ประกาศิต ราชามังกร - บทที่ 855 การเรียกร้องคำอธิบาย
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่โอบล้อมรอบตัวเฉินผิงสลายหายไปในพริบตา สร้างความประหลาดใจให้แก่เขาเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่เฉินผิงจะหันไปมองจ้าวหลี่กัว
ในเวลานี้ สายตาของจ้าวหลี่กัวกำลังจับจ้องไปยังแหวนบนนิ้วมือของเฉินผิงอย่างไม่วางตา สาเหตุที่เขาระงับการลงมือลงกะทันหัน ก็เพราะสังเกตเห็นแหวนวงนี้นี่เอง!
เมื่อเห็นสีหน้าของจ้าวหลี่กัว เฉินผิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางฉุกคิดขึ้นมาได้ เพราะทั้งหลินเทียนหู่และชื่อเฟิงต่างก็เคยแสดงสีหน้าแบบเดียวกันนี้ยามที่ได้เห็นแหวนของเขา
เพียงชั่วครู่ จ้าวหลี่กัวก็ตั้งสติกลับมาได้ สีหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะกลับคืนสู่ความสงบตามปกติ เขาเอ่ยกับเฉินผิงว่า “ในเมื่อเจ้าเป็นสหายของจวงเอ๋อร์ เช่นนั้นเรื่องในวันนี้ก็จบลงแค่นี้เถอะ ตามข้ามา…”
ท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหันของจ้าวหลี่กัวสร้างความตกตะลึงให้แก่ซูอวี่ฉีและกู่หลิงเอ๋อร์เป็นอย่างมาก พวกเธอคิดว่าเฉินผิงคงไม่มีทางรอดพ้นความตายไปได้แล้ว ทว่าจ้าวหลี่กัวกลับยอมรามือเสียดื้อๆ!
ฝ่ายซวนหยวนข่ายและเฉิงคุนต่างก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน ไม่อาจคาดเดาเจตนาของจ้าวหลี่กัวได้เลย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของจ้าวหลี่กัว เฉินผิงก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกในใจ ดูเหมือนข้อสันนิษฐานของเขาจะเป็นความจริง
“อวี่ฉี หลิงเอ๋อร์ ไปกันเถอะ…” เฉินผิงเอ่ยกับหญิงสาวทั้งสอง
สองสาวเดินตามหลังเฉินผิง ขณะที่เฉินผิงเดินตามหลังจ้าวหลี่กัว มุ่งหน้าตรงไปยังชายฝั่ง
ระหว่างทาง เฉินผิงและซูอวี่ฉียังคงหันกลับไปมองเสี่ยวหรูที่เวลานี้กลายสภาพเป็นรูปปั้นน้ำแข็งอยู่เป็นระยะ ความรู้สึกโศกเศร้าอาลัยเอ่อล้นขึ้นมาในใจของทั้งสามคนอย่างยากจะบรรยาย
“ท่านลุงจ้าว…”
เมื่อเห็นว่าจ้าวหลี่กัวกำลังจะพาตัวเฉินผิงไป ซวนหยวนข่ายก็รีบวิ่งตามไปด้วยความร้อนรน
“มีเรื่องอันใด?” จ้าวหลี่กัวเอ่ยถามซวนหยวนข่ายด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ท่านลุงจ้าว เฉินผิงกลืนผลึกมังกรลงไป ซึ่งสิ่งนั้นควรเป็นของพวกเราทุกคน พวกเราทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจในการสังหารมังกรน้ำแข็งตัวนั้น ตอนนี้ท่านลุงจะพาเฉินผิงไปเช่นนี้ แล้วพวกเราที่เหลือจะมิได้อะไรติดมือเลยหรือ?” ซวนหยวนข่ายกล่าวทักท้วง
“ข้าจะพาเขาไป เจ้ามีปัญหาอันใดงั้นรึ?”
ดวงตาของจ้าวหลี่กัวหรี่ลงเล็กน้อย พลันปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาลเข้าครอบคลุมร่างของซวนหยวนข่ายในทันที!
