ปฐมตระกูลจ้าว : หวนคืนพลิกแผ่นดิน - บทที่ 144 สรรพชีวิต (8)
ห้วงคำนึงของผังฉีไม่อาจสงบนิ่ง
ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน นั่นคือห้วงเวลาที่เขาสิ้นไร้ไม้ตอกและทุกข์ระทมแสนสาหัส ระดับพลังบ่มเพาะติดขัดอยู่ที่คอขวดไม่อาจทะลวงผ่าน ฐานะในตระกูลตกต่ำย่ำแย่ กิจการร้านค้าในมือล้วนขาดทุนย่อยยับ
ผังจวิ่นบุตรชายของเขา เดิมทีมีพรสวรรค์บ่มเพาะไม่เลว ทว่ากลับได้รับทรัพยากรโอสถเพียงหยิบมือ จึงถูกพวกลูกหลานสายตรงสมองทึบทิ้งห่างไปไกลลิบ ดูทรงแล้วคงหนีไม่พ้นต้องพายเรือวนอ่าง ซ้ำรอยความอัปยศในวัยกลางคนเฉกเช่นบิดา
จวบจนยามนั้น คหบดีลึกลับผู้หนึ่งอ้างตัวว่ามาจากเจียงหนาน อาศัยเส้นสายคู่ค้าของร้านผ้าไหมที่ผังฉีดูแลอยู่ ขอเข้าพบถึงจวน พร้อมเสนอผ้าไหมชั้นเลิศ หวังส่งสินค้าป้อนร้านของเขา
แม้ผังฉีจะเป็นเพียงขยะชายขอบในจวนตระกูลผัง ทว่าสำหรับชาวบ้านร้านตลาด เขายังคงเป็นตัวตนสูงส่งที่ชนชั้นรากหญ้าต้องแหงนคอตั้งบ่าคอยประจบสอพลอ ท้ายที่สุดตระกูลผังก็คือขุมอำนาจยักษ์ใหญ่ เพียงเจียดเศษเนื้อช่องทางการค้าให้สักน้อยนิด ก็มากพอจะพลิกชะตาพ่อค้าธรรมดาให้มั่งคั่งได้
ร้านผ้าไหมในมือผังฉีย่อมมีคู่ค้าขาประจำ ภายใต้สถานการณ์ปกติ เขาไม่อาจสับเปลี่ยนคู่ค้าได้หากไร้เหตุผลตื้นลึกหนาบาง
ทว่าคุณภาพผ้าไหมของอีกฝ่ายยอดเยี่ยมหาตัวจับยาก ซ้ำราคายังถูกแสนถูก หนำซ้ำยังประเคนผลประโยชน์ส่วนตัวใส่พานมาให้อย่างงาม ผังฉีจึงไร้เหตุผลที่จะปฏิเสธ
หลังตกลงจับมือค้าขาย ภายใต้การจงใจเอาอกเอาใจของคหบดีผู้นั้น ทั้งสองจึงไปมาหาสู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว
พ่อค้าผู้นี้สมฐานะคหบดีแห่งเจียงหนาน สินค้าในมือมิได้มีเพียงผ้าไหม แต่ยังมีเครื่องเคลือบและใบชาชั้นเลิศ ซึ่งล้วนเป็นของดีราคาถูกเช่นเดียวกัน
ในบรรดากิจการตระกูลผังที่ผังฉีคุมบังเหียน นอกเหนือจากผ้าไหมคือร้านเครื่องเคลือบ มิได้ครอบคลุมถึงใบชา ด้วยผลกำไรมหาศาลเป็นแรงจูงใจ หลังผังฉีเปิดทางให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาเป็นผู้จัดหาเครื่องเคลือบ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยิ่งแนบแน่นขึ้นอีกขั้น
ถึงจุดนั้น คหบดีลึกลับจึงเอ่ยปากระบายความอัดอั้น หวังให้ผังฉียื่นมือเข้าช่วยเหลือสักครา
ที่แท้คหบดีผู้นี้ไปล่วงเกินขุนนางแห่งที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงเข้า ร้านค้าหลายแห่งจึงถูกสั่งปิดตาย หนำซ้ำอีกฝ่ายยังปล่อยข่าวกร้าว ว่าจะบีบให้เขาไม่มีที่หยัดยืนในเมืองเยี่ยนผิงอีก
