ประกาศิต ราชามังกร - บทที่ 857 การถอยจากด้านหลัง
ในตอนแรก การที่กลุ่มอิทธิพลเล็กๆ ในเมืองระดับล่างอย่างหลินเทียนหู่สามารถเป็นหนึ่งในตำหนักย่อยของวังมังกรสวรรค์ได้ ทำให้เฉินผิงเข้าใจไปว่าพลังอำนาจโดยรวมของวังมังกรสวรรค์คงจะอยู่ในระดับพื้นๆ ทั่วไปเท่านั้น
แม้ในเวลาต่อมาชื่อเฟิงจะมีความแข็งแกร่งระดับปรมาจารย์ แต่ในยุทธภพที่ปรมาจารย์มีเกลื่อนกลาดดาษดื่นราวกับสุนัขข้างถนน เรื่องนี้จึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากเฉินผิงมากนัก
ทว่าจนกระทั่งเมื่อวานนี้ เมื่อเฒ่ามังกรเผยความจริงออกมา ทั้งเรื่องที่รู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของเขา ทั้งเรื่องที่แหวนวงนี้คือของแทนใจที่บิดามอบไว้ให้แก่มารดา ยิ่งเมื่อได้เห็นยอดฝีมือไร้พ่ายระดับจ้าวหลี่กัวยังเป็นเพียงหนึ่งในสมาชิกของวังมังกรสวรรค์ สิ่งเหล่านี้สร้างความตกตะลึงแก่เฉินผิงอย่างแท้จริง
ในเวลานี้ เขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะล่วงรู้ว่าบิดาของตนเป็นใครกันแน่ ก่อตั้งวังมังกรสวรรค์ขึ้นมาได้อย่างไร และไยความแข็งแกร่งของแต่ละตำหนักย่อยจึงแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเช่นนี้!
ทว่าดูเหมือนจะไม่มีใครสามารถให้คำตอบแก่เฉินผิงได้ เรื่องราวเหล่านี้เขาคงต้องออกตามหาความจริงด้วยตนเองเท่านั้น
ตอนนี้ในใจของเฉินผิงเริ่มมีความคาดหวัง ลอบคิดว่าตำหนักย่อยแห่งต่อไปของวังมังกรสวรรค์จะตั้งอยู่ที่ใด และจะแข็งแกร่งเกรียงไกรถึงเพียงไหน
หากมีขุมกำลังที่ทรงอานุภาพดั่งเช่นคฤหาสน์ไร้เงาอยู่อีกมาก ด้วยพลังแห่งวังมังกรสวรรค์ที่อยู่ในมือ เขาอาจจะสามารถบดขยี้ตระกูลหลงให้สิ้นซาก เพื่อช่วยเหลือมารดาบังเกิดเกล้าออกมาได้สำเร็จ
ขณะที่เฉินผิงกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดอยู่นั้น เสียงตวาดกึกก้องก็ดังแว่วมาจากภายนอกเรือ
“ผู้ใดบังอาจบุกรุกเกาะมังกรปิดตาย!”
