บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 1980 แล้วเขาจะถอดใจได้หรือ?
บทที่ 1980 แล้วเขาจะถอดใจได้หรือ?
ท้ายที่สุด คนตกปลาก็หันหลังกลับ
สถานการณ์นั้นรุนแรงเกินไป
ไม่ว่าเขาจะเดือดดาลเพียงไร ก็ทำได้เพียงฝืนทน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่พุทธเจ้าแผดตะเกียงเป็นยักษ์ใหญ่ในสำนักพุทธ ณ โลกเทพ หากคิดจะแย่งชิงบันทึกผลกรรมกันจริงๆ เขาคงไม่มีโอกาสชนะมากนัก!
เมื่อเห็นคนตกปลาจรจาก พุทธเจ้าแผดตะเกียงพลันยิ้มน้อยๆ แล้วสรรเสริญพุทธคุณ “สาธุ”
อึดใจต่อมา ร่างของเจ้าตัวพลันหายวับไปไล่ตามบันทึกผลกรรม
“ซูอี้ต้องถูกจับโดยเร็วที่สุด! ต้องจับตัวเขาให้ได้ก่อนเจ้าเฒ่าแผดตะเกียงเท่านั้น ข้าจึงจะมิคว้าน้ำเหลว”
คนตกปลาลอบกัดฟัน
ทว่ายามจะไล่ตามซูอี้ อีกฝ่ายก็หายไปแล้ว
แต่คนตกปลาหากังวลเรื่องนี้ไม่
ยามเผชิญหน้ากันก่อนหน้านี้ เขาใช้เคล็ดวิชาจับปราณซูอี้ไว้อย่างแน่นหนาแล้ว ยามนี้ เขาย่อมสามารถสะกดรอยปราณไปหาอีกฝ่ายได้!
……
ภายในป่าเขาอันตระหง่านจรดฟ้า
มวลหมอกหนาทึบ ปราณฮุ่นตุ้นหนาแน่นพลุ่งพล่านอยู่ทุกแห่งหน
ตุ้บ!
เสียงวัตถุร่วงหล่นดังขึ้น
ซูอี้ทรุดตัวนั่งข้างใต้พฤกษาโบราณต้นหนึ่ง
แฮ่ก~! แฮ่ก~!
ซูอี้หอบหายใจเสียงดัง ใบหน้าซีดขาว
อาภรณ์เขียวแหว่งวิ่นของเขาถูกย้อมแดงด้วยโลหิต ผิวกายปริแตก กระดูกแตกหักไปหลายส่วน
บาดแผลร้ายแรงยิ่งนัก
เพียงหายใจ อวัยวะภายในทั้งหลายก็รวดร้าวประหนึ่งถูกมีดกรีดแทง
เทียบกับบาดแผลแล้ว สิ่งที่ร้ายแรงที่สุดคือวิถีเต๋าของชายหนุ่มจวนจะหมดสิ้น เลือดลมอ่อนแรง กระทั่งอำนาจจิตวิญญาณยังแสนอ่อนแอ
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขาใช้ดาบเก้าคุมขังมากเกินไป!
แม้อำนาจสมบัติอันร้ายกาจทะลวงฟ้าเช่นนี้จะน่าสะพรึงกลัว แต่มันก็สิ้นเปลืองพลังมหาศาลเช่นกัน
ทว่าจะให้ทำเช่นไรได้ เขาทำได้เพียงเท่านี้
อวตารเจตจำนงของคนตกปลาน่าสะพรึงกลัวเกินไป เทียบกันแล้ว อย่าว่าแต่เทพเกิดใหม่อย่างเจียงไท่เออเลย กระทั่งอวตารจำนงของลั่วเหิงยังห่างไกลเกินเทียบ!
หากเป็นผู้อื่นมาถูกเจ้าเฒ่านี่ไล่ฆ่ามาตลอดทาง เกรงว่าคงตกตายไปนานแล้ว
กระทั่งเขายังต้องจ่ายค่าตอบแทนแสนหนักหนา!
