บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1665: ท่านป้าเล็ก
ตอนที่ 1665: ท่านป้าเล็ก
ตระกูลทังโบราณเป็นขุมกำลังยักษ์ใหญ่ในแดนเซียน
ในถิ่นปกครองตระกูลทัง กระทั่งตัวตนระดับมหาเซียนยังมิกล้ากระทำการตามใจ
โดยเฉพาะชั่วขณะนี้ซึ่ง ‘งานประกวดล่าเวหา’ กำลังจะถูกจัดขึ้น ไม่อาจทราบได้ว่ามีผู้ทรงอำนาจจากแดนเซียนมากเพียงใดมารวมตัวกัน ณ ถิ่นฐานตระกูลทัง
แม้จะเป็นบุคคลร้ายกาจไร้ปรานี พวกเขาก็ยังต้องสงวนท่าทีให้เกียรติอย่างยิ่ง
ทว่ายามนี้ กลับมีผู้กล้าทำร้ายคนในตำหนักพำนักของทังเป่าเอ๋อร์!
ลำพังเพียงการกระทำนี้ องครักษ์ตระกูลทังที่รายล้อมก็ถูกกระตุ้น พุ่งเข้ามาหาซูอี้อย่างคุกคามแต่แรกเริ่ม
เหล่าผู้สูงส่งจากไกล ๆ ตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปรีดา เผยสีหน้าคาดหวังขึ้นมาตาม ๆ กัน ด้วยเกรงว่าโลกหล้าจะสงบสุขเกินไป
“จับคนบ้านั่นเร็ว!”
สุยอวิ๋นสุ่ยกุมแก้มอันบวมแดงขณะตะโกนออกมา
และซูอี้ ณ ขณะนี้ก็ยังคงแสดงท่าทีเฉยชาเช่นเก่า
เขามาเข้าร่วมงานประกวดล่าเวหาจริงแท้ ทว่าจุดประสงค์สำคัญที่สุดคือมาเยือนโลกเร้นลับอันอยู่มาแต่ยุคสุดวิเวกต่างหาก
หากจำเป็นจริง ๆ เขาจะก่อเรื่องใหญ่แล้วจากไปก็ได้
“เจ้าจะยอมมอบตัวแต่โดยดี หรือตั้งใจจะขัดขืน?”
ในหมู่องครักษ์ตระกูลทัง ชายวัยกลางคนร่างกำยำผู้หนึ่งกล่าวขึ้นด้วยเสียงลุ่มลึก
ดวงตาของเขาวาวโรจน์ดุจอัสนี เปี่ยมจิตสังหาร มีพลังปราณในระดับราชันเซียนซึ่งเล็งเป้าแน่นิ่งที่ซูอี้
ซูอี้เหลือบตามองคนผู้นี้และกล่าวว่า “ข้าว่าคงจะดีกว่าหากพวกเจ้าไปขอให้ทังเป่าเอ๋อร์ชี้แนะเพื่อเลี่ยงการกระทำผิดใหญ่หลวง”
ชายวัยกลางคนร่างกำยำขมวดคิ้ว เขามองปราดแรกก็เห็นว่าชายหนุ่มในอาภรณ์นักพรตผู้นี้ดูจะมิได้กล่าวลอย ๆ ทว่าอีกฝ่ายกลับไร้ความกลัวจริง ๆ!
ทว่านี่คือตระกูลทัง ไม่ว่าผู้ใดก่อเรื่องก็ต้องรับทัณฑ์!
เมื่อคิดเช่นนี้ ชายวัยกลางคนร่างกำยำก็กล่าวเสียงต่ำ “ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร มีที่มาเช่นไร ก็โปรดร่วมมือมากับเราด้วย!”
