บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1694: ดุจหนึ่งราชันเผชิญกลุ่มชน
ตอนที่ 1694: ดุจหนึ่งราชันเผชิญกลุ่มชน
เมื่อร่างของซูอี้ปรากฏขึ้น บรรยากาศซึ่งเดิมตึงเครียดพลันเงียบงัน
ทันใดนั้น ทุกสายตาก็มุ่งมายังซูอี้ลำพัง
ในที่สุดคนผู้นี้ก็โผล่มา!
ราชันเซียนทั้งหลายผู้พ่ายยับเยินด้วยมือซูอี้ล้วนดูพิกล
บ้างลำพอง
บ้างเห็นอกเห็นใจ
กงหนันเฟิง เวิงฉางเฟิง และราชันเซียนไร้เทียมทานคนอื่น ๆ ล้วนมองเฉย ๆ
ทว่ามหาเซียนบางคนหาได้ซุกซ่อนจิตสังหารใจปรปักษ์ไม่!
“สหายเต๋าซู ไม่ว่าภายหน้าจะเกิดอันใด โปรดอดทนไว้ก่อนนะ”
ทังหลิงฉีรีบถ่ายทอดวจีอย่างกังวล และกล่าวถึงจุดยืนตระกูลทังของพวกเขาต่อซูอี้
ท้ายที่สุด เขาก็กล่าวขึ้นอย่างหนักแน่น “ขอเพียงสหายเต๋าร่วมมือกับเราหน่อย ตระกูลทังของเราจะทำทุกวิถีทางให้สหายเต๋าหลุดพ้นจากหายนะล่าสังหารในวันนี้แน่!”
ซูอี้ฟังแล้วเสสรวลกล่าว “มหาเซียนไม่กี่คนเช่นนี้ ไร้คุณสมบัติให้ข้าต้องระงับใจทน!”
ทังหลิงฉีผงะ
แม้เขาจะคาดไว้แล้วว่าด้วยอุปนิสัยเย่อหยิ่งของซูอี้ คงยากจะยอมรับให้ ‘ยอมอดทน’ แต่เมื่อถูกซูอี้ปฏิเสธโดยไม่คิดเช่นนี้ เขาก็ยังรู้สึกจนใจ และ… กังวลอยู่ดี!
ที่นี่มิใช่ด่านสวรรค์ชั้นเจ็ด ไม่มีทางยืมอำนาจกฎสวรรค์แห่งแดนเซียนผ่านศิลาวิถีปกครองสวรรค์ได้เลย
ด้วยเหตุฉะนี้ ไฉนซูอี้จึงคิดจะประชันกับมหาเซียนเหล่านั้น?
“ข้ารู้จุดยืนตระกูลทังของพวกเจ้าแล้ว อย่าให้ตระกูลทังของเจ้ามาถูกถ่วงลงโคลนตมไปด้วยเลย ต่อจากนี้ พวกเจ้ามองเฉย ๆ ก็พอ”
ซูอี้ว่า
“เสิ่นมู่ เจ้ามีความผิด!”
วาจานั้นสนั่นลั่นดุจอสนีบาต สะท้อนก้องทั่วนภาด้าวแดน
ทุกผู้ล้วนหูลั่นอื้ออึง
ณ ที่นั่งห่างออกไปจากสนามเต๋า เซี่ยขุยหยวน มหาเซียนจากลัทธิไร้มลทินลุกขึ้นจ้องมองซูอี้ด้วยสีหน้าเฉยเมยอย่างเย็นชา
วาจานั้นประหนึ่งพิพากษาผู้ผิดบาป!
มหาเซียนคนอื่น ๆ ต่างก็มองมาอย่างมาดร้าย
เหล่ามหาเซียนล้วนเดือดดาล ชี้ดาบตรงมายังซูอี้ลำพัง!