หมดหนทาง คหบดีทำได้เพียงทุ่มเทเส้นสายทุกวิถีทางเพื่อเบิกทางเข้าหาตระกูลขุนนางเก่าแก่ ทว่าเขากลับไร้ปัญญาปีนป่ายไปประจบผู้กุมอำนาจตัวจริงในตระกูลใหญ่ได้ บุคคลชายขอบเช่นผังฉีจึงกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย
สินค้าอย่างผ้าไหมและเครื่องเคลือบก่อนหน้านี้ หาใช่ของดีราคาถูกตั้งแต่ต้น สรรพสิ่งในหล้าล้วนมีราคาค่างวดตามเนื้อผ้า ที่คหบดีกดราคาให้ผังฉีต่ำเตี้ยเรี่ยดินปานนั้น เป็นเพราะมันยอมเฉือนเนื้อตัวเองทิ้งกำไรทั้งหมดต่างหาก
เพื่อยืมมือผังฉี คหบดีได้เสนอผลประโยชน์ก้อนโต ขอเพียงต่อลมหายใจให้ร้านค้าสามารถเปิดกิจการในเมืองเยี่ยนผิงต่อไปได้ ผลกำไรทั้งหมดจะแบ่งให้ผังฉีถึงสามส่วน ซ้ำยังประเคนไร่ชาให้อีกหลายแห่ง
ทันทีที่คหบดีเอ่ยนามขุนนางผู้นั้น ผังฉีก็ตกปากรับคำทันควัน นั่นเป็นเพียงขุนนางยากไร้ปลายแถว ลำดับขั้นเพียงขั้นหก ซ้ำยังเป็นจำพวกที่ศิโรราบค้อมหัวให้ขุนนางบุ๋นมาแต่ไหนแต่ไร
ขุนนางผู้กุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายเช่นนี้ สำหรับราษฎรตาดำๆ ย่อมเป็นตัวตนสูงส่งเหนือเกล้า ไม่อาจต่อกรหรือล่วงเกินได้เด็ดขาด ทว่าสำหรับผู้ดูแลจากตระกูลขุนนางใหญ่อย่างผังฉี กลับเป็นเพียงมดปลวกไร้ค่า
ผังฉีออกหน้าจัดการ ใช้ทั้งพระเดชและพระคุณ ขุนนางยากไร้ผู้นั้นครั่นคร้ามบารมีตระกูลผัง ท้ายที่สุดจึงยอมกลืนเลือดสงบศึกกับคหบดี
คล้อยหลังการสมรู้ร่วมคิดทำเรื่องโสมมด้วยกันระยะหนึ่ง สายสัมพันธ์ระหว่างผังฉีและคหบดีก็แนบแน่นจนเกินขอบเขต
ภายหลัง ร้านค้านับไม่ถ้วนที่คหบดีแผ่ขยายในเมืองเยี่ยนผิง ล้วนมีส่วนแบ่งของผังฉีแฝงอยู่เบื้องหลังในฐานะร่มโพธิ์คุ้มกะลาหัว คหบดียังถึงขั้นออกทุนรอนช่วยผังฉีก่อตั้งร้านค้าและกองคาราวานส่วนตัว กอบโกยเงินทองเป็นกอบเป็นกำ
อาศัยร่มเงาบารมีตระกูลผัง ธุรกิจของคหบดีพลันขยายใหญ่โตเป็นเงาตามตัว เริ่มลุกลามเข้าสู่กิจการหอนางโลม บ่อนพนัน และวงการสีเทาที่ต้องอาศัยกำลังคุ้มครอง ทั้งสองกอบโกยผลประโยชน์มหาศาล ทิ้งห่างธุรกิจผ้าไหมและเครื่องเคลือบในคราแรกไปไกลลิบ
เพื่อป้องกันการฉ้อฉลกอบโกยเข้าพกเข้าห่อ ตระกูลขุนนางเก่าแก่จึงตั้งกฎเหล็ก ห้ามลูกหลานลักลอบครอบครองกิจการส่วนตัว การที่ผังฉีมีร้านค้าและกองคาราวานในมือ ย่อมถือเป็นการแหกกฎตระกูลอย่างร้ายแรง