เมื่อได้ยินเสียงตวาดกร้าวนั้น ย่อมต้องเป็นคนของตระกูลหลงอย่างแน่นอน
“ท่านประมุข น่าจะเป็นคนของตระกูลหลง ข้าจะออกไปดูสักหน่อย…” จ้าวหลี่กัวเอ่ยกับเฉินผิงทันทีที่ได้ยินเสียง
“ข้าจะออกไปด้วย แต่อย่าได้เปิดเผยฐานะของข้าเป็นอันขาด…” เฉินผิงกำชับ
จ้าวหลี่กัวพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเดินตามเฉินผิงออกไปยังดาดฟ้าเรือ
ในเวลานั้น เรือสำราญขนาดมหึมาลำหนึ่งจอดทอดสมออยู่ไม่ไกลจากพวกเขานัก บนดาดฟ้าเรือลำนั้น หลงซิงซูยืนตระหง่านอย่างสง่าผ่าเผย มีเหล่าสมาชิกตระกูลหลงยืนเรียงรายอยู่ด้านหลัง สายตาของเขากำลังจับจ้องไปยังเกาะมังกรปิดตาย
ทัศนียภาพที่หิมะขาวโพลนอันหนาวเหน็บมลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงผืนดินสีน้ำตาลไหม้และโขดหิน ทำให้หัวคิ้วของหลงซิงซูขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด
เห็นได้ชัดว่าผลึกมังกรได้ถูกนำออกไปจากเกาะมังกรปิดตายแล้วจริงๆ แม้เรื่องเล่าขานนี้จะเป็นเพียงตำนาน แต่ก็มิใช่เรื่องโกหกหลอกลวง
ภารกิจของเขาในยามนี้คือการหาวิธีสกัดกั้นผู้ที่ได้ผลึกมังกรไป และหากเป็นไปได้ ก็ต้องสังหารทุกคนที่เหยียบย่างขึ้นมาบนเกาะแห่งนี้ให้สิ้นซาก
“นายน้อยหลง ข้าคือจ้าวหลี่กัวแห่งคฤหาสน์ไร้เงา ข้าหาได้มีเจตนาบุกรุกเกาะมังกรปิดตายไม่ เพียงแต่บุตรชายของข้าซุกซนหนีมาเที่ยวเล่น ข้าจึงมารับตัวเขากลับไปเท่านั้น…” จ้าวหลี่กัวเอ่ยปากพลางทอดสายตามองไปยังหลงซิงซูที่ยืนเด่นอยู่เบื้องหน้า
หลงซิงซูล่วงรู้ได้ในทันทีที่เห็นหน้าจ้าวหลี่กัว ในใจของเขากำลังคำนวณว่าจ้าวหลี่กัวเป็นผู้นำผลึกมังกรไปหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง ด้วยกำลังของเขาในตอนนี้ ย่อมไม่มีทางต้านทานหรือหยุดยั้งจ้าวหลี่กัวได้อย่างแน่นอน
“ที่แท้ประมุขจ้าวก็มารับบุตรชายนี่เอง แต่ถึงกระนั้น ท่านก็น่าจะแจ้งให้ตระกูลหลงของข้าทราบล่วงหน้าเสียก่อน หากผู้มีกำลังเข้มแข็งเช่นท่านคิดอยากจะมาก็มา เกาะมังกรปิดตายแห่งนี้คงกลายเป็นแดนไร้ขื่อแปไปในไม่ช้า…” หลงซิงซูกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่อ่อนข้อและไม่กำเริบเสิบสาน
ด้วยมีตระกูลหลงหนุนหลังอยู่ หลงซิงซูจึงไม่แสดงความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย แม้จะต้องเผชิญหน้ากับปรมาจารย์ระดับจ้าวหลี่กัวก็ตาม
“นายน้อยหลง ข้าเข้าใจแล้ว ครั้งหน้าที่ข้ามายังเกาะมังกรปิดตาย ข้าจะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าอย่างแน่นอน ตอนนี้เวลาก็ดึกมากแล้ว ข้าคงต้องขอตัวเดินทางกลับ ไม่อาจรบกวนสนทนาต่อได้…”
เมื่อกล่าวจบ จ้าวหลี่กัวก็โบกมือส่งสัญญาณให้คนของตน เรือยอชต์พลันแล่นทะยานฝ่าผืนน้ำออกไปในทันทีต่อหน้าต่อตาหลงซิงซู
สีหน้าของหลงซิงซูมืดมนลงขณะมองดูจ้าวหลี่กัวจากไป แต่เขาก็มิได้นำกำลังเข้าขัดขวาง เพราะตระหนักดีว่าพละกำลังของตนไม่อาจหยุดยั้งอีกฝ่ายได้…
ส่วนตัวเฉินผิงที่ยืนอยู่เคียงข้างจ้าวหลี่กัวนั้น หลงซิงซูไม่ได้เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย เขาไม่มีทางคาดคิดเลยว่า ผลึกมังกรจะตกไปอยู่ในกำมือของเฉินผิง และยิ่งไม่คาดคิดเลยว่า ชายหนุ่มคนนี้… ก็คือบุคคลที่ตระกูลหลงกำลังพลิกแผ่นดินตามหาตัวอยู่!