บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #13 : คืนเงาโคมแห่งหอเยว่เซียง
ค่ำคืนในเมืองหลวงยังคงครึกครื้น
โคมแดงของ หอเยว่เซียง ส่องแสงสว่างท่ามกลางถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน
เสียงพิณ เสียงหัวเราะ และเสียงดื่มสุราดังระงมทั่วทั้งหอ
แต่ในคืนนี้
แขกที่เข้ามากลับไม่ธรรมดา
ชายหนุ่มสองคนก้าวเข้ามาในหออย่างเงียบงัน
หนึ่งในนั้นสวมชุดแพรสีดำเรียบง่าย
แต่ท่วงท่ากลับสง่างามเกินกว่าจะเป็นเพียงคนธรรมดา
เขาคือ
เซียวเหยียน รัชทายาทแห่งแผ่นดิน
ข้างกายเขาคือสหายสนิท
หานเฟิง และ ฉู่เย่
ทั้งสามเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นบนสุดของหอ
ซึ่งเป็นเขตห้องรับรองลับ
ในขณะเดียวกัน
ที่โต๊ะชั้นล่าง
ชายอีกผู้หนึ่งกำลังนั่งจิบสุราอย่างสบายอารมณ์
อาภรณ์สีม่วงเข้มของเขาดูหรูหรา
สายตาคมกริบแฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เขาคือ
อ๋องเซียวจิ่น
ข้างกายเขาก็มีองครักษ์สนิทสองคนเช่นกัน
เซียวจิ่นยกถ้วยสุราขึ้นจิบ
ก่อนจะเหลือบมองไปทางบันได
“รัชทายาทก็มาด้วยสินะ…”
เขาพึมพำเบา ๆ
เหมือนคืนนี้จะสนุกกว่าที่คิด
บนชั้นบนสุดของหอ
หลินเซียงหลัวเดินเข้ามาในห้องรับรองลับ
แสงตะเกียงส่องสว่างอย่างนุ่มนวล
ชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง
แผ่นหลังสูงสง่า
เมื่อเขาหันมา
สายตาคมของเขาก็สบเข้ากับนาง
หลินเซียงหลัวยังคงสวมผ้าคลุมบางปิดหน้า
“ถวายบังคมรัชทายาทเพคะ”
เซียวเหยียนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“ไม่จำเป็นต้องมากพิธี”
“คืนนี้ข้ามาในฐานะแขกของหอเยว่เซียงเท่านั้น”
หลินเซียงหลัวเงียบไป
นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ไม่เคยพูดอะไรโดยไร้เหตุผล
เซียวเหยียนเดินออกไปที่ระเบียง
ลมกลางคืนพัดผ่านเสื้อคลุมของเขา
เมื่อเขามองลงไปด้านล่าง
สายตาก็หยุดลง
อ๋องเซียวจิ่นกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ
ดวงตาของทั้งสองสบกันเพียงชั่วครู่
ก่อนที่ต่างฝ่ายจะละสายตาออก
ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ความตึงเครียดบางอย่างกลับลอยอยู่ในอากาศ
เซียวเหยียนหันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า
“ข้ามาที่นี่เพราะต้องการถามเจ้าบางอย่าง”
หลินเซียงหลัวเอ่ยอย่างสงบ
“หากหอเยว่เซียงสามารถช่วยได้ ย่อมยินดีเพคะ”
รัชทายาทยิ้มบาง ๆ
“เจ้าฉลาดกว่าที่คิด”
เขาเดินเข้ามาใกล้เล็กน้อย
“ข้ากำลังสืบคดีหนึ่งในเมืองหลวง”
“และหอเยว่เซียง…อาจมีข่าวที่ข้าต้องการ”
หลินเซียงหลัวนิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะตอบเรียบ ๆ
“หอคณิกาเป็นเพียงสถานที่ให้แขกพักผ่อน”
“เรื่องของราชสำนัก…คงเกินกำลังของข้า”
คำตอบนั้นเหมือนเป็นการปฏิเสธอย่างสุภาพ
แต่เซียวเหยียนกลับหัวเราะเบา ๆ
“จริงหรือ”
เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา
วางลงบนโต๊ะ
“เช่นนั้น…เจ้าคงไม่รู้จักชื่อ”
“หลินเซียงหลัว”
หัวใจของนางกระตุกทันที
แม้ใบหน้าจะยังถูกปิดไว้
แต่ดวงตาของนางสั่นไหวเล็กน้อย
เซียวเหยียนมองปฏิกิริยานั้นอย่างเงียบ ๆ
“เด็กหญิงจากตระกูลหลิน”
“ที่ถูกกล่าวว่าตายในเหตุไฟไหม้เมื่อสิบกว่าปีก่อน”
ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที
หลินเซียงหลัวกำมือแน่นใต้แขนเสื้อ
เขารู้…
หรืออย่างน้อย
ก็เริ่มสงสัยแล้ว
เซียวเหยียนเอ่ยต่ออย่างสงบ
“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเปิดโปงเจ้า”
“แต่ข้าต้องการความร่วมมือ”
เขาหยุดเล็กน้อย
ก่อนพูดช้า ๆ
“ช่วยข้าหาข่าวในหอเยว่เซียง”
“และความลับของตระกูลหลิน”
คำพูดนั้นทำให้นางเงยหน้าขึ้นทันที
ภายใต้ผ้าคลุม
ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เขา…
กำลังให้โอกาสนาง
หลินเซียงหลัวเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ
“ข้าจะช่วยท่าน…เท่าที่ทำได้”
คำตอบนั้นไม่ได้เต็มใจนัก
แต่ก็ไม่ใช่การปฏิเสธ
เซียวเหยียนมองนางครู่หนึ่ง
ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
เขารู้ดี
หญิงผู้นี้ยังมีความลับอีกมาก
แต่ในขณะเดียวกัน
เขาก็เริ่มรู้สึกบางอย่าง
หญิงลึกลับตรงหน้านี้
ยิ่งเข้าใกล้
ก็ยิ่งน่าสนใจ
ลมกลางคืนพัดผ่านระเบียงอีกครั้ง
ด้านล่าง
อ๋องเซียวจิ่นยังคงนั่งจิบสุรา
ดวงตาคมของเขาเงยขึ้นมองหน้าต่างชั้นบน
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปาก
“หญิงจากหอเยว่เซียง…”
“ดูเหมือนคืนนี้เราคงได้พบกัน”