บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1646: เนตรจันทราแรม
ตอนที่ 1646: เนตรจันทราแรม
หนึ่งดาบสะบั้นวงล้อสวรรค์จันทราเงิน ฟาดอิ๋นเป๋ยอู่กระเด็น!
การโจมตีอันอหังการนั้นทำให้เหล่าผู้ชมผงะตะลึงทันที
“นี่… นี่มันวิถีดาบแบบใดกัน?”
เหล่ามหาเซียนล้วนสั่นสะท้าน
หนึ่งดาบโปรยปรายเยี่ยงท้องนภาถล่ม!
ไร้วาจาใดมาบรรยายความน่าสะพรึงกลัวของดาบนั้น
“นั่นมันวงล้อสวรรค์จันทราเงินนะ จะมาสลายในดาบเดียวได้เช่นไร?”
ทางฝั่งมารนอกแดน ผู้คนล้วนผงะตะลึง
ดาบอันเกินหยุดยั้งของซูอี้ก็ทำให้พวกเขาตกใจยิ่งเช่นกัน
อิ๋นเซี่ยวเทียนและเหล่ามหามารเปลี่ยนสีหน้าอย่างไม่อาจช่วย
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าในศึกอันไร้เทียมทานนี้ อิ๋นเป๋ยอู่จะเป็นผู้เสียเปรียบ!
ไกลออกไปหลายพันจั้ง
ทันทีที่ร่างของอิ๋นเป๋ยอู่ตั้งหลักได้ เขาก็สั่นกระตุกรุนแรง จากนั้นก็กระอักเลือดคำโตอย่างมิอาจช่วย
ตรงหน้าเขา เกราะอ่อนคู่หนึ่งถูกสะบั้นขาด ทิ้งรอยแผลดาบฟันบนอก… ลึกถึงกระดูก!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเกราะอ่อนนั้นคือสิ่งที่สลายอำนาจดาบของซูอี้ไป หาไม่ เกรงว่าอิ๋นเป๋ยอู่คงได้ร่างขาดสะพายแล่งไปแล้ว!
เมื่อสังเกตเห็นเช่นนี้ ทั่วหล้าก็บังเกิดเสียงสูดหายใจเฮือกขึ้นอีกรอบ
สีหน้าของอิ๋นเป๋ยอู่เขียวคล้ำยิ่ง
“เจ้าคนบังอาจ คิดจริง ๆ หรือว่าข้าจะทำอันใดเจ้ามิได้เลย?”
เขาแผดเสียงลั่น โทสะแล่นขึ้นสมอง แสงจันทร์สีเงินปะทุออกจากร่างเขาสู่ท้องนภา อำนาจทะยานทวีคูณ!
เสียงคำรนเสียดหูดังขึ้น ขณะที่หอกกระดูกขาวเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมืออิ๋นเป๋ยอู่
หอกกระดูกขาวนั้นยาวสองจั้ง เพลิงศักดิ์สิทธิ์พร่างพรมเจิดประกายดุจถือธารดาราอันงามตระการในมือ
หอกมารเพลิงดารา!
สิ่งเหลือเชื่อสูงสุดคือ บาดแผลบนร่างของอิ๋นเป๋ยอู่ฟื้นหายไปในพริบตา!
“นี่…”
ทุกผู้ล้วนตกตะลึง ไม่อาจคาดคิดเลยว่าอิ๋นเป๋ยอู่สามารถทำได้ถึงเพียงนี้
ดูช่างน่าอัศจรรย์นัก ให้ความรู้สึกราวกับแม้อิ๋นเป๋ยอู่จะบาดเจ็บสาหัส เขาก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ในชั่วกาลอันสั้นที่สุด
“ไพ่ตายใด ๆ ก็แปรชะตามรณะของเจ้ามิได้”
ซูอี้ส่ายหน้าน้อย ๆ
ศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตนั้นต้องไม่มีการใช้อำนาจภายนอกและสมบัติใด ๆ เหนือระดับราชันเซียนหรือเสนามาร
นี่ยังหมายความเช่นกันว่า ไม่ว่าอิ๋นเป๋ยอู่จะมีไพ่ตายซุกซ่อนมากเพียงใด มันก็มิอาจเป็นอาวุธสังหารไร้เทียมทานได้
ซูอี้เยื้องย่างกลางเวหา อาภรณ์กระเพื่อมพลิ้ว ทั่วร่างเปี่ยมด้วยภาวะดาบราวกับท้องนภาเคลื่อนคล้อย
“ฆ่า!”
