บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1717: สนุกหรือไม่
ตอนที่ 1717: สนุกหรือไม่
ฉัวะ!
โลหิตพุ่งกระฉูดจากคอของชายชุดเขียว
มารผีเสื้อกลืนกระดูกฝูงหนึ่งโผนทะยานเข้าหา ในพริบตาร่างของเขาก็ถูกขบเคี้ยวเหลือเพียงกระดูกกองระเนระนาดบนพื้น
ก่อนตาย คลองจักษุของเขาเห็นเพียงคมดาบวูบไหว มิอาจเห็นได้ว่าผู้ใดฆ่าตน!
รวดเร็วเกินไป
นี่คือการสังหารในพริบตาโดยแท้
เพียงหนึ่งดาบ ศีรษะของชายชุดเขียวซึ่งเป็นมหาเซียนขอบเขตอัศจรรย์ขั้นต้นก็ขาดกระเด็น ไร้โอกาสให้หลบเลี่ยงขัดขืน!
“หยวนเทียน!”
หนึ่งเสียงตวาดขึ้นอย่างเคืองแค้น
อูถิงและมหาเซียนอีกสองคนล้วนเปลี่ยนสีหน้า ตื่นตัวขึ้นโดยภาพนี้
แทบจะในยามเดียวกัน พวกเขาก็เห็นตัวคนร้าย…
เสิ่นมู่!
ในฝูงมารผีเสื้อกลืนกระดูกอันหนาแน่น ร่างของเสิ่นมู่พุ่งเข้ามาทางพวกเขารวดเร็วเยี่ยงสายฟ้า
วูบ!
ก่อนผู้ใดทันไหวตัว ปราณดาบสายหนึ่งก็ทะยานมาก่อนแล้ว
“ถอย!”
อูถิงตวาดลั่น หันหลังเผ่นหนีไปกับมหาเซียนอีกสองคน
มิใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะมิอยากต่อสู้กับซูอี้ท่ามกลางวงล้อมของฝูงมารผีเสื้อกลืนกระดูก
เพียงพริบตา พวกเขาก็เคลื่อนกายหนีหายไปหลายหมื่นจั้ง!
ทว่าพวกเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อเสิ่นมู่ไล่ตามมา!
“ระวังด้วย บาดแผลของเสิ่นมู่น่าจะหายแล้ว!”
อูถิงกล่าวเตือน “หลังจากนี้ ข้าจะลงมือทุ่มสุดตัว หากเอาชนะคนผู้นี้มิได้ ให้ถอยหนีทันที ต้องมิเข้าสู้พัวพัน!”
“ทราบ!”
มหาเซียนอีกสองคนตกปากรับคำ
พวกเขาล้วนรู้ดีว่าเสิ่นมู่เป็นคู่ต่อสู้อันตรายรับมือยากเพียงใด
หาไม่ มีหรือเขาจะอยู่รอดจากการตามล่าสังหารของมหาเซียนหลายสิบคนจากเก้าขุมกำลังวิถีเซียนมาจนป่านนี้?
ยิ่งกว่านั้น ห้ามหาเซียนจากลัทธิหลิงหลง และสี่มหาเซียนจากลัทธิอัคคีเทพตายตกอย่างน่าอนาถด้วยฝีมือเสิ่นมู่ผู้นี้!
เดิมที พวกเขาควรจะแสนปรีดา
เพราะถึงอย่างไรก็ได้พบเป้าหมายเสียที
ทว่ายามนี้ พวกเขาหาดีใจไม่
หนึ่งเป็นเพราะบาดแผลของเสิ่นมู่หายดีแล้ว ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายฟื้นคืนอย่างเห็นได้ชัด มิได้บาดเจ็บสาหัสใกล้ตายเช่นกาลก่อน
สองเป็นเพราะเมื่อครู่ พวกเขาเสียมหาเซียนผู้หนึ่งจากฝั่งตนไป!
สิ่งนี้ทำให้พวกเขาระส่ำระสาย สัมผัสได้ถึงแรงกดดันปะทะหน้า
“ลงมือ!”
เมื่อเห็นเสิ่นมู่กำลังจะมาถึงตัว อูถิงก็ตวาดลั่น
ตู้ม!
เขาเปิดฉากใช้วงล้อทองซึ่งมีขอบคมดุจมีดฉีกกระชากเวหา พุ่งเข้าฟาดฟันโจมตีซูอี้
ขณะเดียวกัน มหาเซียนอีกสองคนก็ใช้วิชาสังหารของตนออกมาโดยไร้ลังเล
วูบ!
หอคอยทมิฬหลังหนึ่งทะยานเวหา
ตู้ม!