“ต้องโทษผู้น้อยที่ไร้สามารถ เห็นใต้เท้าประสบภัยเพียงนั้น แต่มิอาจช่วยเหลือได้เลยขอรับ!”
เตาเสริมสวรรค์นำโอสถเทพบางเม็ดออกมาเสนอให้ทันที ท่าทางดูสำนึกผิด
ซูอี้รับโอสถเทพมากลืน และกล่าวออกมาเสียงเรียบ “หายนะแค่นี้ ฆ่าข้ามิได้หรอก”
ตู้ม!
เขาโคจรพลังปราณสุดกำลัง หลอมอำนาจโอสถเทพไปพลาง ฟื้นฟูบาดแผลของตนไปพลาง
“เจ้าตัวน้อย ที่ปลอดภัยที่เจ้าว่าอยู่หนใดกันแน่?”
ซูอี้ถามวานรน้อยผู้เร้นกายในเตาเสริมสวรรค์
“เจี๊ยก!” วานรน้อยชี้เข้าไปในป่าเขาโบราณ จากนั้นก็ชี้ไม้ชี้มือทำท่าทาง
“จากความเร็วของข้า ยังต้องใช้อีกหนึ่งชั่วยามหรือ?”
ซูอี้ขมวดคิ้ว
หากเป็นปกติทั่วไป หนึ่งชั่วยามนั้นผ่านไปเร็วเพียงดีดนิ้ว
ทว่าชั่วกาลนี้ยังยาวนานเกินไปสำหรับซูอี้
เขาไม่ต้องคิดก็ทราบได้ว่า คนตกปลากับพุทธเจ้าแผดตะเกียงไม่มีทางปล่อยตนเองไป และเจ้าเฒ่าทั้งสองก็พร้อมประชิดเข้ามาทุกเมื่อ
ด้วยเหตุนี้ การจะไปถึงที่ปลอดภัยตามวานรน้อยชี้นั้นคงเป็นไปได้ยากเย็น!
ทว่าซูอี้ก็มิได้ถอดใจ
ไร้ร่องรอยการตัดพ้อ ไม่คิดยอมแพ้ถอดใจ
ความแข็งแกร่งไม่ถึงขั้น หากเพลี่ยงพล้ำก็ต้องเข้าใจ!
ทว่ายามนึกถึงการโจมตีที่เขาประสบมาตลอดทาง หัวใจของซูอี้พลันเกิดคลื่นโทสะเช่นกัน
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยเพลี่ยงพล้ำถึงเพียงนี้!
“ภายหน้า บัญชีนี้ต้องถูกสะสาง!”
ซูอี้สูดหายใจลึกๆ ระงับโทสะในใจ
กาลเวลาเคลื่อนผ่าน
เพียงสองเค่อหลังจากนั้น ร่างหนึ่งได้ปรากฏขึ้นอย่างเงียบงันจากสถานที่ห่างไกล
เขาเป็นชายร่างสูงใหญ่กำยำในชุดนักรบ เส้นผมดุจง้าว ในมือถือหอกศึกสีแดงเล่มหนึ่ง
หลังจากอีกฝ่ายปรากฏกาย ปราณสักเสี้ยวก็มิเผย ร่างคนดูประหนึ่งหลอมรวมเป็นหนึ่งกับป่าเขาโบราณแห่งนี้ กระทั่งจิตสัมผัสยังไม่อาจตรวจพบ
และยามชายในชุดนักรบก้าวเดิน วจีใดๆ ก็มิปรากฏ
ในสายตาของเขา ซูอี้ผู้นั่งขัดสมาธิอยู่ช่างดูปวกเปียกประหนึ่งลูกแกะรอถูกเชือด
ทว่าเจ้าก็ไม่ได้รีบร้อน ย่างก้าวมิได้รีบเร่ง มีเพียงหอกศึกในมือซึ่งถูกกำไว้อย่างเงียบงัน
ร้อยจั้ง
ห้าสิบจั้ง
สามสิบจั้ง
ขณะที่เหลือระยะห่างจากซูอี้เพียงสิบจั้ง ชายในชุดนักรบพลันชะงัก
ซูอี้ผู้นั่งขัดสมาธิไร้การขยับไหวตั้งแต่ต้นจนจบ และพลังปราณซึ่งโคจรเต็มกำลังก็หาแปรเปลี่ยนไม่
ชายในชุดนักรบเห็นรายละเอียดทั้งหมดนี้ชัดเจน
ยามนี้ ความรู้สึกประหลาดพลันผุดขึ้นในใจเขา
ว่าแล้วเชียว ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ไม่ว่าจะเป็นคนตกปลาหรือพุทธเจ้าแผดตะเกียงก็เกรงว่าคงมิคาดคิดว่าความพยายามทั้งหลายจะจบลงที่มอบโชคให้ข้าเฉยๆ!