อำนาจน่าสะพรึงกลัวเช่นนั้น หากเป็นราชันเซียนอื่นใด เกรงว่าคงมิอาจทนได้แต่แรกเริ่ม
ทว่าซูอี้กลับดูไม่รับรู้ นำไหสุราออกมาจิบแล้วกล่าวเสียงเรียบ “บอกข้าสิว่าข้าคนแซ่เสิ่นกระทำผิดอันใด?”
ท่าทีไร้กังวลของเขาทำให้เซี่ยขุยหยวน หลี่เปยเชวี่ยและมหาเซียนคนอื่น ๆ ขมวดคิ้ว
“เราสงสัยว่าตัวตน การฝึกฝนและที่มาของเจ้ามีปัญหา ซึ่งเป็นการขัดต่อกฎงานประกวดล่าเวหาอย่างร้ายแรง!”
น้ำเสียงของเซี่ยขุยหยวนสนั่นลั่นเยี่ยงสายฟ้า สะท้อนก้องได้ยินถ้วนทั่ว “นอกจากนั้น เรายังสงสัยว่าการหายตัวอย่างลึกลับของฉู่ป้าเทียน ทายาทวังเซียนฟ้ามรกตเองก็จะเกี่ยวข้องกับเจ้า!”
เฉียบคมก้าวร้าว
ก่อนซูอี้จะทันได้กล่าววาจาใด หลี่เปยเชวี่ย มหาเซียนจากลัทธิกำเนิดจักรวาลก็กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย “แน่นอนว่าเห็นแก่หน้าพี่ชายร่วมวิถีทัง เราจึงให้โอกาสเจ้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ยามนี้ขึ้นกับการกระทำของเจ้าเองแล้ว!”
บรรยากาศทั่วหล้าหดหู่หนักอึ้ง
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ราชันเซียนทั้งหลายประหวั่นพรั่นพรึง
ทว่าทุกผู้กลับต้องประหลาดใจเมื่อซูอี้ยังคงมีท่าทีเฉยเมยเรื่อยเฉื่อยเยี่ยงกาลก่อน ไร้ร่องรอยความกลัวหรือโทสะใด ๆ
“พิสูจน์ตนเอง?”
ซูอี้กล่าว ดวงตาปรากฏเค้าการเย้ยเยาะ “แค่การคาดเดา ไร้หลักฐานใด ๆ แต่กลับทำให้พวกตาเฒ่ามากมายร่วมมือกันกดดันข้าลำพัง พวกเจ้ามหาเซียน… ดักดานยิ่งขึ้นไปทุกวี่วันเสียแล้ว”
ว่าแล้ว เขาก็ส่ายหน้าราวผิดหวัง
เหล่าผู้ชมล้วนผงะนิ่ง
ทุกผู้ล้วนคิดว่าคนผู้นี้มิได้บ้าจริงหรือ?
สีหน้าของเซี่ยขุยหยวน หลี่เปยเชวี่ยและคนอื่น ๆ ล้วนดำคล้ำ ใครเล่าจะคาดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้น้อยอย่างเสิ่นมู่จะกล้าล้อเลียนพวกเขามหาเซียน?
“พี่ทัง ไม่ว่าตระกูลทังของพวกเจ้าจะว่าเช่นไร วันนี้ข้าจะสืบข้อมูลของคนผู้นี้ให้ละเอียดทุกซอกมุม!”
เซี่ยขุยหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก “หากตระกูลทังของพวกเจ้ายืนกรานปกป้องเขา อย่าโทษข้าที่เหยียบย่ำน้ำใจตระกูลทังพวกเจ้าแล้วกัน!”
สีหน้าของทังจินหงดูยากอ่านไปชั่วขณะ
เขากล่าวกับซูอี้ว่า “เสิ่นมู่ ข้าทังจินหงใช้ชีวิตจวบยามนี้ ตรงไปตรงมาหาขลาดเขลาไม่ ขอเพียงเจ้าพิสูจน์ตนได้ว่าบริสุทธิ์ ตระกูลทังเราจะสนับสนุนเจ้าและมิให้เจ้าถูกรังแกแน่นอน!”
