บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 1967: นอกจากอยู่หรือตาย ไร้ทางเลือกอื่น
ตอนที่ 1,967: นอกจากอยู่หรือตาย ไร้ทางเลือกอื่น
อำนาจเทพคือรากฐานมหาวิถีแห่งทวยเทพ
มันก่อตัวขึ้นในแท่นบูชาเทพ ส่งเพลิงเทวาไว้เบื้องบน ก่ออำนาจมหาวิถีสารพัดไว้ภายใน!
แก่นแท้แห่งอำนาจเทพคือกฎแห่งยุคสมัยของเทพนั้น ๆ
กฎแห่งยุคสมัยแตกต่าง อำนาจเทพที่ควบรวมได้ก็ผันแปร และรากฐานมหาวิถีที่สร้างได้ก็ย่อมคละกันไป
อำนาจเทพของเจียงไท่เออสะท้อนนิมิตขึ้นเป็นบงกชเทพสีเงิน เจิดจรัสเรืองรองดุจหมู่ดาวพราวระยับ หาใช่อำนาจเทพทั่วไปไม่
ขณะปลดปล่อยอำนาจเทพสูงสุด ทั่วทั้งร่างของเขาก็เผยอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวกว่ากาลก่อนลิบลับ
“เพียงเทพพลิกฝ่ามือ แยกตะวันไล้จันทรา ปกปิดท้องนภาสิ้นได้! หวังเย่ เจ้าลองอำนาจเทพสูงสุดในร่างของข้านี่ดูหน่อย!”
ท่ามกลางเสียงเสสรวล เจียงไท่เออโจมตีอย่างดุดัน
ตู้ม!
ฟ้าดินในยามนี้สั่นสะท้าน สุญตาพังทลายเยี่ยงผืนผ้า
ลำแสงมากมายพวยพุ่งจากร่างของเจียงไท่เออ แปรเปลี่ยนเป็นธารดาราสุกสกาว เพียงหนึ่งโบกมือก็ให้ความรู้สึกกว้างขวางไร้ประมาณ อำนาจยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุด
ตัวตนระดับสุดลึกล้ำคนใดผู้เผชิญกับฝ่ามือนี้ล้วนแต่ต้องสิ้นหวังประหนึ่งกรวดเม็ดน้อย
สิ่งนี้เป็นเพราะอำนาจเทพอันสะท้านสะเทือนที่พัฒนาจากอำนาจวิถีเทพ จึงทำให้ทวยเทพมีพลังเหนือล้ำกว่าตัวตนขอบเขตมหาศาล!
เพียงพริบตา ซูอี้ก็เสียเปรียบรุนแรง ผิวกายบนร่างแทบปริแตก เนื้อเยื่อกระดูกถูกบดเบียดจวนจะแหลก
เปรี้ยง!!!
อึดใจต่อมา ร่างของซูอี้ก็ถูกฟาดกระเด็น
เขาบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว อาภรณ์เขียวเปรอะเปื้อนโลหิต และยามนี้ ชายหนุ่มก็แทบสิ้นสลายด้วยการโจมตีนี้!
“ฮ่า ๆๆ สาแก่ใจโดยแท้!”
เจียงไท่เออหัวเราะลั่น ดวงตาวาวโรจน์ หมื่นดารารอบกายยิ่งทำให้อำนาจของเขาร้ายกาจเป็นเท่าทวี
ทันทีที่ฟาดซูอี้กระเด็นไป เขาก็โจมตีอย่างต่อเนื่องโดยไร้ลังเล
เปรี้ยง!
ธารดาราเคลื่อนคล้อยดุดัน ถาโถมเข้าบดขยี้ซูอี้อย่างไร้สิ้นทางหลบเลี่ยง
ยามเผชิญกับการโจมตีนี้ ซูอี้จำต้องใช้อำนาจวัฏสงสารโดยไร้ความลังเล
เขาสะบัดแขนขวาเยี่ยงฟาดดาบไปบนฟ้า ฟ้าดินแปรเปลี่ยนตามจำนง มืดครึ้มลึกล้ำเยี่ยงอนันตรัตติกาล ดุจปรภพปรากฏบนเวหา
และเมื่อดาบของซูอี้ฟาดฟัน มันก็เปรียบประหนึ่งเส้นแสง
ตู้ม!
ธารดาราพลันแหวกกลาง ปรากฏรอยถูกหนึ่งดาบผ่าฟัน ที่ใดปราณดาบเคลื่อนผ่าน หมู่ดาวระยับพรายทลายสูญ ไม่อาจขวางกั้นได้เลย!