ซูอี้คร้านเกินกว่าจะพูดพล่าม เขาเข้าประเด็นทันที “เช่นนั้นจะลงมือก็ย่อมได้”
ท่าทีเรียบเฉยเช่นนั้นดูเย่อหยิ่งโอหังเป็นพิเศษในสายตาองครักษ์ตระกูลทังทั้งหลาย ทำให้พวกเขาเดือดดาล
สุยอวิ๋นสุ่ยแผดเสียงลั่นขึ้นกว่าเดิม “พวกเจ้าเห็นกันหมดแล้ว คนผู้นี้อุปนิสัยโอหัง ไร้ผู้ใดในสายตา กล้ามาฆ่าคนในถิ่นฐานตระกูลทัง เห็นได้ชัดว่าหามีตระกูลทังในสายตาไม่ หากมิจับตัวไว้ยามนี้ จะปล่อยเขาไว้เพื่อการใด?”
ไกลออกไป เหล่าแขกผู้มีเกียรติซึ่งมองอยู่ก็ต่างปริปากสุมไฟตาม ๆ กัน
“ผู้ก่อเหตุต้องได้รับโทษสถานหนัก!”
“ถูกต้อง นี่คือที่พำนักของแม่นางเป่าเอ๋อร์ มีหรือจะทนให้คนบ้ามากำเริบเสิบสานได้เช่นนี้?”
…ทันใดนั้น ทุกคมหอกก็ชี้มายังซูอี้
ทว่าซูอี้มิได้สนใจ คร้านเกินกว่าจะกล่าววาจาใด เขายืนสงบดื่มสุราลำพัง
ชายวัยกลางคนร่างบึกบึนดูมิแน่ใจชั่วขณะ ก่อนจะกัดฟันกรอดกล่าวว่า “ล่วงเกินแล้ว!”
ว่าแล้ว เขาก็โบกมือ เตรียมสั่งเหล่าองครักษ์ให้มาจับตัวซูอี้
“หยุดนะ!”
เสียงใสเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างเปี่ยมโทสะ
คนกลุ่มหนึ่งรีบเร่งเดินเข้ามาจากไกล ๆ
ผู้นำเป็นสาวงามผู้งดงามอรชร สวมกระโปรงสีชมพูกลีบบัวและเสื้อสีเหลืองส้ม นัยน์ตาหยีดุจจันทร์เสี้ยว ใบหน้าจิ้มลิ้ม กิริยางามล้ำ
นางคือทังเป่าเอ๋อร์!
เมื่อเห็นนางปรากฏขึ้น ทั่วทิศก็เกิดเสียงฮือฮา
เหล่าแขกผู้มีเกียรติซึ่งมองอยู่ก็อดตื่นเต้นมิได้ กระทั่งแม่นางเป่าเอ๋อร์ยังถูกเชิญมา เรื่องนี้ต้องใหญ่อย่างจริงแท้!
“คารวะคุณหนู”
องครักษ์ตระกูลทังทั้งหลายล้วนหยุดการกระทำมาคารวะทังเป่าเอ๋อร์ตาม ๆ กัน
ทว่าทังเป่าเอ๋อร์หาสนใจไม่
“พี่ชายน้อย มิเป็นไรใช่หรือไม่?”
ทังเป่าเอ๋อร์ถามเสียงใส
เมื่อได้ยินคำเรียกอันคุ้นหูนี้ ซูอี้ก็ผงะไปเล็กน้อยแล้วส่ายหน้า “มิเป็นไร”
ทังเป่าเอ๋อร์ลอบถอนหายใจโล่งอก กล่าวขึ้นว่า “ดีแล้ว ข้าผิดเองที่มาช้าไปก้าวหนึ่ง หาไม่ ข้าจะมิให้เจ้าต้องมาถูกรังแกเช่นนี้แม้แต่น้อย”
ชายวัยกลางคนร่างกำยำและเหล่าองครักษ์อดตะลึงไปมิได้ ตระหนักแล้วว่าบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“คุณหนูขอรับ เขา…”
ชายวัยกลางคนร่างกำยำกำลังจะอธิบาย
ทังเป่าเอ๋อร์กล่าวเสียงเข้ม “ไม่ต้องอธิบายแล้ว ข้าแค่อยากรู้ว่าใครก่อกวนสหายข้า!”
