บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 1979 ยื่นมือเข้าแทรกแซง
บทที่ 1979 ยื่นมือเข้าแทรกแซง
อนุสรณ์เทพสีดำสะท้านไหว
ทั่วร่างของซูอี้ดูประหนึ่งลุกไหม้ อำนาจดาบสูงส่งลึกล้ำอันน่าสะพรึงกลัวทะยานสูงขึ้นทุกขณะ!
ยามชายร่างสูงในชุดดำลงมืออย่างสุดชีวิต ซูอี้เองก็ขยับ
เขาคว้าดาบเคียงประชิดตรงหน้าขึ้น ก่อนจะพลิกข้อมือ
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
ดาบเคียงประชิดที่มีความยาวหกชุ่นดูจะยาวขึ้นเรื่อยๆ
ดาบขับวจีรินไหลเยี่ยงธารา สะท้านก้องทั่วผืนนภา
ปราณดาบฮุ่นตุ้นอันดูเหมือนน้ำตกแผ่ซ่านจากตัวดาบอันยืดยาวขึ้นเป็นสี่ฉื่อ
เมื่อซูอี้กวาดดาบ……
เปรี้ยง!!
ปราณดาบสายหนึ่งทะยานออก และชายร่างสูงในชุดดำผู้โจมตีไม่คิดชีวิตก็พลันสลายเป็นเถ้า
เพียงหนึ่งดาบ เทพบรรลุใหม่ก็ถูกสะบั้น!
เมื่อปราณดาบสายนี้พุ่งทะยาน จักรดาราพร่างพราวในแดนใกล้เคียงก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ดวงดาราระเบิดตามๆ กัน
ไกลออกไป คนตกปลาแค่นเสียงเย็นเยียบ กดมือลงบนอากาศ
ตู้ม!
จักรดาราเหนือนภาเก้าหมื่นจั้งเริ่มหดตัวอย่างต่อเนื่อง ผนึกซูอี้ไว้ทุกทิศทาง
และเหนือศีรษะของซูอี้ อนุสรณ์เทพสีดำพลันกู่คำราม ระเบิดลำแสงเจิดจรัส อำนาจไต่สูงขึ้นอย่างมหาศาล
ปลายนิ้วของซูอี้ไล้ไปบนใบดาบยามสี่ฉื่อ ก่อนจะสะบัดมือเพื่อจู่โจม
เป็นเพียงการเคลื่อนไปเบื้องหน้า ทว่าปราณดาบอันนเกินเทียบได้ก็ระเบิด
ร่างของซูอี้ในตอนนี้เปรียบดั่งจักรวาลพร่างดาว เปล่งรัศมีปราณดาบที่เต็มไปด้วยปราณฮุ่นตุ้น
ที่ใดอยู่ในวิถีพุ่งของปราณดาบ ล้วนมิอาจสกัดกั้น!
อนุสรณ์เทพสีดำถล่มลง
จักรดาราที่มีขนาดเก้าหมื่นจั้งถูกฉีกกระชากโดยปราณดาบเหนือนภา พร่างพรมลงมา
และซูอี้ก็ยังคงทะลวงโจมตี ฟาดฟันเข้าใส่คนตกปลา
ไร้อุปสรรคใดขวางกั้น
เมื่อเห็นเช่นนี้ ในที่สุดคนตกปลาก็เปลี่ยนสีหน้า
เขาสังหรณ์ไว้แล้วว่าการตอบโต้เฮือกสุดท้ายของอีกฝ่ายจะร้ายกาจยิ่ง แต่ไม่คาดเลยว่ายามลงมือจริงๆ จะเผยอำนาจน่าสะพรึงกลัวเพียงนี้!
“เฮอะ!”
แขนเสื้อของคนตกปลาโบกสะบัด มีดสั้นสีดำทะยานเวหา
แทบจะพร้อมกันนั้น ซูอี้ผู้ทะลวงเข้าโจมตีอย่างดุดันฟาดดาบออกมาแล้ว
เคร้ง!!!
