ประกาศิต ราชามังกร - บทที่ 856 การแสวงหาความยุติธรรม
“บัดซบเอ๊ย…” ซวนหยวนข่ายสบถออกมาพลางให้ลูกน้องช่วยพยุงร่างขึ้นมา เขาใช้หลังมือปาดคราบเลือดที่มุมปาก “พวกเราไปกันเถอะ ต้องรีบกลับไปรายงานท่านพ่อ ผลึกมังกรปรากฏขึ้นแล้วและถูกเฉินผิงกลืนกินเข้าไป นี่เป็นเรื่องใหญ่สะเทือนฟ้าดิน…”
เมื่อเฉิงคุนเห็นซวนหยวนข่ายนำคนถอนตัวไป เขาก็ไม่รอช้า รีบสั่งการให้ลูกน้องของตนตามไปติดๆ
ในอีกด้านหนึ่ง เฉินผิงและคนอื่นๆ เดินตามจ้าวหลี่กัวตรงไปยังชายหาด โดยมีหมาป่าหิมะก้าวเดินตามหลังมาห่างๆ
เฉินผิงรู้สึกซาบซึ้งใจต่อหมาป่าหิมะตัวนี้มากที่ช่วยชีวิตซูอวี่ฉีและกู่หลิงเอ๋อร์เอาไว้ ทว่าหมาป่าหิมะคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมเช่นนี้มาโดยตลอด เขาจึงมิอาจตัดใจพามันออกจากเกาะมังกรปิดตายได้โดยพลการ
เมื่อซูอวี่ฉีและกู่หลิงเอ๋อร์สังเกตเห็นหมาป่าหิมะ ทั้งสองก็ย่อตัวลงพลางกวักมือเรียกมันเบาๆ
หมาป่าหิมะวิ่งเหยาะๆ เข้ามาอย่างรู้ความ มันเอาหัวและลำตัวเข้ามาคลอเคลียถูไถกับสองสาว ไม่ต่างจากสุนัขบ้านที่แสนเชื่องตัวหนึ่ง
“เฉินผิง เราพามันไปด้วยกันได้ไหม?” ซูอวี่ฉีเอ่ยถามเฉินผิงด้วยแววตาเว้าวอน
หมาป่าหิมะเองก็เงยหน้าขึ้นมองเฉินผิง ดวงตาคู่นั้นเปี่ยมล้นไปด้วยประกายแห่งความคาดหวัง ราวกับว่ามันเองก็ปรารถนาที่จะติดตามพวกเขาไปเช่นกัน
เมื่อเห็นสายตาอันเว้าวอนของมัน เฉินผิงจึงไม่อาจปฏิเสธได้ ได้แต่พยักหน้าตกลง
ซูอวี่ฉีและกู่หลิงเอ๋อร์โอบกอดหมาป่าหิมะไว้ด้วยความดีใจ
“พี่เฉิน…”
จ้าวฉวงที่ถูกนำตัวขึ้นฝั่งมาก่อนหน้านี้ รีบวิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามาหาเฉินผิงทันที ก่อนจะตวัดสายตามองบิดาของตนด้วยความขุ่นเคือง
“ขึ้นเรือกันเถอะ…” จ้าวหลี่กัวเอ่ยปากตัดบท
ทุกคนก้าวขึ้นสู่เรือยอชต์สุดหรูที่คณะของจ้าวหลี่กัวเตรียมไว้ แม้ขนาดของมันจะไม่ใหญ่โตเทียบเท่าเรือสำราญที่กลุ่มของเฉินผิงโดยสารมาในตอนแรก แต่ความหรูหราและพื้นที่ใช้สอยก็นับว่ากว้างขวางเพียงพอสำหรับทุกคน
เมื่อขึ้นมาบนเรือแล้ว จ้าวหลี่กัวสั่งให้ทุกคนรออยู่ภายนอก แต่กลับเรียกเฉินผิงให้ตามเข้าไปในห้องโดยสารเพียงลำพัง
เมื่อเห็นเช่นนั้น ซูอวี่ฉีและกู่หลิงเอ๋อร์จึงรีบก้าวออกไปขวางหน้าเฉินผิงไว้ทันทีด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าจ้าวหลี่กัวจะลงมือทำร้ายเขา
“ท่านพ่อ…” จ้าวฉวงส่งสายตาอ้อนวอนไปยังจ้าวหลี่กัว หวังจะช่วยออกหน้าแทนเฉินผิง
“พวกเจ้ารออยู่ข้างนอกเถอะ ข้าไม่เป็นไรหรอก…”
เฉินผิงส่งยิ้มบางๆ ให้ซูอวี่ฉีและคนอื่นๆ อย่างสงบนิ่ง ในเมื่ออยู่บนเกาะจ้าวหลี่กัวยังไม่คิดจะเอาชีวิตเขา เช่นนั้นเมื่อขึ้นมาบนเรือ ย่อมไม่มีทางลงมืออย่างแน่นอน
เฉินผิงก้าวตามหลังจ้าวหลี่กัวเข้าไปในห้อง ทันทีที่บานประตูปิดสนิทลง จ้าวหลี่กัวก็คุกเข่าลงต่อหน้าเฉินผิงในทันใด!