วาจาของนางเย็นเยียบ เปี่ยมด้วยโทสะ
เหงื่อกาฬผุดเต็มหน้าผากของชายวัยกลางคนร่างกำยำและพวก หันมองสุยอวิ๋นสุ่ยและชายชราร่างผอมอย่างเผลอไผล
สีหน้าของสุยอวิ๋นสุ่ยพลันแปรเปลี่ยน “น้องหญิง ข้า…”
ทังเป่าเอ๋อร์กล่าวขัด “พาตัวทั้งคู่ออกไปกักไว้ก่อน แล้วส่งให้ผู้อาวุโสห้าจัดการ บอกไปแค่ว่าพวกเขาล่วงเกินสหายผู้มีค่าสูงสุดของข้า ส่วนที่เหลือให้ผู้อาวุโสห้าพินิจรับมือเอง”
“ขอรับ!”
ชายวัยกลางคนร่างกำยำรับคำสั่ง
หัวใจของเขาสั่นสะท้าน ครู่ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นพรั่นพรึง ในที่สุดเขาก็ตระหนักว่าเกือบกระทำผิดหนใหญ่เสียแล้ว!
ใครเล่าจะคาดว่าชายหนุ่มผู้ดูไม่มาดีผู้นี้จะเป็นแขกผู้มีเกียรติสูงสุดของคุณหนู?
มิต้องสงสัยเลยว่าสุยอวิ๋นสุ่ยและบ่าวเฒ่าของเขาคงดวงกุดแล้วเป็นแน่แท้!
สีหน้าของสุยอวิ๋นสุ่ยซีดขาว เขาดิ้นรนแก้ตัว “น้องหญิง ฟังข้าอธิบายก่อน เมื่อครู่เป็นเรื่องเข้าใจผิด! ข้า…”
เปรี้ยง!
ก่อนจะพูดจบ เขาก็ถูกทำให้หมดสติไปเสียก่อน และถูกเหล่าองครักษ์ข้างกายชายวัยกลางคนร่างกำยำลากจากไปกับบ่าวเฒ่าของตน
ชายวัยกลางคนร่างกำยำคอยฟังคำสั่งต่ออย่างนอบน้อม
“แล้วพวกเขาเล่า เคยล่วงเกินสหายข้าหรือไม่?”
ดวงตาของทังเป่าเอ๋อร์มองไปไกล เหล่าแขกผู้มีเกียรติซึ่งดูเรื่องสนุกอยู่เมื่อครู่ล้วนเปลี่ยนสีหน้า ยามนี้ยังมีผู้ใดไม่เข้าใจสถานการณ์อีก?
ชายวัยกลางคนร่างกำยำกล่าวเสียงต่ำ “เรียนคุณหนู พวกเขาไม่ได้ล่วงเกินคุณชายผู้นั้น แต่ก็ใช้วาจามิให้เกียรติขอรับ”
“แม้วาจาลบหลู่ก็มิได้!”
ทังเป่าเอ๋อร์มุ่ยหน้า ดวงตาเย็นเยียบ “ไล่ออกไปให้หมด มิให้มาปรากฏในถิ่นฐานตระกูลทังของเราอีก!”
“ขอรับ!”
ชายวัยกลางคนร่างกำยำรับคำสั่ง
เหล่าผู้สูงส่งซึ่งมาพบทังเป่าเอ๋อร์ล้วนตกตะลึง มิคาดว่าจะมาถูกหางเลขหายนะไปด้วยแค่เพราะดูเรื่องสนุก
ทังเป่าเอ๋อร์เลิกใส่ใจ หันไปกล่าวกับซูอี้ว่า “พี่ชายน้อย สบายใจขึ้นหรือไม่?”