ทว่าเขามีปณิธานซ่อนเร้น ไม่ยินยอมเป็นเพียงสุนัขรับใช้ที่ต้องคอยประจบสอพลอตระกูลผังไปชั่วชีวิต เมื่อเผชิญหน้ากับกองภูเขาเงินทองที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ความโลภโมโทสันก็ยิ่งพองโต ปรารถนาจะกลืนกินทุกสิ่ง
ต่อมา คหบดีเปรยว่าตนมีช่องทางเสาะหาโอสถวิเศษล้ำค่า สามารถจัดหา ‘โอสถหมื่นวิญญาณ’ จากนอกด่าน ซึ่งมีสรรพคุณวิเศษช่วยผู้ฝึกตนระดับวิญญาณต้นกำเนิดทะลวงคอขวดพลัง ทว่าต้องใช้ทุนรอนมหาศาล
ผังฉีที่ถลำลึกในห้วงเหวแห่งความมั่งคั่ง อาศัยสิ่งเหล่านี้ผลักดันความเร็วบ่มเพาะให้พุ่งทะยาน เพื่อยกระดับความแข็งแกร่ง และเพื่อต่อยอดอำนาจบารมีให้ยิ่งใหญ่ หลังชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียอยู่หลายครา ท้ายที่สุดเขาก็ยอมตายดาบหน้า ตัดสินใจร่วมมือกับคหบดี
ทั้งสองสมรู้ร่วมคิดเป็นหนอนบ่อนไส้ทั้งในและนอกเมืองกว่างหลิง มหานครอันรุ่งโรจน์แห่งราชวงศ์ต้าฉี บดขยี้เครือข่ายร้านสมุนไพรทั้งหมดของตระกูลผังจนย่อยยับ และเข้ากลืนกินส่วนแบ่งการตลาดนั้นมาแทนที่
แต่โบราณกาล การค้าหยูกยาคือวงการที่สร้างผลกำไรมหาศาล อาศัยช่องทางนี้ เพียงไม่นาน ผังฉีก็โกยความมั่งคั่งจนล้นฟ้า ได้รับ ‘โอสถหมื่นวิญญาณ’ ทะลวงขีดจำกัดเข้าสู่ระดับวิญญาณต้นกำเนิดขั้นปลายได้สำเร็จ
เมื่อสถานะในตระกูลก้าวกระโดดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน อำนาจในมือผังฉีย่อมไม่อาจนำไปเทียบกับเศษเสี้ยวในอดีต สามารถเปิดทางสะดวกให้ตนเองและคหบดีได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ทั้งสองจับมือกันก่อกรรมทำเข็ญ ถึงขั้นเหิมเกริมลักลอบค้าเกลือเถื่อน โกยทรัพย์สมบัติพุ่งพรวดเป็นทวีคูณ มหาศาลยิ่งกว่าคราวแทรกแซงวงการยาเสียอีก
และจวบจนบัดนี้นี่เอง ที่ผังฉีเริ่มตระหนักว่าสถานการณ์ชักจะไม่ชอบมาพากล
ข้อเรียกร้องของคหบดีนับวันยิ่งกำเริบเสิบสาน ถึงขั้นบีบให้ผังฉีคายข้อมูลตื้นลึกหนาบางของตระกูลผังอย่างละเอียดยิบ ไม่ว่าจะเป็นเส้นสายการค้าหรือเครือข่ายขุนนาง หนำซ้ำยังสั่งให้สอดแนมความเคลื่อนไหวในราชสำนัก กิจการแผ่นดินต้าฉี ความเป็นอยู่ของราษฎรตามหัวเมือง และอีกสารพัด
ซ้ำร้าย คหบดียังบีบให้ผังฉีไปหว่านสินบนซื้อตัวขุนนางยากไร้ไร้อำนาจวาสนาบางคน เพื่อดึงมาเป็นหมากในกระดานของตน
ถึงยามนี้ ผังฉีพลันกระจ่างแก่ใจว่าคหบดีผู้นี้ซุกซ่อนเขี้ยวเล็บ หมอนี่ไม่มีทางเป็นเพียงพ่อค้าสุจริตชนทั่วไปอย่างแน่นอน