หอกสายฟ้าสีเขียวเล่มหนึ่งทะลวงสุญญะ
เพียงพริบตา ฟ้าดินรอบข้างก็ป่วนปั่น อำนาจมหาเซียนร้ายกาจพลุ่งพล่านแผ่รัศมี
สุญญะแหลกระเบิด
เพลิงศักดิ์สิทธิ์เจิดจรัสสาดส่องทั่วทศทิศ
สามมหาเซียนจากลัทธิหมื่นวิญญาณต่างใช้วิชาสังหารของตน ทุ่มสุดฝีมือแต่ต้น!
ซูอี้เสสรวล ดาบกวัดไกวบนอากาศ ฟาดฟันสามดาบออกไปในพริบตา
ดาบแรกมุ่งตรงไปเบื้องหน้าอย่างห้าวหาญ ผ่าสะบั้นวงล้อสีทองประหนึ่งแยกภูผาแหวกทะเล และภาวะดาบอันอหังการกระทั่งฟาดอูถิงจนเซถอยหลัง
ดาบที่สองวูบไหวพริบตา รวดเร็วเยี่ยงภาพหลอน
เคร้ง!!
ปราณดาบกระทบเข้ากับหอกศึกสีเขียว
ทันใดนั้น หอกศึกสีเขียวพลันคร่ำครวญ ถูกปราณดาบกดไล่เสียจนโค้งงอ และท้ายที่สุด มหาเซียนผู้ถือหอกศึกสีเขียวก็มิอาจทานรับการกดดันจากปราณดาบได้อีก ทั้งร่างของเขาและหอกศึกล้วนถูกฟาดกระเด็น
ดาบที่สามเปรียบเช่นคันดินกั้นฟ้า เชื่อมโลกหล้าจรดสรวง ขวางตรงหน้าหอคอยทมิฬตระหง่านเวหาไว้
ทันใดนั้น สามมหาเซียนก็เปลี่ยนสีหน้าโดยถ้วนทั่ว
แข็งแกร่งยิ่ง!!
ซูอี้ ณ ขณะนี้แข็งแกร่งกว่ายามถูกพวกเขาไล่ล่ามากนัก เพียงสามดาบ เขาก็ทลายการรุมโจมตีสุดกำลังของทั้งสามได้แล้ว!
ซูอี้ฉวยโอกาสนี้โจมตีอย่างดุเดือด
“ตาย!”
เปรี้ยง!
ปราณดาบเดือดพล่าน ภาวะดาบทะลักไหลเยี่ยงสายธาร
เมื่อซูอี้กวัดแกว่งดาบ คลื่นภาวะดาบพลันทะลักเชี่ยวดุจธารสวรรค์ทะลวงเขื่อน ฟาดฟันอย่างดุดันพร้อมอำนาจทลายนภาขยี้แดนดิน
มหาเซียนผู้ถือหอกศึกสีเขียวคำรามลั่น เข้าโจมตีรับอย่างสุดกำลัง
ทว่าเขาประเมินความน่าสะพรึงกลัวของดาบนี้ต่ำไปมาก
เพียงพริบตา หอกศึกสีเขียวก็กระเด็นหลุดมือ
ร่างของเขาถูกปราณดาบทรงพลังนี้ฟาด ร่างแหลกระเบิดทันใด
เลือดเนื้อสาดกระจาย จิตวิญญาณสลายสิ้นด้วยภาวะดาบอหังการ!
หนึ่งดาบหนักหนาทรงพลัง ทำลายล้างไร้ใดต้าน สังหารมหาเซียนตายตก
บดขยี้ฝ่ายเดียว!
“ถอย!!”
อูถิงและมหาเซียนคนอื่น ๆ ตกตะลึงแล้วรีบเผ่นหนี
พวกเขาตกใจจริง ๆ เมื่อพบว่าซูอี้ในขณะนี้ต่างกับซูอี้ที่พวกตนไล่ล่าสังหารราวเป็นคนละคน
กล่าวได้ว่าต่างกันคนละโลก!!
ทว่าพวกเขาหารู้ไม่ ว่าระหว่างทางที่พวกตนไล่ล่าซูอี้ก่อนหน้านี้ เป็นเพราะซูอี้จูงจมูกพวกเขา วางแผนรวบสังหารในคราเดียว จึงมิเคยลงมืออย่างเด็ดขาด
หารู้ไม่ว่าบาดแผลของซูอี้มิเพียงเยียวยากลับมาสมบูรณ์ การฝึกฝนของเขายังเคลื่อนขึ้นหนึ่งขั้นด้วย!
ก่อนหน้านี้ ซูอี้บุกสังหารศัตรูได้แล้วหนึ่งคน ยามนี้ก็เพิ่งกำจัดไปอีกหนึ่ง เหลือเพียงอูถิงและสหายอีกคน มิใช่ภัยคุกคามมากนักเลย
“ยังจะหนีได้อีกหรือ?”