ซูอี้ไหวไหล่ตอบ “จะบอกว่าสบายใจคงพูดมิได้ แค่รู้สึก… น่าเบื่อ”
ทังเป่าเอ๋อร์อดขำมิได้
ต่อมา สาวน้อยก็นำทางซูอี้ไปยังศาลาห่างออกไปด้วยตนเอง
เบื้องหลังสาวน้อยมีกลุ่มผู้ใต้บัญชาติดตามเยี่ยงดาราล้อมจันทร์
ภายในศาลาหลังน้อย
สาวใช้รินน้ำชงชา จัดสำรับขนมมากมาย
หลังซูอี้นั่งลง ทังเป่าเอ๋อร์ก็สั่งให้บริวารจากไป ทันใดนั้นในศาลาก็เหลือเพียงนางและซูอี้
“พี่ชายน้อย ไม่กี่วันก่อน ข้ากับท่านอาก็คุยกันอยู่ว่าเจ้าจะมาเข้าร่วมงานประกวดล่าเวหาหนนี้หรือไม่ และท่านอากระทั่งฝากฝังเส้นสายมากมายในทวีปกกพิสุทธิ์ให้ออกตามหาเจ้า แต่ก็ไม่อาจพบตัว”
น้ำเสียงของสาวน้อยเจื้อยแจ้ว “แต่มิคาดเลยว่าเจ้าจะมาวันนี้ ข้าเชื่อว่าหากท่านอารู้ เขาต้องยินดีมิต่างจากข้าเป็นแน่แท้”
ว่าแล้ว นางก็กะพริบนัยน์ตาพร่างประกายกล่าวถามอย่างอยากรู้ก่อนซูอี้ทันได้พูด “พี่ชายน้อย ไฉนจู่ ๆ จึงปลอมตัวเปลี่ยนรูปลักษณ์กันนะ? ไม่สิ… ข้ารู้แล้ว เพราะมิอยากถูกจำได้นี่เอง!”
“เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เหตุซึ่งเกิดที่ด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดแพร่ออกไปทั่วแดนเซียนเนิ่นนาน ท่านอาเองก็วิเคราะห์ว่าพี่ชายน้อยดูโด่งดังในแดนเซียน ทว่าแท้จริงเจ้ากำลังยืนอยู่ ณ จุดรวมมรสุม ปัญหามากมายจะบังเกิดรุมเร้า แล้วก็…”
เห็นได้ชัดว่าสาวน้อยตื่นเต้นยินดียิ่ง วาจาของนางเจื้อยแจ้วมิหยุดปาก
ซูอี้เองก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อ
สาวน้อยมีดวงตาเฉิดฉาย ซี่ฟันขาวประกาย งดงามร่าเริง น้ำเสียงใสเจื้อยแจ้วเสนาะโสต งดงามน่ารักเพียงนี้ ใครเล่าจะรำคาญใจ
และจากวาจาของสาวน้อย ซูอี้ก็ได้รู้เรื่องบางอย่างเกี่ยวกับ ‘งานประกวดล่าเวหา’
ในงานประกวดล่าเวหาหนนี้ ไม่เพียงราชันเซียนไร้เทียมทานจากขุมกำลังยักษ์ใหญ่เข้าร่วม ยังมีราชันเซียนสูงสุดจากทั่วแดนเซียนปรากฏขึ้นอาสาตน
รวมแล้วเป็นพันคน!