ผังฉีสงวนท่าที ไม่บุกไปคาดคั้นความจริงจากคหบดีซึ่งหน้า ทว่าลอบไปพบขุนนางขั้นหกแห่งศาลว่าการเมืองเยี่ยนผิงคนก่อน ภายใต้การเค้นสอบอย่างหนัก อีกฝ่ายก็สารภาพสิ้นไส้ว่า… แท้จริงแล้ว ไม่เคยหาเรื่องกลั่นแกล้งคหบดีเลยแม้แต่น้อย
เดิมทีมันก็เป็นขี้ข้าของคหบดี ถูกซื้อตัวไปตั้งนานแล้ว
ความยากลำบากที่คหบดีปั้นแต่งขึ้นก่อนหน้านี้ เป็นเพียงฉากงิ้วปาหี่ที่พวกมันร่วมมือกันจัดฉากตบตา
เป้าหมายแท้จริงมีเพียงประการเดียว คือหาข้ออ้างเข้าใกล้และยัดสินบนใส่พานให้ผังฉี เพื่อรวบรัดสานสัมพันธ์ให้รวดเร็วที่สุด
ผังฉีพลันตาสว่าง ที่แท้เหตุการณ์ทั้งหมดล้วนเป็นหลุมพรางที่คหบดีขุดล่อไว้ล่วงหน้า ทุกฝีก้าวของอีกฝ่ายล้วนพุ่งเป้าเพื่อซื้อตัวทายาทสายเลือดขุนนางเก่าแก่อย่างเขา
เมื่อทะลุปรุโปร่งถึงสันดานเร้นลับ ผังฉีแสร้งกลบเกลื่อนร่องรอย นัดหมายคหบดีมาร่วมโต๊ะสุรา วางแผนเตรียมจู่โจมสายฟ้าแลบกลางงานเลี้ยง เพื่อจับเป็นอีกฝ่าย
ทว่า ยามคหบดีซึ่งมีระดับพลังเพียงคุมปราณเยื้องย่างเข้าสู่งานเลี้ยง ข้างกายกลับขนาบด้วยยอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิดขั้นปลายหนึ่งคน และขั้นกลางอีกถึงสองคน
ผังฉีไม่เพียงไร้หนทางต่อกร หนำซ้ำยังตกอยู่ในวงล้อม กลายเป็นนักโทษในถิ่นตนเอง
คหบดีที่สงบนิ่งดุจน้ำลึก ล้วงปึกเอกสารหนาเตอะออกมา โยนสมุดบัญชีโสมมที่ผังฉีลอบก่อตั้งกิจการเถื่อนร่วมกับตนลงบนโต๊ะ ซ้ำยังมีหลักฐานมัดตัวเรื่องสมรู้ร่วมคิดบดขยี้เครือข่ายร้านสมุนไพรของตระกูลผังในหยางโจวอย่างดิ้นไม่หลุด
หากของพรรค์นี้ไปวางแหมะอยู่บนโต๊ะทำงานของผังชิงเต๋อเมื่อใด ผังฉีย่อมต้องถูกลากไปสับสังเวยกฎตระกูลอย่างไม่ต้องสงสัย ไร้ซึ่งหนทางพลิกลิ้นหรือร้องขอชีวิต
งานเลี้ยงหงเหมินที่ผังฉีจัดขึ้น ก็เพื่อหมายชิงหลักฐานเหล่านี้กลับคืน และเด็ดหัวอีกฝ่ายทิ้งเพื่อถอนรากถอนโคน ทว่าเขากลับคาดไม่ถึง ว่าเบื้องหลังคหบดีผู้นี้จะซุกซ่อนยอดฝีมือระดับนี้เอาไว้
แผนการทั้งหมดพลันแหลกสลายเป็นผุยผง
ผังฉีที่ถูกกุมจุดตาย นับแต่นั้นจึงกลายสภาพเป็นเพียงหุ่นเชิด ทำได้เพียงก้มหัวศิโรราบและสนองคำสั่งอย่างเคร่งครัด
เคราะห์ยังดีที่คหบดีจอมปลอมผู้นี้มิได้ฉวยโอกาสบีบคั้นจนเกินงาม ผลประโยชน์ส่วนของผังฉียังคงครบถ้วนทุกอีแปะ เงินทองมหาศาลยังคงไหลมาเทมาไม่ขาดสาย