เสียงปะทะดังสนั่นหล้า
อำนาจอันเปี่ยมคลื่นทำลายล้างปะทุออกระหว่างทั้งสอง พื้นที่ใกล้เคียงพลันแหลกเป็นหลุม แดนดินในรัศมีเดียวกันถูกบดขยี้ทำลายเยี่ยงเต้าหู้
ร่างของคนตกปลากระเด็นปลิวไป กว่าจะตั้งหลักได้ก็ห่างออกไปหลายร้อยจั้ง
อวตารจำนงของเขามีบาดแผลจากดาบทั่วไปหมด!
เส้นผมยาวกระเซอะกระเซิง ดูทุลักทุเลยิ่ง
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเดือดดาลอย่างชัดเจน
ทว่ายามเห็นสภาพของซูอี้ เจ้าตัวก็อดยิ้มอีกหนมิได้
ร่างวิถีของซูอี้ในตอนนี้เสียหายอย่างรุนแรง โลหิตหลั่งริน พลังปราณแทบสิ้นสูญ
กระทั่งอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวในร่างกายยังเผยสัญญาณการถดถอย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแม้จะทะลวงฝ่าออกมาได้ เขาก็จวนจะสิ้นสภาพเต็มที!
“เจ้าจะโจมตีเช่นนี้เป็นหนที่สองได้หรือไม่หนอ?”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของคนตกปลา
ในขณะเดียวกัน เจ้าตัวก็ยกมือขึ้นฟาด
ตู้ม!
มีดสั้นสีดำเล่มนั้นแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีดำ ทะยานลงจากฟ้าเข้าหาซูอี้
เคร้ง!!!
ซูอี้ตวัดดาบเข้าต้านรับ ทว่าชายหนุ่มกับดาบก็ยังกระเด็นถอย
ทว่าก่อนเขาจะทันตั้งหลักได้ ซูอี้ก็หมุนกายเผ่นหายไปไกล
เขาหลุดออกมาได้แล้ว และไม่โง่พอเอาชีวิตเข้าเสี่ยงอีก
“เป็นปลาบนเขียงไปแล้ว ข้าจะปล่อยเจ้าหนีไปอีกได้เช่นไร?”
น้ำเสียงของคนตกปลาซ่อนรอยยิ้มไว้มิได้
พร้อมกันนั้น อีกฝ่ายพลันฟาดยันต์สีเงินชิ้นหนึ่งจนสลายสิ้น
ตู้ม!
เส้นแสงดุจด้ายไหมนับไม่ถ้วนถักทอเป็นแหจับปลาปกคลุมเวหา เพียงพริบตาก็ทะยานหาวทะลวงจักรวาลไปขวางซูอี้ไว้ทุกทิศทาง
และซูอี้ก็เป็นประหนึ่งมัจฉาในร่างแห ใกล้ถูกพันธนาการจนสิ้นฤทธิ์!
ยันต์สีเงินนี้มีชื่อว่า ‘ผลกรรมล้อมสวรรค์’ เป็นไม้ตายสังหารที่คนตกปลาเตรียมไว้เพื่อจับเป็นซูอี้เป็นกรณีพิเศษ
แม้เขาจะถูกกฎบัญญัติแดนเซียนจำกัดพลัง ไม่อาจใช้อำนาจทั้งหมดของยันต์นี้ได้ แต่ก็พอจะจับเป็นเทพชั้นกลางขอบเขตรังสรรค์สุดขั้วได้แล้ว!
“รับมา!”
คนตกปลาตวาด
ผลกรรมล้อมสวรรค์พลันหดตัว ราวถูกหัตถ์ใหญ่ล่องหนข้างหนึ่งรวบจูง
ทันใดนั้น สมบัติอันดูคล้ายก้อนอิฐชิ้นหนึ่งพลันปรากฏในมือซูอี้ ก่อนจะฟาดอย่างรุนแรง
ตู้ม!