เพียงชั่วพริบตา ธารดาราพลันถูกแหวกฉีกตรงกลางโดยปราณดาบดุจฉีกม้วนภาพ!
ม่านตาของเจียงไท่เออหดตัวเล็กน้อย สะบัดฝ่ามือเข้าต้านรับ
เปรี้ยง!!
ปราณดาบและฝ่ามือประชัน
ทันใดนั้น อำนาจวัฏสงสารในปราณดาบระเบิดพลุ่งพล่าน แม้เจียงไท่เออจะสกัดขวางอย่างสุดกำลัง มือของเขาก็ยังถูกฟันจนโลหิตหลั่งริน
ร่างของเจ้าตัวสะท้านสั่นรุนแรง
ใบหน้าดุจชายหนุ่มปรากฏความประหลาดใจ “นี่…นี่หรืออำนาจวัฏสงสารที่ทำให้ทวยเทพหวาดหวั่น?!”
โลหิตหลั่งรินจากฝ่ามือของเขา ความรู้สึกเจ็บแปลบไม่ได้มากมายนัก ทว่าอำนาจร้ายกาจของดาบนี้ทำให้เจียงไท่เออหัวใจเต้นกระตุก
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ายามถูกอำนาจวัฏสงสารป่วนปั่น อำนาจเทพอันบังเกิดจากชิ้นส่วนแห่งยุคสมัยระดับสามของตนกลับเผยลางการสั่นคลอน!!
แม้สัญญาณการสั่นคลอนนี้จะน้อยนิดเสียจนยากจะตรวจพบ มันก็ทำให้เจียงไท่เออตระหนักอยู่ดีว่าอำนาจวัฏสงสารน่ากลัวเพียงไร และเข้าใจว่าไฉนเทพจึงมิยอมให้มีวัฏสงสารอยู่
“รู้สึกเช่นไรบ้าง?”
ซูอี้กล่าว
เจียงไท่เออกล่าวพร้อมกับแย้มยิ้ม “แม้วัฏสงสารจะเลอเลิศ การฝึกฝนของเจ้าก็ยังอ่อนแอเกินไป!”
“พอฆ่าเจ้าได้แล้วกัน”
ซูอี้กล่าวขณะโจมตีไปบนอากาศ
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ชายหนุ่มก้าวเดินสู่เวหาเยี่ยงทวยเทพระรัวกลอง นิมิตวัฏสงสารอันมืดมิดปรากฏบนฟ้าดิน สะท้อนเป็นภาพอันประหลาดตา
และยามซูอี้ลงมือ…
ตู้ม!
ทะเลทุกข์อันไพศาลทะยานออกจากโลกวัฏสงสาร ยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขตประหนึ่งจะจมฟ้าดินลงชั่วกาล
เคล็ดพลังวัฏสงสาร... ทะเลทุกข์อับปาง!
“ต่อหน้าเทพเทวา ทุกการดิ้นรนล้วนเสียเปล่า!”
เจียงไท่เออแค่นเสียงเย็นชา ปลดปล่อยรัศมีเทพจรัสพราวเยี่ยงจักรวาล ทะยานเข้ารับตรง ๆ
เปรี้ยง!!
ทะเลทุกข์จรดธารดารา สั่นคลอนประหนึ่งมหาแผ่นดินไหว อำนาจทำลายล้างรุนแรงสาดซัดจนร่างของเจียงไท่เออซวนเซ ทะเลทุกข์ดำมืดปกคลุมทั่วทิศ
อำนาจการจมอันน่าสะพรึงกลัวแพร่ออก ดูประหนึ่งจะลากเขาจมสู่ทะเลทุกข์ มิอาจหลุดพ้นได้อีก
ในที่สุดใบหน้าของเจียงไท่เออก็เปลี่ยนสี
อำนาจวัฏสงสารนี้ประหลาดร้ายแรงกว่าที่เขาคาดคิดมากนัก!
“เปิด!”
อาภรณ์ของเจียงไท่เออพลิ้วสะบัด ฝ่ามือฟาดฟันเยี่ยงมีดอย่างดุเดือด
ทันใดนั้น ทะเลทุกข์อันไพศาลก็แหลกสลาย
ทว่าซูอี้ฉวยโอกาสนี้โจมตีเข้ามาแล้ว หนึ่งดาบพร่างพรมจากนภา พัฒนาเป็นหกวิถีวัฏสงสาร เวียนวนเช่นวงล้อเข้าบดขยี้อย่างดุดัน
เคล็ดพลังวัฏสงสาร...วงล้อดาบหกวิถี!