อีกฝ่ายมิได้บีบบังคับให้เขาต้องเสี่ยงเอาชีวิตไปทิ้ง ยามพบปะก็ยังคงรักษามารยาทให้เกียรติเฉกเช่นวันวาน ราวกับเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนั้นไม่เคยเกิดขึ้น
ผังฉีที่ไร้ทางเลือก จึงจำใจกลืนเลือดก้มหน้ารับชะตากรรม
เบื้องลึกเบื้องหลังของ ‘คหบดี’ ผู้นี้คือสิ่งใดกันแน่ ผังฉีปรารถนาจะล่วงรู้มาตลอด ท้ายที่สุด ในแผ่นดินต้าฉี ยอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิดขั้นปลายมักปรากฏกายอยู่เพียงในขุมกำลังตระกูลขุนนางเก่าแก่เท่านั้น
ปริศนานี้ไร้คำตอบ ความแคลงใจยังคงเป็นเพียงความแคลงใจ เขาอยากสืบสาวราวเรื่อง ทว่าเมื่อคอหอยถูกอีกฝ่ายจ่อคมดาบเอาไว้ จึงมิกล้าขยับตัวบุ่มบ่ามสุ่มสี่สุ่มห้า
สิ่งเดียวที่ประจักษ์ชัด คือ ‘คหบดี’ ผู้นี้กระเป๋าหนักจนหยั่งไม่ถึงก้นบึ้ง
ความมั่งคั่งนี้ หาใช่ผลพวงจากการสมรู้ร่วมคิดค้าขายกอบโกยผลกำไรตลอดหลายปี… นั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยว ทว่าความจริงคือ อีกฝ่ายมีรากฐานขุมทรัพย์มหาศาลมาตั้งแต่ต้นแล้วต่างหาก
คนยากไร้ดิ้นรนหาเงินสักอีแปะแทบรากเลือด คหบดีหาเงินง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ ส่วนมหาเศรษฐีใช้เงินต่อเงิน ยิ่งง่ายดายจนแทบไม่ต้องกระดิกนิ้ว
ด้วยขุมทรัพย์ที่ล้นทะลัก พวกมันสามารถทุ่มทุนกว้านซื้อธุรกิจทุกแขนง ขอเพียงบริหารถูกทิศทาง ในยุคทองอันเจริญรุ่งเรืองแห่งราชวงศ์ต้าฉี ย่อมมีกองเงินกองทองไหลมาเทมาทวีคูณไม่หยุดหย่อน
หนำซ้ำข้างกายยังมีผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงคอยคุ้มกะลาหัว ไม่ว่าจะเป็นการห้ำหั่นแย่งชิงผลประโยชน์ หรือกวาดล้างเสี้ยนหนาม ล้วนง่ายดายปานสับเนื้อบนเขียง
เฉกเช่นยามนี้ เพราะพวกมันมีเงินหนา จึงสามารถหว่านล้อมซื้อตัวเขาได้ ผลลัพธ์คือพวกมันยิ่งกอบโกยผลกำไรได้มหาศาลกว่าเดิม
ลูกไม้เช่นนี้ ผังฉีตระหนักดีว่าอีกฝ่ายต้องไม่ได้ใช้เป็นครั้งแรก เมื่อมีภูเขาทองคำหนุนหลัง ย่อมกว้านซื้อทายาทตระกูลใหญ่และยัดสินบนขุนนางได้ทั่วทิศ ภายใต้การสมรู้ร่วมคิดระหว่างขุนนางและพ่อค้า การสูบเลือดสูบเนื้อแผ่นดินย่อมง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ
ขุนนางขั้นหกแห่งศาลว่าการเมืองเยี่ยนผิงผู้นั้น เกรงว่าคงไม่ใช่สุนัขรับใช้เพียงตัวเดียวที่ถูกพวกมันซื้อไปแน่ หากเทียบกับทายาทตระกูลขุนนางเก่าแก่ ขุนนางปลายแถวที่ขัดสนเงินทองนั้นใช้เศษเงินฟาดหัวได้ง่ายกว่า ความเสี่ยงต่ำกว่า และบงการได้ง่ายกว่าเป็นไหนๆ