ซวนหยวนข่ายรู้สึกขาอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้น!
“มะ…ไม่มีปัญหา!” แม้ใบหน้าของซวนหยวนข่ายจะซีดเผือด แต่เขายังคงกัดฟันพูดต่อว่า “ท่านลุงจ้าว หากท่านพาตัวเฉินผิงไปแบบนี้ ข้าเชื่อว่าท่านพ่อของข้าและเจ้าสำนักเฉิงจะต้องมาทวงถามคำอธิบายจากท่านอย่างแน่นอน…”
ซวนหยวนข่ายยกบิดาของตนและบิดาของเฉิงคุนขึ้นมาเพื่อข่มขู่จ้าวหลี่กัว
“เจ้ากล้าข่มขู่ข้าหรือ?” จ้าวหลี่กัวขมวดคิ้วแน่น “อย่าคิดว่าเพียงเพราะเจ้ามาจากตระกูลซวนหยวนแล้วข้าจะไม่กล้าแตะต้องเจ้า ข้าสามารถบดขยี้เจ้าให้แหลกคานิ้วได้ในตอนนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วมารอดูกันว่าตระกูลซวนหยวนของเจ้าจะกล้ามาเยือนคฤหาสน์ไร้เงาของข้าหรือไม่!”
สิ้นเสียง จ้าวหลี่กัวก็สะบัดแขนเสื้อเพียงคราเดียว ซวนหยวนข่ายก็ลอยกระเด็นไปด้านหลังและกระแทกเข้ากับพื้นอย่างรุนแรง
แม้จ้าวหลี่กัวจะไม่ได้หมายเอาชีวิต แต่ซวนหยวนข่ายก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส!
จากนั้น จ้าวหลี่กัวจึงหันไปมองเฉิงคุนพลางเอ่ยถาม “ข้าจะพาพวกเขาไปเดี๋ยวนี้ เจ้ามีข้อคัดค้านอันใดหรือไม่?”
เฉิงคุนรีบส่ายหัวรัวๆ พลางตอบ “ท่านลุงจ้าว ท่านกล่าวเกินไปแล้ว ผู้น้อยอย่างพวกเราจะกล้าคัดค้านได้อย่างไร…”
แม้ในใจของเฉิงคุนจะไม่เห็นด้วย แต่เขาก็ไม่กล้าเอ่ยปากออกมา เพราะมีตัวอย่างอย่างซวนหยวนข่ายให้เห็นอยู่ตรงหน้า และเขาก็ไม่อยากเจ็บตัวปางตายเช่นกัน!
จ้าวหลี่กัวแค่นเสียงอย่างเย็นชา สายตากวาดมองไปยังฉินเสี่ยวเซียนและพรรคพวกที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“ท่านประมุขจ้าว โปรดทำตามความประสงค์ของท่านเถิด พวกเรามิกล้าคัดค้านแม้แต่น้อย…” ฉินเสี่ยวเซียนรีบโบกไม้โบกมือละล่ำละลักด้วยความหวาดหวั่นทันทีที่เห็นจ้าวหลี่กัวหันมามอง
เมื่อเป็นเช่นนั้น จ้าวหลี่กัวจึงนำตัวเฉินผิงและคณะจากไปอย่างพึงพอใจ
“พี่รอง เฉินผิงเดินจากไปอย่างง่ายดายเช่นนั้น เราจะไม่ตามไปแก้แค้นหรือ?” ฉินเสี่ยวเทียนเอ่ยถามด้วยความร้อนรนเมื่อเห็นเฉินผิงรอดพ้นไปได้
“ไม่ต้องกังวลไป ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีทางรอด และคฤหาสน์ไร้เงาก็คงไม่ปล่อยให้เขามีลมหายใจอยู่ต่อไปเช่นกัน…”
เมื่อฉินเสี่ยวเซียนกล่าวจบ เขาก็นำพาพรรคพวกแยกย้ายจากไปในทันที