ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 202 จ่ายค่าเล่าเรียน
บทที่ 202 จ่ายค่าเล่าเรียน
หานชิงอวี่หันกลับมามองไป๋ปิงและคนอื่น ๆ ก่อนจะพูดขึ้นมา
“เรื่องที่เหลือฉันจะจัดการเอง พวกเธอกลับไปก่อนเถอะ”
ไป๋ปิงพลางพยักหน้า แม้จะเป็นห่วงหานชิงอวี่อยู่บ้าง แต่เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่สองคนคอยช่วยเหลือเขาอยู่ เธอจึงสบายใจขึ้นมานิดหน่อย
“เหม่ยเสวี่ย มาเถอะ ฉันจะพาเธอออกไปก่อน”
ไป๋ปิงพาหลินเหม่ยเสวี่ยและหลี่ชิงชิงเดินออกไป แต่ไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยเตือนหานชิงอวี่ด้วยความห่วงใย
“ระวังตัวด้วย”
แพทย์หนุ่มตอบรับไป๋ปิงด้วยการพยักหน้าอย่างมั่นใจ
ขณะเดินผ่านหานชิงอวี่ หลินเหม่ยเสวี่ยก็พยักหน้าให้เขาด้วยความเกรงใจ
“ขอโทษด้วยนะคะคุณหมอหาน คราวนี้ก็ต้องรบกวนคุณอีกแล้ว”
หานชิงอวี่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ผ่อนคลาย
“ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรมากมาย”
เมื่อไป๋ปิงและคนอื่น ๆ เดินออกไปจนหมดแล้ว หานชิงอวี่ก็ตรงไปหา เฝิงเว๋ยที่กำลังอยู่ในอาการขวัญผวา
ยังไม่ทันที่หานชิงอวี่จะพูดอะไร เฝิงเว๋ยก็หวาดกลัวไปก่อนแล้ว
“หาน… หานชิงอวี่ ฉันขอเตือนนายไว้เลยนะว่าอย่ามาหาเรื่องกันจะดีกว่า!”
“ฉันยอมรับว่าฉันผิด แต่ว่า…”
“แต่นายช่วยปล่อยฉันไปไม่ได้เหรอ!”
เสียงของเฝิงเว๋ยสั่นเครือและแฝงไปด้วยความหวาดกลัวเหลือคณานับ ไม่มั่นคงเหมือนตอนแรกอีกต่อไป
หานชิงอวี่ไม่ได้รีบลงมือ เขาเพียงเอ่ยขึ้นว่า
“รู้ไหมว่านายผิดพลาดตรงไหน?”
เมื่อเฝิงเว๋ยได้ยินคำถามของหานชิงอวี่ ราวกับว่าเขาเป็นหนูที่พบเจอฟางเส้นสุดท้าย จึงพูดออกมาอย่างติด ๆ ขัด ๆ
“ฉันไม่ควรแย่งผู้หญิงของนาย… ไม่สิ ฉันไม่ควรยุ่งกับผู้หญิงที่เกี่ยวข้องกับนาย”
“ไม่สิ ฉันไม่ควรไปยุ่งกับผู้หญิงคนไหนเลยต่างหาก!”
“พี่ชาย ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงอีกแล้ว!”
แน่นอนว่าสิ่งที่เฝิงเว๋ยพูดตอนนี้ เป็นคำพูดที่ขัดกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจเขาอย่างมาก
สำหรับเขาแล้ว เจ้าหน้าที่ของหาน เทคโนโลยีทั้งสองคนที่จ้องมองมาด้วยแววตาเฉียบคมนั้นน่ากลัวเกินไป
ขอเพียงให้ตัวเองหลุดพ้นจากสถานการณ์แบบนี้ไปได้ ไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยราคาใด เขาก็ยอมทั้งนั้น!
แน่นอนว่าราคานี้มีเงื่อนไข เพียงแค่ต้องต่อรองด้วยฝีปากเท่านั้นเอง
แต่หานชิงอวี่กลับขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของเฝิงเว๋ย
“หลินเหม่ยเสวี่ยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฉันเลย เราแค่เคยเจอกันสองสามครั้งเท่านั้นเอง”
“ความผิดพลาดของนายคือ การเข้ามาแตะต้องหาน เทคโนโลยีโดยไร้เหตุผลต่างหาก”
คำพูดของหานชิงอวี่ทำให้เฝิงเว๋ยเพิ่งจะรู้สึกตัว
เขาไม่เคยสอพลอเอาใจใครมาก่อน ไม่น่าเชื่อว่าแค่เพิ่งเริ่มเปิดปากประจบอีกฝ่าย เขาก็พลาดท่าเสียแล้ว
“ใช่ ใช่ ฉันไม่ควรไปยุ่งกับหาน เทคโนโลยีของนายเลย”
“พี่ชาย ปล่อยผมไปเถอะครับ ผมสัญญาว่าตลอดชีวิตนี้ จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหาน เทคโนโลยีอีก!”
ตอนที่พูดประโยคเหล่านี้ออกมา แววตาของเฝิงเว๋ยเต็มไปด้วยความจริงใจ
เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการหลุดพ้นเหตุการณ์ในตอนนี้จริง ๆ
แต่หานชิงอวี่กลับเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ให้กับท่าทีของฝ่ายตรงข้าม
“แน่นอนว่าฉันจะปล่อยนายไป แต่นายต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเหล่านี้ให้หมดก่อน”
“ค่า… ค่าเล่าเรียน?”