ไร้ความลังเลใด
ชายในชุดนักรบตัดสินใจลงมือ
แดนดินในรัศมีสิบจั้ง แม้เหยื่อตรงหน้าจะไหวตัวทัน เขาก็มั่นใจว่าจะปราบได้ในคราเดียว!
หอกศึกสีแดงเงื้อขึ้นอย่างไร้วจี
ทันทีที่ก้าวเข้ามา อำนาจในกายก็พุ่งทะยาน รวมอำนาจทั้งหมดสู่หอกศึก ทำให้หอกศึกสีแดงพลันแปรเปลี่ยน เจิดจรัสสะดุดตา
ยามนี้ จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออก ทำลายความเงียบทั่วทิศลงสิ้น ป่าเขาโบราณใกล้เคียงกลายเป็นเถ้าธุลีไปในพริบตา
สุญตารุ่มร้อนประหนึ่งลุกไหม้
และร่างสูงใหญ่ของชายในชุดนักรบก็อาบเพลิงทิพย์ดุจเทพสงคราม อำนาจน่าสะพรึงกลัวถาโถมเข้าใส่ซูอี้ราวคลื่นยักษ์
สิ่งที่ไวยิ่งกว่านั้นก็คือหอกศึกในมือชายในชุดนักรบ!
ตู้ม!
หอกศึกสีชาดเรื่อเรืองเยี่ยงเปลวเพลิง ฉีกกระชากผ่านนภา
ยามนี้ ซูอี้ลืมตาขึ้นอย่างเงียบเชียบ
เขาเผชิญกับการโจมตีหมายปลิดชีพตรงหน้า
ทว่าต่อหน้าการโจมตีถึงตายนี้ ดวงตาของชายหนุ่มกลับลึกล้ำ ไร้สีหน้าเศร้าหมองขุ่นข้อง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ใดๆ
เขาลุกขึ้น
แค่ลุกขึ้นเท่านั้น ทว่าอำนาจดาบอันไร้ขอบเขตและน่าสะพรึงกลัวพลันแผ่พุ่งออกจากร่าง
ทว่าก็สายไปแล้วก้าวหนึ่ง
ฉัวะ!
หอกศึกสีชาดทะลวงอกของชายหนุ่มราวผ่าไม้ไผ่
ปลายหอกอันคมกริบเหนืออื่นใดทะลวงร่าง โลหิตแดงฉานรุ่มร้อนไหลนอง
อำนาจอันลุกโชติช่วงเยี่ยงเพลิงบนหอกศึกระเบิดออกในร่างของซูอี้
ทว่าเขากลับเหมือนไม่รู้สึกเจ็บ
คิ้วของเขาไม่แม้แต่ขมวด
ตอนที่ชายหนุ่มถูกหอกศึกทะลวงใส่ ดาบเคียงประชิดก็อาบอำนาจฮุ่นตุ้นอันอหังการฟาดฟันลงมา
ม่านตาของชายผู้นั้นหดตัว ไม่คาดคิดว่าซูอี้จะใจเด็ดยิ่งนัก ใช้ชีวิตตนแลกชีวิตเขาอย่างไร้ลังเล!