แสงสีชาดเจิดจรัสทะลวงผลกรรมล้อมสวรรค์เป็นรูในทันใด
คนตกปลาผงะ แล้วดวงตาของเขาพลันทอประกาย อุทานอย่างปรีดาแทนที่จะตกใจ “บันทึกผลกรรม!!”
เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น
ซูอี้ในตอนนี้เตรียมจะจรจาก ทว่าทันใดนั้น พุทธวาจาอันยิ่งใหญ่พลันดังขึ้น
“ขีดพสุธาจองจำ!”
ทุกถ้อยคำสะท้อนก้องในนภา
พุทธบงกชทองอร่ามผุดขึ้นทั่วนภากาศ ล้อมซูอี้ไว้ทุกทิศ
ชายหนุ่มมองขึ้นไป
……ไม่อาจทราบได้ว่ามีหลวงจีนเฒ่าร่างผอมผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่ยามใด อีกฝ่ายเหยียบย่างบนมังกรอสรพิษตัวหนึ่ง ในมือถือตะเกียงสีเขียวดวงหนึ่ง ทุกการเคลื่อนไหวของดวงตาทำให้เกิดอักขระสันสกฤตลึกลับ
ทั่วทั้งร่างเปี่ยมไปด้วยแสงธรรมสาดส่อง
พุทธเจ้าแผดตะเกียงแห่งอดีตกาล!
หัวใจของซูอี้ดิ่งวูบ
แค่คนตกปลาผู้เดียวก็รับมือยากจะแย่แล้ว ยามนี้ยังมีมหาอำนาจจอมเทพจากภูเขาวิญญาณสุขาวดีมาสมทบ สถานการณ์จึงยิ่งเลวร้ายขึ้น
หากเปลี่ยนเป็นผู้คนอื่น เกรงว่าคงสติแตกไปแล้ว!
ทว่าซูอี้มิใช่
ดวงตาของเขามืดมนลงทุกขณะ เยือกเย็นเสียจนน่ากลัว ใช้อำนาจสุดกำลังโดยไร้ลังเล หนึ่งมือถือดาบเคียงประชิด อีกมือถือบันทึกผลกรรม ฟาดฟันเปิดทางตรงหน้า
พุทธบงกชสีทองสั่นสะท้านรัวแรง เสื่อมสลายไปตามกัน
“หัตถ์วิสุทธิภูมิ!”
ไกลออกไป พุทธเจ้าแผดตะเกียงสรรเสริญพุทธคุณขณะยกมือขึ้นฟาด
ตู้ม!
หนึ่งหัตถ์ใหญ่อุบัติเหนือนภา สะท้อนสุขาวดีอันยิ่งใหญ่ตระการ ภายในมีมังกรสวรรค์ทะยาน โพธิสัตว์บริกรรม อรหันต์ปฏิญาณ
ธรรมวจนะกึกก้องทั่วทั้งฟ้าดิน แสงธรรมอันเจิดจรัสสาดส่องทั่วหล้าจรดสรวง
ภัยคุกคามต่อชีวิตร้ายแรงเสียจนซูอี้แทบสิ้นลมหายใจ
แทบจะพร้อมกันนั้น คนตกปลาก็ตะโกนอย่างเดือดดาล “คิดจะฉวยโอกาสหรือ? ฝันไปเถอะ!”
เขาทะยานเข้ามาฟาดมือบนอากาศราวตีกลอง
ตู้ม!!
มหาธารอันยิ่งใหญ่สาดลงมาจากฟ้า ขวาง ‘หัตถ์วิสุทธิภูมิ’ รอบกายซูอี้ไว้ทันที
การปะทะกันของสองอำนาจเทพรุนแรงเสียจนทำให้ฟ้าดินถล่ม สรรพสิ่งกลับตาลปัตร
และซูอี้ผู้อยู่ ณ ใจกลางสนามรบก็ถูกคลื่นทำลายล้างฟาดกระเด็น บาดแผลบนร่างทวีความร้ายแรง
“เรืองวิญญาณเอ๋ย เจ้าปราบเขาไม่ได้ เช่นนั้นให้หลวงจีนผู้นี้ลงมือดีกว่า”
พุทธเจ้าแผดตะเกียงดูเคร่งขรึม ขณะกล่าวเช่นนั้น เขาก็ขยับมือพลางตวาดขึ้น “เลิศบงกชแปรผัน!”