อิ๋นเป๋ยอู่ตวาดลั่น หอกมารเพลิงดาราในมือปะทุหมู่เพลิงดาราถาโถม ดุจแสงจันทราเรื่อเรืองแผลงอำนาจ
ซูอี้ยังคงใช้มือเปล่า เขาใช้ฝ่ามือเยี่ยงดาบฟาดลง
ตู้ม!
ท้องนภาครั่นคร้าม คีรีดาบตระการเคลื่อนทับ บดขยี้เพลิงดาราพร่างพราย สลายจักรวาลพร่างดาวถล่มลงสู่แดนดิน!
ม่านตาของอิ๋นเป๋ยอู่หดตัว เขาต้องโจมตีเป็นร้อย ๆ ครั้งในพริบตากว่าจะทำลายคีรีดาบนี้ลงได้
ใบหน้าหล่อเหลาของเขาบิดเบี้ยวยากมองอย่างยิ่ง
คนผู้นี้เป็นเซียนขอบเขตจักรวาลจริงหรือ?!
ไฉนอำนาจวิถีดาบของเขาจึงร้ายกาจได้เพียงนี้?!!
โดยมิรีรอให้อีกฝ่ายไหวตัว ซูอี้ก็ลงมืออีกหน ปราณดาบแน่นหนาสายแล้วสายเล่าทะยานออกจากแขนเสื้อพร้อมด้วยวจีดาบขับขาน
ทันใดนั้น ปราณดาบนับพันก็ฉวัดเฉวียนทั่วนภา ดุจรุ้งทิพย์โผนทะยาน!
อิ๋นเป๋ยอู่ใช้เคล็ดวิชาหนึ่งขึ้นโดยไม่ลังเล จันทรากระจ่างดวงหนึ่งปรากฏตรงหน้า ล้อมกายเขาสร้างเป็นค่ายคุ้มชีพมโหฬาร
เปรี้ยง!
ปราณดาบทะยานเวหา ทุกถิ่นแดนที่เคลื่อนผ่าน จันทราเงินกระจ่างก็ผุกร่อน ก่อเกิดเป็นพายุทำลายล้างผลาญฟ้าดิน
อิ๋นเป๋ยอู่เดือดดาล ใช้เคล็ดวิชาออกมาอีกหน
ทว่าท้ายที่สุดก็ไร้ความหมาย
กาลต่อมา เขาใช้เคล็ดวิชาเป็นพันหน สารพัดอำนาจวิเศษพร่างพรม ทว่าท้ายที่สุดซูอี้ก็ใช้อำนาจวิถีดาบทลายสิ้นมิเหลือซาก!
สถานการณ์ของอิ๋นเป๋ยอู่กลายเป็นต้องตั้งรับสถานเดียว เสียเปรียบภายใต้การกระหน่ำโจมตีของซูอี้โดยสิ้นเชิง!
เหล่าผู้ชมล้วนตกตะลึง
ซูอี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว วิถีดาบกว้างไกล ห้าวหาญเหนือผู้ใด!
อำนาจของเขายิ่งใหญ่เสียจนครอบงำเสนามารไร้เทียมทานเช่นอิ๋นเป๋ยอู่จนมิอาจโงหัวขึ้น
และเรื่องนี้อยู่นอกความคาดหมายของฝ่ายมารนอกแดนโดยสิ้นเชิง
“ซูอี้ผู้นี้มีที่มาเช่นไรกันแน่?”
“ไฉนเขาจึงมีอำนาจต่อสู้เช่นนี้ได้?”