จะหลบก็สายไปแล้ว เขาจึงทำได้เพียงต้องรับตรงๆ
ตู้ม!!
ฟ้าดินสั่นสะท้าน
ร่างของชายในชุดนักรบปลิวกระเด็น ขณะกรีดร้องอย่างเจ็บปวด
อำนาจของดาบเคียงประชิดฟาดฟันร่างของเขาจนแทบแยกเป็นสองเสี่ยง และภายใต้อำนาจทำลายล้างของดาบอันทรงพลังนี้ ร่างของอีกฝ่ายพลันกระเด็นไปเกินพันจั้ง ใบหน้าเปี่ยมความตกตะลึงและเจ็บปวด
เขาไม่คาดคิดเลยว่ายามคิดว่าตนจะทำสำเร็จแน่ จะเสียหายร้ายแรงเพียงนี้!!
ฉัวะ!
ซูอี้ดึงหอกศึกสีแดงซึ่งปักคาร่างของตนเองออก เกิดรูแผลที่มีเลือดไหลขึ้นบนอกซ้าย ผิวกายถูกแผดเผาดำเมี่ยมชวนสะพรึง
ทว่าสีหน้าของชายหนุ่มกลับสุขุมจนน่ากลัว ไร้ร่องรอยการเปลี่ยนทางอารมณ์
“เป็นถึงจอมเทพ แต่กลับทำตัวน่ารังเกียจ กล้าทำเพียงลอบโจมตีข้า ช่างหน้าไม่อายจริงๆ”
ซูอี้ยกมือขึ้นขว้าง จากนั้นหอกศึกสีชาดก็ทะยานเข้าหาชายในชุดนักรบราวสายฟ้า
จากนั้นเขาก็หันหลังหายวับไป
ชายในชุดนักรบเอื้อมมือคว้าหอกศึกสีชาดไว้
ยามมองตามทิศที่ซูอี้หายตัวไป สีหน้าของเจ้าตัวพลันคล้ำเครียดจนดูไม่ได้อย่างยิ่ง
เหยื่อซึ่งห่างเพียงเอื้อมมือแว้งกัดเขา!
นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้เคยคาดคิดไว้
ยามที่เขากำลังจะไล่ตามนั้นเอง สีหน้าก็พลันเปลี่ยนแปร
วูบ!
ชายชราร่างผอมในชุดผ้าผู้หนึ่งเคลื่อนกายมาไกลๆ
ผู้มานั้นคือคนตกปลา และเมื่อเห็นร่องรอยการต่อสู้ในบริเวณนั้น เขาจะมิเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างไร?
ทันใดนั้น ใบหน้าชราวัยของเขาก็งอง้ำ “เทียนฮวง เจ้าเองก็ฉวยโอกาสกับข้าหรือ?”
จิตสังหารพุ่งทะยาน!
ก่อนหน้านี้ เขาถูกพุทธเจ้าแผดตะเกียงเอาเปรียบ ทำให้เดือดดาลเป็นทุนเดิม
เมื่อองค์เทพเทียนฮวงมาทำเช่นนี้ในยามนี้ คนตกปลาจึงระเบิดโทสะในทันใด
“พี่ชายร่วมวิถีเข้าใจผิดแล้ว คนบาปนั่นเป็นเป้าหมายของทุกผู้ ไม่ได้เป็นเป้าหมายของเจ้าเพียงลำพังเสียหน่อย”
ชายในชุดนักรบ หรือก็คือองค์เทพเทียนฮวงกล่าวเสียงเรียบ “แต่ข้าจะร่วมมือสยบคนบาปนั่นกับพี่ชายร่วมวิถีก็ได้ แบ่งประโยชน์กันครึ่งหนึ่ง เห็นเช่นไร?”
คนตกปลาฝืนใจกล้ำกลืนโทสะ “ร่วมมือเช่นไร?”