และผู้ใดก็ตามที่เผยจุดตายตกไปอยู่ในกำมือพวกมัน เฉกเช่นผังฉี ย่อมถูกบีบคอชักใยไปชั่วชีวิต คิดดิ้นรนสลัดแอกล้วนเป็นฝันกลางวัน
ยิ่งคลุกคลีกันนานวัน ผังฉีก็ยิ่งหนาวเหน็บถึงกระดูกเมื่อประจักษ์ถึงความมั่งคั่งและขุมกำลังมหาศาลที่พวกมันซ่อนเร้น ท้ายที่สุดเขาถึงบรรลุสัจธรรม… แท้จริงตนเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งบนกระดานของพวกมันเท่านั้น
ต่อให้ยามนี้เขาก้าวขึ้นเป็นผู้อาวุโสกุมอำนาจสิทธิ์ขาดแห่งตระกูลผัง ทว่าในสายตาพวกมัน เขาก็เป็นแค่เบี้ยที่ใช้งานได้คล่องมือขึ้นเท่านั้น
ผังฉีเคยระแวงอยู่ช่วงหนึ่งว่า เพื่อควบคุมเขาเบ็ดเสร็จ อีกฝ่ายอาจลอบฝังสายลับไว้ข้างกาย
อาจเป็นอนุภรรยาสักคน สาวใช้อุ่นเตียง หรือกระทั่งบ่าวไพร่กวาดลานบ้าน ล้วนอาจเป็นสุนัขรับใช้ที่ถูกอีกฝ่ายซื้อตัวหรือข่มขู่บีบบังคับมา
ใช่ว่าผังฉีไม่เคยคิดกลับตัว ทว่าทางสายนี้เดินหน้าแล้วไร้ทางถอย ความผิดบาปโสมมที่ก่อไว้ ไม่อาจลบล้างด้วยน้ำตา
ทันทีที่เรื่องแดง ชื่อเสียงย่อมเน่าเหม็นโฉ่ไปทั่วทั้งลุ่มน้ำ อย่าหวังจะได้เชิดหน้าชูตาในสังคม ทรัพย์ศฤงคารมหาศาลที่กอดรัดอยู่ย่อมมลายเป็นเถ้าถ่าน ถูกเหยียบย่ำจมดินจมโคลน
ชาติบุรุษมิอาจขาดอำนาจวาสนาได้แม้วันเดียว ยิ่งไม่อาจไร้ซึ่งกองเงินกองทอง
ดังนั้นหมากกระดานนี้ของผังฉี คือเฝ้ารอจนกว่าตนจะได้ประทับเก้าอี้ผู้นำตระกูล หรือดันผังจวิ่นขึ้นกุมอำนาจสูงสุดให้จงได้ ถึงยามนั้นค่อยระดมสรรพกำลังทั้งตระกูล บดขยี้พวกมันให้แหลกลาญในคราวเดียว
ทว่าก่อนจะถึงวันนั้น เขาต้องสูบเลือดสูบเนื้อจากแหล่งเงินทุนนี้ เพื่อพอกพูนความแข็งแกร่งของตนเองอย่างบ้าคลั่งต่อไป
จะเรียกว่าแผนการก็ดูกระไร สู้เรียกว่าคำลวงหลอกตัวเองเพื่อปลอบประโลมใจยังเข้าเค้ากว่า
ปฏิบัติการนองเลือดครานี้ นับเป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายยอมเผยเขี้ยวเล็บคมกริบอย่างที่ไม่เคยปรากฏต่อหน้าผังฉี เป้าหมายพวกมันมีเพียงหนึ่งเดียว… กลืนกินยุทธภพเมืองเยี่ยนผิงให้เป็นหนึ่ง!
ต่อหมากตานี้ ผังฉีมิได้ประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย
การรวบอำนาจโลกมืดแห่งเมืองเยี่ยนผิงไว้ในกำมือ จะเบิกทางสะดวกได้มหาศาลเพียงใด ย่อมมิต้องสาธยาย ไม่ว่าธุรกิจมืดหรือสว่าง ล้วนกอบโกยผลประโยชน์ได้ระดับพลิกฟ้า
และโฉมหน้าที่แท้จริงของอีกฝ่าย ก็เผยหางโผล่มาให้เห็นบางส่วนจากเหตุการณ์นี้… พวกมันคือเศษเดนที่เหลือรอดของพรรคเหยี่ยวคราม!
