ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 201 บอสในฝันร้าย
บทที่ 201 บอสในฝันร้าย
วินาทีที่ได้ยินเสียงนั้น เฝิงเว๋ยก็รู้สึกสงสัยในชีวิตของตัวเองขึ้นมา
เขาสงสัยว่าตั้งแต่วันวาน ตนกำลังติดอยู่ในฝันร้ายรึเปล่า
และหานชิงอวี่ก็คือบอสในฝันร้ายของเขา
ไม่อย่างนั้น จะมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องดี ๆ ของเขาครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไร!
เขาหันกลับไปมองหานชิงอวี่ที่อยู่ข้างหลังพร้อมกับผู้ติดตามด้วยดวงตาแดงก่ำ
“หานชิงอวี่ เรื่องก่อนหน้านี้ฉันไม่อยากถือสานายหรอกนะ”
“แต่ถ้านายยังมายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของฉันอีก ฉันจะฆ่านายให้ตายซะ!”
เสียงหายใจหอบถี่ดังออกมาจากปากของเฝิงเว๋ย ในเวลานี้เขาเหมือนกับสัตว์ป่าตัวหนึ่งที่มองหลินเหม่ยเสวี่ยเป็นอาหาร
เขาไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหลินเหม่ยเสวี่ย หานชิงอวี่ และไป๋ปิง
ดังนั้น เขาจึงคิดไม่ตกจริง ๆ ว่าทำไมหานชิงอวี่ถึงมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
“เรื่องของหลินเหม่ยเสวี่ย ผู้ช่วยของเธอได้เล่าให้เราฟังแล้ว”
“ฉันแนะนำให้นายออกจากห้องนี้ก่อนที่เราจะแจ้งตำรวจซะ ถ้านายยอมออกไปแต่โดยดี เราก็จะไม่เอาเรื่องนาย แต่หากนายยังดื้อดึงต่อไปละก็…”
“เราก็คงต้องทำตามวิธีของเรา”
หลังจากหานชิงอวี่พูดจบ เขาก็เหลือบมองไปยังเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนที่อยู่ด้านหลัง
เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนยังคงแต่งตัวเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน และดูเฉียบขาด
แม้ว่าเมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ทั้งสองคนจะไม่ได้นอน ทว่าพลังที่แผ่ออกมาจากตัวในตอนนี้ กลับทำให้เฝิงเว๋ยรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในร่างกายของเขาได้
ทันใดนั้น เขาก็เหมือนจะนึกบางอย่างขึ้นมา จึงร้องตะโกนขึ้น
“ฉัน… ฉันไม่ได้บังคับเธอสักหน่อย คุณลองถามผู้หญิงคนนี้สิว่า เธอเป็นคนเรียกฉันมาที่นี่เองรึเปล่า!”
“ใครจะรู้ว่าหลังจากที่ฉันมาแล้ว เธอกลับเปลี่ยนใจกะทันหัน นี่มันไม่ใช่การหลอกลวงฉันรึไง!”
หลังจากพูดประโยคนี้จบ เฝิงเว๋ยหันกลับไปมองหลินเหมยเสวี่ย ที่ตอนนี้ได้ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“โอ้ อย่างนั้นเหรอ?”
“แต่เท่าที่ฉันรู้ คุณเป็นคนเสนอให้ทำแบบนี้ตอนที่เหมยเสวี่ยกำลังตกที่นั่งลำบากไม่ใช่เหรอ?”
“คุณแน่ใจใช่ไหมว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนผิดน่ะ?”