บงกชทองดอกหนึ่งพลันผุดขึ้นในฟ้าดิน ลำต้นเชื่อมนภา รากเลื้อยสู่แดน ดอกบัวผลิบานโปรยปรายพิรุณแสงจรัสเกินคณา
“เฮอะ! มีหรือข้าจะไม่รู้ใจเจ้า? เจ้าก็แค่อยากมาชิงบันทึกผลกรรมและเคล็ดวัฏสงสารแค่นั้นแหละ!”
คนตกปลาร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด เขาทะยานเข้าโจมตี เพียงหนึ่งสะบัดมือ พายุสีดำก็โหมซัด พัดเข้าทลายบงกชวิถีสีทอง
อวตารจำนงของจอมเทพทั้งสองสู้กันทันที!
เมื่อเห็นเช่นนี้ ซูอี้พลันหันหลังเผ่นหนี
“ไล่จับเจ้าคนบาปนี่ให้ได้ก่อนแล้วค่อยแบ่งกันดีหรือไม่?”
พุทธเจ้าแผดตะเกียงกล่าวขึ้น
“ได้!”
แม้จะแสนเดือดดาลและมิเต็มใจ แต่เขาก็ทำได้เพียงตกลง
พวกเขาล้วนแต่เป็นจอมเทพผู้ใช้ชีวิตมาเนิ่นนานเกินคาดเดา ย่อมรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือจับตัวซูอี้ให้ได้!
ทั้งสองหยุดสู้กันแล้วไล่ล่าซูอี้ทันที
แต่ละผู้ล้วนรวดเร็วไม่ยิ่งหย่อน อยากจับตัวอีกฝ่ายให้ได้ก่อนใคร
สิ่งนี้ทำให้หัวใจของซูอี้บีบคั้นนัก
นับแต่เข้ามาในแดนเซียน เขามิเคยสะบักสะบอมเพียงนี้!
เขาไม่เคยถูกบีบจนไร้หนทางเพียงนี้ แม้หัวใจวิถีของชายหนุ่มจะแข็งแกร่งดุจเหล็ก ก็ยังมิอาจสะกดโทสะอันรุมเร้าและจิตสังหารในใจได้
“ความแค้นนี้ ข้าจะต้องจดจำให้ดี!”
“เจ้าหกหนังสือ ยามนี้ข้าทำได้เพียงพึ่งเจ้าไปก่อนนะ”
ดวงตาของซูอี้วูบไหว ราวกับตัดสินใจแน่วแน่
เขาเหวี่ยงบันทึกแห่งผลกรรมไปไกลๆ
‘ใช้ข้าเป็นเหยื่อล่อ ลวงพยัคฆ์ออกจากภูเขา? เจ้าเด็กนี่ไร้ปรานีแท้!’ บันทึกผลกรรมเดือดดาล
ทว่ามันก็ทำได้แค่บ่น
มันเห็นสถานการณ์ของซูอี้แล้ว และรู้กระจ่างว่าอีกฝ่ายกำลังเผชิญกับหายนะ ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย พร้อมตกตายได้ทุกเมื่อ!
ดังนั้นยามถูกซูอี้ขว้างออก บันทึกผลกรรมพลันระเบิดอำนาจผลกรรมสีแดงฉานออกมา แล้วทะยานเร่งไปแสนไกล
“หือ?”
แทบจะพร้อมกันนั้น ทั้งพุทธเจ้าแผดตะเกียงและคนตกปลาก็สังเกตเห็น
ยิ่งกว่านั้นยังเข้าใจเจตนาของชายหนุ่มได้ทันที
“ก็ได้ คนบาปนี่ให้สหายเต๋าจัดการ!”