ซ้ำร้าย ผังฉียังได้เผชิญหน้าประมุขพรรคเหยี่ยวครามด้วยตนเอง
เมื่อตัวต่อประกอบเข้าด้วยกัน เหตุใดพวกมันถึงมีขุมกำลังกล้าแข็ง เหตุใดต้องทุ่มเงินผูกมิตรกับเขา และเหตุใดต้องกว้านซื้อขุนนางศาลว่าการเมือง ผังฉีจึงเริ่มกระจ่าง… จะว่าหายข้องใจเลยก็คงไม่ใช่ ท้ายที่สุดอีกฝ่ายถึงกับกระเตงยอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิดขั้นปลายมาด้วยซ้ำ ทว่าหมอกควันแห่งความคลางแคลงก็เจือจางลงไปเปลาะหนึ่ง
อิทธิพลพรรคเหยี่ยวครามหาได้จำกัดวงอยู่แค่เมืองเยี่ยนผิง ทั่วทั้งดินแดนอุดรของราชวงศ์ต้าฉี ล้วนมีสาขาย่อยหยั่งรากลึก การที่พรรคเหยี่ยวครามในเมืองเยี่ยนผิงถูกกองกำลังลาดตระเวนกวาดล้างลานไปก่อนหน้า หาได้หมายความว่ารากเหง้าของพวกมันจะถูกถอนทิ้งจนสิ้นซาก
นี่คือคำกล่าวอ้างโอหังของประมุขพรรคเหยี่ยวคราม
การที่พรรคเหยี่ยวครามหมายมั่นจะผงาดขึ้นอีกครา ทวงคืนบัลลังก์ในเมืองเยี่ยนผิง โดยขอยืมดาบตระกูลผังเป็นบันไดเหยียบย่างไปสู่การกลืนกินยุทธภพเมืองเยี่ยนผิง ย่อมสมเหตุสมผลไร้ที่ติ
ส่วนหน้าที่ของผังฉี คือชักใยให้ตระกูลผังส่งเจ้าหน้าที่ศาลว่าการเมืองเยี่ยนผิงออกโรง เป็นกันชนกวาดล้างอยู่เบื้องหน้า
เงื่อนไขที่พรรคเหยี่ยวครามประเคนให้ คือหลังงานลุล่วง พรรคเหยี่ยวครามจะสวามิภักดิ์เป็นหมากในโลกมืดของตระกูลผัง ภารกิจคาวเลือดใดที่ตระกูลผังไม่สะดวกเปื้อนมือ พวกมันจะขออาสารับใช้ ซ้ำยังแบ่งผลกำไรของพรรคให้ถึงสามส่วน
นอกจากนี้ พรรคเหยี่ยวครามยังมีข้อตกลงลับเฉพาะกับผังฉี… ในบรรดาสายเลือดตระกูลผัง พวกมันจะคบค้าและรับรองเพียงผังฉีผู้เดียวเท่านั้น การติดต่อระหว่างสองขั้วต้องผ่านมือเขาแต่เพียงผู้เดียว เมื่อหมากตานี้วางลง น้ำหนักของผังฉีในตระกูลย่อมพุ่งทะยานทะลุฟ้า
กล่าวโดยสรุป หมากกระดานนี้ถูกลิขิตไว้เช่นนี้
การที่ขั้วขุนนางบุ๋นหมายหัวโค่นล้มตระกูลจ้าว ขุนนางบุ๋นเหยียบย่ำขุนนางบู๊ ล้วนขับเคลื่อนด้วยแรงปรารถนาในผลประโยชน์ทั้งสิ้น ตราบใดที่เนื้อก้อนโตยั่วใจพอ การที่ตระกูลผังจะหลับตาข้างหนึ่งยื่นมือหนุนหลังพรรคเหยี่ยวคราม ย่อมมิใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
รถม้าเทียบท่าคฤหาสน์ตระกูลผัง ผังฉีก้าวลงจากรถ แหงนหน้าทอดมองดวงดาวลางห้วงหาว ราตรีกาลมีหมู่ดาวโรยตัวบางเบา เมฆทะมึนคล้อยต่ำบดบังแสงจันทร์กระจ่างไปกว่าครึ่ง
เขายืนจมดิ่งในความเงียบงัน
ผังฉีรู้เต็มอก... พรรคเหยี่ยวครามหาใช่เปลือกนอกทั้งหมดของพวกมัน