ไป๋ปิงหรี่ตามองเฝิงเว๋ยที่อยู่ตรงหน้า แล้วพูดออกมาก่อนที่หานชิงอวี่จะทันตอบโต้
การกระทำแบบนี้ หากดูผิวเผินก็อาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ แต่แท้จริงแล้วมันก็เหมือนการกู้หนี้ยืมสินที่มีดอกเบี้ยสูง ๆ นั่นแหละ
สิ่งเหล่านี้มักปรากฏขึ้นมาในยามที่ผู้คนต้องการมากที่สุด โดยใช้ตรรกะที่ไม่ยุติธรรม บังคับให้อีกฝ่ายยอมรับข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรม
ความต้องการของเฝิงเว๋ยที่มีต่อหลินเหมยเสวี่ยก็เป็นเช่นนี้
“นั่นมัน…”
เฝิงเว๋ยไม่คิดเลยว่าไป๋ปิงจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา ทำให้เขาถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
ทว่าตอนนี้ เขาไม่สามารถสนใจเรื่องอื่นได้อีกแล้ว
เขาหลันกลับมามองหลินเหมยเสวี่ยที่อยู่ด้านหลังทันที พลางขมวดคิ้วแล้วถามออกมา
“ฮ่า ๆ ถ้าอย่างนั้น คุณก็ถามเธอเองสิ ว่าเธอรับได้ไหมกับเรื่องทั้งหมดนี้!”
เมื่อประโยคนี้จบลง เฝิงเว๋ยก็มองหลินเหมยเสวี่ยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจ
หลินเหมยเสวี่ยถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
ที่เธอร้องขอความช่วยเหลือจากไอ้คนสารเลวเฝิงเว๋ยเช่นนี้ เพราะเธอไม่อยากพึ่งพาคนในครอบครัว และไม่อยากให้แฟนหนุ่มของเธอ เสี้ยวจ้านอีรับรู้เรื่องนี้ด้วย
เพราะเหตุผลนี้ เธอถึงได้ตัดสินใจอย่างหุนหันพลันแล่น โดยให้เฝิงเว๋ยเข้ามาช่วย
ที่ผ่านมา เธอรู้อยู่แก่ใจลึก ๆ ว่าการทำแบบนี้อาจทำให้เธอต้องเสียใจในภายหลัง
แต่เธอจะต้องทำอย่างไรหลังจากตัดสินใจผิดพลาดไปแล้วล่ะ? จะอุดรูโหว่ของร้านเสริมสวยด้วยวิธีไหน? เรื่องพวกนี้เธอไม่ได้คิดเลย
ไป๋ปิงมองหลินเหมยเสวี่ยที่อยู่ด้านหลังเฝิงเว๋ย แล้วพูดให้กำลังใจ
“เหมยเสวี่ย ไม่ต้องกังวลนะ!”
“เรื่องร้านเสริมสวย ชิงชิงได้เล่าให้ฉันฟังแล้ว”
“และฉันได้รับคำยืนยันจากหมอหานเรียบร้อยแล้ว อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เธอต้องการ ทางหาน เทคโนโลยีก็มีเหมือนกัน”
“เพราะฉะนั้น ฉันกับหมอหานยินดีที่จะช่วยเหลือเธอเอง!”
ประโยคนี้จบลงพร้อมน้ำตาของหลินเหมยเสวี่ยที่ไหลลงมาอาบแก้ม
“ขอโทษนะเสี่ยวปิง ฉันไม่คิดรอบคอบให้ดีก่อน”
“ฉันควรจะเชื่อใจพวกเธออย่างสนิทใจ ไม่ควรคิดมากไปเองแบบนี้”
“ไม่ต้องห่วงนะ หนี้สินที่ฉันติดพวกเธอ ฉันจะหาวิธีชดใช้โดยเร็วที่สุด!”
หลินเหม่ยเสวี่ยกล่าวพลางโผเข้ามากอดไป๋ปิง
ทางด้านเฝิงเว๋ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับรู้สึกราวกับตัวเองกำลังฝันไป
เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ในกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา มีเพียงไป๋ปิงเท่านั้นที่เขาไม่รู้จัก แต่สำหรับหานชิงอวี่นั้น แน่นอนว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ของตระกูลหาน คงไม่น้อยไปกว่าตระกูลของเขาแน่
ส่วนไป๋ปิงที่อยู่ข้างกายหานชิงอวี่ แม้เขาจะไม่รู้สถานะของเธออย่างแน่ชัด ทว่าเมื่อดูจากกิริยาท่าทางหรือสำเนียงการพูดแล้ว ก็พอจะยืนยันได้ว่า เธอมีชาติตระกูลที่ไม่ธรรมดา
“พวกแก!”