เฝิงเว๋ยมองหน้าหานชิงอวี่แล้วเอ่ยถามด้วยความงุนงงเล็กน้อย
แต่ไม่นานเขาก็ได้สติ
“ค่าเรียนอะไร? เงินเหรอ?”
“พี่ชายวางใจเถอะ ขอแค่ปล่อยตัวผมไป เรื่องเงินทอง ผมรับรองว่าจะจ่ายให้ไม่มีตกหล่นแน่นอน!”
เฝิงเว๋ยรับปากกับหานชิงอวี่อย่างเต็มปากเต็มคำ ตอนนี้เขาดูเหมือนลูกหมาตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง
“ฉันไม่ได้ต้องการเงิน แค่อยากลงโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง”
หานชิงอวี่พูดจบก็หัวเราะคิกคักแล้วพิงกำแพงข้าง ๆ พลางสั่งงานลูกน้องทั้งสองตรงหน้า
“เอาล่ะ ลงมือได้”
สิ้นเสียง เฝิงเว๋ยก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
เขาลุกขึ้นและวิ่งไปยังประตูทันที
ผลปรากฏว่าเขาถูกพนักงานคนหนึ่งคว้าตัวไว้ได้อย่างว่องไว เหมือนกับการจับลูกไก่เลยทีเดียว
เฝิงเว๋ยหันมองหานชิงอวี่ ร่างกายเขาสั่นเทาตั้งแต่หัวจรดเท้า
วินาทีถัดมา เขาก็ถูกมือใหญ่กดลงบนเตียง
เสียงหมัดกระแทกลงบนร่างกายดังขึ้น ทำให้หานชิงอวี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พอใจมาก
ไม่ใช่ว่าเขาใช้ความรุนแรงเกินไป แต่สำหรับคนอย่างเฝิงเว๋ย ต้องลงโทษด้วยวิธีนี้เท่านั้น
เพราะหากครั้งนี้เขาไม่ขัดขวางแผนการของอีกฝ่าย หรือถ้าเขาไม่สามารถช่วยหลินเหม่ยเสวี่ยได้ทันเวลา
ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหาน เทคโนโลยีหรือหลินเหม่ยเสวี่ย ก็คงจะได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจากเฝิงเว๋ย
ผ่านไปประมาณสิบนาที หานชิงอวี่จึงสั่งให้หยุด
เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี ในขณะที่หานชิงอวี่ประกาศให้หยุด พวกเขาก็วางหมัดลงแล้วถอยไปยืนข้าง ๆ
ส่วนเฝิงเว๋ยในเวลานี้ นอนตัวสั่นและครางอย่างเจ็บปวดออกมาเป็นระยะ ๆ
ภายใต้คำแนะนำก่อนหน้านี้ของหานชิงอวี่ การกระทำของเจ้าหน้าที่ทั้งสองต่อเฝิงเว๋ยนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ เลย
แม้แต่รอยฟกช้ำก็ไม่ปรากฏให้เห็นบนร่างกายของเฝิงเว๋ย
ทว่าเฝิงเว๋ยที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงกลับร้องด้วยเสียงอันเจ็บปวดราวกับจะสิ้นใจ
“หวังว่าค่าเล่าเรียนครั้งนี้ จะทำให้นายจดจำบทเรียนได้”
หลังจากหานชิงอวี่พูดจบ ก็เหลือบมองเจ้าหน้าที่ทั้งสองที่อยู่ข้าง ๆ
ทั้งสามคนก็เดินออกไปพร้อม ๆ กัน
ไม่กี่นาทีต่อมา
รถตู้คันเก่าออกเดินทางอีกครั้ง คราวนี้พวกเขาต้องทำงานสุดท้ายให้ทันก่อนเวลาสามสิบหกชั่วโมง
พวกเขานำส่งยาทั้งหมดที่อยู่บนรถ ไปยังศูนย์ตรวจสอบของบริษัทหาน เทคโนลยีในเมืองจิน
จากนั้นจึงวิเคราะห์ส่วนผสมของยาตามผลลัพธ์จากศูนย์ตรวจสอบ
หวังว่าวิธีนี้จะทำให้ทราบว่ายาเหล่านี้มีอาการขึ้นราได้อย่างไร
หานชิงอวี่ไม่ได้ถามคำถามนี้กับเฝิงเว๋ย
จากการที่รู้จักเฝิงเว๋ยตั้งแต่เด็ก เขาค่อนข้างจะแน่ใจว่าอีกฝ่ายคงจะไม่พูดความจริงกับเขา
เมื่อนึกถึงว่าตอนนี้เหลือเพียงก้าวสุดท้ายที่จะคลี่คลายเรื่องนี้ได้แล้ว หานชิงอวี่ก็ยังรู้สึกกระฉับกระเฉง
พนักงานทั้งสองคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็แสดงสีหน้เช่นเดียวกับเขา
ความยินดีเช่นนี้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของพวกเขา ทำให้พวกเขาไม่ได้สนใจสภาพจราจรโดยรอบมากนัก
ห้านาทีต่อมา หานชิงอวี่เป็นคนแรกที่สังเกตเห็นปัญหา
บนถนนวันเวย์ที่คับแคบ หานชิงอวี่ชะโงกศีรษะไปข้างหน้าเล็กน้อย เหมือนจะพบเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง
“ทำไมข้างหน้าถึงได้รถติดนานขนาดนี้ เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
หานชิงอวี่พึมพำขณะมองไปที่รถยนต์รอบ ๆ ที่แทบจะไม่ขยับ แล้วก็ลงจากรถ
“พวกคุณรออยู่ที่นี่ก่อน ฉันจะลงไปดูสักเดี๋ยว”