เขามืดแปดด้าน ไม่อาจหยั่งวัดว่าขุมกำลังที่แท้จริงของพวกมันหยั่งรากลึกถึงขุมนรกขุมใด และเป้าหมายเบื้องหลังการชักใยเหล่านี้คือสิ่งใด สัญชาตญาณร้องเตือนว่า… หลังแผนเลือดครานี้ลุล่วง อาจใช้เวลาอีกเพียงไม่กี่ปี ต้าฉีคงกำเนิดตระกูลขุนนางยักษ์ใหญ่ผงาดฟ้าขึ้นมาอีกหนึ่งตระกูลเป็นแน่
ขุมทรัพย์หนาดุจกำแพงเหล็ก มียอดฝีมือระดับพระกาฬค้ำยันเป็นกระดูกสันหลัง ซ้ำยังกว้านซื้อขุนนางและทายาทตระกูลใหญ่ไว้ในกำมือ ขุมกำลังระดับนี้ การผงาดขึ้นรั้งตำแหน่งตระกูลขุนนางเก่าแก่แห่งต้าฉี ย่อมไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน
หากมิใช่หวังผงาดขึ้นเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ พวกมันคงไม่ยื่นจมูกเข้ามาสอดส่องกิจการราชสำนักต้าฉี การห้ำหั่นระหว่างขั้วบุ๋นบู๊ และความเป็นอยู่ของราษฎรถึงเพียงนี้
บางทีนี่อาจเป็นความจริงที่ซุกซ่อนอยู่
หากเป็นเช่นนั้น ทุกหมากที่เดินล้วนสมเหตุสมผลไร้รอยต่อ
แต่หากไม่ใช่เล่า…
หากไม่ใช่… ความจริงเบื้องหลังย่อมวิปริตน่าสะพรึงกลัวจนเกินจินตนาการ
ผังฉีสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง
คิดมากไปล้วนสูญเปล่า
เขารู้เพียงสิ่งเดียว… ตนได้พลิกชะตาจากสุนัขขี้เรื้อนชายขอบ ก้าวกระโดดขึ้นเป็นผู้อาวุโสกุมอำนาจสิทธิ์ขาดในตระกูล ทั้งยังเบิกทางสู่อำนาจล้นฟ้าที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กระทั่งบัลลังก์ผู้นำตระกูลก็ใช่ว่าจะเอื้อมไม่ถึง
นี่คือการดิ้นรนอาบเลือดของเขา! ดิ้นรนเพื่อกระชากชะตากรรมบัดซบ และสลักปณิธานอันยิ่งใหญ่ไว้ในใต้หล้า
แม้เส้นทางนี้จะปูลาดด้วยคมหอกคมดาบ ทว่าประเมินจากกระดานอำนาจยามนี้ ยังไม่นับว่าเป็นวิกฤตคอขาดบาดตาย
ทันทีที่แผนเลือดคืนนี้ลุล่วง ตระกูลผังยื่นมือหนุนหลังพรรคเหยี่ยวคราม ทั้งตระกูลจะถูกมัดตราสังข์ติดกับรถม้าศึกของพรรคเหยี่ยวครามทันที วันหน้าจุดตายของคนทั้งตระกูลผังจะไปตกอยู่ในกำมือพวกมัน… เมื่อเป็นเช่นนี้ ตัวเขาผังฉีย่อมปลอดภัยไร้กังวล
แน่นอน... หมากตานี้อาจลากทั้งเขาและตระกูลผังดิ่งลงสู่ขุมนรกที่ลึกกว่าเดิม
แต่เพียงเพราะมันเสี่ยงตาย… จะให้เขายอมถอยหลัง ยอมทิ้งโอกาสเหยียบหัวผู้คน ทิ้งโอกาสกุมอำนาจล้นฟ้าไปกระนั้นหรือ
คำตอบคือ… ไม่มีวัน!
แสงจันทร์ถูกเมฆทะมึนกลืนกินจนดับมิด ผังฉีดึงสายตากลับ ทอดถอนลมหายใจรำพึงแผ่วเบา
“ใต้หล้าแสนโสมม ชะตาคนแสนบัดซบ… ตั้งแต่โบราณกาลมา บุรุษผู้แบกทะเยอทะยานไว้เต็มอก มีผู้ใดบ้างได้เสวยสุขโรยด้วยกลีบกุหลาบ”