“พวกแกทำลายเรื่องดี ๆ ของฉัน พวกแกต้องตาย!”
เฝิงเว๋ยรู้สึกเดือดดาลไปทั้งตัว เมื่อเห็นว่าผู้คนรอบ ๆ ต่างเมินเฉยต่อเขา ทำราวกับเขาเป็นอากาศธาตุ
ตั้งแต่เมื่อคืนที่ได้รับข้อความจากหลินเหม่ยเสวี่ยเกี่ยวกับโรงแรม เขาก็เฝ้ารอคอยช่วงเวลาแสนวิเศษอย่างนี้มาโดยตลอด
ในตอนนั้น เขากำลังวุ่นอยู่กับการวางแผนที่ใช้จัดการหาน เทคโนโลยี จนไม่มีเวลา
ผลปรากฏว่าวันนี้ ไม่เพียงแต่แผนที่การเขาวางไว้เพื่อจัดการหาน เทคโนโลยีจะล้มเหลวลงเพราะหานชิงอวี่
เรื่องราวดี ๆ ที่ระหว่างเขากับสาวสวยตรงหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้น กลับถูกหานชิงอวี่ทำลายอีกเช่นกัน
ดังนั้นตอนนี้ เฝิงเว๋ยกลายเป็นผู้สูญเสียสติไปโดยสิ้นเชิง
เขายกกำปั้นเตรียมจะพุ่งเข้าหาไป๋ปิงและหลินเหม่ยเสวี่ย
หากเป้าหมายเป็นหานชิงอวี่ เขาไม่มั่นใจนักว่าจะเอาชนะได้
แต่ผู้หญิงสองคนนี้ เขาคิดว่าสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดายแน่นอน!
“อ๊ะ!!”
หลี่ชิงชิง ผู้ช่วยของหลินเหม่ยเสวี่ย ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ ก่อนที่จะถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ
ขณะที่ร่างของเฝิงเว๋ยยังไม่ทันได้เข้ามาใกล้ร่างของทั้งสอง เขาก็ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาด้วยความจ็บปวด
เพียงชั่วพริบตา ขาเรียวยาวของหานชิงอวี่ก็ยกขึ้นมากลางอากาศ และถีบเข้าที่ท้องของเฝิงเว๋ย
“อั่ก!”
เฝิงเว๋ยครางออกมาอย่างเจ็บปวด ก่อนจะกระเด็นลงบนเตียง
เฝิงเว๋ยไม่สนใจความเจ็บปวดที่ร่างกาย เขาลุกขึ้นยืน แล้วคำรามใส่ หานชิงอวี่ที่อยู่ตรงหน้า
“หานชิงอวี่ แกชอบขัดขวางแผนการฉันทุกครั้ง รู้ไหมว่าผลลัพธ์ของการทำแบบนี้จะเป็นอย่างไร?”
หานชิงอวี่ไม่ตอบโต้เฝิงเว๋ยที่อยู่เบื้องหน้า ตั้งแต่เด็กจนโต เขาก็ได้ยินคำพูดนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
เพียงแต่การกระทำที่เลวทรามแบบนี้ หานชิงอวี่เพิ่งเคยเห็นอีกฝ่ายทำเป็นครั้งแรก
ดังนั้น เพื่อเป็นการลงโทษเฝิงเว๋ย แพทย์หนุ่มจึงส่งสัญญาณไปยังเจ้าหน้าที่สองคนที่อยู่ด้านข้าง
เจ้าหน้าที่ทั้งสองก็เข้าใจในทันที เพียงชั่วพริบตาก็มายืนอยู่ตรงหน้าของเฝิงเว๋ย
ในคราวนี้ เฝิงเว่ยถึงได้แสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมา
“แก… พวกแกจะทำอะไรวะ!”