เฉินผิงมิได้แสดงท่าทีประหลาดใจต่อการกระทำอันกะทันหันนี้ เพราะเขาล่วงรู้และคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
“จ้าวหลี่กัวแห่งคฤหาสน์ไร้เงา ขอคารวะท่านประมุขวัง…”
น้ำเสียงและท่าทีของจ้าวหลี่กัวเปี่ยมล้นไปด้วยความเคารพยำเกรงอย่างถึงที่สุด แตกต่างจากภาพลักษณ์อันเย่อหยิ่งและเย็นชาที่แสดงออกบนเกาะมังกรปิดตายอย่างสิ้นเชิง
“ประมุขจ้าว ลุกขึ้นเถิด…” เฉินผิงยื่นมือออกไปช่วยพยุงจ้าวหลี่กัวขึ้น
“ขอบคุณท่านประมุขวัง!” จ้าวหลี่กัวลุกขึ้นยืนตัวตรง
“ประมุขจ้าว ข้ามีข้อข้องใจบางประการที่อยากจะถามท่าน และท่านต้องตอบข้าตามความเป็นจริง…” เฉินผิงเอ่ยขึ้นหลังจากพยุงจ้าวหลี่กัวขึ้นมาแล้ว
“เชิญท่านประมุขโปรดถามมาได้เลย สิ่งใดที่ข้ารู้ ข้าจะไม่ปิดบังแม้แต่น้อย…” จ้าวหลี่กัวพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
“ประมุขจ้าว ท่านรู้หรือไม่ว่าเจ้าของเดิมของแหวนมังกรสวรรค์วงนี้คือใคร? ตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นใครกันแน่?”
เฉินผิงยกมือข้างหนึ่งขึ้น เผยให้เห็นแหวนโบราณที่สวมอยู่บนนิ้วมือ
ในเมื่อแหวนวงนี้คือของแทนใจที่บิดาทอดทิ้งไว้ให้แก่มารดา เฉินผิงจึงตั้งมั่นอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะต้องสืบหาความจริงให้ได้ว่าบิดาผู้ไร้หัวใจและโหดเหี้ยมคนนั้นเป็นใคร เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เป็นแม่
จ้าวหลี่กัวชะงักงันไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความฉงน “ท่านประมุข ท่านไม่ทราบหรือว่าผู้ใดเป็นผู้มอบแหวนมังกรสวรรค์วงนี้ให้แก่ท่าน?”
“ข้าไม่เคยพบหน้าเจ้าของเดิมของแหวนวงนี้มาก่อน มันถูกส่งต่อมาถึงมือข้าผ่านผู้อื่น…” เฉินผิงตอบตามตรง
จ้าวหลี่กัวจึงพลันเข้าใจในทันที “อันที่จริง ข้าเองก็ไม่ทราบว่าเจ้าของแหวนมังกรสวรรค์คนก่อนมีตัวตนที่แท้จริงเป็นใคร พวกเรารับรู้เพียงแค่สัญลักษณ์ของแหวนเท่านั้น มิได้รับรู้ถึงตัวบุคคล แม้กระทั่งที่ตั้งของอีกสิบสามตำหนักย่อยในวังมังกรสวรรค์ ข้าเองก็ยังมิอาจล่วงรู้ได้!”
“หากนับรวมท่านด้วย ตอนนี้ข้าก็ได้พบกับตำหนักย่อยไปแล้วสามแห่ง…”
เฉินผิงเอ่ยพึมพำ ก่อนจะจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดอันลึกซึ้ง
ในคราแรกที่เขาได้รับแหวนมังกรสวรรค์มา เขายังคงหลงคิดว่าเป็นเพียงของวิเศษของเฒ่ามังกร แต่หลังจากที่ได้พบกับหลินเทียนหู่และชื่อเฟิง เขาก็ค่อยๆ รับรู้ถึงอิทธิพลและขุมกำลังอันมหาศาลที่แท้จริงของวังมังกรสวรรค์ ทว่าในเวลานั้น เขายังมิได้ปะติดปะต่อเรื่องราวลึกซึ้งถึงเพียงนี้มาก่อน