องค์เทพเทียนฮวงกล่าวโดยไม่ต้องคิดเลยว่า “ข้าช่วยเจ้าสู้กับพุทธเจ้าแผดตะเกียงได้ และเจ้าเองก็ทราบว่า ลำพังเราคนหนึ่งคนใดล้วนไม่ใช่คู่ต่อกรของเขา แต่หากร่วมมือกันย่อมเป็นอีกเรื่อง”
คนตกปลาหรี่ตาลงกล่าว “ได้!”
ศัตรูของศัตรูคือมิตร
นี่เป็นสัจธรรมอันมีมาช้านาน
องค์เทพเทียนฮวงกล่าวพลางแย้มยิ้ม “ก่อนหน้านี้ ร่างวิถีของคนบาปถูกหอกเทพสุริยันโชติของข้าทะลวงร่าง คงอยู่ได้อีกไม่นาน ยามนี้หากร่วมมือกับพี่ชายร่วมวิถี เราย่อมชนะได้ง่ายๆ!”
หัวใจของคนตกปลาแสนหนักอึ้ง คร้านเกินกว่าจะพูดพล่าม “จับเขาให้ได้ก่อนแล้วค่อยคุยกันก็มิสาย”
แล้วเขาก็หันหลังจากไป
องค์เทพเทียนฮวงเองก็ตามเขาไป
……
ใต้ท้องนภา ซูอี้เผ่นหนีสุดกำลัง
เขาไร้เจตนาปกปิดร่องรอย
เหตุผลนั้นแสนง่าย เพราะเขาไม่ไหวแล้วจริงๆ!
ก่อนหน้านี้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส วิถีเต๋าใกล้ดับมอด แม้จะกินโอสถเทพเพื่อฟื้นฟู ก็ไม่อาจฟื้นตัวได้ในกาลอันสั้น
นอกจากนั้น การโจมตีจากองค์เทพเทียนฮวงที่ทะลวงอกเขาก็รุนแรงมาก ทำให้พลังชีวิตของชายหนุ่มรวนเร อวัยวะภายในปานแหลกสลาย สาหัสเกินรับไหว
หากเปลี่ยนเป็นบุคคลอื่นใด คงมิอาจทนได้ไปนานแล้ว
และซูอี้ในตอนนี้ก็อยู่ได้ด้วยพลังใจล้วนๆ!
นับตั้งแต่ฝึกฝนมาในชาตินี้ สัญจรโลกหล้า ประชันทั่วจักรวาลจนวิถีดาบบรรจบวิถีเซียน สิ่งที่อันตรายที่สุดที่เขาได้พานพบก็คือการล่าสังหารในครานี้
อันตรายจากมันก็สูงเป็นที่สุด
ความร้ายแรงของบาดแผล สภาพสะบักสะบอม และความคับขันของสถานการณ์ก็สูงล้ำเกินใด
โอกาสตายมากกว่ารอด ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย!
ทว่า……
ซูอี้มิได้ถอดใจ!
นักดาบไม่กลัวความตาย แล้วเขาจะถอดใจได้หรือ?
ก็แค่เดิมพันชีวิตในการทำศึกสุดท้าย!
นอกจากนั้น เขายังมิใช่ว่าจะไร้ไพ่ตาย!
ทั้งยันต์ลับที่สตรีถือหอกหลินจิ่งหงให้ไว้เอย และการรวมอำนาจกรรมวิถีของหลี่ฝูโหยวเอย!
แต่หากไม่จนมุมจริงๆ เขาก็จะไม่ใช้มัน
มีเพียงผู้อ่อนแอที่ฝากความหวังรอดชีวิตไว้กับสิ่งอื่น
และผู้แข็งแกร่งนั้นย่อมร่ายรำระหว่างความเป็นความตายอย่างสาแก่ใจเสมอ!
ด้วยมีเพียงการทำเช่นนี้ จึงจะสามารถสร้างหัวใจแห่งดาบอันไร้เทียมทานได้อย่างแท้จริง!