เปรี้ยง!!!
เจียงไท่เออขัดขืนอย่างสุดกำลัง ทว่าก็ถูกผลักกระเด็น อาภรณ์แหว่งวิ่น เส้นผมยาวกระจัดกระจาย ผิวกายปริแตกชุ่มเลือด
สิ่งน่าสะพรึงกลัวสูงสุดคือ อำนาจเทพที่เขาควบรวมได้สั่นคลอน!!
และก่อนเขาจะทันตั้งตัว ซูอี้ก็โจมตีเข้ามาอีกครั้ง
วิเวกเร็วพลัน!
ยามบุปผาสุดวิถีผลิบาน!
ชีวันละล่อง ใดเล่าจะช่วย!
ภาวะดาบทุกกระบวนล้วนถูกซูอี้เรียกใช้อย่างสุดกำลัง หลอมรวมด้วยปราณจิตวิญญาณของชายหนุ่ม ให้ความรู้สึกราวเขาเป็นนายแห่งวัฏสงสารในโลกหล้า
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ชั่วขณะนั้น เส้นทางสุดวิถีอันโชติช่วง ดอกลำโพงพลิ้วไหว แม่น้ำลืมเลือนอันทรงพลังซัดสาดใต้สะพานไน่เหอ แท่นเกิดใหม่อันเวียนวนเป็นตาย สิบตำหนักยมบาลพิทักษ์นทียมโลก...
สารพัดนิมิตอัศจรรย์ปรากฏขึ้นในภาวะดาบ
และเจียงไท่เออก็ถูกโจมตีอย่างร้ายแรง!
เขาพยายามต้านทานการโจมตีอย่างสุดกำลัง อำนาจเทพอันยิ่งใหญ่แผ่ไพศาล ทว่าเคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์ใดล้วนแหลกสลายไปในภาวะดาบเวียนวัฏ สถานการณ์ของเจียงไท่เออแปรเปลี่ยนเป็นอันตราย บ้างถูกลากจูงสู่ทะเลทุกข์ บ้างถูกผลักดันบนเส้นทางสุดวิถี บ้างถูกแท่นเกิดใหม่สะกดทับ…
แม้ท้ายที่สุดมันจะสลายไป เขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว เส้นผมกระเจิดกระเจิง อาภรณ์พิสุทธิ์ดุจหิมะชุ่มโลหิตไปเนิ่นนาน ดูสะบักสะบอมยิ่งนัก
และยามนี้เองที่เจียงไท่เออตระหนักลึกล้ำถึงความน่าสะพรึงกลัวแห่งวัฏสงสาร
ความรู้สึกกระวนกระวายร้ายกาจเกินบรรยายพลุ่งพล่านสู่หัวใจของเจียงไท่เออ
เขารู้ดีมากว่า หากไม่รีบแก้สถานการณ์ ตนจะไม่เหลือทางรอด!!
“ทลาย!!”
ทันใดนั้น เจียงไท่เออก็ฟาดมือบนอากาศอย่างกระวนกระวาย
แท่นบูชามหาวิถีทะยานเวหา สะท้อนรัศมีวูบไหว และภายในนั้นมีบงกชเทพสีเงินพัดไหว พร่างพรมอำนาจวิถีเทพอันร้ายกาจ
ยามนี้ เจียงไท่เออโคจรรากฐานมหาวิถีของตน ทุ่มสุดกำลังโจมตี
เปรี้ยง!
การโจมตีของภาวะดาบวัฏสงสารล้วนถูกแท่นบูชามหาวิถีสลายไปสิ้น เกิดเป็นคลื่นทำลายล้างพลุ่งพล่าน
และเจียงไท่เออก็ฉวยโอกาสนี้ดิ้นหลุดออกมาทันที!
ดวงตาของเขาเปรียบประหนึ่งเปลวเพลิงลุกโชน ยิ้มขำพลางกล่าวลั่นว่า “หวังเย่ ข้าบอกแล้ว การฝึกฝนของเจ้าต่ำเกินไป แม้อำนาจวัฏสงสารจะท้าทายสวรรค์ ก็ทำอันใดข้ามิได้หรอก!”
“เจ้าด่วนดีใจเกินไปแล้ว”
ไกลออกไป ดวงตาของซูอี้เฉยชา กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
พร้อมกันนั้น เขาพลันเยื้องย่างไปเบื้องหน้า มือขวายกขึ้นฟาดฟันดุจคมดาบอันเตรียมการไว้เนิ่นนาน
ตู้ม!