นี่เป็นเหตุใหญ่เหนือล้ำกว่าคราใดอย่างจริงแท้
ทว่าราชันเซียนซึ่งเรียกได้ว่า ‘ไร้เทียมทาน’ โดยแท้จริงนั้นมีเพียงส่วนน้อย รวมแล้วราว ๆ สามสิบ
ในหมู่พวกเขา ราชันเซียนไร้เทียมทานเหล่านั้นแทบทั้งหมดล้วนมาจากขุมกำลังยักษ์ใหญ่อย่างลัทธิไร้มลทิน ลัทธิกำเนิดเอกภพ และอารามบงกช
เช่นกงหนานเฟิงและเฉินไป๋หลีจากลัทธิไร้มลทิน เวิงฉางเฟิงและเฟ่ยเจินจากลัทธิกำเนิดเอกภพ และจัวอวิ๋นแห่งอารามบงกชเป็นต้น
พวกเขาล้วนเป็นราชันเซียนไร้เทียมทานเป็นที่ตกตะลึงทั่วทุกยุคสมัย ล้วนแต่มีชื่อเสียงระบือไกลทั่วสี่สิบเก้าทวีปแห่งแดนเซียน
และในตระกูลทังยังมีราชันเซียนไร้เทียมทานนามทังอวี่เยียน ท่านป้าเล็กของทังเป่าเอ๋อร์ผู้เลิศล้ำตะลึงสรวงอยู่ด้วย
ซูอี้ถือเรื่องนี้เป็นเพียงการคุยเล่นยามว่าง หาสนใจจริงจังไม่
“พี่ชายน้อย ท่านอาของข้ากำลังรับแขกผู้มีเกียรติอยู่ เมื่อมีเวลา ข้าจะเชิญเขามาพบเจ้านะ”
ทังเป่าเอ๋อร์ว่า “จะว่าไป ท่านอากับข้าไม่เคยแพร่งพรายเรื่องของเจ้าออกไปแม้เพียงครึ่งคำ และท่านอาก็บอกว่าหากให้ตระกูลรู้ถึงตัวตนของเจ้า อาจเกิดเป็นปัญหาได้”
ซูอี้พยักหน้าน้อย ๆ และกล่าวว่า “อาของเจ้าคิดรอบคอบ จากนี้ไป เจ้าเรียกข้าว่าเสิ่นมู่เถอะ”
ยามนี้ เหตุที่เขาเปลี่ยนตัวตนมายังงานประกวดล่าเวหาก็เพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้ปัญหามาก่อกวนความสงบของเขา
“เสิ่นมู่?”
ทังเป่าเอ๋อร์กะพริบตา “นามนี้มีความนัยใดหรือ?”
ซูอี้กล่าวยิ้ม ๆ “คิดมั่ว ๆ ขึ้นมาน่ะ”
ทันทีที่เขากล่าวเช่นนี้ ก็มีเสียงเคาะดังขึ้นนอกศาลา “ยายหนูเป่าเอ๋อร์ ข้าได้ยินว่าเจ้ากำลังรับรองสหายสำคัญสูงสุดอยู่ รีบแนะนำข้าเร็วเข้า”
ทังเป่าเอ๋อร์นิ่งไป “ไฉนท่านป้าเล็กจึงมาที่นี่กัน?”
นางรีบลุกขึ้นไปหา แล้วไม่นานก็พาหญิงงามร่างสูงผู้หนึ่งในชุดกระโปรงสีหมึกกลับมา
สตรีผู้นั้นมีเรือนผมสยายยาว ลำคอระหง ใบหน้ากลมดุจไข่ห่านขาวกระจ่างทรงเสน่ห์ ทว่าท่าทีของนางกลับเย็นชาดุจหุบเหวร้าง ให้บรรยากาศแตกต่างเป็นเอกลักษณ์
ทังอวี่เยียน
ราชันเซียนไร้เทียมทานแห่งตระกูลทังโบราณ!
เป็นราชันเซียนเหมือนกัน ทว่าแม้ลำดับอาวุโสจะยังด้อยกว่าทังหลิงฉี แต่การฝึกฝนและความแข็งแกร่งของทังอวี่เยียนสูงล้ำเหนือชั้นกว่าผู้เฒ่าอย่างทังหลิงฉีไกลลิบ!
อันที่จริง ในตระกูลทังโบราณนี้ ความแข็งแกร่งของราชันเซียนอาวุโสมากมายต่ำขั้นกว่าทังอวี่เยียนหลายขุม
วูบ!
เมื่อเข้ามาในห้อง นัยน์ตาทรงเสน่ห์ของทังอวี่เยียนกวาดเข้าจ้องซูอี้ทันที คมกริบดุจคมมีด
หลังหยั่งเชิงเล็กน้อย คิ้วงามของนางก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
………………..