แม้พวกเขามหามารจะมีความรู้รอบ ทว่าจวบยามนี้ พวกเขาก็ยังไม่อาจมองทะลุถึงเรื่องเบื้องลึกของซูอี้ได้
สิ่งนี้ทำให้พวกเขาแสนหงุดหงิด ยากนักจะเชื่อลงว่าสัตว์ประหลาดเช่นนี้ได้บังเกิดขึ้นในแดนเซียน
“ไม่ว่าอย่างไร เจ้านี่ต้องตายวันนี้!”
อิ๋นเซี่ยวเทียนข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน ดวงตาถลึงร้าย “หาไม่ เมื่อมีเขาอยู่ ศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตคราต่อ ๆ ไป ก็อย่าหวังเลยว่าเราจะชนะได้!”
“ยิ่งกว่านั้น เขาอายุเพียงยี่สิบเศษ และการฝึกฝนก็แค่ขอบเขตจักรวาล ทว่าเขากลับมีอำนาจต่อสู้ท้าทายสวรรค์เพียงนี้ ข้ามิกล้าคิดเลยว่าความแข็งแกร่งของเขายามก้าวสู่ขอบเขตสุญตาจะเป็นเช่นไร”
มหามารตนหนึ่งกล่าวเสียงต่ำ “เมื่อเขาก้าวสู่จุดสูงสุดแห่งวิถีเซียน เขาจะมีอำนาจร้ายกาจเพียงใด…”
“ดังนั้น เขาต้องตายเสียยามนี้!!”
ฝ่ายแดนเซียนเองก็ตกตะลึงสิ้นคำนึง ณ ขณะนี้เช่นกัน
ยามประจักษ์แก่สิ่งเหนือความรู้ความเข้าใจเดิม หรือกระทั่งเหนือจินตนาการ ก็คาดได้ว่าเป็นความตกตะลึงมหาศาลเพียงไร!
ความแข็งแกร่งที่ซูอี้เผยออกมาในยามนี้ก็เป็นเช่นนั้น
เหล่ามหาเซียนจึงมิอาจเข้าใจ มองทะลุ หรือตีความได้เลย!
ตู้ม!
ในสนามรบบังเกิดเสียงระเบิดสะเทือนภพ
อิ๋นเป๋ยอู่ถูกฟาดกระเด็นไปอีกครั้ง
เส้นผมยาวของเขาสยายยุ่ง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวคล้ำเขียว ดวงตาเหลือกถลน
เขาแทบสิ้นไพ่ตายและวิชาสังหารที่มีแล้ว แต่พวกมันล้วนถูกซูอี้ทำลายสิ้น มิอาจสร้างความคืบหน้าให้เขาได้แม้แต่น้อย!
สิ่งที่ยิ่งน่าสะพรึงกลัวคือ ซูอี้เป็นฝ่ายกดดันรุกคืบเข้ามาทีละน้อย โจมตีเสียจนเขาแทบรับมิไหว!
แม้เขาจะฟื้นจากบาดแผลทุกหนได้อย่างรวดเร็วก็ตาม…
แต่มีเพียงเขาที่รู้ว่าสิ่งที่ฟื้นสภาพนั้นมีเพียงบาดแผลภายนอก ส่วนบาดแผลภายในที่เขาได้รับนั้น มิอาจฟื้นกลับมาได้ในชั่วกาลอันสั้น
“บางอย่างผิดปกติ บางอย่างมิชอบมาพากลแล้ว ไม่ว่าข้าจะใช้ไพ่ตายใด เขาก็ดูจะเดาไว้แล้วและหาวิถีจัดการมันลงเสียสิ้น!”
“เขาเป็นใครกัน ไฉนเขาจึงมองเคล็ดวิชาไร้เทียมทานของเผ่ามารจันทราเงินของข้าได้ทะลุปรุโปร่งเช่นนี้? กระทั่งความลับอันมีเพียงข้าที่รู้ยังมิอาจซุกซ่อนจากสายตาเขาได้อีกหรือ?”
หัวใจของอิ๋นเป๋ยอู่กระเพื่อมอย่างหวาดหวั่น
เขามีความสำเร็จเป็นเสนามารทุกวันนี้ได้ ย่อมมิใช่คนโง่ และเขาก็สังเกตเห็นแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ!