ฟ้าดินสั่นสะท้าน
หนึ่งปราณดาบทะยานจร
ยามนี้ ภาวะดาบวัฏสงสารซึ่งเจียงไท่เออทลายไปเมื่อครู่ราวถูกเชิญมาใหม่ มันก่อตัวขึ้นเป็นนิมิตวัฏสงสารอันลึกลับบนอากาศอย่างเงียบเชียบ
แม่น้ำยมโลก แท่นเกิดใหม่ ทะเลทุกข์ เส้นทางสุดวิถี สะพานไน่เหอ แม่น้ำลืมเลือน… ราวแดนปรภพอันสมบูรณ์หวนปรากฏสู่หล้า
ดาบของซูอี้ก็เปรียบประหนึ่งลำแสงพาดผ่านปรภพ ถือครองอำนาจหกวิถีเวียนวน สะท้อนวัฏจักรเป็นตายอันร้ายแรง
แดนดินทั่วทศทิศมืดสงัด สรรพสิ่งเผยเค้าการเหี่ยวเฉาโรยรา กระทั่งมหาวิถีปรกสวรรค์ยังดูเจียนสิ้นขัย
รอยยิ้มบนใบหน้าเจียงไท่เออชะงักค้าง ขนลุกขนพอง
เขาสัมผัสภัยร้ายถึงชีวิต ทรงพลังน่าสะพรึงกลัวยิ่ง!
“ขึ้นมา!”
ทันใดนั้น เจียงไท่เออพลันตวาดลั่น
แท่นบูชามหาวิถีทะยานเวหา กู่ก้องเยี่ยงสายฟ้า เรืองรองรัศมีเทพจรัสจ้า ผลิบานด้วยลำแสงไร้ประมาณแผดเผา
นี่คือครั้งแรกที่เจียงไท่เออปลดปล่อยอำนาจทั้งหมดอย่างสุดชีวิต ไร้การปกปิดใด ๆ นับแต่บรรลุเทพ!
แล้วจากนั้น…
ตู้ม!!!
ฟ้าดินสนั่นสะท้าน วัฏสงสารโปรยลงเยี่ยงม่าน ปรกทั่วนภาแดนดิน
โลกหล้าอันมืดมิดเยี่ยงปรภพและปราณดาบนั้นล้วนถูกกดลง
เยี่ยงสวรรค์เคลื่อนสะกด!
แท่นบูชามหาวิถีที่เจียงไท่เออใช้ถูกกระทบรุนแรงทันควัน รัศมีนับหมื่นและแสงวิถีแหลกร้าวสลายไป
เพลิงเทวาเหนือแท่นบูชาจวนเจียนดับมอด!
อึ่ก!
เจียงไท่เออกระอักเลือด
ปราณดาบนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่ง ทำให้ร่างวิถีและจิตวิญญาณของเขาเสียหายร้ายแรง
“เปิด!!”
เขาคำรามด้วยดวงตาแดงฉาน
แท่นบูชามหาวิถีและปราณดาบนั้นเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือด
ทว่าท้ายที่สุดก็ไร้ผล
ท้ายที่สุด แท่นบูชามหาวิถีก็ถูกฟาดกระเด็นสู่เวหาพร้อมเสียงคำรามสะเทือนแดนดิน อำนาจดาบอันหลงเหลือหาได้แผ่วลงไม่ จากนั้นมันก็ฟาดลงมาหา
เจียงไท่เออครั่นคร้าม ขัดขืนสุดกำลัง
เปรี้ยง!
ฟ้าดินถิ่นนั้นถูกปกคลุมด้วยอำนาจปราณดาบอันอหังการน่าสะพรึงกลัวเกินเข้าใจ ปั่นป่วนรวนเรสิ้นระบบ
ยามฝุ่นควันร้างรา สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็คือร่างวิถีอันแตกหัก บาดเจ็บสาหัสใกล้ตายของเจียงไท่เออ มีสภาพน่าเวทนายิ่ง!
“ไม่คาดเลยว่ายามนี้เจ้าจะมิได้หนี”
ไกลออกไป ซูอี้ก้าวเข้ามา
ชายหนุ่มเองก็บาดเจ็บอยู่ก่อน โลหิตเปรอะเปื้อนอาภรณ์
ทว่าเทียบกับเจียงไท่เออแล้ว อาการของเขาดีกว่าเป็นไหน ๆ
“รู้ทั้งรู้ว่าหนีมิได้ ไฉนจึงอยากหนีอีกเล่า?”