พุทธเจ้าแผดตะเกียงหันหลังไล่ตามบันทึกผลกรรมไปทันที
ก่อนบังเกิดยุคอวสานเซียน เขาเคยใช้อวตารเจตจำนงไปยังแดนเซียน เข้าสู่วังมังกรทะเลบูรพาเพื่อชิงบันทึกผลกรรม สมบัติลับแห่งฮุ่นตุ้น
โชคร้ายที่ยามนั้นล้มเหลว
ไม่กี่ปีก่อน เขาก็ให้อรหันต์เจียอวิ๋นมายังแดนเซียนเพื่อหาบันทึกผลกรรมอีก
ทว่าหลวงจีนเจียอวิ๋นก็ยังพลาดพลั้ง
เมื่อเห็นซูอี้เป็นฝ่ายขว้างบันทึกผลกรรมออกมาเองในยามนี้ พุทธเจ้าแผดตะเกียงหรือจะอยู่เฉย?
แม้ซูอี้จะทำเช่นนี้เพื่อลวงพยัคฆ์จากบรรพตก็ตามที
ทว่าพุทธเจ้าแผดตะเกียงก็มิอาจพลาดโอกาสนี้ได้!
“ฝันไปเถอะ!”
และทันทีที่พุทธเจ้าแผดตะเกียงลงมือ คนตกปลาพลันตะโกนอย่างเดือดดาลขณะไล่ตามบันทึกผลกรรมเช่นกัน
วิถีเต๋าของพุทธเจ้าแผดตะเกียงเกี่ยวพันกับผลกรรม
และวิถีเต๋าของเขาก็เกี่ยวพันกับผลกรรมเช่นกัน!
คงไม่ใช่การกล่าวเกินไปหากจะบอกว่า ถ้าเขาชิงสมบัติลับแห่งฮุ่นตุ้นอย่างบันทึกผลกรรมมาได้ คนตกปลาก็จะเดินทางบนวิถีเทพได้!
“สหายเต๋า คนบาปนั่นมีเคล็ดพลังวัฏสงสารและความลับอื่นๆ ที่ไม่อาจหยั่งรู้ ไฉนต้องมาแย่งบันทึกผลกรรมกับข้าด้วย?”
พุทธเจ้าแผดตะเกียงขมวดคิ้ว มิชอบใจอย่างเห็นได้ชัด
คนตกปลากัดฟันกล่าว “คนบาปนั่นจะตายอยู่รอมร่อ ต่อให้หนีไปได้เราก็จับเขาใหม่ได้ แต่หากบันทึกผลกรรมเล่มนี้ตกสู่มือเจ้าลาเฒ่าหัวล้านนี่ มันจะหายไปจริงๆ!”
เขาโกรธจนแทบคลั่ง
ตนทุ่มเทในการไล่ล่าซูอี้ไปไม่น้อยจวบจนบัดนี้ และขณะที่กำลังจะปิดบัญชีรอมร่อ พุทธเจ้าแผดตะเกียงก็ยื่นมือเข้าแทรกแซง จะไม่ให้เขาโกรธได้หรือ?
สีหน้าของพุทธเจ้าแผดตะเกียงเผยโทสะ ขณะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “สหายเต๋า อวตารจำนงของเจ้าเองก็สิ้นแรงไปมาก หากเริ่มสู้กันจริงๆ เจ้าคิดว่าจะมีโอกาสชนะหรือไม่?”
ตู้ม!
รัศมีเปล่งทั่วทั้งร่างของเขา โลกาสั่นคลอน จิตสังหารมุ่งจับจ้องไปยังคนตกปลานิ่งงัน
ม่านตาของคนตกปลาหดลง สงบใจลงในทันใด
ทว่าหัวใจของเขาก็ยิ่งปวดร้าว
มิใช่ว่าเขาทุ่มเทพลังเพื่อจับตัวคนบาปนั่นหรอกหรือ?
ยามนี้ มันกลายเป็นจุดอ่อนให้ไอ้แก่แผดตะเกียงเอามาขู่เสียแล้ว!!