แย่แล้ว!
ทันใดนั้น อิ๋นเป๋ยอู่สัมผัสถึงอันตรายร้ายแรงได้ และเห็นว่าหัตถ์ขวาเพรียวขาวของซูอี้พลันคว้าจับในอากาศเยี่ยงกรงเล็บมังกรศักดิ์สิทธิ์เอื้อมเหนือเมฆา
อิ๋นเป๋ยอู่ถอยตัวหลบหนีโดยไร้ลังเล
ทว่า แม้เขาจะหลบการโจมตีพ้น หอกมารเพลิงดาราในมือเขาก็ถูกซูอี้คว้าไว้ได้
เปรี๊ยะ!
หอกมารเพลิงดาราหักคาที่
อิ๋นเป๋ยอู่ตะลึงงัน
เมื่อเห็นซูอี้โจมตีเข้ามาอีกครั้ง อิ๋นเป๋ยอู่ก็คำรามด้วยสายตาบ้าคลั่ง “ตายซะ!!”
เขากระชากลูกปัดหยกซึ่งคล้องคอเขาอยู่ออกมาบีบ
ตู้ม!
ฟ้าดินพลันปั่นป่วน
ปราณอันร้ายกาจกวาดทั่วแดนดิน
บนท้องนภาปรากฏดวงจันทร์สีเงินเรืองรอง
จันทร์เสี้ยวดวงนั้นประหลาดยิ่ง มันดูเหมือนดวงตาที่หรี่ปรือ เปี่ยมอำนาจกดดัน เย็นยะเยือกและอำนาจสะกดใจบางอย่าง
ชั่วขณะนั้น อิ๋นเซี่ยวเทียนและเหล่ามหามารต่างดูพิกล
นั่นคือเนตรจันทราแรม!
อาวุธลับต้องห้ามของเผ่ามารจันทราเงิน ถูกสร้างขึ้นโดยตัวตนระดับจักรพรรดิมาร สามารถทำลายจิตวิญญาณมหาเซียน สลายร่างได้โดยง่าย ความน่าสะพรึงกลัวไร้ขอบเขต!
ยามนี้ทางฝั่งแดนเซียน มหาเซียนทั้งหลายล้วนเดือดดาล
แม้พวกเขาจะไม่รู้จักอาวุธลับ ‘เนตรจันทราแรม’ แต่พวกเขามองปราดเดียวก็รู้ว่าปราณของสมบัตินี้สูงส่งเกินกว่าจะอยู่ในขอบเขตเสนามาร ทำให้เหล่ามหาเซียนเหล่านี้สัมผัสภัยคุกคามได้อย่างร้ายแรง!
และนี่เห็นได้ชัดว่าเป็นการทำลาย เหยียบย่ำกฎเกณฑ์แห่งศึกเซียนมารเดิมพันชีวิต
ผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษ!
ทว่าพวกเขาก็สายเกินหยุดยั้ง
ยามนี้ ฟ้าดินเปี่ยมไปด้วยอำนาจทำลายล้างประหลาดร้ายกาจ จันทร์เสี้ยวดวงนั้นเป็นประหนึ่งขุมนรกอันพร้อมกลืนกินทุกสิ่งในฟ้าดิน
ทุกผู้ร่างสะท้าน วิญญาณลอยละล่อง
จันทร์เสี้ยวดวงนั้นดูมิต่างจากขุมนรกมารอันโหดเหี้ยมร้ายกาจ ปกคลุมน่านนภารายล้อมซูอี้
รอยยิ้มเย้ยหยันพลันปรากฏบนใบหน้าซูอี้ ร่างของเขามิได้ผละถอย ประทับมือขวาลงบนอากาศ
ฉัวะ!
ปราณดาบสายหนึ่งเจิดประกาย
ในปราณดาบสายนั้นเจือด้วยปราณของดาบเก้าคุมขัง
มันทะยานแหวกเวหา ทะลวงเข้าใส่จันทร์เสี้ยวดวงนั้น
ตู้ม!!