วาจานั้นทรงพลังมิอาจกังขา
ทว่าทุกผู้ต่างเห็นชัดว่าทังจินหงรอมชอมและเห็นด้วยกับคำขออันไร้เหตุผลของเหล่ามหาเซียนที่อยากให้เสิ่นมู่พิสูจน์ความบริสุทธิ์!
“บรรพชน ไฉนเขาจึงเป็นเช่นนี้ได้!! ไม่รู้หรือว่าตัวตนของสหายเต๋าซูจะถูกเผยหากทำเช่นนี้?”
หัวใจของทังอวี่เยียนคั้นตัว ใบหน้าแปรเปลี่ยนซีดขาว “หรือจะบอกว่าบรรพชนไม่อาจทนแรงกดดันของเหล่ามหาเซียนเหล่านั้นได้ จึงจำต้อง… รอมชอม?”
สีหน้าของเซี่ยขุยหยวน หลี่เปยเชวี่ย และคนอื่น ๆ ผ่อนคลายฃอย่างยิ่ง แน่อนว่าพวกเขาต่างเห็นได้ว่าท่าทีของทังจินหงแปรเปลี่ยนสั่นคลอน!
ทว่าซูอี้กลับแย้มยิ้มกล่าวว่า “ตรงไปตรงมาหาขลาดเขลาไม่? หากข้าบอกว่ามหาเซียนเหล่านั้นล้วนซุกซ่อนเจตนาร้าย เป็นหนอนบ่อนไส้จากเผ่ามารนอกแดนเล่า เจ้าจะคิดเช่นไร?”
ทันทีที่วาจาเหล่านี้ถูกกล่าว เหล่าผู้ฟังต่างลุกฮือ ปฏิเสธและตอบโต้ทันควัน
ล้อกันเล่นหรือไร
มหาเซียนเหล่านี้จะเป็นหนอนบ่อนไส้จากเผ่ามารนอกแดนไปได้หรือ?
ซูอี้เมินเสียงโต้แย้งและกล่าวข้น “ข้าอยากรู้นักว่าพวกเขาทรยศจริงหรือไม่? นั่นสินะ ให้พวกเขาพิสูจน์ความบริสุทธิ์หน่อยเป็นไร?”
ยามนั้นเอง ทุกผู้จึงเข้าใจว่าเสิ่นมู่ผู้นี้กำลังตอบโต้ในแบบของเขา
ชั่วขณะนั้น หลายต่อหลายคนดูคลุมเครือ
ที่แห่งนี้มีคนตั้งมากมาย ใครเล่าจะไม่เข้าใจว่าทั้งเหตุผลและการกระทำของมหาเซียนทั้งหลายต่อซูอี้นั้นเกินไปจนน่าขัน?
ทว่ากลับไร้ผู้ใดเอ่ยวจี
เพราะถึงอย่างนั้น นั่นก็เป็นมหาเซียน!
และยังสื่อถึงขุมกำลังยักษ์ใหญ่แห่งแล้วแห่งเล่า!
ต่อให้พวกเขาจะกระทำการเกินไป แต่ในแดนเซียนนี้ ใครเล่าจะกล้าเอ่ยแย้ง?
นี่ความความโหดร้ายแห่งสัจธรรม!
“เสิ่นมู่! ป่านนี้แล้ว ไฉนจึงมิยอมถอยกัน?”
สีหน้าของทังจินหงดำคล้ำ “หากเจ้าทำเช่นนี้อีก ตระกูลทังเราจะไม่อาจปกป้องเจ้าได้อีกแล้วนะ!”
ซูอี้กล่าวเสียงเรียบ “เจ้าคิดมากไปแล้ว ข้ามิเคยคิดยืมอำนาจตระกูลทังของพวกเจ้ามาแก้ปัญหาเลยแม้แต่น้อย”
ทุกผู้ “???”
ทุกผู้ล้วนผงะ!
