอันดับแรกก็ยังพ่ายแพ้ไปแล้ว ใครกันยังจะกล้าหาเรื่องใส่ตัวเองอีก?
ลี่เฟิงหานเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง “ฮ่า ๆๆ นี่น่ะหรืองานชุมนุมเซียนทะเลสาบแว่นฟ้าที่เป็นจุดรวมสายตาของทั้งสี่สิบเก้าทวีป? ยังมีหน้าบอกว่าติดทำเนียบขอบเขตจักรวาล คนเก่งสักคนก็ยังไม่มี!”
ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความแดกดันและดูแคลน
ท่าทางยโสโอหังเช่นนั้นทำให้เหล่าราชันเซียนโกรธจนกัดฟันแน่น
ในใจของทังเว่ยหานกับคนอื่น ๆ เต็มไปด้วยความอับอาย โกรธจนหน้าเขียว
บางคนอยากจะเข้าไปสู้
“ข้าเอง”
ซูอี้ลุกขึ้นจากเก้าอี้หวาย
ถึงแม้เสียงจะไม่ดังนัก แต่ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดกดดันเช่นนี้ กลับได้ยินกันอย่างชัดเจน
สายตาเกินคณานับหันไปมองในทันใด
“คนผู้นี้เป็นใคร?”
“ไม่รู้”
“ไม่ว่าอย่างไร เขาก้าวออกมาในเวลานี้ ถือว่ากล้าหาญมาก!”
…เกิดเสียงอึกทึกในงาน ไม่มีใครจำซูอี้ได้
ฉู่ไป๋ฉานกับราชันเซียนเหล่านั้นสังเกตเห็นฟู่อวิ๋นจงที่อยู่ข้างกายซูอี้
ทันใด มีคนร้องทักขึ้นมา “พี่ฟู่ หรือว่าสหายน้อยท่านนี้จะเป็นผู้สืบทอดของสำนักเซียนหมื่นหยกงามของพวกเจ้า?”
ฟู่อวิ๋นจงรีบส่ายหน้า “ทุกท่านอย่าได้เข้าใจผิด ท่านนี้คือสหายเต๋าซู ไม่ใช่ผู้อาวุโสของฟู่ผู้นี้”
นิ่งไปชั่วครู่ สายตาของเขาก็ผุดประกายแปลกประหลาดขึ้นมา กล่าว “ถึงแม้สหายเต๋าซูจะไม่เคยย่างก้าวสู่วิถีเซียน แต่มีเขาคอยรับหน้า ไม่แพ้อย่างแน่นอน!”
ทุกคนส่งเสียงร้องอุทาน
ยังไม่เคยย่างก้าวสู่วิถีเซียน?
จะรับมือลี่เฟิงหานได้อย่างไร?
บางคนตั้งความหวังในตัวซูอี้ไว้มาก เวลานี้ต่างก็หมดคำจะพูด ได้แต่แอบส่ายหน้า
ตัวตนใหญ่โตทั้งหลายเหล่านั้นยิ่งตะลึงงัน แทบจะเข้าใจว่าฟังผิดไป
ซูอี้ไม่ใส่ใจคนเหล่านี้
เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้หวายแล้วก็ก้าวเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มาอยู่กลางสนามเต๋าที่ห่างออกไป
ตัวตนผู้นี้คิดจะประลองหรือ?
ลี่เฟิงหานประหลาดใจมาก
ไม่อาจคาดคิดได้ว่า เหตุใดในโลกนี้จึงมีตัวตนที่โง่เขลาถึงเพียงนี้
ซูอี้กล่าวด้วยสายตาลุ่มลึก “จัดการกับพวกไร้หน้าไร้หนังอย่างเจ้าเช่นนี้ ยังเกินไปเสียด้วยซ้ำ”
โดนหัวเราะเยาะว่าไร้หน้าไร้หนัง ลี่เฟิงหานไม่เพียงแต่ไม่โกรธ กลับยังขมวดคิ้วขึ้นมา กล่าว “หรือว่า… เจ้ามองที่มาของข้าออกแล้วเช่นนั้นหรือ?”
ซูอี้ก้าวฉับ ๆ เข้าไปหา พลางกล่าว “เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
ลี่เฟิงหานสบถเสียงฮึ “ข้าคิดว่าตัวตนเล็กจ้อยอย่างเจ้า กระทั่งคุกเข่าต่อหน้าข้าก็ยังไร้คุณสมบัติ!”
ครืน!
เขาปล่อยพลังออกไป อีกทั้งยังออกแรงเต็มกำลัง
ชั่วครู่เดียว พลังดุดันสะท้านฟ้า หมัดสีเลือดจำนวนนับไม่ถ้วนพลันปรากฏขึ้น ซ้อนทับกันหลายชั้น ราวกับหินอุกกาบาตพุ่งเข้าไปหาซูอี้
“ระวัง!”
ทังเว่ยหานกับคนอื่น ๆ ร้องตะโกน
พวกเขาต่างก็พ่ายแพ้ต่อลี่เฟิงหาน จึงเข้าใจดีว่าตัวตนดุร้ายราวกับเทพสังหารผู้นี้มีความน่ากลัวเพียงใด
แต่ซูอี้กลับไม่หลบ พอสะบัดแขนเสื้อ พลังจากฝ่ามือก็ซัดออกไป
ครืน!
รุนแรงราวกับไผ่แตก ทลายหมัดสีเลือดนับหมื่นนับพันเหล่านั้น
ร่างของซูอี้พุ่งไปข้างหน้า ซัดฝ่ามือลงไป
ลี่เฟิงหานร้องตวาด ควงหมัดเข้าปะทะ
ฉึบ!
แขนซ้ายของเขาขาด
ส่วนพลังจาก ฝ่ามือนี้ของซูอี้ยังคงไม่ลดกำลัง ไม่มีถอย ซัดลี่เฟิงหานติดพื้น
ปัง!!
สนามเต๋าสั่นสะเทือนอย่างแรง
ลี่เฟิงหานใช้แขนขาทั้งสี่ยันพื้นเหมือนกับคางคก เนื้อตัวมีแต่บาดแผล เนื้อตัวชักเกร็ง ไม่อาจลุกขึ้นมาได้
พลังฝ่ามือเดียว สยบลี่เฟิงหาน!
รวดเร็วฉับไว
ทุกคนตื่นตะลึงอ้าปากค้าง แทบสิ้นสติ