จันทร์เสี้ยวสะท้านรุนแรง ก่อนจะระเบิดออกทันที
รอยยิ้มร้ายกาจบ้าคลั่งบนใบหน้าเสนามารไร้เทียมทานแห่งเผ่ามารจันทราเงินชะงักค้างกะทันหัน ดวงตาเหลือกถลน อ้าปากพะงาบทว่ากลับมิอาจเอ่ยวจีใด
ซูอี้ดูจะรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการกล่าววาจาใด เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าเดาถูกแล้ว ข้าในยามนี้ต้องการเพียงสังหารเจ้าให้สิ้นซากเท่านั้น”
วาจายังไม่ทันสิ้น ร่างของอิ๋นเป๋ยอู่ก็แหลกสลายกลายเป็นเถ้าโปรยปลิว
เหล่าผู้ฟังล้วนเงียบสงัด
ผู้คนตะลึงค้างกับที่ ในใจพลุ่งพล่านแทบบ้า
ปราณของจันทร์เสี้ยวดวงนั้นแสนน่าสะพรึงกลัว มากพอจะเป็นภัยต่อมหาเซียนได้!
เมื่อผู้คนคิดว่าซูอี้คงมิแคล้วตายตกเพราะมัน เหตุมิคาดฝันนี้ก็บังเกิด
ซูอี้พลิกจักรวาลด้วยหนึ่งดาบ สังหารอิ๋นเป๋ยอู่ลงได้!!
รอยยิ้มพิกลบนใบหน้าของอิ๋นเซี่ยวเทียนและเหล่ามหาเซียนชะงักค้าง แต่ละผู้ล้วนตะลึงงัน
เป็นไปได้เช่นไร!?
เพราะการโจมตีชี้วัดเป็นตายนี้เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป และจบลงในพริบตา พวกเขาจึงไร้กระทั่งเวลาจะเคลื่อนไหว ย่อมไม่มีทางช่วยชีวิตอิ๋นเป๋ยอู่ไว้ได้
ทั่วฟ้าดินเงียบกริบ
บรรยากาศเงียบสงัดชวนตะลึงปกคลุมทั่วฟ้าดิน
ในการดำเนินศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตหนนี้ มีเสนามารสิบสี่ตนตายตกด้วยมือซูอี้!
และในศึกสะเทือนหล้านี้ เมื่ออิ๋นเป๋ยอู่ตายตก ชะตากรรมของฝ่ายมารนอกแดนก็ถูกกำหนดแล้วว่าสิ้นหนทางพลิกสถานการณ์!
ซูอี้นำไหสุราออกมายกจิบ
การโจมตีสุดท้ายนี้เป็นศึกประชันไพ่ตาย หาใช่การประลองมหาวิถีไม่ เป็นสิ่งน่าเบื่อจืดชืดที่สุด
เขาย่อมไม่มีความชื่นมื่นมากนัก
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็แค่ฆ่าเสนามารไร้เทียมทานจากเผ่ามารจันทราเงินผู้มีศักยภาพท้าทายสวรรค์ลงผู้หนึ่งเท่านั้น
“เป๋ยอู่!!”
อิ๋นเซี่ยวเทียนคร่ำครวญอย่างอาวรณ์เยี่ยงเสียงคำรามสัตว์ป่า ดวงตาเดือดดาล แดงฉานเป็นสีเลือด
เหล่ามหามารทั้งหลายเองก็เดือดดาล จิตสังหารสยายไร้ขอบเขต
สถานะของอิ๋นเป๋ยอู่สูงศักดิ์อย่างยิ่ง เขาเป็นบุตรหัวหน้าเผ่ามารจันทราเงิน!
ผลกระทบจากความตายของเขาร้ายแรงจนเหล่ามหามารยากรับไหว!
ชั่วขณะนั้น สายตาของมหามารทั้งหลายล้วนจับจ้องซูอี้เป็นตาเดียว
ล้วนแฝงไว้ซึ่งความดุร้ายหมายสังหาร!!