“สหายเต๋าซูเขา…”
ร่างของทังอวี่เยียนสั่นสะท้าน หัวใจรวดร้าวจาง ๆ
ทังจินหงเดือดดาลจนอกกระเพื่อมรุนแรง กล่าวอย่างเดือดดาล “ย่อมได้ จากนี้ไป ตระกูลทังของเราจะมิเข้ายุ่งเรื่องนี้อีก!”
เซี่ยขุยหยวน หลี่เปยเชวี่ยและคนอื่น ๆ อดเผยความยินดีมิได้
ก่อนหน้านี้ สิ่งที่พวกเขาเป็นกังวลสูงสุดคือจุดยืนของตระกูลทังโบราณ ดังนั้น แม้พวกเขาจะล้อเลียนเหยียดหยามซูอี้ แต่ก็ต้องอดทนไว้
และยามนี้ เมื่อทังจินหงประกาศชัดว่าเขาจะมิปกป้องซูอี้อีก ความกังวลในใจพวกเขาก็พลันสลายหาย
“ฮ่า ๆ เสิ่นมู่ เจ้าคิดแตกหักกันจริง ๆ หรือ?”
เวิงฉางเฟิงอดหัวเราะมิได้
เขาไม่คาดจริง ๆ ว่าเสิ่นมู่ผู้นี้จะเย่อหยิ่งเสียจนปฏิเสธการปกป้องจากตระกูลทัง ซึ่งหาต่างจากการรนหาที่ตายเองไม่!
ราชันเซียนทั้งหลายอดรำพึงในใจมิได้ เมื่อไร้การปกป้องจากตระกูลทังโบราณ เสิ่นมู่ผู้นี้จะนำสิ่งใดมาพลิกสถานการณ์?
“ไฉนข้าจึงรู้สึกว่าคนผู้นี้มีแผนอื่นกันหนอ?”
เปลือกตาของหลวงจีนจัวอวิ๋นกระตุก สัมผัสได้ว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเรียบง่ายดังเห็น ด้วยปัญญาของเสิ่นมู่ เขาไม่มีทางทำเรื่องรนหาที่ตายเช่นนี้หรอก
“หรือเขาจะมีวิถีขจัดปัญหายามนี้ในแบบของตน?”
จัวอวิ๋นสงสัย
“ดี! ในเมื่อพี่ทังแสดงจุดยืนแล้ว เราก็มิต้องพูดเพ้อเจ้อกันอีก!”
ทางฝั่งวังเซียนฟ้ามรกต ชื่อเหมิงลุกขึ้นจับจ้องซูอี้จากไกล ๆ ด้วยดวงตาเปี่ยมจิตสังหาร “ยามนี้ข้าจะให้โอกาสสุดท้ายกับเจ้า หากมิพิสูจน์ความบริสุทธิ์… ข้าผู้นี้จะลงมือค้นร่างของเจ้าเอง เลือกมาสิ!”
วจีนั้นได้ยินถ้วนทั่ว
เหล่าผู้ชมล้วนเงียบสงัด วังเวงจนแทบยากหายใจ
ซูอี้ยกไหสุราขึ้นดื่มก่อนจะเก็บมันไป แล้วก้าวขึ้นสู่อากาศทะยานสู่นภา
เขากวักมือเรียกชื่อเหมิงน้อย ๆ “มาสิ มารับความตาย”
ตู้ม!
เหล่าผู้ฟังต่างแตกตื่นอื้ออึง
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าราชันเซียนไร้เทียมทานผู้หนึ่งจะกล้ามีท่าทีสามหาว ประกาศสงครามกับมหาเซียนเช่นนี้!
นี่มันบ้าไปแล้ว!
ไม่เพียงเหล่าราชันเซียน กระทั่งมหาเซียนทั้งหลายยังอดตะลึงมิได้
ชั่วขณะนั้น สายตาของเหล่าผู้ชมต่างจับจ้องซูอี้ แม้เหล่าราชันเซียนจะเกลียดแค้นมีใจปรปักษ์กับซูอี้ พวกเขาก็ยังต้องยอมรับว่าความกล้าหาญของพวกตนต่ำชั้นกว่าเขานัก!