ซูอี้เสสรวล
หุบเหวหมอกดำนี้คือสมรภูมิที่เขาเลือกเอง!
ยามนี้เมื่อถึงกาลคิดบัญชี มีหรือเขาจะยอมให้มัจฉาหนีพ้นตาข่าย?
“ไป!”
ซูอี้สะบัดแขน ขว้างดาบแห่งโลกาในมือออกไป
ตู้ม!
วจีดาบสะท้อนทั่วท้องนภา
ตัวดาบครามเทาของดาบแห่งโลกาประหนึ่งรุ่งทิพย์จากสวรรค์พาดยาวผ่านเวหา
“แย่แล้ว!”
มหาเซียนผู้ถือหอคอยทมิฬสันหลังเย็นเยือก หันขวับกลับมาใช้หอคอยทมิฬต้านรับสุดกำลังอย่างดุเดือด
เปรี้ยง!!
ดาบแห่งโลกาวูบไหวผ่านนภา
หอคอยทมิฬถูกกระแทกกระเด็น
มหาเซียนผู้นั้นก็ถูกชนจนตัวเซ กระอักเลือดออกมาหนึ่งคำ
ก่อนจะทันตั้งหลักได้ หมัดขาวกระจ่างข้างหนึ่งก็แหวกอากาศเข้าใส่
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
หมัดนี้ก่อให้เกิดเสียงระเบิดถี่รัว สมบัติคุ้มกายซึ่งบดบังตรงหน้ามหาเซียนผู้นั้นระเบิดแหลกเยี่ยงเศษกระดาษ
และอกของเขาก็ถูกหมัดทะลวงผ่านเป็นรู!
“เจ้า…”
มหาเซียนผู้นั้นเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าเป็น… ราชันเซียนจริง ๆ หรือ!?”
“เปล่า”
ซูอี้ส่ายหน้าว่า “ความจริงแล้ว ข้ามีการฝึกฝนเพียงขอบเขตสุญตาเท่านั้น”
ว่าแล้ว เขาก็ชักหมัดกลับ
แล้วร่างของมหาเซียนผู้นั้นก็แหลกสลายไป
ขณะที่ไกลออกไป ร่างของอูถิงหนีหายลับนภาไปแล้ว
ซูอี้หารีบร้อนไม่
เขาเงยหน้าขึ้นบนท้องนภา และเพียงพลิกมือ ยันต์ลับชิ้นหนึ่งพลันปรากฏขึ้น
เปรี้ยง!
ยันต์ลับชิ้นนั้นแตกออก และไม่นานนัก วิหคกระดูกตัวหนึ่งซึ่งปกคลุมด้วยหมอกทมิฬก็โบยบินมาจากท้องนภาอันสูงลิบ
“ใต้เท้ามีบัญชาใดหรือ?”
วิหคกระดูกหุบปีก ก้มหัวลงตรงหน้าซูอี้และกล่าวอย่างนอบน้อมด้วยน้ำเสียงชราวัยแหบพร่า
“จากนี้ไป ฝากเจ้าเก็บสินสงครามด้วย”
ซูอี้ออกคำสั่งแล้วละล่องจรจาก
“ขอรับ!”
วิหคกระดูกก้มหัวรับคำสั่ง
จนเมื่อร่างของซูอี้หายลับไป มันจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาเหมือนโล่งใจ
มันใช้โครงกระดูกปีกทาบอกราวใจหายใจคว่ำ กล่าวพึมพำ
“ยังดี หลังหายไปแสนนาน ใต้เท้าองค์ราชันทุกวันนี้ดูจะทวีความเมตตาขึ้นมาหน่อย หากเป็นกาลก่อน เขาคงทำข้ากลัวแทบสลบ…”
ทันใดนั้น วิหคกระดูกก็สะบัดปีก เงยหน้าขึ้นกู่ร้องหวีดหวิวประหลาดขึ้นสู่นภา
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าสนั่นลั่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้น
ท้องนภาสะท้านสะเทือน
เมื่อมองดี ๆ จะพบว่ามีมดสีดำขนาดเท่ากำปั้นฝูงหนึ่งเดินเรียงแถว ทั่วร่างประหนึ่งสร้างจากเหล็กทองแดง ก้าวย่างพร้อมเพรียงเป็นจังหวะดุจกรีฑาทัพ ทุกย่างก้าวเผยคลื่นอำนาจนับหมื่นพัน สะท้านทั่วบรรพตลำธาร สะเทือนเคลื่อนถึงสรวง
“เดินให้มันเบา ๆ หน่อย!”
วิหคกระดูกตวาด
ทันใดนั้น ฝูงมดสีดำก็พลันระมัดระวังเยื้องย่อง กระทั่งเสียงย่ำเท้าก็หายไป
วิหคกระดูกกล่าวอย่างดูทรงอำนาจ “จากนี้ไป พวกเจ้าจะมาช่วยใต้เท้าองค์ราชันเก็บสินสงครามกับข้า เข้าใจหรือไม่?”