เจียงไท่เออแค่นยิ้ม
สภาพของเขาสะบักสะบอม ร่างเปี่ยมด้วยบาดแผลจวนจะสลาย
แต่เจ้าตัวดูไม่สนใจ
มีเพียงยามสายตามองไปทางซูอี้ซึ่งเข้ามาใกล้ สีหน้าของเจียงไท่เออจึงเผยเค้าความซับซ้อน
มีทั้งความจนปัญญา เกลียดแค้น และเค้าความตะลึงอันมิอาจปิดบัง
เจียงไท่เออคงไม่คาดว่าซูอี้จะมีอำนาจต่อสู้น่าสะพรึงกลัวเพียงนี้ในระดับแกนรวมศูนย์
“ไฉนไม่ลองหน่อยเล่า เจ้าเจียงไท่เออมิใช่พวกยอมแพ้ง่าย ๆ เสียหน่อยนี่”
ซูอี้กล่าวอย่างเยือกเย็น
นี่มิใช่การเย้ยหยัน แต่เขารู้ดีมากว่าเจ้าเฒ่าใจอำมหิต เปี่ยมความทะเยอทะยานและไร้ความปรานีนี้จะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้แม้ลมหายใจสุดท้าย
“บางทีอาจเพราะข้ารู้จักเจ้าดีเกินไป ข้าจึงแน่ใจว่าวันนี้ นอกจากอยู่หรือตาย ไร้ทางเลือกอื่น”
เจียงไท่เออรำพึง
ถูกต้อง เขาเข้าใจ
เขารู้แต่เนิ่นนานก่อนเริ่มศึกแล้ว นับแต่ยามที่ซูอี้เผยดาบสมบัติลับแห่งฮุ่นตุ้นออกมา
ว่าวันนี้ไร้หนทางถอยกลับ
ต้องมีการตัดสินเป็นตายกัน!
เห็นเช่นนี้ ซูอี้ก็ทำเพียงพยักหน้าแล้วโจมตีตรง ๆ
แทบจะพร้อมกันนั้น ดวงตาของเจียงไท่เออวาวโรจน์ดุดัน แผดเผาวิถีเต๋าอันเพิ่งบรรลุเทพทั่วร่าง ทะยานเข้าหาซูอี้เยี่ยงดวงเพลิง
สู้ยิบตา!
เขาจะกลัวได้เช่นไร?
พวกเขาอดกลั้นซุกซ่อนตัวมาเนิ่นนานจนได้เป็นเทพ หากศึกระดับนี้ยังผ่านไม่ได้อีก ต่อให้รอดชีวิตไปได้ เขาก็จะต้องอยู่ในเงาซูอี้ไปตลอดกาล!
กินมิได้ นอนมิหลับด้วยครั่นคร้าม
แทนที่จะเป็นเช่นนั้น การสู้ตายตัดสินให้ชัดเจนยังดีเสียกว่า!
“ฆ่า!”
เจียงไท่เออตวาดลั่น ร่างทะยานเปรียบประหนึ่งดาวตกอันเจิดจรัสสูงสุดผ่านฟ้าดิน แผดเผาอำนาจถึงขีดสุด โจมตีอย่างสูงสุดนับแต่บรรลุเทพ
ตู้ม!
ยามนี้ ดาบแห่งโลกาปรากฏขึ้นในมือของซูอี้พร้อมวจีดาบกระจ่างชัด
หนึ่งคนหนึ่งดาบทะยานหาว!
ฟ้าดินทั่วทศทิศล้วนมืดดำสิ้นรัศมี
บังเกิดเสียงปะทะสนั่นหล้าเยี่ยงอสนีบาตจากเก้าชั้นสรวงปะทุเฉียบพลัน
ไกลออกไป ร่างอันแผดเผาของเจียงไท่เออถูกหนึ่งปราณดาบขวางไว้กลางอากาศ
ไม่อาจเคลื่อนขยับได้อีก!
เจียงไท่เออมองเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยแววตาเลื่อนลอย มุมปากยกขึ้น พึมพำอย่างสติหลุด “หลังใช้ชีวิตเนิ่นนานจนบรรลุเทพ ไม่คาดเลยว่าข้า… จะยังแพ้พ่ายแก่เจ้า!!”
น้ำเสียงนั้นช่างหดหู่อาดูรอย่างสุดแสน!