ชื่อเหมิงอดผงะไปมิได้
นับแต่เขาบรรลุขอบเขตอัศจรรย์เป็นมหาเซียนเมื่อแปดพันปีก่อน เขาก็ไม่เคยถูกราชันเซียนยั่วยุถึงเพียงนี้!
“แค่จากวาจา ต่อให้เรื่องที่อยู่ของฉู่ป้าเทียนของสำนักข้าไม่เกี่ยวกับเจ้า ข้าก็จะบั่นหัวเจ้าเป็นเยี่ยงอย่างอยู่ดี!”
วจียังมิทันสร่าง ร่างของชื่อเหมิงก็ทะยานเวหา
เขาร่างผอมสูง เส้นผมหงอกขาว ดวงตาสีเทาเขียว อาภรณ์สีทองพลิ้วสะบัดตามวายุ
เมื่อเขามาถึงบนท้องนภา อำนาจกดดันแห่งมหาเซียนพลันกวาดทั่วเวหาดุจคลื่นยักษ์ถาโถม
หมู่เมฆาแหลกระเบิด บรรพตลำธารสนั่นเคลื่อน
ฟ้าดินแปรสีสัน!
มหาเซียนระเบิดโทสะ มีหรือจะธรรมดา?
อำนาจน่าสะพรึงกลัวนั้น เพียงมองจากไกล ๆ ก็ทำให้ราชันเซียนไร้เทียมทานทั้งหลายอกสั่นขวัญแขวน ขนลุกซู่กันได้แล้ว
“เสิ่นมู่จบเห่แน่!”
“การไปสู้กับมหาเซียนต่างอันใดกับการหาที่ตาย?”
“บางทีเขาอาจมีไพ่ตายก็ได้?”
…ต่างผู้ล้วนคิดต่าง
“สหายเต๋าเสิ่นฆ่าราชันเซียนไร้เทียมทานลงได้โดยง่าย และด้วยสารพัดวิชาอันล้ำเลิศเหลือเชื่อ ในเมื่อเขากล้าประกาศศึก เขาต้องมีบางสิ่งให้พึ่งพา!”
จัวอวิ๋นลอบกล่าวในใจ
ขณะเดียวกัน มหาเซียนทั้งหลายต่างก็มองขึ้นไปบนฟ้าเป็นตาเดียว
ในหมู่พวกเขา มหาเซียนชื่อเหมิงนั้นกล่าวได้ว่าเป็นมหาเซียนรุ่นเยาว์ผู้เพิ่งขึ้นมาเป็นมหาเซียนได้เมื่อแปดพันปีก่อน และมีการฝึกฝนในขอบเขตอัศจรรย์ขั้นต้น
แต่ถึงอย่างนั้น การจัดการราชันเซียนไร้เทียมทานก็ทำได้ไม่ยากเย็นเลย!
เพราะมหาเซียนนั้นคือราชาแห่งวิถีเซียน แม้จะดูห่างจากราชันเซียนเพียงหนึ่งขอบเขต ทว่าแท้จริงแล้วแตกต่างดุจคนละโลก!!
ทว่ามหาเซียนทั้งหลายที่นี่ต่างทราบดี ว่าในเมื่อเสิ่นมู่กล้าประกาศตนยั่วยุเช่นนี้ เกรงว่าเขาก็มีไพ่ตายอื่นเช่นกัน
ขอเพียงศึกบังเกิด พวกเขาก็จะสามารถยืมมือชื่อเหมิงเพื่อหยั่งเชิงว่าเสิ่นมู่ผู้นี้แข็งแกร่งเพียงใด และมีฝีมือสูงส่งจริงหรือไม่
ในร่างของเขาซุกซ่อนปริศนาไว้มากเพียงใด!