ฝูงมดสีดำพยักหน้าพร้อมเพรียง
“ไปได้เลย”
วิหคกระดูกโบกอุ้งเท้าไล่
……
“เราต้องออกจากหุบเหวหมอกดำโดยไวที่สุด!”
อูถิงเผ่นหนีสุดชีวิต
เขาตื่นตะลึงจนมิกล้าอยู่ต่อ
ไม่ใช่เพราะเขากลัวตาย แต่เมื่อรู้ว่าตนมิอาจขัดขืนต่อต้าน การต่อสู้เอาชีวิตเข้าทิ้งจึงโง่เง่าเกินไปนัก
“การฝึกฝนของเสิ่นมู่ผู้นั้นหวนคืน บาดแผลพื้นตัวแล้ว หากต่อสู้กันซึ่งหน้า มหาเซียนขอบเขตอัศจรรย์ขั้นกลางนั้นมิใช่คู่ต่อสู้ของเขาอีกต่อไป เหลือเพียงข้าเช่นนี้ จะเอาสิ่งใดไปสู้กับเสิ่นมู่ได้?”
อูถิงกล่าวในใจ “เราต้องกลับลัทธิโดยเร็วที่สุด รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี!”
ไม่นานนัก เขาชะงักมองไปตรงหน้าอย่างตกตะลึง ทั่วร่างผงะหงาย
ทางเข้าออกหุบเหวหมอกดำหายไปแล้ว!!
“ไฉนเป็นเช่นนี้ได้?”
หัวใจของอูถิงร่วงถึงตาตุ่ม มือเท้าเย็นเฉียบไปหมด
กาลต่อมา เขาก็ออกค้นหาบริเวณใกล้เคียงอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็มิอาจพานพบร่องรอยใด ๆ
“เจ้าหนีมิได้หรอก”
ทันใดนั้น หนึ่งเสียงก็กล่าวขึ้นอย่างเฉยชา
อูถิงชะงัก และเห็นว่าซูอี้มาปรากฏอยู่ไกล ๆ แต่ยามใดมิอาจทราบ หนึ่งมือถือไหสุรา มองมาทางเขาอย่างผ่อนคลายเอื่อยเฉื่อย
“ฝีมือเจ้าหรือ?”
สีหน้าของอูถิงดำคล้ำยากมอง
ซูอี้แย้มยิ้ม กล่าวอย่างใจเย็น “แม้ข้าจะไม่ได้ทำ แต่มันก็เกี่ยวกับข้าจริง ๆ นั่นแหละ อีกอย่าง ข้าประกันได้ว่าในหุบเหวหมอกดำนี้ ไม่ว่าเจ้าจะหนีไปหนใด เจ้าก็ต้องตายด้วยมือข้าอยู่ดี หากมิเชื่อก็ลองได้”
อูถิงแค่นยิ้มกล่าว “ไร้สาระ คิดจริง ๆ หรือว่าหุบเหวหมอกดำนี้เป็นสวนหลังบ้านเจ้า?”
ซูอี้ครุ่นคิดจริงจังครู่หนึ่ง และกล่าวขึ้นว่า “จะว่าไป ที่เจ้าว่ามาก็ถูก”
อูถิง “…”
เขาหันหลังเคลื่อนกายหนีกลางอากาศอย่างสุดกำลัง
ครึ่งชั่วยามต่อมา
ณ หุบเขาสีเทาลูกหนึ่ง
ร่างของอูถิงพลันชะงัก ดวงตาเบิกกว้าง ดูมิต่างจากเห็นผี
เบื้องหน้าเขา ร่างหนึ่งนั่งเอกเขนกบนหินผา ดื่มสุราแย้มยิ้มให้เขาอยู่
เขาคือซูอี้!
“สนุกหรือไม่”
ซูอี้ถามยิ้ม ๆ
คิ้วของอูถิงขมวดแน่น หัวใจสั่นระรัว มิอาจคาดคิดได้เลยว่าซูอี้มาขวางตรงหน้าตนเองได้เช่นไร
และจากที่เห็น ดูเหมือนเขาจะรออยู่ที่นี่นานแล้วด้วย!
สิ่งนี้ทำให้อูถิงยิ่งรู้สึกแย่
ยามนี้ ซูอี้ลุกขึ้นเก็บไหสุราไป และกล่าวว่า “กาลเวลามิคอยท่า ข้ายังต้องไปล่าคนอื่นต่อ ส่งเจ้าที่นี่แล้วกัน”
วาจาของเขานุ่มนวล ราวกล่าวลาสหายเก่า
อูถิงตัวสั่น สีหน้าพลันแปรเปลี่ยน